- หน้าแรก
- มหาเศรษฐีแค้นเดือด กระชากหน้ากากผู้ดีจอมปลอม
- บทที่ 2 - ตามมาทวงหนี้ถึงที่
บทที่ 2 - ตามมาทวงหนี้ถึงที่
บทที่ 2 - ตามมาทวงหนี้ถึงที่
บทที่ 2 - ตามมาทวงหนี้ถึงที่
หลี่จื้อหย่วนกุมใบหน้า เบิกตากว้างมองลู่หรงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ น้ำเสียงสั่นเครือ
ลู่หรงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ก่อนจะก้าวเดินไปข้างหน้า
รังสีอำมหิตที่เขาบ่มเพาะมาตลอดสามปีในคุก ทำให้พวกบอดี้การ์ดรอบๆ ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
"เพียะ!"
เสียงตบหน้าดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้เป็นแก้มซ้าย ตบได้สัดส่วนสมมาตรสวยงามพอดีเป๊ะ
แก้มทั้งสองข้างของหลี่จื้อหย่วนบวมเป่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เขาเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด ชี้หน่าด่าพวกบอดี้การ์ดรอบกายด้วยเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ "พะ...พวกแกไอ้พวกไม่ได้เรื่อง ยังจะยืนบื้ออยู่อีกทำไม? เข้าไปสิวะ! ตีไอ้ขอทานที่เพิ่งออกจากคุกนี่ให้ตาย!"
พวกบอดี้การ์ดถึงได้สติกลับมา
แต่ละคนแสดงท่าทีห้าวหาญ ในใจคิดจะรุมซ้อมลู่หรงเพื่อไถ่โทษ ทางที่ดีต้องเอาคืนแทนความคับแค้นใจที่หลี่จื้อหย่วนเพิ่งได้รับไปเมื่อครู่เป็นสิบเท่า
ส่วนลั่วเข่อฉิงที่อยู่ข้างๆ นั้นยืนอึ้งไปนานแล้ว
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าลู่หรงจะวู่วามขนาดนี้ ถึงกับกล้าตบหน้าคนของตระกูลหลี่ไปตั้งสองฉาด
ถ้าเป็นตระกูลลู่ในอดีต ตบก็ตบไปเถอะ
แต่ตอนนี้เครือบริษัทลู่กำลังเผชิญกับภาวะล้มละลายรอมร่อ พ่อของลู่หรงก็หายตัวไปอีก นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
เมื่อเห็นบอดี้การ์ดมากมายพุ่งเข้าใส่ลู่หรง ลั่วเข่อฉิงก็รีบร้องห้ามอย่างไม่ลังเล "หยุดเดี๋ยวนี้นะ! พวกนายอย่าตี..."
เดิมทีเธอตั้งใจจะเรียกหลี่จื้อหย่วน แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปากก็เปลี่ยนคำพูดใหม่ "นายน้อยหลี่ เรื่องบริษัท ฉันสามารถเจรจากับคุณได้อีกนะ จะยอมลดผลประโยชน์ให้ก็ได้ คุณอย่าทำร้ายลู่หรงเลย!"
หลี่จื้อหย่วนหัวเราะเยาะ พ่นน้ำลายปนเลือดลงพื้น "ปล่อยมันไปงั้นเหรอ? ไม่มีทาง! นอกเสียจากว่าเธอจะยอมนอนกับฉัน..."
ยังพูดไม่ทันขาดคำ บอดี้การ์ดคนหนึ่งก็กระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับต้นมะเดื่อริมถนนอย่างแรง
ตามมาด้วยคนที่สอง คนที่สาม...
บอดี้การ์ดพวกนี้ที่ขึ้นชื่อว่าคัดเลือกมาจากผู้ชนะเลิศการแข่งขันศิลปะการต่อสู้รายการต่างๆ กลับดูเปราะบางราวกับแผ่นกระดาษเมื่ออยู่ต่อหน้าลู่หรง
ทักษะการต่อสู้ที่พวกเขายกยอภาคภูมิใจ กลับไร้ประโยชน์สิ้นดีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบวนท่าอันลึกลับซับซ้อนของลู่หรง
ลมปราณเคล็ดวิชาเทพหยินหยางโคจร การลงมือแต่ละครั้งของลู่หรงสามารถโจมตีเข้าจุดตายของคู่ต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ
"ปัง!"
