- หน้าแรก
- มหาเศรษฐีแค้นเดือด กระชากหน้ากากผู้ดีจอมปลอม
- บทที่ 27 - งานเลี้ยงตระกูลเฉิง
บทที่ 27 - งานเลี้ยงตระกูลเฉิง
บทที่ 27 - งานเลี้ยงตระกูลเฉิง
บทที่ 27 - งานเลี้ยงตระกูลเฉิง
"คุณปู่เฉิง ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ!"
หลังจากลู่หรงใช้เข็มทองคำเจาะเอาเลือดออก และฝังเข็มเพื่อสกัดกั้นเส้นชีพจรหัวใจให้เฉิงเสวี่ยเจี้ยนเสร็จ หน้าผากของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ตั้งแต่ที่ออกจากคุกมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องใช้พลังสมาธิมากมายขนาดนี้ ประกอบกับความร้อนรนที่อยากจะบรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับตระกูลเฉิง ความตื่นเต้นจึงมีอยู่บ้างเป็นธรรมดา
แต่โชคดีที่ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจ
หลังจากที่เขาฝังเข็มเสร็จ ถึงแม้เฉิงเสวี่ยเจี้ยนจะยังไม่ฟื้น แต่สีหน้าของเธอก็ดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"คุณปู่เฉิงครับ อีกครึ่งเดือนผมจะมาฝังเข็มให้อีกครั้ง หลักๆ แล้วก็น่าจะยืดเวลาออกไปได้หนึ่งปีแล้วครับ! หลังจากนี้ พวกคุณก็รีบตามหาหยกเลือดชั้นยอดให้เจอก็พอครับ!"
ใบหน้าของคุณปู่เฉิงเปี่ยมไปด้วยความดีใจ "เยี่ยมไปเลย! ลำบากเธอแย่เลยนะ!"
ลู่หรงส่ายหน้า "พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ ผมเป็นหลานบุญธรรมของคุณแล้วนะ นี่เป็นสิ่งที่ผมสมควรทำอยู่แล้วครับ!"
คุณปู่เฉิงรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก
ไอ้หนูลู่คนนี้ใช้ได้เลยจริงๆ ช่วยแก้ปัญหาหนักอกหนักใจให้เขาได้เสียที
...
วันรุ่งขึ้น
งานเลี้ยงของตระกูลเฉิงคึกคักเป็นอย่างมาก บรรดาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลทั่วทั้งเมืองแทบจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่หมด
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ตระกูลเฉิงเป็นเจ้าภาพจัดงาน และเชิญทุกคนมาที่บ้านเก่าตระกูลเฉิง
ทุกคนย่อมต้องให้เกียรติและมาร่วมงานด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างแน่นอน
ลั่วเข่อฉิงเป็นตัวแทนของเครือบริษัทลู่มาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วย
วันนี้เธอสวมชุดราตรีสั่งตัดพิเศษสีขาวบริสุทธิ์ ดูหรูหราสง่างาม แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่ ดึงดูดสายตาของบรรดาชายหนุ่มในงานได้เป็นอย่างดี
แต่ถึงกระนั้น ทุกคนก็ทำได้เพียงแค่มองอยู่ห่างๆ ไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาทักทายพูดคุยกับเธอเลยแม้แต่คนเดียว
มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เครือบริษัทลู่กำลังจะล้มละลายอยู่รอมร่อ?
ขืนเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย รังแต่จะหาเรื่องซวยใส่ตัวเสียเปล่า!
หลังจากที่พยายามเข้าไปทักทายแล้วถูกเมินใส่หลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดลั่วเข่อฉิงก็ถอดใจจากการเข้าสังคม
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดหลังให้ตรง แต่ภายในใจกลับรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน
ลู่หรงหายตัวไปสองวันแล้ว ตั้งแต่ที่เขาบอกว่าจะมาที่บ้านเก่าตระกูลเฉิง เขาก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย
ทางฝั่งคณะกรรมการบริหารก็เริ่มจะทนไม่ไหวกันแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเธอพยายามประคองเอาไว้ เครือบริษัทลู่ก็คงจะแตกสลายไปตั้งนานแล้ว
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง
"แม่เลี้ยง คุณก็มาด้วยเหรอครับ?"
