เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

138 ภารกิจ (2/2)

138 ภารกิจ (2/2)

138 ภารกิจ (2/2)


และแล้วในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ดันเต้ก็จะได้ใช้เวลาพักผ่อนอันแสนสุขร่วมกับเหล่าผองเพื่อนเสียที แค่คิดว่าจะได้เที่ยวเล่นอย่างอิสระกับเพื่อนๆ ในเมืองที่สวยงามราวกับความฝันแห่งนี้ มุมปากของดันเต้ก็แทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่

“ท่านดันเต้คะ...”

เสียงของอิซาเบลดังขึ้นจากด้านหลังด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย

ดันเต้ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมอง ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนยัยนี่ยังไม่คิดจะไปอีกเหรอ?

“มีธุระอะไรอีก?”

“เมื่อครู่นี้ท่านบอกว่า...ภารกิจแรกของฉันทำได้ดี”

“แล้วยังไง? หมายความว่าจะทวงรางวัลหรือไง?”

ดันเต้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าอิซาเบลแล้วถามกลับ

“มะ...ไม่กล้าหรอกค่ะ!”

อิซาเบลรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

“เธอก็เป็นแค่เครื่องมือที่ผมจะทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ต่อให้เธอจะจงรักภักดีกับผมมากแค่ไหน ก็ลบล้างความผิดที่เคยทำไว้ไม่ได้หรอกนะ”

ดันเต้พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ เพื่อให้เครื่องมือใช้งานได้คล่องมือยิ่งขึ้น ถ้าให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็คงไม่เสียหายอะไร

“แต่ในเมื่อเธอทำงานให้ผม อยากได้อะไรก็ว่ามาสิ”

ดันเต้พูดต่อ

อิซาเบลสูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนจะสบตากับดันเต้ด้วยแววตาจริงจังแล้วพูดว่า

“ฉันอยากได้ปลอกคอค่ะ”

“?”

ดันเต้ถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที เขาถึงกับไปไม่เป็นเมื่อเจอกับคำขอสุดพิลึกของอิซาเบล ตอนแรกดันเต้นึกว่าอิซาเบลจะขอการ์ดพวกกัปตันดันเต้น้อย หรือสิ่งยั่วยวนแห่งโลกมนุษย์เสียอีก แต่คำพูดสุดดิบเถื่อนที่โพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของอิซาเบล ทำเอาดันเต้ตั้งตัวไม่ติดจริงๆ เขาเริ่มตระหนักได้ในทันทีว่า ตัวเขาดูเหมือนจะไปปลุก ‘สวิตช์’ อะไรบางอย่างที่ร้ายกาจในตัวอิซาเบลเข้าให้แล้ว

“ฉันอยากให้ท่าน...เป็นคนสวมปลอกคอให้ฉันค่ะ”

พอเห็นดันเต้อึ้งไป อิซาเบลก็รวบรวมความกล้าอธิบายซ้ำอีกรอบ

“ผมขอปฏิเสธ เธอนี่มันน่าขยะแขยงจริงๆ”

ดันเต้ขมวดคิ้ว สีหน้าของเขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างปิดไม่มิด

“อ๊า! ขอประทานอภัยค่ะ ท่านดันเต้”

เมื่ออิซาเบลได้เห็นสายตาที่มองมาอย่างเหยียดหยามราวกับมองขยะสดของดันเต้ ใบหน้าของเธอกลับแดงซ่านขึ้นมาอย่างน่าประหลาด แม้แต่ลมหายใจก็เริ่มหอบถี่ขึ้น ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าท่าทางแบบนี้ของเธออาจทำให้ดันเต้โกรธ และรู้ว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟ แต่ไม่รู้ทำไม เธอกลับรู้สึกคาดหวังลึกๆ ว่าดันเต้จะลงโทษเธออย่างโหดร้ายรุนแรง

“ทำงานสำเร็จ อยากได้รางวัลก็ได้อยู่หรอก แต่หัดรู้จักกาละเทศะบ้าง จะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้วนะ”

แววตาของดันเต้ยิ่งเย็นชาลงไปอีก เขาไม่ปิดบังความรังเกียจเลยสักนิด รีบเบือนหน้าหนีราวกับไม่อยากให้สิ่งสกปรกเข้าตา

ทว่า...

