เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ความเข้าใจผิดเรื่อง "ลูกนอกสมรส" ของเซี่ยอวี่เฉิน

บทที่ 4 - ความเข้าใจผิดเรื่อง "ลูกนอกสมรส" ของเซี่ยอวี่เฉิน

บทที่ 4 - ความเข้าใจผิดเรื่อง "ลูกนอกสมรส" ของเซี่ยอวี่เฉิน


บทที่ 4 - ความเข้าใจผิดเรื่อง "ลูกนอกสมรส" ของเซี่ยอวี่เฉิน

วินาทีที่ประตูเรือนสี่ประสานถูกผลักออก ราวกับมีกลิ่นหอมของ "เงินตรา" โชยลอดช่องประตูเข้ามา

ผู้มาเยือนสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูที่ตัดเย็บอย่างประณีตพิถีพิถัน สวมทับด้วยเสื้อสูทลำลองสีขาวเนื้อผ้าชั้นเยี่ยม เส้นผมถูกจัดแต่งทรงอย่างเนี้ยบกริบไร้ที่ติ ท่ามกลางเรือนสี่ประสานที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขลอะและของเก่าคร่ำครึแห่งนี้ เขาเปรียบเสมือนดอกไห่ถังสายพันธุ์ล้ำค่าที่ผลิบานอยู่กลางกองขยะ ดูขัดหูขัดตาเป็นอย่างยิ่ง

เซี่ยอวี่เฉิน ผู้นำตระกูลเซี่ย หรือที่ผู้คนในวงการขานนามว่า "นายท่านฮวา"

ผู้นำเก้าสกุลที่อายุน้อยที่สุดและมั่งคั่งที่สุดในวงการนักขุดสุสาน

ในมือของเขาหิ้วกรงนกที่วิจิตรบรรจง ทันทีที่ก้าวพ้นประตู นกฮวาเม่ยที่เดิมทีส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวอยู่ในกรง ราวกับสัมผัสได้ถึงศัตรูตามธรรมชาติ จู่ๆ มันก็หุบปากฉับ หดตัวสั่นงันงกอยู่ตรงมุมกรง ไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หัวออกมา

เซี่ยอวี่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้มลงมองกรงนก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังคนที่นั่งอยู่กลางลานบ้าน ซึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่... "ขอทาน" งั้นรึ?

"ไอ้บอด ฮวงจุ้ยบ้านนายมันเสียหรือไงฮะ?" เซี่ยอวี่เฉินแขวนกรงนกไว้ใต้ระเบียง ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงตรงแขนเสื้อด้วยท่าทีรังเกียจ "ทำไมนกฉันพอเข้ามาในบ้านนายปุ๊บก็ช็อกตาตั้งไปเลยล่ะ?"

เฮยเสียจื่อชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว ในปากยังคาบแตงกวาอยู่ "ก็นกนายมันไม่เคยเห็นโลกกว้างไง เลยถูกบารมีอันยิ่งใหญ่คับบ้านของฉันข่มเอา รีบๆ เข้ามาสิ ข้าวผัดเพิ่งลงจากเตาร้อนๆ มากินซะ"

เซี่ยอวี่เฉินเดินเข้ามาในลานบ้าน แต่สายตายังคงไม่ละไปจากเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะตัวเล็ก และกำลังค่อยๆ เลียตะเกียบอย่างเชื่องช้า

ซูจี้เองก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน

พูดให้ถูกคือ เธอกำลังมอง "ปราณ" สีทองอร่ามจางๆ บนตัวเขาต่างหาก นั่นคือกลิ่นอายที่ถูกกาลเวลาและไอสมบัติหล่อหลอมขึ้นมา จากการสัมผัสวัตถุโบราณและของในสุสานชั้นยอดมาอย่างยาวนาน

สำหรับซูจี้ที่กำลังต้องการเติมพลังงานอย่างเร่งด่วน สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่คน แต่เป็นโสมหมื่นปีเดินได้ที่ส่งกลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลายต่างหาก

"เอื้อก" ซูจี้กลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้

เซี่ยอวี่เฉิน: "..."

เขาถูกสายตาที่ตรงไปตรงมานั้นจ้องจนขนลุกซู่ แม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องความหล่อเหลางดงามในวงการ แต่สายตาของยัยเด็กคนนี้ไม่มีความชื่นชมแม้แต่น้อย กลับเหมือนกำลังมอง... หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซะมากกว่า?

"นี่ใคร?" เซี่ยอวี่เฉินเดินไปข้างๆ เฮยเสียจื่อ แล้วลดเสียงลงถาม "นายเก็บมาจากทะเลทรายเหรอ? ดูอายุยังน้อยอยู่นะ"

เฮยเสียจื่อโยนจานเนื้อวัวตุ๋นหั่นชิ้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะนั่งลงอย่างไม่หยี่ระ "อ้อ นายหมายถึงยัยใบ้น่ะเหรอ? มาสคอตที่เก็บได้จากทะเลทรายน่ะ เป็นไงล่ะ หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราใช่ไหม? ถ้าจับอาบน้ำแต่งตัวหน่อย คงขายได้ราคาดีน่าดู"

เซี่ยอวี่เฉินไม่สนใจคำพูดเหลวไหลของเขา แต่กลับพิจารณาซูจี้อย่างครุ่นคิด

ซูจี้สวมเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งของเฮยเสียจื่อ คอเสื้อย้วยจนเผยให้เห็นไหปลาร้าขาวซีดได้รูป เพราะผอมเกินไป ข้อมือจึงดูเล็กบางราวกับจะหักได้เพียงแค่บีบเบาๆ

ตอนนี้เธอกำลังกอดชามเคลือบใบใหญ่กว่าหน้าของตัวเอง สายตาจับจ้องไปที่ข้อมือของเซี่ยอวี่เฉินอย่างล้ำลึก ตรงนั้นสวมสร้อยลูกประคำไม้กฤษณามูลค่ามหาศาลอยู่

"ไอ้บอด" จู่ๆ เซี่ยอวี่เฉินก็หัวเราะ รอยยิ้มนั้นแฝงแววหยอกล้อ "นี่อย่าบอกนะว่าเป็นลูกนอกสมรสที่นายไข่ทิ้งไว้ข้างนอกน่ะ? ดูสายตานั่นสิ เหมือนตอนนายเห็นเงินไม่มีผิด"

"พรวด——" น้ำชาที่เฮยเสียจื่อเพิ่งดื่มเข้าไปพุ่งพรวดออกมาทันที "นายท่านฮวา ข้าวกลืนซี้ซั้วได้ แต่คำพูดพล่อยๆ พูดไม่ได้นะโว้ย ถ้าฉันมีลูกสาวโตป่านนี้ ฉันยังต้องมานั่งตามก้นนายลงไปขุดสุสานอีกเรอะ? ฉันคงจับยัยนี่แต่งงานเรียกค่าสินสอดมานอนกินตอนแก่ไปตั้งนานแล้ว"

เซี่ยอวี่เฉินเลิกคิ้ว ไม่ได้ติดใจเอาความเรื่องนี้ต่อ

เขาเดินไปตรงหน้าซูจี้ ล้วงลูกอมนมตรากระต่ายขาวออกมาจากกระเป๋า แกะกระดาษห่อออก แล้วยื่นส่งให้

"หนูน้อย กินลูกอมไหม?" น้ำเสียงของเขานุ่มนวลชวนฟัง แฝงไว้ด้วยความใจเย็นเหมือนกำลังปลอบเด็ก

ซูจี้มองลูกอมเม็ดนั้น สลับกับมองมือที่ถือลูกอมอยู่ มือข้างนั้นเรียวยาวทรงพลัง ปลายนิ้วมีรอยด้านบางๆ จากการฝึกยุทธ์มานานปี ที่สำคัญกว่านั้นคือ สร้อยลูกประคำไม้กฤษณาเส้นนั้นแกว่งไปมาอยู่ตรงหน้า ส่งกลิ่นหอมลุ่มลึกรัญจวนใจ

เธอไม่รับลูกอม

แต่กลับยื่นนิ้วสองนิ้วออกไป คีบหมับเข้าที่ข้อมือของเซี่ยอวี่เฉินอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

แววตาของเซี่ยอวี่เฉินเย็นเยียบลง

ในฐานะผู้นำตระกูลเซี่ย ผู้ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากเอ้อร์เยวี่ยหงแบบจับมือสอนมาตั้งแต่เด็ก สัญชาตญาณระวังภัยของเขาจึงอยู่ในระดับสูงมาก

วินาทีที่ซูจี้ลงมือ กล้ามเนื้อของเขาหดเกร็งตามสัญชาตญาณ พลังปราณภายในพร้อมปะทุ เตรียมที่จะพลิกกลับไปสะกดจุดชีพจรของอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ

ทว่า นิ้วของซูจี้เพียงแค่วางทาบลงบนจุดชีพจรของเขา หยุดอยู่ตรงนั้นหนึ่งวินาที

จากนั้น เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ราวกับคนติดยาที่ได้สูดควันเข้าไปเฮือกแรก ดวงตาที่ปกติมักจะปรือหลับอยู่ครึ่งหนึ่งของเธอ สว่างวาบขึ้นมาในทันที

เซี่ยอวี่เฉินชะงักงัน

ยัยเด็กนี่ไม่ได้มีเจตนาโจมตี เธอแค่... ลูบเขาเฉยๆ?

"หอม" ซูจี้ปล่อยมือ รับลูกอมนมเม็ดนั้นมาโยนเข้าปาก แล้วเปล่งเสียงอู้อี้ออกมาคำหนึ่ง

เซี่ยอวี่เฉิน: "..."

เฮยเสียจื่อที่อยู่ข้างๆ หัวเราะงอหายจนต้องตบต้นขาฉาดใหญ่ "ฮ่าๆๆๆ! นายท่านฮวา นายก็มีวันที่ถูกลวนลามด้วยเหมือนกันเว้ย! ดูท่ายัยใบ้ของฉันนอกจากจะหน้าเงินแล้ว ยังบ้าคนหล่อด้วยแฮะ!"

