- หน้าแรก
- ปลูกผักข้ามดวงดาว ท่านเทพสงครามมาเนียนขอข้าวกินอีกแล้ว
- ตอนที่ 159 — กินตอนยังร้อน
ตอนที่ 159 — กินตอนยังร้อน
ตอนที่ 159 — กินตอนยังร้อน
เพื่อนร่วมรบคนอื่นๆ ที่บาดเจ็บไม่หนักมาก หรือส่วนใหญ่เป็นบาดแผลทางร่างกาย ต่างพากันมาห้อมล้อมอยู่ข้างๆ บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบจะกลั่นตัวออกมาเป็นหยดน้ำได้
ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร ทว่าความเจ็บปวดจากการที่ต้องทนดูพี่น้องที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่ขุมนรกโดยที่ตนเองทำอะไรไม่ได้เลยนั้น กลับปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าของทุกคน
หลิงเฟิงมองตัวเลข "79%" ที่ทิ่มแทงตาบนเครื่องตรวจวัดของอาจี๋ มองดูเหล่าพี่น้องที่ฝืนทนความเจ็บปวดและแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง หัวใจของเขาเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเอาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก
ความสิ้นหวังประโถมเข้ามาดั่งกระแสน้ำที่เย็นเยือก
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่านความมืดมิด!
สตรอว์เบอร์รี! มันเทศ! มันฝรั่ง!
เถ้าแก่ซูคนนั้น ไม่ใช่สิ ต้องเป็นฮูหยินน้อยตระกูลฮั่วที่ขายมันเทศ มันฝรั่ง และสตรอว์เบอร์รี!
ตอนที่เขาพักฟื้นอยู่ที่ดาวเมืองหลวง ก็เพราะได้กินของพวกนี้อย่างต่อเนื่อง ความคืบหน้าในการฟื้นฟูความเสียหายของพลังจิตที่เคยหยุดนิ่งจึงเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ค่าความเสียหายลดลงไปเกือบห้าเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่กี่วัน!
ในเมื่อมันได้ผลกับเขา เช่นนั้นกับอาจี๋ กับต้าสยง และพี่น้องคนอื่นๆ ที่ถูกโจมตีด้วยพลังจิตก็น่าจะได้ผลเหมือนกันไม่ใช่หรือ?!
ความคิดนี้ลุกลามไปในใจของเขาราวกับไฟป่า
เดิมทีแผนของเขาคือทำไปตามลำดับขั้นตอน สังเกตการณ์ก่อนแล้วค่อยรายงานขึ้นไป
แต่ตอนนี้ พวกอาจี๋รอต่อไปไม่ไหวแล้ว!
ต่อให้มีความหวังเพียงหนึ่งในหมื่น เขาก็ต้องลองดู!
"รอด้วย! พวกนายรอด้วย! ฉันมีวิธี! ต้องมีวิธีแน่!" หลิงเฟิงตะโกนออกมาอย่างตะกุกตะกัก เขาเริ่มรื้อหาของในแคปซูลมิติของตัวเองอย่างลนลาน
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจของทุกคน หลิงเฟิงหยิบสตรอว์เบอร์รีออกมากล่องหนึ่งเป็นอย่างแรก
ผลไม้สีแดงสดใสดูแปลกแยกและไม่เข้ากับบรรยากาศในเขตการแพทย์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสิ้นหวังแห่งนี้อย่างยิ่ง
"มา อาจี๋ อ้าปาก!"
"ต้าสยง เร็วเข้า กินสักลูก!"
"แล้วก็นายด้วย ซานเมา นายก็บาดเจ็บเหมือนกัน รีบกินเร็ว!"
หลิงเฟิงไม่ยอมให้ปฏิเสธ เขายัดสตรอว์เบอร์รีทีละลูกใส่มือและจ่อที่ปากของพี่น้องไม่กี่คนที่บาดเจ็บหนักที่สุด
ตอนนี้เขาไม่สนที่จะอธิบาย และไม่สนแผนการทดสอบอะไรทั้งนั้น ความคิดเดียวที่มีคือต้องให้พวกเขาได้กินมันเข้าไป!
"เฟิงจื่อ... นี่มัน..." อาจี๋มองสตรอว์เบอร์รีที่จ่ออยู่ตรงปากด้วยความงุนงง
เพื่อนร่วมรบคนอื่นๆ ที่บาดเจ็บต่างก็หันมามองหน้ากัน ในเวลาแบบนี้ หลิงเฟิงยังมีอารมณ์มาแจกผลไม้อีกหรือ?