ท่าทีนั้นกลับยิ่งทำให้อิซาเบลตื่นเต้นขึ้นไปอีก เสียงลมหายใจของเธอหนักหน่วงขึ้นยิ่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ยัยนี่มันป่วยจิตหรือไงฟะ?

พอดันเต้รู้ตัว เขาก็แทบอยากจะสบถออกมา เขาลังเลว่าควรจะลงโทษอิซาเบลดีไหม ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะปลดล็อก หรือไม่ก็บิดเบือนสัญชาตญาณบางอย่างเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเป็นทาสไปแล้ว? แบบนี้ไม่ว่าดันเต้จะลงโทษยังไง มันก็เหมือนกับเป็นการให้รางวัลยัยนี่อยู่ดี

พอยอมรับความเป็น ‘M’ ของตัวเองได้ ยัยนี่ก็ไร้เทียมทานเลยนี่หว่า! ไม่เห็นจะน่าสนุกตรงไหนเลยสักนิด! ดันเต้เกลียดพวกคนชั่วที่ ‘หน้าด้านยอมรับชะตากรรม’ แบบนี้ที่สุด! รีบๆ ไล่ไปให้พ้นหูพ้นตาดีกว่า จะได้ไม่ต้องมารกสมอง!

“ช่วงนี้อย่าโผล่หน้ามาให้ผมเห็นอีก”

ดันเต้ไม่อยากให้อิซาเบลมาทำลายอารมณ์สุนทรีย์ในการพักร้อนของเขา

“รับทราบค่ะ นายท่าน”

น้ำเสียงของอิซาเบลแฝงไปด้วยความปลาบปลื้มสามส่วนและความฟินอีกเจ็ดส่วน จากนั้นเธอก็เลือนหายไปในความมืดราวกับเธอหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเงา

ดันเต้ยืนนวดขมับอยู่ใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน เขาเริ่มทบทวนตัวเองแล้วว่า ครั้งนี้เขาฝึกสัตว์เลี้ยงหนักมือไปหน่อยรึเปล่า และวันข้างหน้าเขาควรจะรับมือหรือหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบนี้ยังไงดี

มนุษย์นี่...ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ

......

ไม่นานหลังจากนั้น ดันเต้ก็สั่งให้อัศวินสองนายช่วยกันหามถุงพลาสติกใบใหญ่กลับเข้ามาในคฤหาสน์ และให้พวกเขานำมันไปวางไว้ตรงหน้าแลมพาร์ด

“ตรวจเช็คสินค้าหน่อยสิครับ คุณแลมพาร์ด”

ดันเต้นั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ พลางเอ่ยปากบอกอย่างเรียบง่าย

“อะ...เอ่อ ครับ”

วิสเคานต์แลมพาร์ดลุกขึ้นยืน ขานรับด้วยท่าทางเหม่อลอย เมื่อเขามองดูถุงห่อศพที่วางอยู่บนพื้น ขาของเขาก็พาลจะสั่นพั่บๆ ขึ้นมา เขารู้ดีว่าข้างในนั้นคือใคร จนถึงตอนนี้ แลมพาร์ดก็ยังรู้สึกเหมือนกับฝันไป บิชอปแห่งการทำลายล้างในตำนาน บัดนี้กลายเป็นศพไร้วิญญาณนอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ดันเต้จัดการลงทัณฑ์อีวานส์ บิชอปแห่งการทำลายล้างได้จริงๆ เหมือนที่พูดไว้เมื่อตอนกลางวันเปี๊ยบ! แถมมาดของดันเต้ในตอนนี้ ยังทำให้แลมพาร์ดเกิดภาพลวงตาแวบหนึ่งว่า—

ตัวเองเป็นขุนนางชั่วที่กำลังสมคบคิดกับหัวหน้าแก๊งมาเฟียชัดๆ!

