- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดแดนรกร้าง วันนี้เจียงสือเติมเสบียงรึยังน้า
- บทที่ 65 ประกาศฉุกเฉินจากฐานทัพ
บทที่ 65 ประกาศฉุกเฉินจากฐานทัพ
บทที่ 65 ประกาศฉุกเฉินจากฐานทัพ
เวลาบ่ายสามโมงครึ่ง
ทุกคนเพิ่งจะบอกลากันที่บ้านของฉีเยว่เพื่อแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน
ฉีเยว่เองก็เดินตามเจียงสือและเจียงอวี้กลับมาที่บ้านด้วย โดยให้เหตุผลว่าอยากให้พวกเขาช่วยทำเนื้อแดดเดียวให้
เขาเอาเนื้อใส่ลงในกระบุงแล้วสะพายขึ้นบ่า เดินตามสองพี่น้องกลับบ้านอย่างหน้าตาเฉย
ไม่ใช่แค่ฉีเยว่เท่านั้น แม้แต่ซ่งหมิงและฉีหลี่ก็อยากให้ช่วยทำเนื้อแดดเดียวด้วยเหมือนกัน เพียงแต่ทั้งสองขอตัวกลับบ้านไปเอาเนื้อ แอปเปิล และสาลี่ก่อน
ถ้าพูดถึงแอปเปิลและสาลี่แล้ว ก็ต้องขอชมจริงๆ
พวกมันเป็นผลไม้ที่ทนทานมาก
ไม่ว่าจะอยู่ในโลกยุคเสื่อมหรือโลกยุคปัจจุบัน ก็สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิปกติได้นานถึงหนึ่งเดือน
10 นาทีต่อมา...
ฉีเยว่ตามเจียงสือและเจียงอวี้มาถึงบ้านของพวกเขา
พอเข้าบ้านมา เจียงสือก็หันไปชี้นิ้วที่กระบุงบนหลังของฉีเยว่ แล้วเงยหน้าบอกเขาว่า "คุณเอาเนื้อออกมาเถอะค่ะ"
"ส่งให้พี่ชายฉันจัดการได้เลย
อ้อ เนื้อนี่ถ้าทำเป็นเนื้อแดดเดียว กว่าจะเสร็จก็น่าจะประมาณสามทุ่มของคืนนี้ คุณจะรออยู่ที่นี่ไหม?
หรือจะรอให้เสร็จก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมารับ?"
ฉีเยว่มองดูเจียงสือที่กำลังพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแล้วเผลอใจลอยไปชั่วขณะ
สายตาของเขาเคลื่อนไหวตามริมฝีปากที่ขยับขึ้นลงของเธอ และเริ่มวาดรูปทรงริมฝีปากของเธอในใจโดยไม่รู้ตัว
เขามองอยู่นานโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ
เจียงสือเห็นฉีเยว่จ้องหน้าเธอนิ่งแต่ไม่ยอมพูดจา จึงยกมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้าเขา "ฟังอยู่หรือเปล่าคะ?"
ฉีเยว่ได้สติ รีบหลบสายตาอย่างเคอะเขินแล้วตอบรับทันที "ฟังอยู่ครับ"
"ผมรออยู่ที่นี่จะรบกวนพวกคุณไหม? ผมอยากเห็นขั้นตอนการทำเนื้อแดดเดียวด้วยน่ะ อยากลองเรียนรู้ไว้ คุณจะรังเกียจไหม?"
เจียงสือโบกมือปัด "เรื่องแค่นี้เอง ง่ายจะตายค่ะ อยากเรียนก็เรียนสิ
งั้นคุณจะลองลงมือทำเลยไหมล่ะ?
เดี๋ยวฉันให้พี่ชายสอนให้"
ฉีเยว่มองเจียงสืออย่างอึ้งๆ "เขาน่ะเหรอจะทำเป็น?
ผมกลัวเขาทำออกมาไม่อร่อยเท่าที่คุณทำน่ะ ผมขอเรียนกับคุณแทนได้ไหม?"
เจียงอวี้ได้ยินประโยคนี้เข้าก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที "พี่เยว่ พูดแบบนี้ไม่ถูกนะ ถึงยังไงไอ้เนื้อแดดเดียวชิ้นเล็กๆ ที่พวกพี่กินกันวันนี้ ก็คือน้องสาวผมบอกวิธีแล้วผมเป็นคนลงมือทำเองกับมือนะ"
พูดจบเขาก็ยืนเท้าสะเอว รอให้คนอื่นมาชมเชยความเก่งกาจของตน
ฉีเยว่ปรายตามองเจียงอวี้อย่างระอา "นายนี่ไม่รู้จักตัวเองเลยนะ แค่ย่างเนื้อธรรมดายังทำออกมาได้ห่วยแตกขนาดนั้น อาหารที่มีขั้นตอนซับซ้อนหลายระดับอย่างเนื้อแดดเดียวนี่นายจะทำเป็นเหรอ?
ผมขอสงสัยไว้ก่อนละกัน เพราะงั้นผมอยากให้เจียวเจียวเป็นคนสอน"
เจียงอวี้ได้ยินฉีเยว่เรียกเจียงสือว่า "เจียวเจียว" ก็ไม่ได้รู้สึกติดใจอะไร เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินจนเริ่มจะชินหูไปแล้ว
แต่เจียงสือนี่สิ...
เจียวเจียว?
เมื่อก่อนยังเรียกน้องเจียงสืออยู่เลยไม่ใช่เหรอ?
ทำไมจู่ๆ ถึงมาเรียกชื่อเล่นกันล่ะ?
เดี๋ยวนะ แบบนี้มันถูกเหรอ?
คนเพิ่งรู้จักกันไม่นานมาเรียกชื่อเล่นเธอเนี่ยนะ
เจียงสือถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหู " 'เจียวเจียว' ที่คุณเรียกเมื่อกี้ คงไม่ได้หมายถึงฉันใช่ไหมคะ?"
"ใช่ครับ เรียกตามพี่ชายน่ะ"
ฉีเยว่ส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนจ้องมองเจียงสือเขม็ง
ถ้าไม่รู้ว่าดวงตาของฉีเยว่เป็นทรงตาหงส์ที่มองหมายังดูเหมือนตกหลุมรักขนาดนี้ เธอคงสงสัยไปแล้วว่าเขาแอบชอบเธอ
แต่เมื่อเห็นเขาท่าทางเปิดเผยสง่าผ่าเผย เจียงสือก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร จะเรียกตามพี่ชายก็เรียกไปเถอะ
ไม่เป็นไร แค่ชื่อเรียกขานอย่างหนึ่ง
ยังไงเขากับพี่ชายเธอก็เรียกกันเป็นพี่น้อง น้องสาวของเพื่อนก็คงเปรียบเสมือนน้องสาวของพวกเขาเองล่ะมั้ง
เจียงสือเลิกฟุ้งซ่านแล้วเปลี่ยนประเด็นทันที "เนื้อแดดเดียวพี่ชายฉันทำเป็นจริงๆ ค่ะ แถมทำออกมาอร่อยด้วยนะ
ไอ้เนื้อที่พวกคุณกินกันก่อนหน้านี้ ก็คือฉันบอกแล้วพี่ชายเป็นคนทำจริงๆ"
เจียงอวี้เชิดหน้าใส่ฉีเยว่อย่างภาคภูมิใจ เห็นไหมล่ะ ฉันทำเป็น น้องสาวฉันยังชมเลย
ฉีเยว่กว่าจะหาโอกาสเข้าใกล้เจียงสือได้ยากลำบากขนาดนี้ เขาไม่มีทางยอมเสียเวลาไปกับเจียงอวี้แน่ๆ ต่อให้เจียงอวี้จะทำเนื้อแดดเดียวเก่งและอร่อยแค่ไหน เขาก็ยังยืนยันจะให้เจียงสือสอนอยู่ดี
ที่ไหนมีเจียงสือ เขาก็อยากจะอยู่ใกล้ๆ เธอที่นั่นแหละ
"ผมไม่ค่อยเชื่อมือพี่ชายคุณหรอก ผมเชื่อคุณ คุณบอกมาเดี๋ยวผมทำตาม"
เจียงอวี้ถึงกับพูดไม่ออก พี่เยว่จะมาตัดสินเขาจากฝีมือย่างเนื้อห่วยๆ ครั้งเดียวแล้วเหมาเข่งว่าเขาทำอย่างอื่นไม่อร่อยไม่ได้นะ!
เจียงอวี้ขี้เกียจจะเถียงด้วย จึงหันไปหยิบพริกกินคนออกจากกระบุงมาล้างให้สะอาดแล้ววางผึ่งให้แห้งบนกระด้ง
สายตา "มองหมายังลึกซึ้ง" ของฉีเยว่จ้องมองเจียงสือนิ่งเพื่อรอให้เธอตอบตกลง
สายตาของฉีเยว่มีพลังทำลายล้างสูงเกินไปจนเจียงสือเริ่มจะรับมือไม่ไหว
เธอจึงต้องยอมแพ้ "งั้นคุณไปล้างเนื้อให้สะอาดก่อนนะคะ แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นค่อยหั่นเนื้อให้เป็นเส้นขนาดเท่าหัวแม่มือ"
พูดจบ เจียงสือก็รีบวิ่งไปที่กะละมังเพื่อช่วยพี่ชายล้างพริกกินคนต่อ
พอล้างพริกเสร็จ เธอก็ใช้ให้เจียงอวี้ใช้พลังทองช่วยคว้านเอาเมล็ดพริกข้างในออกมาให้หมด
พริกกินคนที่ไร้เมล็ดถูกหั่นเป็นท่อนๆ แล้วนำไปใส่ในเครื่องอบแห้ง
ส่วนเมล็ดที่คว้านออกมาถูกแผ่ลงบนกระด้งเพื่อตากแดดให้แห้ง
เมล็ดส่วนหนึ่งถูกแยกใส่ถ้วยเล็กๆ ไว้เพื่อนำไปบดเป็นชิ้นเล็กๆ ต่อไป
ระหว่างที่รอพริกอบแห้ง ฉีเยว่ก็หั่นเนื้อทั้ง 20 จิน (10 กิโลกรัม) เสร็จเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นเจียงสือและเจียงอวี้กำลังช่วยกันบดพริกแห้ง ฉีเยว่ก็ตะโกนเรียกเสียงดัง "เจียวเจียว ผมหั่นเนื้อเสร็จหมดแล้วนะ คุณมาช่วยสอนผมหน่อยสิว่าขั้นตอนต่อไปต้องทำยังไง"
เจียงสือยุ่งอยู่กับการทำผงพริก จึงตอบกลับไปโดยไม่หันมามอง "คุณเอาเครื่องปรุงที่คุณชอบใส่ลงไปในเนื้อตามสัดส่วนที่ฉันเคยบอกเลยค่ะ แล้วก็ใช้มือคลุกเคล้านวดๆ ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้รสชาติซึมเข้าเนื้อ จากนั้นก็หมักทิ้งไว้สามชั่วโมงนะคะ"
"คุณมาช่วยไกด์ผมหน่อยสิ ผมกลัวใส่เครื่องปรุงผิดสัดส่วนแล้วเนื้อแดดเดียวจะออกมาไม่อร่อยน่ะ"
เจียงสือ: "กำลังไปค่ะ รอเดี๋ยวหนึ่ง"
เมื่อเห็นเจียงสือขานรับ ฉีเยว่ก็ยกยิ้มมุมปาก ยืนรอเธออยู่ที่เดิมเงียบๆ
เจียงสือใช้ไม้ขัดเงาบดพริกแห้งบนกระด้งจนละเอียดดีแล้ว ก็ล้างมือให้สะอาดแล้วเดินไปหาฉีเยว่
"คุณชอบกินรสชาติแบบไหนคะ รสต้นตำรับหรือว่ารสเผ็ดจัดจ้าน?"
ฉีเยว่มองหน้าเจียงสือ "ผมอยากทำทั้งสองรสเลย คุณไม่ต้องลงมือหรอก แค่บอกวิธีให้ผมทำก็พอ"
"ถ้าอย่างนั้น คุณแบ่งเนื้อออกเป็นสองส่วนนะคะ..."
ขณะที่เจียงสือกำลังสอนฉีเยว่หมักเนื้อแดดเดียว ซ่งหมิงกับฉีหลี่ก็มาถึงพอดี
พวกเขานำเนื้อมาอีก 20 จิน พร้อมกับสาลี่และแอปเปิลอีกเจ็ดแปดสิบจิน (ประมาณ 35-40 กิโลกรัม)
ซ่งหมิงและฉีหลี่หั่นเนื้อและหมักเนื้อตามคำแนะนำของเจียงสือแบบเดียวกับฉีเยว่เป๊ะ
จากนั้นก็ทำตามวิธีที่เจียงสือบอกเพื่อแปรรูปผลไม้
แอปเปิลและสาลี่ทั้งหมดถูกนำไปทำเป็นผลไม้อบแห้ง
ในขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันบรรจุผลไม้อบแห้งลงในถุงซิปล็อก นาฬิกาข้อมือของทุกคนก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินจากทางฐานทัพ
[ประกาศเตือนภัยจากรัฐบาล ฐานทัพ 105]
ขอแจ้งให้ทราบว่า เนื่องจากอิทธิพลของกระแสอากาศจากน่านน้ำรังสีสูง ในวันที่ 8 เวลา 16.00 น. ถึงวันที่ 9 เวลา 09.00 น. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในรัศมี 200 กิโลเมตรรอบฐานทัพ
บางพื้นที่อาจมีฝนถล่มรุนแรง น้ำฝนนี้ประกอบด้วยรังสีเข้มข้นซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์อย่างมหาศาล
ขอให้ชาวเมืองทุกคนพักอาศัยอยู่แต่ในอาคารห้ามออกไปข้างนอก สำหรับผู้ที่อยู่นอกเคหสถาน ขอให้รีบกลับเข้าที่พักโดยด่วน
หากไม่สามารถกลับได้ทันท่วงที โปรดหาที่กำบังที่ปลอดภัย (ประกาศโดยศูนย์บัญชาการฐานทัพ วันที่ 8 พฤษภาคม)
เมื่อเห็นข้อความ เจียงสือก็รีบบอกฉีเยว่ ซ่งหมิง และฉีหลี่ทันที "ฝนจะตกหนักแล้ว พวกคุณรีบกลับบ้านก่อนดีไหมคะ?
พวกเนื้อแดดเดียวพวกนี้ พรุ่งนี้ค่อยมารับก็ได้ หรือเดี๋ยวฉันให้พี่ชายเอาไปส่งให้..."
ซ่าาาา—
เจียงสือยังพูดไม่ทันจบ เสียงฝนห่าใหญ่ก็ดังสนั่นมาจากนอกบ้าน
(จบตอน)