"อย่าถาม! รีบกินซะ! กินแล้วจะดีขึ้นเอง! เชื่อฉัน!" สายตาของหลิงเฟิงดูร้อนรน น้ำเสียงเต็มไปด้วยการอ้อนวอนที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และถึงขั้นแฝงไปด้วยความบ้าคลั่งเล็กน้อย
เมื่อเห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังจนแทบจะมีไฟลุกโชนออกมาของหลิงเฟิง อาจี๋ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมอ้าปากกินสตรอว์เบอร์รีลูกเล็กที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นเข้าไป
เมื่อต้าสยงและคนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็ทำใจยอมรับด้วยความรู้สึกที่ว่า 'จะทำให้พี่น้องผิดหวังไม่ได้' แล้วฝืนเอาสตรอว์เบอร์รีเข้าปากไป
วินาทีต่อมา——
ความหวานและความหอมที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุดจนยากจะบรรยายระเบิดกระจายไปทั่วต่อมรับรสในทันที!
น้ำผลไม้ที่ชุ่มฉ่ำ รสเปรี้ยวหวานที่สมดุลอย่างยอดเยี่ยม และกลิ่นหอมสดชื่นที่ราวกับจะช่วยชำระล้างจิตวิญญาณได้นั้น ทำให้เหล่านักรบที่ต้องทนทุกข์ทรมานทางจิตใจจนลิ้นไม่รับรสเหมือนเคี้ยวขี้ผึ้ง ต่างพากันลืมเลือนความเจ็บปวดและความสิ้นหวังไปชั่วขณะ และจมดิ่งลงสู่ประสบการณ์ความอร่อยที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนอย่างสมบูรณ์!
ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว บนใบหน้าปรากฏร่องรอยของอาการเคลิบเคลิ้มหลงใหลอยู่ชั่วครู่
"เชี่ย... เอ๊ย!" อาจี๋สบถออกมาโดยสัญชาตญาณ คิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลาเพราะความเจ็บปวดทางพลังจิตอย่างรุนแรงกลับคลายออกเล็กน้อยในวินาทีนั้น "นี่... นี่มันสตรอว์เบอร์รีอะไรกัน? แม่งอร่อยชิบหายเลย!"
"เฟิงจื่อ! ยังมีอีกไหม? ขอให้เพื่อนคนนี้อีกสักลูกสิ!" ต้าสยงเดาะลิ้น ตะโกนออกมาอย่างยังไม่เต็มอิ่ม แม้แต่ความเจ็บปวดที่เหมือนเข็มทิ่มแทงในหัวก็ดูเหมือนจะทุเลาลงไปบ้างแล้ว
หลิงเฟิงมองดูพวกเขาทุกคนที่ถูกรสชาติความอร่อยสยบลงในพริบตา ในใจก็เริ่มสงบลงเล็กน้อย แต่แล้วก็ยิ้มขมขื่นพลางส่ายหน้า "ไม่มีแล้ว สตรอว์เบอร์รีมีเท่านี้ แจกจ่ายไปหมดแล้ว"
สตรอว์เบอร์รีไม่กี่ร้อยลูก สำหรับเหล่านักรบที่บาดเจ็บนับพันคนแล้ว มันไม่พอแบ่งกันเลยจริงๆ
เขาเห็นสหายร่วมรบที่บาดเจ็บจากกองร้อยอื่นๆ อีกไม่น้อยกำลังเฝ้ามองด้วยตาละห้อย ถึงขั้นกลั้นใจกลืนน้ำลายตามกันเลยทีเดียว
เขาขบฟันแน่น นำมันเทศและมันฝรั่งทั้งหมดในแคปซูลมิติออกมา กองรวมกันเป็นภูเขาย่อมๆ
"เร็ว! เอามันเทศกับมันฝรั่งพวกนี้ไปที่โรงอาหารเดี๋ยวนี้ ใช้วิธีที่ง่ายที่สุด จะต้มหรือนึ่งก็ได้ ยิ่งเร็วยิ่งดี! แล้วเอาไปแจกให้พี่น้องที่บาดเจ็บทุกคน!"