เสียงที่คุ้นเคยนั้น ทำให้ลั่วเข่อฉิงหันขวับกลับมาทันที แก้วแชมเปญในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ถ้าไม่ใช่ลู่หรงแล้วจะเป็นใครล่ะ?
ลู่หรงสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บมาอย่างพอดีตัว ที่คอเสื้อกลัดกระดุมหยกขาวที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเอาไว้ เขากำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ลั่วเข่อฉิง
"นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" เธอกดเสียงต่ำ "สองวันมานี้หายเงียบไปเลย ทางฝั่งคณะกรรมการบริษัทแทบจะ..."
"โอ๊ะโอ นี่มันผู้อำนวยการลั่วไม่ใช่เหรอครับเนี่ย? นึกไม่ถึงเลยนะ ว่าตระกูลเฉิงจะเชิญตระกูลที่ใกล้จะล้มละลายอย่างพวกคุณมาร่วมงานด้วย!"
น้ำเสียงยียวนกวนประสาทดังขัดจังหวะบทสนทนาของทั้งสองคน
หลี่จื้อหย่วนแกว่งแก้วไวน์แดงพลางเดินเข้ามาหา ด้านหลังมีบรรดานักธุรกิจรุ่นใหม่ติดตามมาด้วยหลายคน
วันนี้เขาสวมชุดสูทสีแดงเบอร์กันดีดูฉูดฉาด เนคไทผูกหลวมๆ สายตาที่จ้องมองมายังลั่วเข่อฉิงเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
"ได้ยินมาว่าเครือบริษัทลู่ตอนนี้ แม้แต่เงินมัดจำสำหรับโปรเจกต์พลังงานใหม่ก็ยังไม่มีปัญญาจ่ายแล้วนี่?" หลี่จื้อหย่วนจงใจเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น ราวกับกลัวว่าคนที่อยู่รอบข้างจะไม่ได้ยิน
"ราคาห้าล้านที่ผมเสนอขอซื้อไปคราวที่แล้วก็ยังถือว่าให้ราคานะ แต่ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะก็... สามล้านเป็นไง?"
มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากรอบข้าง
ใบหูของลั่วเข่อฉิงร้อนผ่าว ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากตอบโต้ ฝ่ามืออันอบอุ่นของใครบางคนก็มาทาบลงบนหลังส่วนล่างของเธอเบาๆ
"นายน้อยรองหลี่ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ"
ลู่หรงก้าวขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บังร่างของลั่วเข่อฉิงเอาไว้ด้านหลังอย่างแนบเนียน
"ครั้งที่แล้วที่หน้าเรือนจำ คุณเสนอราคามาห้าล้าน แลกกับการให้แม่เลี้ยงของผมไปเป็นเมียน้อยของคุณ พวกเรายังไม่ตกลงเลย แล้วคุณคิดว่าครั้งนี้แค่สามล้าน พวกเราจะยอมตกลงงั้นเหรอ?"
สีหน้าของหลี่จื้อหย่วนแข็งค้างไปทันที
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าลู่หรงจะกล้าตอบโต้เขากลับตรงๆ แบบนี้
คุณชายน้อยที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กอย่างเขา จู่ๆ ก็รู้สึกเสียหน้าจนทำตัวไม่ถูกขึ้นมา
"ลู่หรง?" เขาไล่สายตามองการแต่งตัวของลู่หรงตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาฉายแววรังเกียจและดูถูกเหยียดหยาม "แกแอบเข้ามาได้ยังไง? ลั่วเข่อฉิงมาได้ก็ว่าไปอย่าง แต่ไอ้คนคุกอย่างแก มีสิทธิอะไรมาเหยียบที่นี่? งานเลี้ยงของตระกูลเฉิง ไม่ใช่งานที่หมาแมวที่ไหนก็เข้ามาได้นะเว้ย!"
"ขนาดแกยังมาได้ แล้วทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะ?" ลู่หรงเลียนแบบท่าทางของหลี่จื้อหย่วนเมื่อครู่นี้ไม่มีผิดเพี้ยน เขาใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและดูถูกเหยียดหยามมองประเมินอีกฝ่ายบ้าง
"แกมันไอ้..." หลี่จื้อหย่วนโกรธจนแทบจะด่ากราดออกมา
แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ลู่หรงก็ชิงเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
เขาขยับเข้าไปใกล้หลี่จื้อหย่วน แล้วกดเสียงต่ำพูดว่า "สองสามวันก่อนมัวแต่ยุ่งกับการจัดการตระกูลโจว ก็เลยลืมจัดการแกไปเลย ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก อีกไม่กี่วันนี้พอจัดการธุระเสร็จ ก็จะถึงคิวของแกแล้วล่ะ"
หลี่จื้อหย่วนถึงกับชะงักไป
ช่วงนี้ตระกูลโจวเจอเรื่องร้ายๆ มากมายจริงๆ
เริ่มตั้งแต่ว่าที่ผู้นำตระกูลโจวคนต่อไป ถูกทำร้ายจนเกือบจะสูญพันธุ์
ตามมาด้วยผู้นำตระกูลโจวที่ตกใจจนนกเขาไม่ขัน ไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป
และในคืนนั้นเอง บ้านพักส่วนตัวของตระกูลโจวก็เกิดไฟไหม้ขึ้นมาดื้อๆ ไฟกองนั้นเกือบจะคลอกเมียน้อยของคุณปู่โจวตายคากองเพลิงไปแล้ว
หรือว่า...
"เรื่องพวกนี้เป็นฝีมือแกทั้งหมดเลยเหรอ?"
"แกเดาดูสิ?" รอยยิ้มของลู่หรงไม่ไปถึงดวงตา มุมปากที่ยกขึ้นดูเย็นชาและลึกลับ
หลี่จื้อหย่วนมองลู่หรงด้วยความหวาดระแวง แต่ในใจก็เชื่อไปแล้วกว่าแปดส่วน
ก็นะ การเล่นงานแค่ท่อนล่าง มันช่างเหมาะกับฐานะคนคุกอย่างลู่หรงซะเหลือเกิน
จะว่าไป วันนี้ตระกูลโจวก็ส่งมาแค่นายน้อยรองเพียงคนเดียวเท่านั้น
ดูท่าทางแล้ว วิธีการของลู่หรงคงทำให้ตระกูลโจวสูญเสียอย่างหนักเลยทีเดียว
จะปล่อยตระกูลลู่เอาไว้ไม่ได้แล้ว!
ต้องทำให้พวกมันเสียชื่อเสียงจนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก ถึงจะป้องกันไอ้คนบ้าอย่างลู่หรงกลับมาแก้แค้นเขาได้!
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของหลี่จื้อหย่วนกระตุกไปมาสองสามครั้ง แววตาฉายแววเหี้ยมเกรียมออกมา
เขามองไปรอบๆ ก็พบว่ามีแขกหลายคนเริ่มสนใจการโต้เถียงกันทางนี้แล้ว และกำลังแอบเงี่ยหูฟังอยู่อย่างเงียบๆ
แผนการแผนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว
"ทุกท่านครับ!" จู่ๆ หลี่จื้อหย่วนก็เพิ่มระดับเสียงขึ้น ทำให้เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งงาน "พวกคุณรู้ไหมครับว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือใคร?"
เขาจงใจหยุดชะงัก เพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคนให้หันมามอง
นิ้วมือของลั่วเข่อฉิงบีบแก้วแชมเปญแน่นจนข้อป้อมขาวซีดอย่างไม่รู้ตัว
แต่ลู่หรงกลับยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เพียงแต่แววตานั้นดูเย็นชามากขึ้นเรื่อยๆ
"นี่คือทายาทของเครือบริษัทลู่ที่โด่งดัง ลู่หรง! คนที่เพิ่งจะออกจากคุกมาหมาดๆ ยังไงล่ะครับ!" หลี่จื้อหย่วนกางแขนออกอย่างเว่อร์วัง "วันนี้คืองานเลี้ยงของตระกูลเฉิง การที่ปล่อยให้คนคุกที่พกพาเอาความอัปมงคลเข้ามาร่วมงานด้วยแบบนี้ มันเหมาะสมแล้วเหรอครับ?"
