- หน้าแรก
- พิภพสัปยุทธ์
- ตอนที่ 124 สูญสิ้นทุกอย่าง
ตอนที่ 124 สูญสิ้นทุกอย่าง
ตอนที่ 124 สูญสิ้นทุกอย่าง
ตอนที่ 124 สูญสิ้นทุกอย่าง
หลานอวิ๋นเยว่ที่ตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อได้ยินเสียงนี้ก็ถอนหายใจยาว ร่างของนางพิงกำแพงค่อยๆ ทรุดลง แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เมื่อหนึ่งเดือนก่อนชื่อขององค์ชายสิบเป็นดั่งฝันร้ายของนาง เพียงคำพูดเดียวในตอนนั้นก็เกือบทำให้จูเอี๋ยนยกเลิกการหมั้นหมายและขับไล่นางไป ทว่ายามนี้ การมาเยือนขององค์ชายสิบกลับทำให้นางรู้สึกยกภูเขาออกจากอก
จูเอี๋ยนลุกขึ้นเงียบๆ สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย การพบองค์ชายสิบย่อมต้องแต่งกายให้สุภาพในห้องโถง นอกเสียจากจะบาดเจ็บหนักหรือล้มป่วยจนลุกไม่ขึ้น จึงจะพบกันในห้องนอนได้
ทว่าจูเอี๋ยนเพิ่งจะสวมเสื้อผ้าเสร็จ ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าสับสนดังขึ้น
ประตูถูกผลักเปิดออก องค์ชายสิบยืนอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับผู้ติดตามสองสามคน สีหน้าของเขาเรียบเฉย ไม่อาจมองออกว่ายินดีหรือกริ้วโกรธ
"ถวายบังคมพะยะค่ะ" จูเอี๋ยนก้มกายคำนับ หลานอวิ๋นเยว่ก็ลุกขึ้นยืน คำนับแล้วถอยไปที่มุมห้อง
ตามหลักการแล้ว เมื่อผู้น้อยคำนับอ๋อง อ๋องควรจะเอ่ยคำว่าไม่ต้องมากพิธี ทว่าองค์ชายสิบกลับไม่พูดสิ่งใด และจูเอี๋ยนก็ยังคงก้มกายอยู่อย่างนั้น
"เจ้ารู้จักหวังอี้เกาหรือ" องค์ชายสิบเอ่ยคำถามที่หลานอวิ๋นเยว่ฟังแล้วไม่เข้าใจออกมา
จูเอี๋ยนพลันเข้าใจว่าองค์ชายสิบหมายถึงเรื่องในวันต้นฤดูใบไม้ร่วง ไม่เช่นนั้นองค์ชายสิบย่อมไม่เอ่ยถึงตัวเล็กตัวน้อยอย่างหวังอี้เกาขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าเพราะความโด่งดังของหลินหมิง หวังอี้เกาจึงถูกบิดาคาดคั้นจนซัดทอดมาถึงตน และเรื่องก็เข้าถึงหูขององค์ชายสิบในที่สุด
"พะยะค่ะ"
จูเอี๋ยนยอมรับ ในใจแจ้งแก่ใจดีว่า ที่หลินหมิงเอนเอียงไปทางรัชทายาท ก็คงเป็นเพราะเรื่องนั้นนั่นเอง เดิมทีเขาไม่ได้ชิงบอกออกมา ทว่ายามนี้องค์ชายสิบก็ทรงทราบจนได้
"ดีมาก ข้าก็สงสัยว่าเหตุใดหลินหมิงจึงถูกพี่สามของข้าดึงตัวไปได้ง่ายดายนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ที่ช่วยหลินหมิงจากมือของหวังอี้เกาในตอนนั้นก็คือพี่สามของข้า! การส่งเสริมยามรุ่งเรืองจะสู้การช่วยเหลือยามลำบากได้อย่างไร เจ้ามาเข้าพวกกับข้าในช่วงสองปีมานี้ ไม่มีความดีความชอบแม้เพียงครึ่งส่วน ทว่ากลับมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้พี่สามของข้าเสียได้ เจ้ารู้หรือไม่ว่า เมื่อหัวค่ำนี้สำนักชีเสวียนได้เริ่มทำการทดสอบศิษย์สายตรงให้แก่หลินหมิงแล้ว! ขอเพียงผ่านการทดสอบ เขาก็จะเป็นศิษย์สายตรง!"
หัวใจของจูเอี๋ยนกระตุกอย่างแรง ศิษย์สายตรง!
นี่คือสิ่งที่เขาแจ้งแก่ใจว่าไม่ไม่อาจฝันถึง ในแผ่นดินเทียนอวิ๋นนี้ มีเพียงฉินซิงเสวียนผู้เดียวที่เป็นศิษย์สายตรงโดยกำเนิด!
ส่วนคนอื่นๆ นั้นล้วนเป็นคนจากตระกูลวรยุทธ์ที่ลึกลับ
"จูเอี๋ยน เจ้ารู้หรือไม่ว่าศิษย์สายตรงของสำนักยุทธ์มีความหมายเพียงใดต่อข้าและพี่สาม"
สีหน้าขององค์ชายสิบดูดุดัน ศิษย์สายตรงของสำนักยุทธ์จะได้เข้าสู่สำนักชีเสวียน ในภายภาคหน้าไม่ว่าจะรั้งอยู่ที่สำนักชีเสวียน หรือถูกส่งกลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักชีเสวียน หรือทูตชีเสวียน
หากหลินหมิงรั้งอยู่ที่สำนักชีเสวียนก็ยังนับว่าดี ทว่าหากเขาถูกส่งกลับมาเป็นเจ้าสำนักหรือทูตชีเสวียน นั่นย่อมเป็นเรื่องใหญ่!
แผ่นดินเทียนอวิ๋นในฐานะรัฐบริวารของสำนักชีเสวียน ฐานะของเจ้าสำนักชีเสวียนและทูตชีเสวียนย่อมเหนือกว่าฮ่องเต้!
หากหลินหมิงได้รับแต่งตั้งเป็นทูตชีเสวียนหรือเจ้าสำนัก แล้วประกาศสนับสนุนองค์รัชทายาท ตัวเขาเองย่อมไม่มีหวังในการแย่งชิงบัลลังก์แม้เพียงครึ่งส่วน!
และการชิงบัลลังก์ที่พ่ายแพ้ ย่อมต้องแลกด้วยชีวิต!
จูเอี๋ยนกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนลึก ศิษย์สายตรง! เป็นไปได้อย่างไร! หากวันหนึ่งหลินหมิงกลายเป็นเจ้าสำนักชีเสวียนหรือทูตชีเสวียน การจะบี้เขาให้ตายก็เหมือนบี้มดตัวหนึ่ง เมื่อนึกถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกสิ้นหวังอย่างล้ำลึก
ความแค้นนี้ ยังจะแก้ได้อยู่อีกหรือ
ส่วนหลานอวิ๋นเยว่นั้นพิงกำแพงอย่างโง่งม ใบหน้าเต็มไปด้วยความเลื่อนลอย ศิษย์สายตรงหรือ... หลินหมิง เขากำลังจะได้เป็นศิษย์สายตรงแล้วหรือ
ในอนาคตเขาจะได้เป็นเจ้าสำนักชีเสวียนแห่งแผ่นดินเทียนอวิ๋น หรือทูตชีเสวียน... สำหรับนางแล้ว คนเช่นนี้เป็นเพียงตำนานที่เลื่อนลอย ไกลห่างจากนางเหลือเกิน
ในตอนนั้นเอง องค์ชายสิบก็สังเกตเห็นหลานอวิ๋นเยว่ เดิมทีเขานึกว่าเป็นสาวใช้ ทว่าเมื่อสังเกตเห็นเสื้อผ้าที่ประณีตบนตัวนาง จึงรู้ว่าตนเองคาดการณ์ผิด "เจ้าคือ... หลานอวิ๋นเยว่หรือ"
หลานอวิ๋นเยว่พลันได้สติ รีบคำนับองค์ชายสิบ "หม่อมฉันหลานอวิ๋นเยว่ ถวายบังคมอวิ๋นอ๋องเพคะ"
องค์ชายสิบพิจารณาหลานอวิ๋นเยว่ตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางแค่นเสียงหึ "ช่างมีรูปลักษณ์ที่น่าสงสารและบริสุทธิ์ยิ่งนัก! ไม่น่าเล่าหลินหมิงถึงได้หลงเสน่ห์เจ้า ช่างน่าเสียดาย หากหลินหมิงยังมีความรู้สึกเก่าๆ ให้เจ้าอยู่ เจ้าก็คงมีประโยชน์อย่างมาก ทว่ายามนี้... เห็นหน้าเจ้ามีแต่จะทำให้ข้ารู้สึกรำคาญใจ"
องค์ชายสิบตรัสอย่างไร้เยื่อใย ทำให้ใบหน้าของหลานอวิ๋นเยว่ซีดเผือด สตรีผู้หนึ่งจะทนรับคำพูดเช่นนี้ได้อย่างไร
"เจ้าออกไปเสีย!" องค์ชายสิบโบกมือไล่หลานอวิ๋นเยว่
หลานอวิ๋นเยว่เม้มริมฝีปาก พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา แล้วก้มกายถอยออกไป
หลังจากหลานอวิ๋นเยว่ออกไปแล้ว องค์ชายสิบก็ให้คนสนิทถอยออกไปเช่นกัน สุดท้ายในห้องจึงเหลือเพียงองค์ชายสิบและจูเอี๋ยนสองคน
องค์ชายสิบมองจูเอี๋ยนแล้วตรัสเสียงเย็นว่า "เจ้าอยากแก้แค้นหรือไม่"
จูเอี๋ยนเงียบขรึม ทว่าหมัดที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อและมีเลือดไหลออกมานั้น ได้ให้คำตอบแก่องค์ชายสิบแล้ว
"ดีมาก หลินหมิงกำลังจะได้เป็นศิษย์สายตรงของสำนักชีเสวียน เจ้าควรแจ้งแก่ใจดีว่าสำนักชีเสวียนในแผ่นดินเทียนอวิ๋นหมายถึงสิ่งใด โอกาสในการแก้แค้นของเจ้านั้น ช่างริบหรี่ยิ่งนัก!"