ทหารไม่กี่คนที่ช่วยดูแลผู้บาดเจ็บแม้จะไม่เข้าใจเหตุผล แต่เมื่อเห็นความจริงจังและเร่งรีบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนของหลิงเฟิง ก็รีบลงมือทันที อุ้มมันฝรั่งและมันเทศวิ่งออกไป
อาจี๋มองแผ่นหลังที่กำลังวุ่นของหลิงเฟิง สัมผัสได้ถึงความหอมหวานของสตรอว์เบอร์รีที่ยังหลงเหลืออยู่ในปาก และอาการปวดหัวที่ดูเหมือนจะทุเลาลงจริงๆ เขาจึงแกล้งใช้โทนเสียงหยอกล้อเพื่อหวังจะทำลายบรรยากาศที่หนักอึ้ง "เฟิงจื่อ... แก... คงไม่ใช่ว่า... อยากจะเลี้ยงของดีๆ ให้เพื่อนเป็นมื้อสุดท้ายก่อนจะ 'ไปเฝ้ายมบาล' หรอกนะ? ใจถึงจริงๆ!"
เขาจงใจเน้นคำว่า "ไปเฝ้ายมบาล" ด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความเศร้าโศก
"หุบปาก! ไอ้นกแสก! พูดจาเลอะเทอะอะไร!" หลิงเฟิงหันกลับมาขวับ ถลึงตาใส่อาจี๋อย่างแรง แต่ขอบตาของเขากลับเริ่มแดงระเรื่อ "กินๆ ไปเถอะ! เลิกพูดมากได้แล้ว! นายไม่เป็นอะไรแน่! เรายังต้องออกปฏิบัติภารกิจด้วยกันอีก!"
เขาไม่ได้อธิบายถึงความพิเศษของอาหารเหล่านี้
อย่างแรก เรื่องนี้ฟังดูเหลือเชื่อเกินไป เหมือนกับเทพนิยาย พูดออกไปพวกพี่น้องก็อาจจะไม่เชื่อ มิหนำซ้ำยังอาจจะคิดว่าเขาแค่ใช้ความหวังที่เลื่อนลอยมาปลอบใจพวกเขา
อย่างที่สอง ตัวเขาเองก็ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อยว่ามันจะได้ผลกับทุกคนจริงๆ หากว่า... หากว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือได้ผลแค่กับเขาคนเดียว การให้ความหวังในตอนนี้ จะไม่ยิ่งทำให้สิ้นหวังกว่าเดิมในภายหลังหรือ?
เขาทำได้เพียงกดความกังวลและความหวังนี้ไว้ลึกสุดในใจ และใช้วิธีบังคับให้พวกเขากินมันลงไป
ไม่นานนัก มันฝรั่งและมันเทศที่ต้มและนึ่งเสร็จแล้วถังใหญ่หลายใบก็ถูกยกเข้าไปในเขตการแพทย์
อาหารที่ดูธรรมดาๆ กลับส่งกลิ่นหอมหวานและอบอุ่นที่ยากจะต้านทานออกมา มันช่วยขับไล่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไปได้บ้างในทันที และยังทำให้ผู้บาดเจ็บไม่น้อยที่กำลังหิวโซหรือเบื่ออาหารเพราะความเจ็บปวดต้องเงยหน้าขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
"มา ทุกคนกินอะไรกันหน่อย!"
"ไม่ต้องเกรงใจ เฟิงจื่อเลี้ยงเอง!"
"รีบกินตอนร้อนๆ!"
ภายใต้การเร่งเร้าของหลิงเฟิงและสหายที่มาช่วย ไม่ว่าจะเป็นผู้บาดเจ็บหนักหรือเบา ต่างก็ได้แบ่งมันฝรั่งและมันเทศที่ร้อนระอุ นุ่มเหนียว และหอมหวานไปทานกัน
ในตอนแรก บางคนยังรู้สึกเจ็บปวดทางพลังจิตจนกลืนไม่ลง แต่หลังจากได้ลิ้มรสชาติที่เรียบง่ายแต่เข้าถึงจิตวิญญาณนั้นแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะกินเพิ่มอีกหลายคำ
สิ่งที่น่าประหลาดใจเริ่มเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ หลังจากที่เหล่านักรบทยอยกิน "อาหารสำหรับผู้ป่วย" สูตรพิเศษเหล่านี้จนหมด
เสียงครางด้วยความเจ็บปวดที่เคยดังระงมไปทั่วเขตการแพทย์อย่างไม่อาจสะกดกั้นได้ เริ่มเบาลงและสงบลงทีละน้อย
ผู้บาดเจ็บที่เคยกระสับกระส่ายนอนไม่หลับเพราะอาการพลังจิตปั่นป่วน ร่างกายที่เคยตึงเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายลง คิ้วที่ขมวดมุ่นค่อยๆ คลายออก ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอและยาวขึ้น
ผ่านไปเพียงสิบกว่านาที ภายในเขตการแพทย์กลับมีเสียงกรนเบาๆ แต่ชัดเจนดังขึ้นมา!