ภายในงานเลี้ยงก็เกิดเสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นมาทันที สายตาที่มองมายังลู่หรงและลั่วเข่อฉิงก็เปลี่ยนเป็นรังเกียจเดียดฉันท์
"หลี่จื้อหย่วน!" ในที่สุดลั่วเข่อฉิงก็ทนไม่ไหว ตวาดเสียงต่ำ "นายอย่าให้มันมากเกินไปนักนะ!"
"ฉันทำเกินไปงั้นเหรอ?" หลี่จื้อหย่วนไม่โกรธแต่กลับหัวเราะร่วน "ทุกคนที่นี่ก็เป็นนักธุรกิจกันทั้งนั้น เรื่องฮวงจุ้ยเรื่องดวงอะไรพวกนี้ก็คงจะเชื่อกันบ้างแหละ ที่ฉันพูดออกมาก็เพราะหวังดีกับทุกคนทั้งนั้น ลั่วเข่อฉิง คุณจะพาไอ้ลูกเลี้ยงราคาถูกนี่มาเปิดหูเปิดตา ก็ใช่ว่าจะต้องลากพวกเราทุกคนให้มาซวยไปด้วยนี่นา?"
"คนคุกเหรอ?" จู่ๆ ก็มีเสียงเย็นชาของผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากด้านหลังฝูงชน "นายน้อยรองหลี่กำลังจะบอกว่า แขกของตระกูลเฉิงคือคนคุก และทุกคนที่เจอเขาจะต้องซวยไปด้วยงั้นเหรอ?"
ฝูงชนแหวกทางออกอัตโนมัติ หญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีเขียวเข้มเดินนวยนาดเข้ามาอย่างช้าๆ
เธอดูน่าจะอายุประมาณยี่สิบห้ายี่สิบหกปี ใบหน้างดงามหมดจดแต่กลับไม่ได้แต่งหน้าทาปาก ผมยาวสีดำขลับถูกเกล้าเป็นมวยง่ายๆ เอาไว้
เห็นได้ชัดว่าเธอดูยังสาวและสวยมาก แต่ทั่วทั้งร่างกลับแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามที่ทำให้คนไม่กล้าสบตา
"คะ... คุณหนูใหญ่เฉิง!" เสียงของหลี่จื้อหย่วนหดหายไปเกินครึ่ง
เฉิงซินเยวี่ย หลานสาวคนโตของคุณปู่เฉิง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในเครือบริษัทเฉิง
เธอไม่ได้ปรายตามองหลี่จื้อหย่วนเลยแม้แต่น้อย แต่เดินตรงรี่เข้าไปหาลู่หรงทันที
"คุณลู่ ขอโทษที่ปล่อยให้รอนานนะคะ" เธอพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความเคารพอย่างเห็นได้ชัด "คุณปู่รออยู่ในห้องหนังสือตั้งนานแล้วค่ะ"
ทั่วทั้งงานเลี้ยงตกตะลึงจนเกิดเสียงฮือฮาขึ้น
คุณปู่เฉิงคือบุคคลระดับไหนกัน?
คนหนุ่มสาวที่เขาจะยอมพบด้วยตัวเองนั้น ทั่วทั้งเมืองมีแทบนับคนได้เลยทีเดียว
และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ ท่าทีที่เฉิงซินเยวี่ยมีต่อลู่หรง
นั่นไม่ใช่แค่มารยาทที่มีต่อแขกทั่วไปอย่างแน่นอน!
ลู่หรงพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง "รบกวนคุณหนูเฉิงนำทางด้วยครับ"
หลี่จื้อหย่วนยืนนิ่งงันเป็นไก่ตาแตกอยู่กับที่ ใบหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาวสลับกันไปมา!
(จบแล้ว)