"ทว่า แม้จะริบหรี่แต่ก็ยังมีโอกาส หลินหมิงไม่อาจรั้งอยู่ในสำนักยุทธ์ได้ตลอดไป ขอเพียงเขาออกมา ก็มีโอกาสลอบสังหาร! พลังของเจ้าไม่เพียงพอ ก็จงไปหาผู้แข็งแกร่ง ข้าจะคอยอำนวยความสะดวกให้ในทางลับ มอบทรัพย์สินและสมบัติให้ ขอเพียงสิ่งตอบแทนมากพอ ย่อมมีผู้แข็งแกร่งอิสระบางส่วนสนใจ คนเหล่านี้ไม่ไม่มีที่พำนักแน่นอน ตรวจสอบตัวตนได้ยาก แม้แต่สำนักชีเสวียนก็ทำอะไรพวกเขาได้ยาก"
"แต่ว่า! ในที่แจ้ง ข้าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเจ้าทุกประการ และตระกูลจูก็จะขับเจ้าออกจากตระกูลด้วย! จูเอี๋ยน ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจ ตระกูลจูได้ผูกพันกับข้าไว้แล้ว ข้าต้องสืบทอดบัลลังก์ ไม่เช่นนั้นไม่ว่าจะเป็นข้าหรือตระกูลจู ล้วนต้องประสบกับภัยพิบัติถึงแก่ชีวิต!"
หัวใจของจูเอี๋ยนกระตุกอย่างแรง ตัดขาดกับองค์ชายสิบ ทั้งยังถูกขับออกจากตระกูล!
เขาย่อมรู้ว่าเหตุใดองค์ชายสิบจึงทำเช่นนี้ การลอบสังหารหลินหมิงย่อมมีความเสี่ยง! หากสำนักชีเสวียนทราบเรื่อง องค์ชายสิบย่อมพินาศ ตระกูลจูก็พินาศ!
ดังนั้นจึงต้องตัดขาดความสัมพันธ์!
เช่นนี้ต่อให้เขาลอบสังหารหลินหมิงพลาดและสำนักยุทธ์ทราบเรื่อง ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับองค์ชายสิบและตระกูลจู!
อีกทั้งการที่ตระกูลจูและองค์ชายสิบทำเช่นนี้ ในที่แจ้งนับเป็นการแสดงไมตรีต่อหลินหมิง โดยการขับไล่เขาที่เป็นศัตรูกับหลินหมิงออกไป หมากที่เด็ดขาดเช่นนี้ ในสายตาคนนอกย่อมมองว่าเป็นความอ่อนข้อของตระกูลจูและองค์ชายสิบ
เพื่อแสดงไมตรีต่อหลินหมิง ถึงกับต้องตัดแขนตนเองเพื่อรักษาชีวิต ในสายตาหลินหมิงก็คงยากที่จะเป็นศัตรูกับองค์ชายสิบต่อไป!
ยิ่งไปกว่านั้น องค์ชายสิบยังสามารถดึงตัวหลินหมิงมาจากฝ่ายรัชทายาทได้ อย่างน้อยก็ไม่ให้หลินหมิงหันไปหาฝ่ายรัชทายาทอย่างเต็มตัว
ทำพร้อมกันทั้งสองทาง! ช่างเป็นการวางแผนที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
ทว่า อนาคตทางการเมืองของเขากลับต้องพินาศลงเพียงเท่านี้! เมื่อสูญเสียตระกูล สูญเสียอำนาจ เขาก็ไม่ไม่ใช่อะไรเลย เป็นเพียงผู้ล้างแค้นที่พเนจร
และหากล้มเหลว เขาก็ต้องแลกด้วยชีวิต!
ทว่า เขาหาได้มีสิทธิ์เลือกไม่!
สำหรับตระกูลแล้ว การเสียสละบุตรชายภรรยาน้อยคนหนึ่งเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล ย่อมไม่มีความลังเลแม้เพียงนิด
……….