เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

138 ภารกิจ (1/2)

138 ภารกิจ (1/2)

138 ภารกิจ (1/2)


ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน ร่างของอีวานส์กระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอุกกาบาตพุ่งชนโลก อีวานส์ไม่เข้าใจเลยว่า ดันเต้ยัดระเบิดเข้าไปในเรือเหาะเวทมนตร์ลำนั้นมากขนาดไหน ถึงได้สร้างแรงระเบิดมหาศาลขนาดนี้ได้ แต่สิ่งที่เขารู้อย่างแน่ชัดคือ...ครั้งนี้เขาพ่ายแพ้อย่างหมดรูป

ด้วยสภาพร่างกายตอนนี้ ต่อให้เขาจะเป็นนักเวทสายแทงก์ที่มีพลังกายสูงแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานแรงระเบิดที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวได้ แขนขวาของเขาถูกแรงอัดจากการระเบิดเมื่อครู่ฉีกกระชากจนเละเทะ เนื้อหนังหลุดรุ่ยปลิวว่อน โดยเฉพาะช่วงข้อศอกลงไปที่ปะทะกับเรือเหาะเข้าจังๆ จนทำให้เนื้อหายไปจนเผยให้เห็นกระดูกขาวโพลนน่าสยดสยอง ชุดคลุมบาทหลวงไหม้เกรียมจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ มีรูโหว่ขนาดใหญ่หลายจุด แม้แต่เส้นผมสีแดงเพลิงที่เป็นเอกลักษณ์ก็ยังถูกเขม่าควันย้อมจนดำเมี่ยมไปกว่าครึ่ง

อีวานส์นอนหายใจรวยริน แต่ร่างกายยังสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้นและไม่ยินยอมพร้อมใจ เขาคือบิชอปแห่งการทำลายล้างแห่งลัทธิคืนชีพ ผู้ที่อยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น! เป็นตัวตนที่คนทั้งโลกต่างหวาดกลัวจนหัวหด! แต่ทำไม...ทำไมเขาต้องมาเจอจุดจบแบบนี้ด้วย!

ในความทรงจำของอีวานส์ แม้บนโลกนี้จะมีศัตรูที่แข็งแกร่งจนเขาต้องยอมรับอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วคนพวกนั้นมักวางมาดสูงส่ง ถือตัว และมีศักดิ์ศรีค้ำคอ ก่อนจะลงมือต้องมีการประกาศศักดาหรือรักษาภาพลักษณ์เสมอ ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของพวกยอดฝีมือ เพราะคนอย่างเขาที่ทำได้ทุกอย่างโดยไม่เลือกวิธีการแล้ว ย่อมได้เปรียบพวกคนดีมีคุณธรรมพวกนั้นอยู่เสมอ

แต่ใครจะไปนึกว่าสุดท้ายแล้ว เขาจะต้องมาตกม้าตายด้วยน้ำมือของไอ้เด็กเวรอย่างดันเต้...ไอ้คนที่ไม่รู้จักคำว่า ‘ศิลปะการต่อสู้’ หรือ ‘ศักดิ์ศรี’ เลยสักนิด! อีวานส์ถึงกับรู้สึกว่า ดันเต้มันน่ารังเกียจยิ่งกว่า 'บิชอปแห่งความเสื่อมทราม' ที่เขาเหม็นขี้หน้าที่สุดในลัทธิเสียอีก!

ไอ้เด็กเวรที่ชื่อดันเต้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องฝีมือหรอก…

แต่การที่มันสามารถต้อนคนอย่างเขาให้จนตรอกได้ถึงขนาดนี้ แถมยังเป็นแค่ 'ว่าที่นักสร้างการ์ดระดับพิเศษ' อีก มันมีพรสวรรค์ขนาดนั้น แต่ทำไมไอ้เด็กเวรนี่ถึงไม่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีบ้างเลยสักนิด แต่กลับทำตัวเหมือนนักเลงข้างถนนไม่มีผิด!

ไอ้เด็กเวรนี่มันสมองกลับหรือเปล่าเนี่ย?

เอาระเบิดไปยัดใส่ยานพาหนะของพลเรือนเนี่ยนะ?

อีวานส์คิดยังไงก็คิดไม่ตก และเขาก็แทบจะไม่เหลือเวลาให้คิดอีกแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นมานาหรือพลังชีวิตของเขา ตอนนี้มันได้เหือดแห้งจนถึงขีดสุดแล้ว

แซ่ก...แซ่ก...

ท่ามกลางความเงียบสงัดของทุ่งร้าง จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้น ใครบางคนที่กำลังเดินตรงมาหาเขา แต่อีวานส์ไม่มีแรงแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง และสายตาเขาก็พร่ามัวจนมองอะไรไม่ชัดแล้ว แต่เขารู้ดีว่าคนที่ยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้คือใคร

อิซาเบลย่างเท้าเข้ามาด้วยท่วงท่าเยือกเย็น จนมาหยุดยืนอยู่ข้างกายอีวานส์ เธอควงมีดสั้นในมือเล่นเบาๆ พลางก้มมองสภาพอันน่าสมเพชของเจ้านายเก่าด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความขบขัน

"ท่านอีวานส์คะ รบกวนช่วยอดทนอีกสักนิดนะคะ"

น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลชวนฝัน ขณะที่ประคองร่างของอีวานส์ขึ้นมา สีหน้าของเธอฉาบไปด้วยความอ่อนโยนจอมปลอม ก่อนจะค่อยๆ กรอกน้ำยาฟื้นฟูขวดเล็กๆ เข้าปากอีวานส์อย่างช้าๆ

"หึ หึ หึ..."

อีวานส์รู้สึกว่าเรื่องนี้มันช่างเป็นตลกร้ายสิ้นดี แต่เขาไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืนการป้อนยา น้ำยาขวดจิ๋วนี่ก็คงแค่ช่วยยื้อชีวิตเขาไว้ได้อีกแค่อึดใจเดียวเท่านั้น บางทีดันเต้อาจจะอยากจับเขาไปทรมานต่อ หรือรีดข้อมูลอะไรบางอย่างจากเขา

แต่อีวานส์ไม่สนอะไรอีกแล้ว เขาพอแล้ว ในตอนี้ไม่มีอะไรจะมาสั่นคลอนจิตใจของเขาได้อีก ต่อให้เป็นการทรมานที่โหดเหี้ยม หรือเรื่องที่น่ากลัวกว่านั้น เขาก็ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น

ทว่า...

ประโยคถัดมาของอิซาเบลกลับทำให้เขาตัวแข็งทื่อ

"ท่านดันเต้สั่งมาค่ะว่า...ท่านต้องตายด้วยน้ำมือของเขาเท่านั้น"

ประโยคนั้นทำเอารูม่านตาของอีวานส์หดเกร็ง ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้ทันที ทันใดนั้น เขาก็สำลักเลือดออกมาพร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่าฮ่า!"

เขาหัวเราะอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเลือดทะลักออกจากปากมากขึ้นเรื่อยๆ และร่างกายก็ค่อยๆ อ่อนแรงลง

"พาผมไปสิ...แค่คิดถึงสีหน้าเหมือนกินขี้ของพวกสมาพันธ์ราชอาณาจักรกับพวกบิชอปคนอื่นๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว..."

อีวานส์มีสีหน้าอิดโรย แต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง

"อิซาเบล...ผมจะไปรอเธอในนรกก่อน..."

อีวานส์หลับตาลง ราวกับคนใกล้ตายที่ยอมรับชะตากรรมของตัวเองแล้ว

"หึ"

อิซาเบลแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา เมื่อมองดูสภาพอันน่าสังเวชของอีวานส์แล้ว เธอก็อดทอดถอนใจไม่ได้

เดี๋ยวพอแกลงไปถึงนรกจริงๆ เผลอๆ แกอาจจะต้องเรียกฉันว่า 'ลูกพี่' ก็ได้ใครจะไปรู้ ไม่ดูเลยว่าฉันติดตามท่านผู้นั้นอยู่

...

ค่ำคืนอันเงียบสงบ ท้องฟ้ามืดมิดประดับประดาไปด้วยดวงดารา

แก๊งสามสหายจิตใจงามกลับมาถึงคฤหาสน์เจ้าเมืองแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งคุยสัพเพเหระ เรื่องที่เที่ยวในเมืองทริสตินกับท่านเจ้าเมืองแลมพาร์ดอย่างออกรสบนโซฟาในห้องรับแขก

จู่ๆ ดันเต้ก็เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ดูเหมือนว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง

"คุณแลมพาร์ด ผมขอยืมอัศวินคุ้มกันสักสองคนสิ"

"ได้เลย"

แม้จะกำลังคุยเรื่องผ่อนคลายกันอยู่ แต่พอดันเต้ขอมาแบบนี้ แลมพาร์ดก็เข้าใจดีว่าดันเต้กำลังจะไปทำอะไร เขาโบกมือเรียกอัศวินคู่ใจสองนายเข้ามา แล้วสั่งให้ติดตามดันเต้ไป พร้อมกับกำชับว่าให้พวกเขาทำตามคำสั่งดันเต้อย่างเคร่งครัด ห้ามถามมาก และห้ามสงสัยอะไรทั้งสิ้น