ดันเต้: “งานเก็บกวาดหลังจากนี้คงต้องรบกวนคุณแล้วล่ะ ส่วนรายงานก็เขียนตามที่ผมบอกไปได้เลยนะ”

แลมพาร์ด: “ได้ครับ ไม่มีปัญหา”

“วันนี้เหนื่อยเป็นบ้าเลยแฮะ ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความกดดันที่นักศึกษาคนหนึ่งควรจะแบกรับเลยจริงๆ”

ดันเต้ถอนหายใจพลางบ่นอุบ ซึ่งโคลอิกซ์เองก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาเห็นด้วยว่ากิจกรรมฝึกงานภาคสนามรอบนี้ความเข้มข้นมันสูงเกินไปหน่อย จะมีก็แต่โคนีเลียที่นั่งตาแป๋ว เพราะเธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองแค่ออกมาวิ่งเล่นมาเกือบทั้งวัน โดยไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

“...พวกคุณจะลองพิจารณาเรื่องเรียนจบแล้วทำงานเลยก็ได้นะครับ”

ท่านเจ้าเมืองแลมพาร์ดกล่าวด้วยวาทศิลป์ชั้นสูง เพื่อสื่อความหมายนัยๆ ว่า “พวกเอ็งยังรู้ตัวว่าเป็นนักศึกษากันอยู่อีกเรอะ!”

ในขณะที่พวกเขากำลังคุยสัพเพเหระกันอยู่นั้นเอง จู่ๆ ทหารยามนายหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา เขารีบส่งสัญญาณบอกท่านเจ้าเมืองว่ามีแขกมาขอพบท่านเจ้าเมือง พอแลมพาร์ดได้ยินชื่อของผู้มาเยือน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที จากนั้นเขาก็รีบลุกขึ้นแล้วก้าวยาวๆ ตรงดิ่งไปยังประตูคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว

“ท่านจูดิธ...หัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์”

แลมพาร์ดรีบออกไปต้อนรับหญิงสาวผู้มาเยือนด้วยความนอบน้อม

ผู้มาเยือนคือหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสะสวยจนน่าตกตะลึง เพียงแต่สีปากที่ควรจะแดงระเรื่อกลับดูซีดเซียว เหมือนคนขาดเลือด ชุดเกราะเงินที่สลักลวดลายอักขระเวทมนตร์แห่งศาสนจักรสุริยเทพดูหมองลงไปถนัดตาในเวลานี้

ทันทีที่เห็นแลมพาร์ด อัศวินสาวก็รีบคว้าไหล่เขาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“แลมพาร์ด คุณต้องระวังตัวให้ดีนะ อีวานส์น่าจะเข้ามาในเขตปกครองของคุณแล้ว! ฉันจะเร่งไล่ล่ามันอย่างสุดความสามารถ ขอให้คุณเตรียมใจไว้และเปิดระบบเตือนภัยระดับสูงสุดของเมืองเดี๋ยวนี้!”

หลังจากเดินทางมาถึงเมืองทริสติน เธอก็ได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่ชวนให้ฉงนตลอดทาง เนื่องจากในวันนี้ เมืองนี้ดูคึกคักราวกับมีเทศกาลเฉลิมฉลอง และหลังจากที่เธอสอบถามอัศวินในพื้นที่ เธอก็มั่นใจว่าจอมมารแห่งการทำลายล้างได้มาเยือนเมืองทริสตินในวันนี้จริงๆ

แต่ทว่า จอมมารแห่งการทำลายล้างกลับไม่ได้สร้างภัยคุกคามใดๆ เลย ตรงกันข้าม ชาวเมืองกลับดูมีความสุขกับเทศกาลมากกว่าเดิมเพราะการมาของมันเสียด้วยซ้ำ! จากเมืองที่เธอเคยคุ้นเคยเป็นอย่างดีแห่งนี้ จู่ๆ ก็ให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก จนทำให้เธอขนลุกซู่ไปหมด!

จบบทที่ 138 ภารกิจ (2/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว