- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 16 เกมรับเต็มแม็กซ์... ใครหน้าไหนจะผ่านชั้นได้?
บทที่ 16 เกมรับเต็มแม็กซ์... ใครหน้าไหนจะผ่านชั้นได้?
บทที่ 16 เกมรับเต็มแม็กซ์... ใครหน้าไหนจะผ่านชั้นได้?
บทที่ 16 เกมรับเต็มแม็กซ์... ใครหน้าไหนจะผ่านชั้นได้?
ขณะเดียวกัน ซูเหว่ยและชาลแมนลุกจากม้านั่งสำรอง เตรียมเดินกลับเข้าห้องแต่งตัว
ทั้งสองเดินเคียงไหล่กันไปพลางคุยกันไป
ชาลแมนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“ลูกพี่ ครึ่งหลังเรายังพอมีหวังได้ลงมั้ย?”
เขาเคยถามคำถามนี้ไปแล้วตอนเริ่มเกม แต่ตอนนั้นซูเหว่ยยังให้คำตอบไม่ได้
ม้านั่งสำรองมีตั้งเจ็ดคน โควตาเปลี่ยนตัวมีแค่สาม ใครจะไปรู้ใจฆิเมเนซ
แต่หลังจากดูรูปเกมครึ่งแรก ซูเหว่ยฟันธงด้วยความมั่นใจ
“นายได้ลงชัวร์”
“จริงดิ?!” ชาลแมนตาลุกวาว “ลูกพี่ไม่ได้หลอกให้ดีใจเล่นใช่มั้ย?”
“ลองคิดดูสิ เราตามหลังตั้ง 2–0 ครึ่งหลังต้องเน้นบุกแหลก ตอนนี้หน้าเป้ามีแค่ดูเย่คนเดียว พลังโจมตีไม่พอหรอก ช่วงนี้นายยิงกระจาย โค้ชต้องส่งนายลงไปวัดดวงแน่นอน!”
ได้ฟังการวิเคราะห์ของซูเหว่ย ชาลแมนถึงกับยิ้มจนแก้มปริ
“สาธุ! สมพรปากนะลูกพี่ ถ้าชั้นได้ลงจริง กลับไปจะเลี้ยงข้าวชุดใหญ่เลย!”
ทั้งสองเดินมาถึงห้องแต่งตัว บทสนทนาหยุดลงทันทีเมื่อเห็นบรรยากาศตึงเครียด ต่างคนต่างรีบเดินไปนั่งที่ของตัวเอง
ฆิเมเนซยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้ากระดานแทคติก
เมื่อนักเตะเข้ามาครบ เขาก็ทุบกำปั้นลงบนกระดานปังใหญ่!
ตึง!
“ปีหน้าพวกแกยังอยากเล่นลาลีกากันอยู่มั้ย?! หรือจะยอมยกธงขาวกันตั้งแต่ตอนนี้หะ?!”
สิ้นเสียงตะคอก ห้องแต่งตัวเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์
ซูเหว่ยใจหายวาบ ตั้งแต่มาอยู่เดปอร์ติโบได้เดือนกว่า เพิ่งจะเคยเห็นฆิเมเนซโกรธจนฟิวส์ขาดขนาดนี้
หลังจากระเบิดอารมณ์เสร็จ ฆิเมเนซถอยออกมาจากกระดาน แล้วเริ่มชี้และขีดเขียนแผนการเล่นรัว ๆ
“คาวาเลยโร่! ลุยซินโญ่! พวกแกต้องฉีกออกปีกให้กว้างกว่านี้! ดูเย่! เข้าไปป้วนเปี้ยนหน้าประตูให้มากกว่าเดิม! แดนกลาง... บีบพื้นที่ให้หนักเข้าไว้!”
นอกจากจะชี้จุดบกพร่องแล้ว ฆิเมเนซยังสั่งเปลี่ยนตัวทันที
“ชาลแมน! วอร์มซะ ครึ่งหลังแกลงไปลุย!”
ได้ยินชื่อตัวเอง ชาลแมนหันขวับมามองหน้าซูเหว่ย สายตาเป็นประกายวิบวับเหมือนจะบอกว่า
‘ลูกพี่! แม่นอย่างกับตาเห็น!’