"อ๊าก!"
"กรอบ!"
เสียงร้องโหยหวนดังระงมขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียงชั่วพริบตาเดียว ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนกว่าสิบคนก็ล้มลงไปกองกับพื้นจนหมดสภาพ
ลั่วเข่อฉิงมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง นี่ใช่คุณชายใหญ่ลู่คนที่เอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่นในความทรงจำของเธอจริงๆ หรือ?
ฝีมือขนาดนี้... ราวกับยอดฝีมือที่เดินออกมาจากหนังกำลังภายในก็ไม่ปาน!
ไม่รอให้คนทั้งสองที่กำลังยืนอึ้งได้สติ ลู่หรงก็เดินเข้าไปหาหลี่จื้อหย่วนทีละก้าว
"แค่แกคนเดียว คิดจะมาฮุบกิจการตระกูลลู่ของเรางั้นเหรอ?" เขาคว้าคอเสื้อของหลี่จื้อหย่วนแล้วหิ้วร่างนั้นขึ้นมา จ้องมองลงมาด้วยสายตาข่มขู่
"ฉันมีสิทธิ์สงสัยไหมว่า เรื่องที่พ่อฉันหายตัวไป เกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่ของพวกแก"
"มะ...ไม่เกี่ยวกับฉันนะ!" สีหน้าของหลี่จื้อหย่วนซีดเผือด น้ำเสียงสั่นเทา "ฉันแค่... แค่เห็นว่าตอนนี้บริษัทลู่ไม่ไหวแล้ว ก็เลยอยากจะมาคุยเรื่องสัญญาซื้อกิจการแค่นั้นเอง..."
มือของลู่หรงค่อยๆ บีบแน่นขึ้น ใบหน้าของหลี่จื้อหย่วนเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเขียว และจากสีเขียวกลายเป็นสีม่วงคล้ำ คำพูดเริ่มขาดห้วง "วะ...ไว้ชีวิตด้วย... ฉันไม่รู้... จริงๆ นะ..."
"ลู่หรง! นายใจเย็นๆ ก่อน!" ลั่วเข่อฉิงรีบพุ่งเข้าไปดึงแขนของลู่หรงไว้ "นายเพิ่งจะออกจากคุกมา จะไปก่อคดีอีกไม่ได้นะ!"
ลู่หรงหรี่ตาลง จ้องมองหลี่จื้อหย่วนที่กำลังจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ
พูดตามตรง ต่อให้ฆ่าหลี่จื้อหย่วนทิ้ง เขาก็ไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว
ทว่า... มันอาจจะทำให้เสียเวลาไปบ้าง
ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือต้องสืบสวนเรื่องของบริษัทและตามหาตัวพ่อให้พบ
เขาคลายมือออก แล้วพ่นคำพูดออกมาอย่างเย็นชาเพียงคำเดียว "ไสหัวไป!"
หลี่จื้อหย่วนราวกับได้รับอภัยโทษ เขาหอบหายใจเฮือกใหญ่ ขาสั่นพั่บๆ รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากวิลล่าตระกูลลู่อย่างทุลักทุเล พวกบอดี้การ์ดเองก็รีบตะลีตะลานตามไปราวกับหนีโรคระบาด
จนกระทั่งหนีพ้นเขตวิลล่าตระกูลลู่ หลี่จื้อหย่วนถึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เขาเตะบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างๆ ด้วยความโกรธแค้นและอับอาย "ไอ้พวกสวะ! พวกสวะไม่ได้เรื่อง!"
พวกบอดี้การ์ดก้มหน้างุดไม่กล้าปริปาก ด้วยกลัวว่าจะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์โกรธของเจ้านาย
หลี่จื้อหย่วนกัดฟันกรอด มือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรออกหาหมายเลขหนึ่ง "คุณปู่ครับ! ไอ้สารเลวลู่หรงมันกลับมาแล้ว! มันไม่เพียงแต่ปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาขายกิจการ แต่ยัง... ยังบอกว่าจะขอจองล้างจองผลาญตระกูลหลี่ของเราด้วย!"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังตอบกลับมา "โอ๊ะ? แค่ลูกเศรษฐีเสเพลที่เพิ่งออกจากคุก ถึงกับกล้ากำเริบเสิบสานขนาดนี้เชียวรึ?"
หลังจากเครือบริษัทลู่ถูกโจมตีอย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตระกูลหลี่ก็รีบฉวยโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทแนวหน้าของท้องถิ่นในทันที
คุณปู่หลี่ในสมัยหนุ่มๆ เป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สร้างฐานะและก่อตั้งตระกูลหลี่ขึ้นมาด้วยสองมือเปล่า ดังนั้นลูกหลานตระกูลหลี่ทุกคนจึงเกรงกลัวเขามาก
หลี่จื้อหย่วนรีบตอบกลับ "ใช่ครับคุณปู่ เราต้องสั่งสอนมันให้รู้สำนึกบ้างแล้ว!"
ชายชราแค่นเสียงเย็นชา "แกนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ แค่มันคนเดียวแกยังจัดการไม่ได้"
"เอาล่ะ ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวฉันจะให้คนไปจัดการมันเอง!"
...
หลังจากผู้คนจากไปจนหมดแล้ว ลู่หรงก็ผลักประตูไม้แกะสลักที่แง้มอยู่เข้าไปด้านใน
สามปีที่ไม่ได้กลับมา ข้าวของเครื่องใช้ภายในวิลล่ายังคงจัดวางไว้เหมือนเดิม โคมไฟระย้าคริสตัลยังคงทอประกายเจิดจรัส พรมเปอร์เซียยังคงนุ่มสบายเท้า
ทว่าพ่อบ้านและสาวใช้ที่เคยเดินขวักไขว่ยุ่งเหยิง กลับหายไปจนหมดสิ้น ทำให้บรรยากาศดูเงียบเหงาไปถนัดตา
เขาเดินไปที่โต๊ะน้ำชา ชงชาสองถ้วยอย่างคล่องแคล่ว แล้วเลื่อนถ้วยหนึ่งไปตรงหน้าลั่วเข่อฉิง
"แม่เลี้ยง ดื่มชาสิ"
เมื่อเห็นท่าทางสบายๆ ไม่เดือดเนื้อร้อนใจของลู่หรง ลั่วเข่อฉิงก็ขมวดคิ้วแน่น
แม้ว่าฝีมือการต่อสู้ที่เขาแสดงให้เห็นเมื่อครู่จะน่าทึ่งมาก แต่พฤติกรรมวู่วามแบบนี้มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
"ลู่หรง นายวู่วามเกินไปแล้ว! ตอนนี้ตระกูลลู่กำลังแย่ลงทุกวัน นายจะไปลงมือตบหลี่จื้อหย่วนดื้อๆ แบบนั้นได้ยังไง? นี่มันเป็นการหยิบยื่นข้ออ้างให้ตระกูลหลี่ใช้ตอบโต้กลับไม่ใช่หรือไง?"
ลู่หรงจิบชาเบาๆ สายตาจ้องมองลั่วเข่อฉิงอย่างสงบนิ่ง "แม่เลี้ยง คนดีมักถูกรังแก ม้าดีมักถูกคนขี่ คุณไม่ต้องพยายามเกลี้ยกล่อมอีกแล้ว"
ท่าทีแบบชายเป็นใหญ่ของเขาจุดไฟโกรธในตัวลั่วเข่อฉิงให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
นับตั้งแต่ลู่เจี้ยนกั๋วหายตัวไป เธอต้องทำงานหนักทั้งวันทั้งคืน ทุ่มเทแรงกายแรงใจแทบจะหมดสิ้นเพื่อประคับประคองให้เครือบริษัทลู่เดินหน้าต่อไปได้
มาบัดนี้ ตัวปัญหาอย่างเขากลับมาถึงก็ก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โต เธอทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
"ดี! นายพูดได้ง่ายๆ นี่! มีปัญญาก็มาจัดการเรื่องเละเทะของตระกูลลู่ด้วยตัวเองสิ!" ลั่วเข่อฉิงแค่นเสียงเย็นชา "บริษัทไม่ได้จ่ายเงินเดือนพนักงานมาสองเดือนแล้ว สายป่านเงินทุนอาจจะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ รอจนพนักงานพากันลาออกยกบริษัทเมื่อไหร่ บริษัทลู่ก็คงถึงคราวล่มสลายจริงๆ!"
"ขาดเงินอีกเท่าไหร่?" ลู่หรงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ห้าสิบล้าน!" ลั่วเข่อฉิงพูดลอดไรฟัน
(จบแล้ว)