เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 207 - ความได้เปรียบของพรสวรรค์เผ่าพันธุ์

บทที่ 207 - ความได้เปรียบของพรสวรรค์เผ่าพันธุ์

บทที่ 207 - ความได้เปรียบของพรสวรรค์เผ่าพันธุ์


บทที่ 207 - ความได้เปรียบของพรสวรรค์เผ่าพันธุ์

ท่ามกลางเสียงแผดร้องที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันนั้นเอง

เศษเดนสองคนที่อวดอ้างว่าตนเองสูงส่งและมีสายเลือดมารอยู่ในกาย ก็ได้หายลับไปภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของทุกคน

พวกเขาถูกเสี่ยวจื่อกลืนกินลงไปในคำเดียว และถูกย่อยสลายเป็นสารอาหารในพริบตา

ไม่มีแม้แต่เศษกระดูกหลงเหลือให้เห็น!

'ย่อยสลายสรรพสิ่ง'!

ช่างเป็นพลังที่เผด็จการเหลือเกิน!

เย่หย่งหมิงและซูเหลียงฮุ่ยที่เป็นผู้นำ คงคาดไม่ถึงว่าตนเองจะตายอย่างง่ายดายและกะทันหันเช่นนี้

แน่นอนว่า...

พวกเขายิ่งรู้สึกแปลกใจที่หวังเฉินยังไม่ตาย

เย่หย่งหมิงและซูเหลียงฮุ่ยกล้ายืนยันว่า การโจมตีของพวกเขาในตอนนั้นต้องเข้าเป้าอย่างแน่นอน

นักฝึกอสูรเลเวล 100 ถูกพวกเขาลอบโจมตีจากด้านหลัง แถมยังใช้ทักษะโจมตีที่รุนแรงถึงสองท่าพร้อมกัน

ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรจะตายสนิทไปแล้ว

ทว่าหวังเฉินไม่เพียงแต่ไม่ตาย แต่ยังมอบ "เซอร์ไพรส์" ให้กับพวกเขาอีกด้วย

ทำให้คนทั้งสองก่อนตายมีแต่ความสงสัยและไม่อยากจะเชื่อ

อืม...

หากจะถามว่าทำไมหวังเฉินถึงไม่ตาย...

นั่นย่อมเป็นเพราะในเสี้ยววินาทีวิกฤตนั้น เสี่ยวจื่อได้ใช้ร่างกายของมันห่อหุ้มตัวหวังเฉินเอาไว้อย่างมิดชิด

หวังเฉินรู้ตั้งนานแล้วว่าสมาชิกหน่วยปราบมารทีมอื่นมองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

สายตาอันเย็นชาที่พุ่งตรงมาเหล่านั้น ต่อให้เป็นคนโง่ก็เข้าใจได้ว่าคนพวกนี้ไม่ชอบหน้าเขาเอาเสียเลย

ในสถานการณ์แบบนี้...

หวังเฉินจะโง่จนส่งแผ่นหลังของตนเองให้คนพวกนี้ได้อย่างไร?

ดังนั้นเขาจึงระวังตัวไว้อยู่แล้ว

เพียงแต่...

สิ่งที่หวังเฉินคาดไม่ถึงก็คือ กลับดึงดูดปลาตัวใหญ่อย่างเย่หย่งหมิงและซูเหลียงฮุ่ยออกมาได้

เมื่อต้องเผชิญกับการลงมือสังหารอย่างกะทันหันของคนทั้งสอง หวังเฉินย่อมไม่ทะนงตัวถึงขั้นใช้ร่างกายของตนเองไปต้านทาน

เขาจึงให้เสี่ยวจื่อใช้ร่างกายห่อหุ้มเขาไว้ในพริบตานั้น

นั่นหมายความว่า...

การโจมตีอันรุนแรงของเย่หย่งหมิงและซูเหลียงฮุ่ย ทั้งหมดถูกซัดเข้าใส่ร่างของเสี่ยวจื่อแทน

หากเป็นสัตว์อสูรปกติทั่วไป แม้จะเป็นสัตว์กำเนิด ในระดับเลเวลเดียวกับเสี่ยวจื่อ หากโดนการโจมตีสองท่านั้นเข้าไป ย่อมต้องตายในทันที

เพราะเลเวลของเย่หย่งหมิงและซูเหลียงฮุ่ยนำหน้าหวังเฉินไปไกลมาก

นั่นหมายความว่าค่าสถานะสี่มิติก็สูงกว่ามากเช่นกัน

ทว่าโชคดีที่เสี่ยวจื่อไม่ใช่สัตว์อสูรทั่วไป!

มันคือสัตว์เทพระดับจักรวาล จ้าวแห่งการกลืนกิน!

หากต้องสู้กันซึ่งหน้า เสี่ยวจื่ออาจจะสังหารซูเหลียงฮุ่ยและเย่หย่งหมิงไม่ได้

แต่ถ้าพูดถึงความสามารถในการรับดาเมจแล้วละก็ เสี่ยวจื่อย่อมเป็นที่หนึ่งอย่างไร้ข้อกังขา!

ค่าต้านทานกายภาพและเวทมนตร์ที่สูงลิบลิ่ว ทำให้เสี่ยวจื่อสามารถรับการโจมตีอันหนักหน่วงของคนทั้งสองได้อย่างมั่นคง

ยิ่งไปกว่านั้น...

หลังจากที่เสี่ยวจื่อโดนทักษะโจมตีเหล่านั้นเข้าไป พลังชีวิตของมันลดลงไม่ถึง 10% เสียด้วยซ้ำ!

หลังจากนั้น หวังเฉินก็รีบสวมผ้าคลุมทันที

นี่คือรางวัลที่หวังเฉินได้รับจากการเคลียร์ดันเจี้ยนตอนที่เลเวลเพิ่มขึ้นถึง 100

ผ้าคลุมผืนนี้มีชื่อว่า 'ผ้าคลุมรัตติกาล'

ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์สวมใส่ แต่ความจริงแล้วเป็นไอเทมใช้งาน

เมื่อสวมแล้วจะสามารถปิดบังกลิ่นอายของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ และเข้าสู่สภาวะล่องหนได้

ตอนแรกเขาตั้งใจจะขายทิ้ง แต่ความสามารถของไอเทมชิ้นนี้มีประโยชน์มากจริงๆ จึงเก็บเอาไว้

ไม่คิดเลยว่าจะต้องนำมาใช้ที่นี่ในวันนี้

ในการเผชิญหน้ากับซูเหลียงฮุ่ยและเย่หย่งหมิง โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายกลายร่างเป็นมาร พลังเลเวลพุ่งสูงขึ้น หวังเฉินจึงไม่กล้าประมาท

เขาเรียกทั้งเสี่ยวชิงและเสี่ยวจื่อออกมาโดยตรง

วินาทีที่เสี่ยวชิงออกมา มันก็ใช้ทักษะ 'ทะยานเมฆา' ระดับ S ทะยานขึ้นสู่ชั้นเมฆทันที

ส่วนเสี่ยวจื่อก็เปลี่ยนร่างกายที่อ่อนนุ่มให้เป็นของเหลว แทรกซึมลงไปใต้ดิน และไปแอบซุ่มอยู่ใต้เท้าของซูเหลียงฮุ่ยและเย่หย่งหมิงโดยที่พวกมันไม่รู้ตัว

ในระหว่างนั้น เพื่อไม่ให้ซูเหลียงฮุ่ยและเย่หย่งหมิงสังเกตเห็นความเคลื่อนไหว หวังเฉินจึงใช้ทักษะ 'ศาสตร์ส่งสาร' สื่อสารกับอาจารย์จางซีไว้ล่วงหน้า

ขอให้เธอช่วยดึงความสนใจของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่

จนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสม

หวังเฉินจึงสั่งให้เสี่ยวจื่อและเสี่ยวชิงลงมือพร้อมกัน

ส่วนตัวเขาเองก็วาร์ปไปที่ด้านหลังของอีกฝ่ายเพื่อทำการจู่โจมปลิดชีพ

หลังจากเสี่ยวชิงใช้ทักษะร่างยักษ์แล้ว มันก็ทิ้งตัวลงมาจากที่สูงทันที

ร่างกายมหึมาที่มีความยาวกว่าร้อยเมตร พร้อมกับใช้เกล็ดอัสนีมังกรเขียว ไม่เพียงแต่มีความถึกทนสูง แต่กระแสไฟฟ้าสีเขียวที่วนเวียนรอบกายยังสร้างความปั่นป่วนให้ซูเหลียงฮุ่ยและเย่หย่งหมิงอย่างมาก ทำให้พวกเขาไม่สามารถกระโดดหลบปากยักษ์ของเสี่ยวจื่อได้

หากวัดกันที่พลังต่อสู้ซึ่งหน้า เสี่ยวชิงยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนทั้งสอง อย่างน้อยเสี่ยวชิงก็สังหารพวกเขาไม่ได้

แต่ในสถานการณ์เฉพาะเจาะจงก่อนหน้านี้ เสี่ยวชิงสามารถใช้ความได้เปรียบของสัตว์เทพในการบดขยี้อีกฝ่ายได้

อะไรคือความได้เปรียบของสัตว์เทพ?

ความจริงแล้วมันคือความได้เปรียบตามธรรมชาติของสัตว์เทพ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเลเวล พลัง หรือค่าสถานะ

ยกตัวอย่างเช่น เกล็ดของมังกรเขียวทำลายล้าง

แม้ว่ามังกรเขียวทำลายล้างตัวนี้จะเพิ่งเกิด แตเกล็ดของมันก็เป็นเกล็ดที่แข็งแกร่งและมีพลังป้องกันสูงที่สุดในโลกแล้ว

ต่อให้คุณให้ยอดฝีมือเลเวล 200 ใช้พลังทั้งหมดโจมตีใส่เกล็ดที่หลุดมาจากลูกมังกรเขียวทำลายล้าง คาดว่าก็คงไม่สามารถทำลายมันได้

รวมถึงกรงเล็บมังกรเขียว ก็เป็นกรงเล็บที่คมกริบที่สุดเช่นกัน

แม้จะเป็นมังกรเขียวทำลายล้างเลเวล 1 เพียงแค่การตะปบครั้งเดียว ก็สามารถฉีกทะลวงการป้องกันของยอดฝีมือเลเวล 200 ได้

พูดง่ายๆ ก็คือ...

ที่สัตว์เทพแข็งแกร่ง ก็เพราะเผ่าพันธุ์ของพวกมันแข็งแกร่งมาตั้งแต่ต้น

พวกมันเกิดมาพร้อมกับสมบัติล้ำค่าทั่วทั้งตัว ไม่ต้องพึ่งพาอาวุธหรือชุดเกราะใดๆ มาประดับ กรงเล็บของตัวเองคืออาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด เกล็ดของตัวเองคือชุดเกราะที่ทรงพลังที่สุด

นอกจากนี้...

ความได้เปรียบของเผ่าพันธุ์ไม่ได้ปรากฏแค่ในสัตว์เทพเท่านั้น

รู้หรือไม่ว่าทำไมเผ่าพันธุ์หรือจักรวรรดิอื่นถึงมองข้ามมนุษย์?

สาเหตุสำคัญก็เพราะมนุษย์อ่อนแอมาตั้งแต่เกิดเมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์อื่น

ลูกมนุษย์เกิดมาอ่อนแอมาก เพียงแค่ตกพื้นเบาๆ ก็อาจถึงแก่ชีวิตได้

แต่ลูกของเผ่าพันธุ์อื่น...

เช่น เผ่าออร์ค เผ่าเลือด เผ่าเอลฟ์ หรือเผ่าปีศาจ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่ง

ลูกของพวกมันเกิดมาก็เดินได้เอง สามารถยกของที่หนักกว่าน้ำหนักตัวสิบเท่าได้

ค่าสถานะสี่มิติพื้นฐานก็สูงกว่าลูกมนุษย์หลายเท่าตัว

สิ่งเหล่านี้คือความได้เปรียบที่มาจากเผ่าพันธุ์ทั้งสิ้น

มันไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์ เลเวล หรือความแข็งแกร่งของคุณเลย

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเสี่ยวจื่อที่เลเวลเพียง 60 ถึงสามารถกลืนกินยอดฝีมือเลเวล 180 ได้

และเป็นเหตุผลที่เสี่ยวชิงเลเวลเพียง 85 แต่สามารถใช้ร่างกายมหึมาบดขยี้ยอดฝีมือเลเวล 180 ได้เช่นกัน

นี่คือความได้เปรียบของพรสวรรค์เผ่าพันธุ์

ในตอนนี้

สมาชิกนิกายสัจธรรมเทวมารคนอื่นๆ ที่กลายร่างเป็นมารไปแล้ว ต่างตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกถึงขีดสุด

เดิมทีพวกมันต่างพากันโอหังและลำพองใจ มั่นใจว่าสถานการณ์แบบนี้พวกมันชนะแน่นอน

ทว่าเมื่อพวกมันหันกลับไปมอง...

ท่านสังฆราชทั้งสองหายไปไหนแล้ว!?

ทำไมถึงไม่อยู่แล้ว!?

ไม่รอให้พวกมันได้ตั้งตัว

จางซีที่อยู่ด้านข้างก็แผดเสียงสั่งการทันที: "สมาชิกหน่วยปราบมารทุกคน ทำการตอบโต้! ฆ่าทิ้งให้หมด! ไม่ต้องปรานีเด็ดขาด!"

สิ้นเสียงนั้น...

ตู้ม!!

นากอัคคีผู้นี้ก็ก้าวออกมา พร้อมกับพกพาคลื่นพลังอันน่าหวาดกลัวพุ่งเข้าใส่กลุ่มลัทธิมารที่กลายร่างเหล่านั้นทันที!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 207 - ความได้เปรียบของพรสวรรค์เผ่าพันธุ์

คัดลอกลิงก์แล้ว