ซูเหว่ยยิ้มมุมปาก สถานการณ์แบบนี้ใคร ๆ ก็เดาได้
ตามหลังสองลูก คู่แข่งเกรดเดียวกัน ไม่มีโค้ชคนไหนยอมนั่งเฉยหรอก
แต่ที่ซูเหว่ยแปลกใจคือความเด็ดขาดของฆิเมเนซต่างหาก
เขาคิดว่าคงรอเปลี่ยนตอนนาทีที่ 60 หรือ 70 ไม่นึกว่าจะกล้าเปลี่ยนตั้งแต่พักครึ่ง
ขณะที่กำลังคิด ซูเหว่ยชะเง้อคอรอฟังต่อ
‘เปลี่ยนกองหน้าแล้ว กองหลังล่ะ? ต้องแก้ด้วยมั้ย?’
ทว่า... ฆิเมเนซไม่มีทีท่าจะเปลี่ยนเกมรับ เขาประกาศเปลี่ยนตัวแค่คนเดียว แล้วหันไปปลุกใจลูกทีมต่อ
ซูเหว่ยถอนหายใจในใจ
‘แห้วรอบแรก... เควสต์ประเดิมสนามลาลีกาคงต้องร้องเพลงรอไปก่อน’
สิบห้านาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก เกมครึ่งหลังเริ่มขึ้น
ตามแผนที่วางไว้ เดปอร์ติโบปรับหมากทันที
ถอดกลางรับออกหนึ่ง เติมชาลแมนลงไปเพิ่มมิติเกมรุก
ผู้บรรยายในสนามสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ทันที
“เดปอร์ติโบขยับแล้วครับ! พวกเขาต้องการประตูคืนด่วน!”
“ใช่ครับ! ส่งชาลแมนลงมา... กองหน้าดาวรุ่งวัย 19 จากแคเมอรูน!”
“สดมากครับเด็กคนนี้ มาดูกันว่าเขาจะช่วยจุดประกายความหวังให้เดปอร์ติโบได้หรือไม่!”
การลงมาของชาลแมนเพิ่มความอันตรายในกรอบเขตโทษได้จริง
แต่... ยังเปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้
กรานาดาที่นำห่าง 2–0 เล่นอย่างฉลาดและรัดกุม พวกเขาถอยลงไปตั้งรับลึก อัดแน่นอยู่ในแดนตัวเอง
เดปอร์ติโบเจาะตรงกลางไม่เข้า ครั้นจะออกปีก... ลุยซินโญ่ทางซ้ายก็ฝีเท้าธรรมดาเกินกว่าจะสร้างความแตกต่าง
ส่วนทางขวา คาวาเลยโร่พอจะเลี้ยงกินตัวได้บ้าง แต่นิสัยเสียแก้ไม่หาย
เลี้ยงผ่านได้ปุ๊บ... ไม่ยอมจ่าย! จะตะบี้ตะบันลากตัดเข้าใน หรือเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษท่าเดียว
น่าเสียดายที่ฝีเท้าไม่ได้เทพขนาดจะแหวกสองแหวกสามได้
พยายามฝืนหลายครั้งเข้า โอกาสทองก็หลุดลอยไป เดปอร์ติโบตกอยู่ในสถานการณ์ “บุกแทบตายแต่ไม่ได้น้ำเนื้อ”
และกรานาดาไม่ได้มาเพื่ออุดอย่างเดียว
คู่กองหน้าของพวกเขา... ดาร์วิน มาชีส ผู้ทำประตู และ ยูสเซฟ เอล-อาราบี ทั้งเร็วและอันตรายในจังหวะสวนกลับ
ครึ่งหลังผ่านไปสิบนาที อาศัยจังหวะที่เดปอร์ติโบบุกเพลิน กรานาดาสวนกลับตูมเดียว!
มาชีสกับเอล-อาราบี ควบตะบึงขึ้นมาจากซ้ายขวา มาชีสแทงบอลทะลุช่องทแยงมุม เอล-อาราบีสปีดฉีกแนวรับเดปอร์ติโบขาดกระจุย หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ!
โชคยังดีที่ลุซ นายทวารเดปอร์ติโบออกมาปิดมุมได้เร็ว
ปัง!
ลูกยิงของเอล-อาราบีชนเสากระดอนออกมา! เดปอร์ติโบรอดตายหวุดหวิด!
ข้างสนาม ฆิเมเนซหัวใจแทบวาย แม้จะไม่เสียประตู แต่เขารู้ดีว่าขืนปล่อยไว้แบบนี้ โดนฝังแน่นอน
ตอนนี้แผงหลังต้องการ “ตัวสปีดจัด” มาหยุดเกมสวนกลับด่วนที่สุด
พูดถึงความเร็ว... ภาพของซูเหว่ยก็แวบเข้ามาในหัวฆิเมเนซทันที
“ซู! ไปวอร์ม!”
ฆิเมเนซตะโกนสั่งไปที่ม้านั่งสำรองโดยไม่ลังเล
“ในที่สุดก็ถึงตาเราซะที!”
ซูเหว่ยลิงโลดในใจ ดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที
ห้านาทีต่อมา นาทีที่ 65 เดปอร์ติโบขยับเปลี่ยนตัวคนที่สอง
ซูเหว่ยลงสนามแทนโรเย่ แบ็กขวาจอมเก๋า
ทันทีที่เท้าแตะพื้นหญ้า เสียงระบบที่หายไปนานก็ดังขึ้นในหัว
‘ติ๊ง!’
[ยินดีด้วย! โฮสต์ทำภารกิจหลักสำเร็จ: ประเดิมสนามลาลีกา]
[โฮสต์ได้รับรางวัล: อัปเกรดค่าพลัง 1 อย่างจนเต็มแม็กซ์]
[กรุณาเลือกค่าพลังที่ต้องการอัปเกรด]
‘เช้ดดด! ของดีนี่หว่า!’
อัปเกรดแบบเลือกได้ซะด้วย!
ใจจริงซูเหว่ยอยากอัปสกิลการยิงหรือการเลี้ยงบอลให้เทพซ่าไปเลย
แต่ทว่า... ก่อนลงสนาม ฆิเมเนซกำชับนักหนาว่า “หน้าที่หลักคือเกมรับ”
‘เอาก็เอาวะ!’
เพื่อทีม... ยอมเสียสละความเท่ส่วนตัวไปก่อนก็ได้
เส้นทางค้าแข้งเพิ่งเริ่มต้น ยังมีโอกาสอัปสกิลอื่นอีกเยอะ
ซูเหว่ยตั้งสมาธิสั่งการในใจ
‘อัปเกรดเกมรับเต็มแม็กซ์!’
พริบตาเดียว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ค่าพลังเกมรับ: 100]
‘แค่นี้อ่ะนะ?!’
ซูเหว่ยกำลังงง ๆ กับความเรียบง่ายของระบบ จู่ ๆ เพื่อนร่วมทีมตรงกลางก็ตะโกนลั่น
“ซู! ระวัง! ฮวนมาแล้ว!”
เขาได้สติ หันขวับไปมองเบื้องหน้า
ไม่ไกลนัก... ฮวน คาร์ลอส ปีกซ้ายตัวจี๊ดของกรานาดากำลังเลี้ยงบอลพุ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูง
ส่วนเพื่อนร่วมกราบขวาอย่างคาวาเลยโร่... วิ่งเหยาะ ๆ ตามหลังฮวนมาแบบไม่ทุกข์ร้อน
ซูเหว่ยขมวดคิ้ว งานนี้ต้องลุยเดี่ยวสินะ
เขารู้พิษสงของหมอนี่ดี ลูกยิงไกลกับจังหวะลากตัดเข้าในครึ่งแรกนั่นแหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเสียประตู
ซูเหว่ยไม่ประมาท ขยับเข้าไปปิดพื้นที่ทันที
ฮวน คาร์ลอส ไม่ธรรมดา ขณะเลี้ยงบอลก็โยกตัวหลอกล่อ หวังจะทำลายจุดศูนย์ถ่วงของซูเหว่ย แล้วหาจังหวะกระชากหนี
แต่หารู้ไม่... ซูเหว่ยที่มีค่าพลังเกมรับ 100 ยืนนิ่งเป็นหินผา!
ไม่ขยับ... ไม่หลงกล... นิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═