เซี่ยอวี่เฉินชักมือกลับ แต่สีหน้ายังไม่ผ่อนคลายลง

สัมผัสชั่วครู่เมื่อกี้ ทำให้เขารู้สึกถึงความแปลกประหลาดอย่างสุดแสน มือของเด็กสาวคนนั้นเย็นเฉียบราวกับไม่ใช่คนเป็น และตอนที่เขาเดินพลังปราณภายในขึ้นมาป้องกัน ภายในร่างกายของอีกฝ่ายก็เหมือนกับห้วงลึกที่ตายด้าน ไร้ซึ่งร่องรอยการไหลเวียนของเลือดลมใดๆ พลังปราณของเขาเหมือนซัดเข้าใส่ปุยนุ่น เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

"ไอ้บอด" เซี่ยอวี่เฉินกลับไปนั่งที่โต๊ะ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง "เด็กคนนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล"

"ฉันรู้" เฮยเสียจื่อหุบรอยยิ้ม แล้วโยนหยกเลือดชิ้นนั้นให้เซี่ยอวี่เฉิน "ดูนี่สิ"

เซี่ยอวี่เฉินรับหยกเลือดมาดู เพียงปราดเดียวสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

"หยกกดลิ้นของราชวงศ์ฮั่น? แล้วรอยสีซึมนี่... เป็นของที่เป็นธาตุหยินสุดขั้ว ไอสังหารบนนี้หายไปไหนหมดล่ะ? ทำไมถึงไม่เหลือเลยสักนิด?"

"โดนยัยนั่นกินไปแล้ว" เฮยเสียจื่อชี้ไปที่ซูจี้

ซูจี้กำลังหรี่ตา ดื่มด่ำกับความหวานของลูกอมนมในปาก พร้อมกับดื่มด่ำรสชาติพลังหยางบริสุทธิ์ที่สูบมาจากตัวเซี่ยอวี่เฉินเมื่อกี้ไปด้วย เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เธอไม่แม้แต่จะกระดิกเปลือกตาด้วยซ้ำ

เซี่ยอวี่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก

ไอสังหารรุนแรงระดับนี้ คนธรรมดาแค่แตะโดนก็ป่วยหนักไปเป็นเดือนแล้ว แต่ยัยเด็กนี่กลับ "กิน" เข้าไปได้เนี่ยนะ?

"สรุปก็คือ" เซี่ยอวี่เฉินหยิบก้อนหยกที่ตอนนี้กลายเป็นหินไร้ค่าขึ้นมาหมุนเล่น แววตาลุกวาว "ระดมพลลงสุสานที่จิ้นหนานรอบนี้ นายจะพาเธอไปด้วย?"

"ช่วยไม่ได้ เธอเป็นเจ้าหนี้ฉันนี่" เฮยเสียจื่อแบมือ "แถมยัยนี่ก็พิลึกกึกกือสุดๆ หมาป่าในทะเลทรายพอเห็นเธอยังกับเห็นทวดแน่ะ สุสานแม่ทัพหน้าผีรอบนี้ ได้ข่าวว่าข้างล่างมีแต่พวกผีดิบขนแดงยั้วเยี้ยไปหมด พาสัตว์เทพพิทักษ์บ้านไปด้วย เราก็ประหยัดกระสุนไปได้เยอะ"

เซี่ยอวี่เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองซูจี้

"ตกลง แต่ฉันขอพูดดักไว้ก่อนนะ สถานที่นั้นอันตรายมาก ถ้าเธอเกิดเป็นอะไรขึ้นมา หรือกลายเป็นตัวถ่วงล่ะก็ ฉันไม่สนหรอกนะ"

ซูจี้กินลูกอมหมดพอดี

ดูเหมือนเธอจะฟังคำพูดประโยคนี้ออก จึงหันขวับกลับมา ใช้ดวงตาสีเขียวอมฟ้าปรายตามองเซี่ยอวี่เฉินอย่างเย็นชา

จากนั้นเธอก็บิดขี้เกียจ หาวหวอด แล้วล้มตัวลงนอนบนเก้าอี้เอนตัวเดิม

"ห่วงตัวเองเถอะ" เสียงเกียจคร้านล่องลอยอยู่ในอากาศ

เซี่ยอวี่เฉินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา "เหอะ ปากดีไม่เบานี่ ไอ้บอด นายเก็บทวดกลับมาได้จริงๆ ด้วย"

เฮยเสียจื่อไหวไหล่ "เดี๋ยวก็ชินน่า เดี๋ยวก็ชิน มาๆ คุยเรื่องงานกันต่อ เงินมัดจำรอบนี้ขอเบิกก่อนได้ไหม? ฉันต้องพาแม่ทูนหัวนี่ไปตรวจร่างกายชุดใหญ่ที่โรงพยาบาล นายก็เห็นสภาพยัยนี่แล้ว ฉันกลัวว่ายังไม่ทันลงสุสาน ร่างกายจะแหลกสลายเป็นชิ้นๆ ไปซะก่อน"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 4 - ความเข้าใจผิดเรื่อง "ลูกนอกสมรส" ของเซี่ยอวี่เฉิน

คัดลอกลิงก์แล้ว