- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 125 ขโมยแก่นอสูร
ตอนที่ 125 ขโมยแก่นอสูร
ตอนที่ 125 ขโมยแก่นอสูร
ตอนที่ 125 ขโมยแก่นอสูร
เหลียนเฉิงอวี้ขึ้นไปบนลานประลองอย่างรวดเร็ว
อี้อวิ๋นก้าวขึ้นสู่สังเวียนเช่นกัน เขาสำูดลมหายใจเข้าลึก ยืนประจันหน้ากับเหลียนเฉิงอวี้ในระยะสิบวา เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าการศึกครั้งแรกของตนจะเป็นการต่อกรกับเหลียนเฉิงอวี้ นี่คือการศึกที่สวรรค์กำหนดไว้แล้วโดยแท้!
ใช่แล้ว อี้อวิ๋นอยากสู้กับเหลียนเฉิงอวี้มานานแล้ว อยากใช้หมัดของตนทุบตีเหลียนเฉิงอวี้ ให้เลือดชดใช้ด้วยเลือด!
ศึกนี้เหลียนเฉิงอวี้ตื่นเต้น อี้อวิ๋นเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน!
เขารอคอยวันนี้มาเนิ่นนาน! อดทนมานานถึงเพียงนี้ วันนี้ถึงเวลาสะสางทุกอย่างเสียที!
"นึกไม่ถึงว่าท่านขุนพลจางจะช่วยเหลียนเฉิงอวี้ ข้าพอจะรู้เรื่องราวระหว่างอี้อวิ๋นและเหลียนเฉิงอวี้มาบ้าง ดูเหมือนอี้อวิ๋นจะเคยเล่นงานเหลียนเฉิงอวี้ลับหลัง ทั้งคู่มีความแค้นฝังลึกต่อกัน!"
"คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูแน่ ทั้งคู่มาจากเผ่าเดียวกัน ย่อมรู้ไส้รู้พุงกันดี ศึกนี้เหลียนเฉิงอวี้ต้องลงมือหนักแน่!"
ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความคะนองปาก พวกเขาคือคนเผ่าเถา การเห็นคนเผ่าอื่นสู้กันเองย่อมเป็นเรื่องน่ารื่นเริง ยิ่งหนึ่งในนั้นคืออี้อวิ๋นที่โดดเด่นเกินหน้าเกินตามาตลอด คนเผ่าเถาจึงหมั่นไส้เขามานานแล้ว
"ท่านขุนพล! ข้ามีข้อสงสัยบางประการ ไม่ทราบว่าพอจะถามได้หรือไม่?"
หลังจากยืนประจำที่บนสังเวียน เหลียนเฉิงอวี้ยังไม่ทันตั้งท่า แต่กลับเอ่ยถามจางถานก่อน
"ถามมา!" จางถานตอบ
"ท่านขุนพล การประลองของนักรบหากทุ่มเทสุดกำลัง ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดการบาดเจ็บ พิการ หรือถึงแก่ความตาย การคัดเลือกครั้งนี้เป็นการประลองซึ่งหน้า หากเกิดเหตุมีคนตายหรือพิการขึ้นมา จะทำเช่นไร?"
เหลียนเฉิงอวี้ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ผู้คนรอบข้างได้ยินต่างพากันสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บ
คำถามของเหลียนเฉิงอวี้เดิมทีไม่มีปัญหา การประลองย่อมมีบาดเจ็บพิการเป็นธรรมดา ทว่าเขามาถามในยามนี้ ย่อมหมายความว่าเขาวางแผนจะจัดการอี้อวิ๋นให้สิ้นซาก แต่กังวลว่าจะถูกองครักษ์มังกรลงโทษ จึงได้สอบถามไว้ก่อน
ตราบใดที่จางถานยินยอม เขาจะลงมือสังหารอี้อวิ๋นในทุกกระบวนท่า
เหลียนเฉิงอวี้ผู้นี้ ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก!
จางถานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ในแดนร้างนั้นเต็มไปด้วยภยันตราย นักรบฝึกวิชาเพื่อเผชิญหน้ากับการเข่นฆ่าเอาชีวิต ในกองกำลังองครักษ์มังกร ไม่ว่าจะเป็นการรำมวย การฝึกฝน หรือการประลอง ล้วนใช้ดาบจริงหอกจริงและทุ่มเทสุดกำลัง เรากำหนดว่าทุกการต่อสู้ต้องถือเป็นการสู้จริง ในการสู้จริงย่อมไม่แปลกหากจะมีความสูญเสียเกิดขึ้น!"
"ขอเพียงไม่ใช่การจงใจสังหารหลังจากที่อีกฝ่ายเอ่ยปากยอมแพ้ไปแล้ว ย่อมไม่มีการเอาความในภายหลัง!"
คำกล่าวของจางถานสร้างความโกลาหลแก่ฝูงชนทันที
"ขอเพียงอีกฝ่ายยังไม่เอ่ยปากยอมแพ้ แม้จะตีจนตายหรือพิการ ก็ไม่ต้องรับผิดชอบใช่หรือไม่?" เหลียนเฉิงอวี้ทวนคำถาม วาจาของจางถานมีช่องโหว่ นั่นคือเขาเพียงต้องทำให้อี้อวิ๋นอ้าปากพูดไม่ได้ก็พอ เช่น บีบคอ หรือหักกรามของมันเสีย!
เหลียนเฉิงอวี้รู้ว่าจางถานย่อมมองเห็นช่องโหว่ในกฎเกณฑ์นี้ เขาถามเพื่อความมั่นใจว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ได้!
จางถานมองเหลียนเฉิงอวี้ด้วยแววตาลึกซึ้งแต่ไม่ได้กล่าวคำใด
เหลียนเฉิงอวี้รู้ว่าจางถานย่อมมองออกถึงเจตนาของเขา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็เปิดเผยออกมาอย่างสง่าผ่าเผยเสียเลย
"ไม่ปิดบังท่าน ข้าและอี้อวิ๋นมีความแค้นร่วมเป็นร่วมตายกัน! อี้อวิ๋นใช้เล่ห์เพทุบายขโมยแก่นโลหิตสัตว์อสูรที่เป็นของข้าไป การชิงทรัพยากรผู้อื่นเปรียบดั่งการฆ่าบิดามารดา อี้อวิ๋นทำลายโอกาสในการบรรลุขั้นโลหิตม่วงของข้า ข้าและมันอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!"
เหลียนเฉิงอวี้ตะโกนลั่น ผู้คนรอบข้างต่างอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มวิพากษ์วิจารณ์
ที่แท้เรื่องราวระหว่างเหลียนเฉิงอวี้และอี้อวิ๋นเป็นเช่นนี้ อี้อวิ๋นตัดเส้นทางฝึกยุทธ์ของเหลียนเฉิงอวี้ ไม่น่าเล่าเหลียนเฉิงอวี้จึงแค้นเคืองมันนัก!
"เจ้าอี้อวิ๋นผู้นี้ ที่แท้ก็เป็นหัวขโมยน้อย!" ใครคนหนึ่งกล่าวอย่างลับๆ
"ทาสขโมยของนาย นายฆ่าทาสย่อมชอบธรรมด้วยเหตุผล ยิ่งหัวขโมยน้อยนี่ขโมยแก่นโลหิตสัตว์อสูรไป เหลียนเฉิงอวี้ควรสังหารอี้อวิ๋นเสีย!"
"ใช่แล้ว การตัดอนาคตผู้อื่นคือความแค้นที่ต้องแลกด้วยชีวิต แม้เหลียนเฉิงอวี้จะฆ่าอี้อวิ๋น องครักษ์มังกรก็คงว่าอะไรไม่ได้"
"เดิมทีข้านึกว่าเป็นการประลองธรรมดา นึกไม่ถึงว่าจะกลายเป็นศึกล้างแค้น คราวนี้ต้องสู้กันจนกว่าจะตายไปข้างแน่! หากองครักษ์มังกรยึดถือความถูกต้อง ย่อมไม่เข้ามาแทรกแซงมากนัก"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชนเข้าสู่โสตประสาทของเหลียนเฉิงอวี้ เขาเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิม เลือดในกายเดือดพล่าน
เหลียนเฉิงอวี้มองจางถาน รอคอยคำตัดสิน
ในที่สุด จางถานก็พยักหน้าช้าๆ ตามกฎของอาณาจักรไท่อานั้น หากเหลียนเฉิงอวี้มีความแค้นกับอี้อวิ๋น การขอประลองตายย่อมถือว่าสมเหตุสมผล!
"ขอบคุณท่านที่เมตตา!"
เหลียนเฉิงอวี้ดีใจจนเนื้อเต้น ความอัปยศ ความล้มเหลว และความทุกข์ระทมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา คล้ายจะระเบิดออกมาในยามนี้
กลิ่นอายพลังของเขาแกร่งกล้าขึ้นเรื่อยๆ จิตสังหารเข้มข้นขึ้นทุกขณะ!
"ราษฎรสนับสนุนข้า ขุนพลจางก็ช่วยข้า! ดีมาก! วันนี้สถานการณ์เข้าข้างข้า ข้าจะอาศัยอำนาจนี้ทำลายวรยุทธ์ของเจ้าเดรัจฉานน้อย ให้มันอยู่ไม่สู้ตาย!"
เหลียนเฉิงอวี้กู่ร้องในใจ!
อี้อวิ๋นมองเหลียนเฉิงอวี้ด้วยแววตาเรียบเฉย
ผู้คนรอบข้างต่างวิจารณ์และประณามเขา แสดงความรังเกียจต่อการกระทำที่ขโมยแก่นโลหิตสัตว์อสูร ทว่าอี้อวิ๋นกลับไม่สนใจคำเหล่านั้นแม้แต่น้อย
อี้อวิ๋นในยามนี้เปรียบดั่งบ่อน้ำลึก สงบนิ่งทว่าไม่อาจหยั่งถึง
เหลียนเฉิงอวี้กำหมัดแน่น แสยะยิ้มอำมหิต "ต่อให้เจ้าขโมยแก่นโลหิตสัตว์อสูรของข้าไปได้ เจ้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่ดี!"
เขาสะบัดกล้ามเนื้อทั่วร่าง ส่งเสียงกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะปร๊ะ!
กระดูกดั่งสายฟ้า เอ็นดั่งคันศรแกร่ง!
เหลียนเฉิงอวี้ฝึกฝนหมัดหมอบอวิชชาเอ็นมังกรกระดูกเสือมาตั้งแต่เยาว์วัย กระบวนท่านี้ฝังรากลึกในกระดูกของเขาแล้ว เพียงแค่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาก็ทำให้นักรบรอบข้างใจสั่นสะท้าน
เหลียนเฉิงอวี้ผู้นี้ คือคนอำมหิตโดยแท้
เหลียนเฉิงอวี้ย่างสามขุมเข้าหาอี้อวิ๋น ทุกก้าวที่เดิน กระดูกและเอ็นทั่วร่างต่างส่งเสียงร้องคำราม
"แก๊ก แก๊ก แก๊ก!"
พื้นดินใต้เท้าเหลียนเฉิงอวี้เริ่มแตกร้าวทีละนิด กลิ่นอายพลังของเขาสั่งสมและทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
"คุณชายเหลียน ฆ่าเจ้าเดรัจฉานน้อยนั่นเสีย!"
"ตัดเอ็นมือเอ็นเท้ามัน บิดหัวมันออกมา!"
ท่ามกลางฝูงชน สมาชิกหน่วยเตรียมรบของเผ่าเหลียนต่างพากันกู่ร้องตะโกนกึกก้องเพื่อช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้นายเหนือหัวของตน
ในสายตาพวกเขา นี่คือช่วงเวลาแห่งการกู้เกียรติยศคืนมา!
อี้อวิ๋นยังคงยืนนิ่ง ไม่ไหวติง จนกระทั่งเหลียนเฉิงอวี้มาหยุดอยู่เบื้องหน้า
"โฮก!"
เหลียนเฉิงอวี้คำรามประดุจสัตว์ป่า ร่างกายพุ่งทะยานออกไปดั่งเสือร้ายที่ปราดเปรียว!
ท่าเสือตะปบพื้น!
เหลียนเฉิงอวี้หวดขาเข้าใส่ทรวงอกของอี้อวิ๋น ขาข้างนี้ของเขาสามารถเตะหินดำขนาดเท่าโม่แป้งให้แตกกระจายได้อย่างง่ายดาย หากเตะถูกตัวคนย่อมทำให้กระดูกแหลกสลายไปทั้งร่าง
ผู้ชมพากันร้องอุทานด้วยความตกใจ!
……….