ดันเต้พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วพาอัศวินสองนายเดินออกจากคฤหาสน์ไปอย่างรวดเร็ว เขาเดินลัดเลาะไปยังทางเดินเล็กๆ ด้านหลังของคฤหาสน์ บริเวณนี้ปกติไม่ค่อยมีคนผ่าน เพราะด้านหลังคฤหาสน์เจ้าเมืองมีแค่กำแพงรั้ว ไม่มีประตูเข้าออก จึงไม่มีใครมาเดินเล่นแถวนี้

"รบกวนพวกคุณช่วยเฝ้าต้นทางซ้ายขวาให้ผมหน่อย อย่าให้ใครเข้ามาใกล้เด็ดขาด แม้แต่ทหารเวรยามที่เดินตรวจตราก็ห้าม แล้วก็ไม่ว่าทางนี้จะมีเสียงอะไรดังขึ้น ก็ห้ามเข้ามาเด็ดขาด อีก 20 นาทีค่อยกลับมารับผมแถวๆ นี้นะ”

ดันเต้สั่งการอย่างชัดเจน

"ครับ!"

อัศวินทั้งสองแยกย้ายกันไปประจำจุดตามคำสั่งของดันเต้อย่างรวดเร็ว เมื่อดันเต้มองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าปลอดคน เขาก็แปลงร่างเป็น 'แมวภูติสีเทา' อย่างชำนาญ กระโดดขึ้นไปบนกำแพง แล้วไต่ลัดเลาะไปจนถึงมุมตึก

ใต้แสงจันทร์สลัว แสงไฟตรงนี้ริบหรี่เต็มที แต่ก็พอจะมองเห็นร่างเพรียวบางที่ค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด อิซาเบลลากอีวานส์ที่ถูกยัดใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่มาจนถึงจุดนัดพบ การแพ็คของเธอทำได้อย่างมิดชิดและไม่มีเลือดหยดแม้แต่หยดเดียว

หนึ่งคนหนึ่งแมวไม่ได้พูดคุยอะไรกัน

ภายใต้สายตาของแมวดันเต้ อิซาเบลรูดซิปถุงพลาสติกออก เผยให้เห็นร่างของอีวานส์ข้างในเพื่อให้ดันเต้ได้เห็นชัดๆ

"ไม่เลวเลยเมี๊ยว"

แมวดันเต้ยืนเด่นอยู่บนกำแพงสูง ดวงตาแมวสีไพลินส่องประกายวาววับในความมืด มันกระโดดลงมาจากกำแพง มองดูอีวานส์ที่กำลังหายใจรวยริน แล้วค่อยๆ วางอุ้งเท้าแมวนุ่มนิ่มลงบนร่างนั้น ก่อนจะเรียกใช้การ์ดชำระล้างโลหิต

ทันทีที่ชำระล้างโลหิตเริ่มทำงาน หมอกสีเลือดก็ฟุ้งกระจายออกมา อีวานส์บิดกายด้วยความเจ็บปวดทรมาน ใบหน้าบิดเบี้ยวพยายามจะกรีดร้องออกมา

ทว่า...ดันเต้ได้ร่ายคาถาปิดปากของท่านปู่ดักไว้ก่อนแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้อีวานส์ส่งเสียงรบกวนชาวบ้านในยามวิกาล เพราะดันเต้ให้ความสำคัญกับความเป็นพลเมืองดีและมารยาททางสังคมเป็นอย่างมาก และกระบวนการนี้ดำเนินซ้ำไปซ้ำมาไม่กี่ครั้ง ในที่สุดอีวานส์สิ้นลมหายใจ

"อิซาเบล กลับไปกบดานที่เมืองหลวงซะ เดี๋ยวผมกลับไปถึงแล้วจะติดต่อไปหาเองเมี๊ยว"

เมื่อสั่งจบ ดันเต้ก็คืนร่างกลับเป็นมนุษย์ เขาไม่คิดที่จะสนใจอิซาเบลอีก เขาทำเพียงยืนรอเวลา จนกว่าพวกอัศวินจะมารับช่วงต่อเพื่อขนย้ายศพของอีวานส์กลับเข้าคฤหาสน์ตามเวลาที่นัดไว้

เดี๋ยวพอส่งศพให้ท่านเจ้าเมืองแลมพาร์ด อีกฝ่ายก็จะจัดการเขียนรายงาน แต่งเรื่อง และเคลียร์ปัญหาจุกจิกทุกอย่างให้เอง เสร็จแล้วเขาก็จะส่งศพของอีวานส์ไปให้ราชอาณาจักรนอร์ตันและสมาพันธ์ราชอาณาจักรรับช่วงต่อ และในที่สุด งานนี้ก็ถือว่าปิดจ็อบได้อย่างสวยงาม!

จบบทที่ 138 ภารกิจ (1/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว