- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดแดนรกร้าง วันนี้เจียงสือเติมเสบียงรึยังน้า
- บทที่ 83 แก้ไขเส้นทางเก็บของเก่าในนาฬิกาข้อมือ 2
บทที่ 83 แก้ไขเส้นทางเก็บของเก่าในนาฬิกาข้อมือ 2
บทที่ 83 แก้ไขเส้นทางเก็บของเก่าในนาฬิกาข้อมือ 2
เจียงสือยังคงไม่ค่อยเข้าใจ: "หมายความว่ายังไงคะ? ตัดระบบการสอดส่องจากฐานทัพนี่ต้องทำยังไง? แล้วมันจะกระทบกับการใช้งานปกติของนาฬิกาไหม?"
ในหัวของเจียงสือตอนนี้เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากมาย
ฉีเยว่ใช้เวลาเรียบเรียงคำพูดครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายให้เธอฟัง: "ก็ตามตัวเลยครับ การตัดการสอดส่องไม่ใช่การตัดระบบทิ้งทั้งหมด แต่แค่ทำให้เวลาเราไปเก็บของดีๆ มาได้ ฐานทัพจะตรวจสอบไม่เจอ อย่างเช่นพวกหินพลังงานอะไรพวกนี้ ส่วนฟังก์ชันอื่นๆ ยังใช้งานได้ตามปกติ ไม่กระทบแน่นอน"
ทันใดนั้น ดวงตาของเจียงสือก็เป็นประกายขึ้นมาหลายเท่าตัว แทบจะสว่างแข่งกับหลอดไฟได้เลย
ถ้าหินพลังงานที่ผ่านการตรวจวัดจากนาฬิกาแล้วไม่ถูกฐานทัพตรวจเจอ เธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความลับของหินพลังงานจะรั่วไหลอีกต่อไป
ถึงแม้ตอนนี้เธอจะยังไม่มีหินพลังงานมากนักก็เถอะ
แต่ตอนนี้ไม่มี ไม่ได้แปลว่าวันหน้าจะไม่มีนี่นา เผื่อวันไหนโชคหล่นทับเก็บหินพลังงานได้เป็นกอบเป็นกำ เธอไม่กลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน ก้าวข้ามชนชั้นไปเลยเหรอ
มีเรื่องดีๆ แบบนี้จะลังเลไปทำไม แน่นอนว่าต้องตกลงอยู่แล้ว!
เจียงสือไม่ได้พูดอะไร แต่พยักหน้าหงึกๆ ไม่หยุด
ฉีเยว่เห็นเจียงสือพยักหน้าเหมือนลูกไก่จิกข้าว ก็กลัวว่าเธอจะใช้คอหนักเกินไปจนเคล็ดเสียก่อน
"ตกลง พี่เข้าใจแล้ว เลิกพยักหน้าได้แล้วครับ เดี๋ยวเจ็บคอขึ้นมาจะแย่เอา"
หลังจากได้รับคำยินยอมจากเจียงสือ ฉีเยว่ก็หันไปบอกกุ่ยเมี่ยน "หลังจากแก้ไขเส้นทางเก็บของเก่าเสร็จแล้ว ให้เพิ่มฟังก์ชันตัดการสอดส่องจากฐานทัพเข้าไปด้วยนะ เอาแบบเดียวกับที่นายเคยแก้ให้นาฬิกาของฉันนั่นแหละ"
ไม่นานนัก กุ่ยเมี่ยนก็จัดการแก้ไขเส้นทางเก็บของเก่าเมื่อวานเสร็จสิ้น พร้อมทั้งตัดระบบสอดส่องให้เรียบร้อย
เขาวางนาฬิกาที่ซ่อมเสร็จแล้วลงบนเคาน์เตอร์ "เรียบร้อยแล้วครับ เรื่องแก้ไขเส้นทางก็ตามที่ตกลงกันไว้ 100 แต้ม ส่วนเรื่องตัดระบบสอดส่อง เห็นแก่หน้าเยว่เกอ ผมคิดแค่ค่าแรงแล้วกัน 80 แต้ม"
ฉีเยว่ตรวจสอบนาฬิกาหนึ่งรอบก่อนจะส่งให้เจียงสือ
เขายิ้มอย่างมีเลศนัยพลางพูดกับกุ่ยเมี่ยนว่า "กุ่ยเมี่ยน ลูกค้าเก่าแก่แบบพวกเรา นายคิดค่าแก้เส้นทางวันเดียวตั้ง 100 แต้ม มันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่นะ"
กฎของตลาดมืดฉีเยว่รู้ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าจะมาฟันราคากับคนของเขา เขายอมไม่ได้
เพราะแต้มสะสมของใครก็ไม่ได้ร่วงมาจากฟ้าเหมือนกัน
กุ่ยเมี่ยนเห็นรอยยิ้มของฉีเยว่ที่ดูสดใสขึ้นเรื่อยๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มไปด้วย
ในใจเขาร้องเตือนทันทีว่าท่าไม่ดีแล้ว ยิ่งเยว่เกอยิ้มกว้างเท่าไหร่ แสดงว่าเขายิ่งโกรธมากเท่านั้น
ดังนั้นวันนี้ยังไงเขาก็ต้องลดราคาให้ฉีเยว่หน่อย
ยอมกำไรน้อยลงในออร์เดอร์นี้ แล้วค่อยไปฟันคืนในออร์เดอร์หน้าก็ได้ ยังไงบัญชีก็ถัวเฉลี่ยกันได้อยู่ดี
อีกอย่าง ร้านนี้ก็ไม่ใช่ของเขา แต้มที่หายไปนิดหน่อยก็ไม่ได้กระทบกระเทือนถึงเขานัก
กุ่ยเมี่ยนรีบอธิบายด้วยรอยยิ้มทันที "100 แต้มมันเป็นราคาตลาดนี่ครับ เอาอย่างนี้ เห็นแก่หน้าเยว่เกอ ผมลดให้เหลือน้องสาวคนนี้ 70% คิดแค่ 70 แต้มพอนะ? น้อยกว่านี้ไม่ได้แล้วครับเยว่เกอ เดี๋ยวธุรกิจของร้านจะขาดทุนเอา"
พูดจบ กุ่ยเมี่ยนก็แอบชำเลืองมองไปทางหลังร้านแวบหนึ่ง
ฉีเยว่พยักหน้าอย่างพอใจ "ตกลง"
คุยกันไม่กี่ประโยคก็ประหยัดไปได้ถึง 30 แต้ม
สุดยอดไปเลย
ต้องยอมรับว่าฉีเยว่เป็นนักต่อราคาตัวยงจริงๆ
เจียงสือหารู้ไม่ว่าเหตุผลที่กุ่ยเมี่ยนยอมลดราคาให้นั้น เป็นเพราะเขาหวังว่าจะได้ของดีๆ จากมือฉีเยว่ในอนาคตต่างหาก
หลังจากได้รับนาฬิกาคืน เจียงสือก็รีบหาหน้าแชทของกุ่ยเมี่ยนแล้วโอนเงิน 150 แต้มไปให้ทันที
แถมยังส่งข้อความขอบคุณไปให้ด้วย
พอโอนเสร็จเธอก็ชูข้อมือข้างที่ใส่นาฬิกาเป็นเชิงบอกว่าโอนให้แล้วนะ
เจียงสือพลิกดูนาฬิกาไปมา ลองทดสอบฟังก์ชันข้างในหลายครั้ง แต่ก็ดูไม่ออกเลยว่ากุ่ยเมี่ยนแก้ไขตรงไหน
เห็นเจียงสือกระตือรือร้นทดสอบนาฬิกาและไม่มีท่าทีจะรีบกลับ
ฉีเยว่จึงยืนรออยู่ข้างๆ เงียบๆ
เมื่อกุ่ยเมี่ยนชวนคุย ฉีเยว่ก็ตอบกลับไปบ้างเป็นพักๆ
เจียงสือเห็นทั้งคู่ดูเหมือนจะมีเรื่องคุยกัน จึงพูดขึ้นว่า "พวกคุณน่าจะมีเรื่องคุยกันที่ฉันไม่ควรฟัง เดี๋ยวฉันออกไปรอข้างนอกนะคะ จะได้คุยกันสะดวก"
พูดจบ เจียงสือก็เดินออกไปนอกร้าน
เธอหยุดยืนในตำแหน่งที่มั่นใจว่าคนปกติจะไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขคุยกัน
ทว่าเจียงสือตอนนี้ไม่ใช่คนปกติ แต่เป็นผู้มีพลังพิเศษ
ในตำแหน่งนี้ เธอยังคงได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่อยู่
"ที่หอหมื่นสมบัติในตลาดมืด คืนมะรืนตอนหนึ่งทุ่มจะมีงานประมูล ในรายการมี 'น้ำยาบริสุทธิ์ระดับสูงสำหรับยีน' อยู่ขวดหนึ่ง เยว่เกอสนใจไหมครับ?"
น้ำยาบริสุทธิ์ระดับสูงสำหรับยีนเหรอ?
เรื่องนี้เขารู้ดี
ในภารกิจครั้งหนึ่งที่เขาไปเก็บวัตถุดิบสำหรับยานี้ร่วมกับทีมของเจียงอวี้ เขาเคยได้ยินนักวิจัยที่ร่วมทางพูดว่า แม้จะเปลี่ยนวัตถุดิบแล้ว แต่น้ำยาที่ผลิตออกมาก็ยังต้องดื่มซ้ำทุกๆ 3 ปี
หลังจากดื่มน้ำยานี้แล้ว ร่างกายจะเหมือนคนปกติและยีนจะไม่พังทลายลงภายใน 3 ปี
แต่ความจริงที่โหดร้ายกว่านั้นคือไม่ได้บอกออกมา ยิ่งดื่มน้ำยานี้บ่อยเท่าไหร่ ประสิทธิภาพก็จะยิ่งลดลง เมื่อเกินขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับไหว ยีนที่เคยถูกกดไว้จะกลับมาพังทลายรุนแรงกว่าเดิม หรืออาจจะถึงขั้นระเบิดตัวเองตายก็ได้
เจ้าน้ำยานี่เทียบกับหินพลังงานไม่ได้เลยสักนิด แถมยังมีผลข้างเคียงอีก
เพียงแต่ผลข้างเคียงของน้ำยานี้มีคนรู้น้อยมาก และฐานทัพเองก็ไม่กล้าเปิดเผยให้คนรู้
ฉีเยว่ทำท่าทางเหมือนคนไม่มีเงินซื้อ "น้ำยานั่นเป็นของดีนะ แต่แพงเกินไป ผมซื้อไม่ไหวและคงไม่มีปัญญาใช้หรอก"
คำพูดของฉีเยว่ฟังดูปกติมาก แต่เจียงสือกลับรู้สึกทะแม่งๆ
เขาบอกว่ามันเป็นของดี แต่สีหน้าและน้ำเสียงกลับดูรังเกียจสิ่งนั้นอย่างเห็นได้ชัด
นั่นหมายความว่า "น้ำยาบริสุทธิ์ระดับสูงสำหรับยีน" นี้อาจจะไม่ใช่ของดีจริงๆ แต่อาจจะมีผลข้างเคียงแฝงอยู่หรือเปล่า?
เธอยังรู้น้อยเกินไปเกี่ยวกับโลกแดนร้างและฐานทัพแห่งนี้ ไว้มีโอกาสเธอต้องลองถามเจียงอวี้เรื่องน้ำยานี้ดูบ้างแล้ว
ฉีเยว่เห็นเจียงสือเดินวนไปวนมาอย่างเบื่อหน่าย พลางชำเลืองมองนาฬิกาบ่อยครั้ง นี่เธอคงอยากกลับแล้วล่ะมั้ง?
เขาจึงเลิกคุยกับกุ่ยเมี่ยนและกวักมือเรียกเจียงสือ เตรียมตัวจะไป
จังหวะนั้นเอง ประตูร้านซ่อมก็ถูกผลักเข้ามาจากด้านนอก และคนที่เดินเข้ามากลับเป็นเจียงอวี้เหยา
เจียงอวี้เหยาเหรอ?
เธอมาตลาดมืดคนเดียวงั้นเหรอ?
บอกตามตรงว่าเจียงสือค่อนข้างตกใจที่เจอเจียงอวี้เหยาที่นี่แถมยังประจันหน้ากันจังๆ
เดิมทีเธอนึกว่าเจียงอวี้เหยาจะไม่รีบจัดการนาฬิกาสองเรือนนั้น แต่ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะใจเด็ด ตัดสินใจเลือกจัดการมันในเช้าวันรุ่งขึ้นเหมือนกับเธอ
เจียงอวี้เหยาในวันนี้ไม่เพียงแต่ต้องเอาหน้าฬิกาสองเรือนมา "ปล่อยของ" เท่านั้น แต่ยังคงต้องการให้แก้ไขเส้นทางเก็บของเก่าในนาฬิกาของเธอด้วย
จะว่าไปก็น่าแปลก ตอนเห็นเจียงอวี้เหยาฆ่าคน เจียงสือไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายทำผิดตรงไหนเลย
ในเมื่อคนอื่นมารังแกถึงหัวขนาดนี้ ย่อมต้องโต้กลับ ต่อให้สู้ไม่ได้ก็ต้องสู้
เกิดมาเป็นคนครั้งแรกเหมือนกัน ทำไมต้องยอมคนอื่นด้วย
เพียงแต่เจียงอวี้เหยานั้นเหี้ยมกว่าหน่อยเท่านั้นเอง
แต่ที่นี่คือแดนร้างนี่นา
เหี้ยมไว้บ้างก็ถือว่าสมเหตุสมผลดี
ถ้าไม่ใช่เพราะสถานที่และสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เจียงสือก็อยากจะเข้าไปทำความรู้จักกับเจียงอวี้เหยาอยู่เหมือนกัน
เจียงสือเดินสวนกับเจียงอวี้เหยา พอพ้นประตูร้านมาก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังมาจากข้างใน
เจียงอวี้เหยา: "ปล่อยของ"
ตามมาด้วยเสียงวางของลงบนเคาน์เตอร์
เจียงสือเดาว่านั่นน่าจะเป็นเสียงนาฬิกากระทบกับกระจกเคาน์เตอร์ตอนที่เจียงอวี้เหยาวางลง
กุ่ยเมี่ยน: "รู้กฎใช่ไหม ค่าดำเนินการพื้นฐาน 150 แต้ม ถ้าเปิดแต้มออกมาได้เกิน 150 แต้ม ส่วนที่เกินมาทุกๆ 5 แต้ม เราจะหักค่าธรรมเนียมอีก 1 แต้ม"
"นาฬิกาสองเรือน เรามาเปิดเรือนแรกกันก่อน"
"เรือนแรก: 148 แต้ม ขาดอีก 2 แต้มถึงจะคุ้มทุน"
"เธอจะได้กำไรไหม ก็ต้องมาดูว่าเรือนที่สองจะเปิดได้เท่าไหร่"
"232 แต้ม"
"ยินดีด้วย ไม่ขาดทุน แถมยังมีกำไรเหลือ"
กุ่ยเมี่ยน: "ได้ข่าวว่าเมื่อคืนน้องสาวแท้ๆ ของหลิ่วคุนจากหน่วยคุ้มกันไม่ได้กลับบ้านนะ"
เจียงอวี้เหยา: "แต้มพวกนี้ฉันจะใช้จ่ายที่ร้านคุณจนหมด รบกวนคุณกุ่ยช่วยรักษาความลับให้ด้วย"
กุ่ยเมี่ยน: "ได้ นี่เป็นกฎของอาชีพเราอยู่แล้ว"
เจียงอวี้เหยา: "แล้วก็รบกวนคุณกุ่ยช่วยแก้ไขเส้นทางเก็บของเก่าในนาฬิกาของฉันย้อนหลังหนึ่งสัปดาห์ด้วยนะคะ"
...
เจียงสือเงี่ยหูฟังบทสนทนาของทั้งคู่ในร้านซ่อม
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข่าวคราวต่างๆ ในฐานทัพจะไหลเวียนในตลาดมืดได้เร็วขนาดนี้ เรื่องความตายของสองคนนั้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ กุ่ยเมี่ยนถึงกับรู้เรื่องแล้ว
ถ้างั้น เหตุผลที่เธอมาแก้เส้นทางเก็บของเก่า เขาก็คงจะรู้ด้วยเหมือนกันใช่ไหม
ตอนนี้เจียงสือเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสงบใจแล้ว
ถ้าเธอแข็งแกร่งกว่านี้ ก็คงไม่ต้องมานั่งกังวลโน่นนี่นั่น สรุปคือเธอยังเก่งไม่พอ ต้องฝึกต่อไป
ฉีเยว่สังเกตเห็นอารมณ์ที่แปรปรวนของเจียงสือ เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ เขาก็พอจะเดาออกว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไร
เพราะเสียงในร้านซ่อมเขาก็ได้ยินเหมือนกัน
เขาจึงรีบปลอบทันที: "ข่าวในตลาดมืดน่ะไวก็จริง แต่ก็ยังไม่ได้ไวไปเสียทุกเรื่อง เรื่องที่ริมแม่น้ำนั่นไม่เกี่ยวข้องกับเธอหรอก"
"กุ่ยเมี่ยนจะไม่พูดออกไปแน่นอน"
เมื่อได้ยินคำพูดของฉีเยว่ หัวใจที่เต้นระรัวของเจียงสือก็ค่อยๆ สงบลง
"ก้มหัวลงหน่อยนะ ต้องเดินผ่านทางเดินมืดๆ แคบๆ นั่นแล้ว" ฉีเยว่ที่เดินนำหน้าเธอบอก
เจียงสือเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นปากทางเข้าอุโมงค์ที่เหมือนเหมืองแร่นั่นจริงๆ
เธอตอบรับ: "รับทราบค่ะ"
เมื่อออกจากตลาดมืด เจียงสือและฉีเยว่ก็ถูกปิดตาด้วยผ้าดำอีกครั้ง
หลังจากขึ้นรถ วนไปวนมาอยู่หลายรอบ ก็กลับมาถึงลานหลังบ้านของซูเปอร์มาร์เก็ต "มีทุกอย่าง" ที่พวกเขามาในตอนแรก
เมื่อลงจากรถ คนของตลาดมืดก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก และบอกให้รีบไปเสีย
ตอนลงรถ เจียงสือชำเลืองมองเวลาบนนาฬิกา สิบเอ็ดโมงเช้า
วันนี้ต้องรบกวนฉีเยว่มาเป็นเพื่อนที่ตลาดมืดทั้งเช้า
ในเมื่อธุระเสร็จสิ้นแล้ว เธอก็ควรจะขอบคุณเขาหน่อย
เจียงสือหยุดเดินแล้วถามฉีเยว่ที่เดินอยู่ข้างๆ: "เยว่เกอ ขอบคุณมากนะคะที่วันนี้มาเป็นเพื่อนฉันที่ตลาดมืด เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวคุณที่ร้านอาหารสักมื้อนะคะ"
เจียงสือพูดด้วยเสียงไม่ดังนัก แต่ฉีเยว่ได้ยินชัดเจน
ทว่าก่อนที่ฉีเยว่จะได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ท้องของเขาก็ให้คำตอบออกมาก่อน
"โครกคราก~"
ฉีเยว่ได้ยินเสียงท้องตัวเองร้องลั่น เขาก็รู้สึกเขินอายจนถึงขีดสุด ปลายหูเริ่มแดงระเรื่อ
พอเจียงสือได้ยินเสียงท้องร้องของฉีเยว่ เธอก็รู้ทันทีว่าเขาหิวแล้ว
ฉีเยว่ได้ยินเจียงสือบอกจะเลี้ยงข้าวร้านอาหาร เขาก็ดีใจนะ แต่ใจจริงเขาอยากกินฝีมือเธอมากกว่า
เพราะเจียงอวี้ชอบมาโม้ให้ฟังบ่อยๆ ว่าเจียงสือทำอาหารอร่อยแค่ไหน จนเขาอยากชิมจะแย่
ฉีเยว่: "ไปร้านอาหารมันเปลืองเปล่าๆ ถ้าเธออยากขอบคุณพี่จริงๆ ทำของอร่อยๆ เลี้ยงพี่สักมื้อดีไหม?"
จะให้เธอทำให้กินงั้นเหรอ?
ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้นะ
"แล้วคุณอยากกินอะไรล่ะคะ? บอกไว้ก่อนนะว่าฉันทำเป็นไม่กี่อย่างเอง บะหมี่คลุกซอสเนื้อวัวได้ไหมคะ?"
ขอแค่เป็นฝีมือเธอ อะไรก็ได้ทั้งนั้น
ฉีเยว่ตอบรับ: "ได้ครับ"
ถ้าหากวินาทีนั้นเจียงสือเงยหน้ามองฉีเยว่ เธอคงจะเห็นว่าหูของเขาแดงก่ำจนแทบจะหยดเป็นเลือดได้เลยทีเดียว
(จบตอน)