- หน้าแรก
- เขียนโค้ดล้างบางเกมสยองขวัญ
- บทที่ 9 บอกแล้วไงว่าอย่าหันหัวกลับไป
บทที่ 9 บอกแล้วไงว่าอย่าหันหัวกลับไป
บทที่ 9 บอกแล้วไงว่าอย่าหันหัวกลับไป
บทที่ 9 บอกแล้วไงว่าอย่าหันหัวกลับไป
“พวกคุณเคยเห็นผู้เล่นที่ค่าสติสัมปชัญญะถูกล็อกไว้ หรือกระทั่งเพิ่มสวนทางขึ้นมาบ้างไหม”
เพียงแค่ชื่อหัวข้อที่เรียบง่ายนี้ ก็ดึงดูดผู้คนให้กดเข้ามาชมได้มากมายมหาศาล
ไม่มีเหตุผลอื่นใด
ก็แค่พวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยน่ะสิ!
กลุ่มคนจำนวนมากร่วมกันรับชมวิดีโอที่ถูกตัดต่อโดยเจ้าของช่องรายหนึ่ง ซึ่งแทบจะเป็นกระบวนการทั้งหมดในภารกิจสำหรับผู้เริ่มต้นของหลัวซิวโดยไม่มีการตัดต่อ เป็นการส่งต่อเนื้อหาล้วนๆ พร้อมกับเพิ่มการบรรยายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เจ้าของช่องคนนี้คือหนึ่งในผู้ติดตามยี่สิบหกคนในขณะนั้นของหลัวซิว
เขาพอจะทำความเข้าใจความคิดและการกระทำของหลัวซิวในระหว่างเกมได้ จึงได้จัดทำบทบรรยายในรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจออกมา
ผู้คนมากมายรับชมวิดีโอจนจบพลางอุทานไปพร้อมกับเสียงบรรยาย
“ให้ตายเถอะ! ค่าสติสัมปชัญญะมันเพิ่มขึ้นได้จริงๆ ด้วย!”
“เหลือเชื่อ! ฝีมือการใช้มีดของคุณหมอนี่มันแพรวพราวเกินไปแล้ว!”
“บ้าไปแล้ว! เขาผ่าชำแหละเจ้าสัตว์ประหลาดนั่น!! เขาผ่ามันจริงๆ ด้วย!!”
“นี่มันสุดยอดไปเลย! รูปแบบการเล่นของเขามันต่างจากผู้เล่นคนอื่นโดยสิ้นเชิง!”
หลัวซิวผู้มีศิลปะในการแสดงออกที่ดูบิดเบี้ยวและน่าขนลุก จึงเริ่มกลายเป็นที่สนใจในระดับย่อมๆ
จนกระทั่งช่วงค่ำ กระแสความนิยมระลอกเล็กนี้ก็ได้แพร่กระจายไปตามแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นต่างๆ อย่างรวดเร็ว
“สไตล์ฆาตกรต่อเนื่องสุดวิปริต... ฉันชอบแบบนี้จัง รักเลย”
“ดูผู้เล่นคนอื่นผ่านด่านทีไรต้องคอยลุ้นจนตัวโก่งและหวาดกลัวเหมือนดูหนังผีสยองขวัญจริงๆ แต่ทำไมดูหมอนี่แล้วฉันกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด”
“เหมือนกันเลย! ไม่กลัวเลยสักนิด! แถมยังรู้สึกอยากจะขำด้วยซ้ำ”
“ฉันเริ่มรู้สึกสงสารเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นขึ้นมาตะหงิดๆ แล้วสิ...”
อย่างไรเสีย เกมสยองขวัญก็คือการเอาชีวิตจริงเข้าแลก ผู้ชมส่วนใหญ่จึงมักจะรับชมด้วยจิตใจที่บีบคั้นและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
ผู้เล่นคนโปรดของพวกเขาอาจจะตายอย่างไม่คาดคิดเมื่อไหร่ก็ได้
และความตายเหล่านั้นก็มักจะสยดสยองอย่างยิ่ง
มันคือความกดดันทางจิตใจที่มหาศาล
ทว่า เมื่อพวกเขาได้ชมวิดีโอของหลัวซิว กลับรู้สึกถึงความผ่อนคลายอย่างประหลาด
มีความคิดเห็นหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและถูกปักหมุดไว้
“ฉันคิดว่ามันคือความรู้สึกแบบนี้...
เหมือนเรากำลังเห็นฆาตกรต่อเนื่องสุดโรคจิตจากหนังฮ่องกงสมัยก่อน อย่างพวกนักเชือดในคืนฝนตกอะไรทำนองนั้น บุกเข้าไปในหนังระทึกขวัญของฮอลลีวูด...
แล้วฆาตกรที่เลือดเย็นกว่าก็จัดการสังหารสัตว์ประหลาดในหนังผีอย่างใจเย็น...
มันเหมือนความรู้สึกตอนดูปีศาจสู้กับปีศาจ ราชาพบราชา หรือพวกเอเลี่ยนปะทะพรีเดเตอร์อะไรแบบนั้น...
ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็เป็นสัตว์ประหลาด ก็ถือว่าไม่มีใครเสียเปรียบใคร
ใช่แล้ว มันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ!”
ในเวลาเดียวกัน
ณ มหาวิทยาลัยเจียวทง คณะแพทยศาสตร์ เมืองเจียงไห่ ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นเช่นกัน
เหล่านักศึกษาต่างวิ่งวุ่นกระจายข่าวกันให้แซด
“นี่ ได้ยินหรือยัง! ในวิชากายวิภาคศาสตร์น่ะ! หลัวซิวจากชั้นปีที่สองสาขาเวชปฏิบัติหายตัวไป!”
“หลัวซิว... คนนั้นน่ะเหรอ...”
“รุ่นน้องระดับปีศาจนั่นน่ะนะ?”
“ใช่ เขาคนนั้นแหละ!”
“ในห้องเรียนกายวิภาค มีคนเห็นเขาหายวับไปต่อหน้าต่อตาตั้งหลายคน!”
“หรือว่าจะเป็น... เกมสยองขวัญ!!”
“ข่าวของนายมันช้าเกินไปแล้ว! ดูนี่! หมอนี่เริ่มดังในโลกโซเชียลแล้วนะ!”
“เพิ่งเข้าเกมตอนบ่าย พอตกค่ำก็ดังเลยเหรอ? เป็นไปได้ยังไงกัน?”
“ถ้าเป็นเขาล่ะก็... มันก็อาจจะเป็นไปได้จริงๆ นั่นแหละ...”
“เอ่อ รุ่นพี่ครับ ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้ไหม ผมก็พอจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหลัวซิวมาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จ...”
“เบาเสียงหน่อยสิ ฟังนะ แต่อย่าไปป่าวประกาศล่ะ! หลัวซิวน่ะ นอกจากจะฉลาดเป็นกรดแล้ว เขายังดูน่าขนลุกแปลกๆ ด้วย...”
…
โดยปกติแล้ว สำหรับผู้เล่นที่ถูกเลือกเข้าสู่เกมสยองขวัญ ตราบใดที่พวกเขารอดพ้นจากโลกแห่งบทละครมาได้ไม่กี่รอบ ข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดก็จะถูกขุดคุ้ยจนลึกถึงราก ทว่าหลัวซิวกลับถูกค้นพบเร็วกว่านั้นมาก
ในแง่หนึ่ง ผลงานในภารกิจสำหรับผู้เริ่มต้นของเขานั้นน่าตกตะลึงเกินไป
และในอีกแง่หนึ่ง ตัวเขาเองก็เป็นบุคคลในตำนานอยู่แล้วในวงแคบๆ
บนเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย มีคนเขียนกระทู้ที่ตอนนี้ถูกส่งต่อออกไปตามแพลตฟอร์มต่างๆ มากมาย
“หลัวซิวคือบุคคลระดับตำนานของโรงเรียนแพทย์
ฉันแก่กว่าเขาปีสองปี เป็นรุ่นพี่ที่แอบปลื้มและกำลังหัวหมุนกับการเรียนคนหนึ่ง ฉันไม่ขอเปิดเผยตัวตนนะ ขอเป็นนิรนามแล้วกัน
มาพูดกันต่อ
หลัวซิวสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจียวทง ด้วยคะแนนสูงสุดสายวิทยาศาสตร์ของเมืองเจียงไห่
แม้เขาจะไร้เทียมทานในวิชาสายวิทย์ แต่คะแนนสายศิลป์ของเขากลับไม่ค่อยสู้ดีนัก
ฉันได้ยินมาว่าเขาถูกฉุดคะแนนเพราะเรียงความที่ได้ศูนย์คะแนนเต็ม
ปีนั้น หัวข้อเรียงความคือเรื่องเกี่ยวกับ ดนตรี แต่เรียงความของเขาจดชื่อหัวข้อว่า ท่วงทำนองแห่งความตาย
เรียงความฉบับนี้ไม่ได้ถูกเผยแพร่ออกมา เป็นเพียงการเล่าต่อกันปากต่อปาก และเนื้อหาดูเหมือนจะมีพลังมาก...
เล่ากันว่ารุ่นน้องหลัวซิววาดภาพฉากการตายของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ลงไป
ใช่แล้ว เขาใช้วิธีวาด วาดลงบนกระดาษคำตอบเลย!
ได้ยินมาว่ามันแฝงไปด้วยศิลปะที่งดงามมาก! ฝีมือการวาดนั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ! แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยตาตัวเอง...
ที่ท้ายภาพวาดเหล่านั้น เขายังเขียนกวีที่สอดคล้องกันไว้อีกด้วย
ฉันเองก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน แต่มีเพียงบทสั้นๆ ที่เล่าลือกันในโรงเรียน
ความตายไม่ใช่จุดจบ หากแต่คือการก้าวกระโดดของวิญญาณ
ความตายไม่ใช่รัตติกาล หากแต่คือกาลเวลาที่หยุดนิ่ง
มันช่างติดหูอย่างบอกไม่ถูก!!
แต่การให้ศูนย์คะแนนมันก็เกินไปหน่อยนะ!!
แล้วเขาก็หล่อมากจริงๆ ใช่ไหมล่ะ! เป็นหนุ่มหล่อสายแพทย์ที่ดูหม่นๆ! เกินจะต้านทานไหวจริงๆ! (ถึงแม้เพื่อนร่วมห้องจะบอกว่าเขาดูซื่อบื้อนิดๆ และไม่ได้ดูหม่นหมองเหมือนภาพลักษณ์ที่เห็น ซึ่งมันแปลกและย้อนแย้งมากจนนึกภาพไม่ออกเลย)
อ้อ จริงด้วย ฉันได้ยินมาว่ามีเรื่องประหลาดในโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วย
เมื่อปีที่แล้ว อาจารย์ใหญ่หลายท่านหายไปอย่างลึกลับ!
อาจารย์ใหญ่คือร่างกายที่ได้รับบริจาคมา เป็นคำเรียกที่แสดงถึงความเคารพ... แต่พวกท่านก็คือร่างผู้วายชนม์นะ! หายไปอย่างลึกลับ! น่ากลัวมาก!
และหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ!
ต่อมา พวกเราก็ได้พบกับสิ่งที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า
อาจารย์ใหญ่ที่หายไปเหล่านั้น ล้วนเป็นร่างที่หลัวซิวเคยชำแหละในชั่วโมงเรียนทั้งสิ้น...
ตอนนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน ตำนานเกี่ยวกับหลัวซิวยังมีอีกเพียบ! เพื่อนร่วมสถาบันคนไหนมีเรื่องอยากแชร์ก็เชิญได้เลย!
สุดท้าย ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม!
ฉันหวังว่ารุ่นน้องคนนี้จะไม่ถูกพวกผีในเกมฆ่าตายนะ!! เขาต้องรอดกลับมาให้ได้!! รุ่นพี่จะรอวันที่นายเติบโตขึ้นนะ!!”
ทันทีที่โพสต์นี้เผยแพร่ออกไป หลัวซิวก็กลายเป็นบุคคลที่ดูลึกลับซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก
ด้วยเหตุนี้ ชื่อเสียงของเขาจึงพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ผู้คนมากมายเริ่มพากันเข้าแอปพลิเคชันของเกมสยองขวัญเพื่อค้นหาชื่อผู้เล่น หลัวซิว
และกดปุ่ม ติดตาม
…
หลัวซิวรับประทานอาหารจนอิ่มหนำ ดื่มน้ำจนพอใจ แล้วจึงเอนกายลงนอน
เขาไม่รู้ว่านอนไปนานเท่าไหร่ แต่เมื่อตื่นขึ้นมาก็ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น
ตามการคาดคะเนของเขา ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาประมาณสี่ทุ่ม เพราะเวลานอนของเขามักจะคงที่อยู่ที่สี่ชั่วโมงเสมอ ไม่ว่าจะนอนที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ตาม
หลังจากล้างหน้าเสร็จ หลัวซิวนั่งอยู่บนชักโครกพลางใช้ความคิด
“เกมนี้มันควรจะเป็นสิ่งที่บังคับต้องทำใช่ไหม?”
“แล้วฉันจะต้องเข้าสู่โลกแห่งบทละครครั้งต่อไปเมื่อไหร่กันนะ?”
ทันทีที่เขาสงสัย สิ่งนั้นก็บังเกิดขึ้นทันตา