- หน้าแรก
- ฝ่าสมรภูมิสายลับ
- บทที่ 28 ไม่มีข้อแตกต่าง
บทที่ 28 ไม่มีข้อแตกต่าง
บทที่ 28 ไม่มีข้อแตกต่าง
สองทางเลือก?
ฉู่ซินผูแสดงสีหน้าตึงเครียด ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยากจะเชื่อ
เขาถามออกไปว่า “ทางเลือกไหนบ้าง”
“หนึ่ง ช่วยผม หรือสอง ตาย” ไป๋ลู่โจวเอ่ยคำว่าตายออกมาอย่างไร้ความรู้สึก ราวกับชีวิตคนเป็นเพียงผักปลา
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินชีวิตคนอื่น” ฉู่ซินผูถามด้วยความโกรธ
ไป๋ลู่โจวขยับแว่นตากรอบทอง เปลี่ยนท่านั่งให้สบายขึ้น แล้วตอบว่า “สิทธิ์ที่ผมทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไงล่ะ”
“ผมกับคุณไม่เคยมีความแค้นต่อกัน คุณจะฆ่าผม แล้วยังบอกว่าบริสุทธิ์ใจงั้นเหรอ”
“ใช่ บริสุทธิ์ใจ”
“คุณ...” ฉู่ซินผูพูดไม่ออกด้วยความโมโห
ตัวเองต้องมาเจอเรื่องซวย ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าเป็นเรื่องสมควร ใครบ้างจะไม่โกรธ
“คุณไม่ได้ให้ทางเลือกผมเลย”
“ผมให้คุณเลือกความตายแล้วไง”
“นั่นไม่ใช่ทางเลือก”
“มันคือทางเลือก เพราะยังมีสิ่งที่เรียกว่า ตายทั้งเป็น ไม่ใช่หรือ”
“คุณมันปิศาจ”
“ขอบคุณ” ไป๋ลู่โจวยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวย ดูสดใสมีชีวิตชีวาจนน่าประหลาด
ฉู่ซินผูสบถในใจ ไอ้หมอนี่มันบ้าหรือเปล่า
เขาคาดการณ์สถานการณ์การพบกับจวินถ่งไว้หลายรูปแบบ เตรียมแผนรับมือไว้สารพัด ไม่ว่าจวินถ่งจะใช้ไม้อ่อนหรือไม้แข็ง เขาก็พร้อมจะไหลตามน้ำ
แต่ไป๋ลู่โจวกลับฉีกตำราทิ้ง เล่นนอกเกมด้วยการยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าไม่ช่วยก็ตาย
ฉู่ซินผูเชื่อสนิทใจว่าถ้าเขาปฏิเสธ ไป๋ลู่โจวคงลงมือฆ่าเขาจริงๆ
แผนที่เตรียมมาทั้งหมดพังไม่เป็นท่า
ได้แต่กัดฟันถามว่า “คุณต้องการให้ผมช่วยทำอะไร”
“ถามแบบนี้แสดงว่าตกลงแล้วสินะ”
“ผมยังมีทางเลือกอื่นอีกเหรอ”
“อย่าคิดนะว่าตกลงตอนนี้แล้วพอปล่อยตัวไป คุณจะหนีรอด” ไป๋ลู่โจวพูดดักคอราวกับอ่านใจได้
“ผมไม่กลับคำหรอก”
“ได้ข่าวว่าพ่อแม่คุณอยู่ที่ผูเฉิง...”
“คุณจะทำอะไร!” ได้ยินประโยคนั้น ฉู่ซินผูผุดลุกขึ้น ยืนค้ำโต๊ะ จ้องหน้าไป๋ลู่โจวเขม็ง
ไป๋ลู่โจวยกมือขึ้นเล็กน้อย ปลายกระบอกปืนดำมื่อชี้ตรงมาที่ฉู่ซินผู
“นั่งลง”
“ผมบอกให้นั่งลง!”
ฉู่ซินผูจำใจนั่งลงอย่างไม่เต็มใจ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คุณทำอะไรพ่อแม่ผม”
“เปล่าหรอก แค่ผูกมิตรไว้ ชะตากรรมของพวกเขาขึ้นอยู่กับคุณ” วิธีการของไป๋ลู่โจวเหนือความคาดหมายของฉู่ซินผูไปไกล
รวดเร็ว เด็ดขาด ไม่มีการเจรจาอ้อมค้อม หรือปลุกระดมความรักชาติอะไรทั้งนั้น
สำหรับคนนอกที่เพิ่งดึงเข้ามา จะหวังให้มีความภักดีสักแค่ไหนกันเชียว สู้บีบบังคับให้ทำตามคำสั่งจะง่ายกว่า
ส่วนเรื่องความซวยของฉู่ซินผู ก็อย่างที่ไป๋ลู่โจวบอก เขาบริสุทธิ์ใจ
พ่อแม่เขาตกอยู่ในอันตรายจริงหรือ?
ความจริงฉู่ซินผูรู้ดีว่าไม่ใช่ หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนบอกแล้วว่าองค์กรจะคุ้มครองพ่อแม่เขา จวินถ่งคงไม่เข้าถึงตัวได้ง่ายๆ
ที่ไป๋ลู่โจวกล้าพูดแบบนี้ ก็เพราะคิดว่าผูเฉิงอยู่ไกล ฉู่ซินผูติดต่อทางบ้านไม่ได้ พูดอะไรไปเขาก็ต้องเชื่อ
ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ก็เล่นตามน้ำไปก่อน ฉู่ซินผูสงบสติอารมณ์ลงแล้วถามว่า “ว่ามา จะให้ช่วยอะไร แต่ถ้าพ่อแม่ผมเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ ผมจะลากคุณลงนรกไปด้วยกัน”
“ลากผมลงนรก คุณยังไม่มีคุณสมบัติพอ” ไป๋ลู่โจวไม่ยี่หระต่อคำขู่
“จะพูดไม่พูด ลีลาอยู่ได้ เป็นผู้หญิงหรือไง!” ฉู่ซินผูเริ่มโมโห
ไป๋ลู่โจวไม่โกรธ กลับยิ้มแล้วบอกว่า “หมออิโนอุเอะ โคอิจิ กับซากุราบะ ยูมิ ที่คลินิกอิโนอุเอะ คุณช่วยสืบเรื่องสองคนนี้ให้หน่อย”
“หมออิโนอุเอะ กับยูมิ?”
“สืบเรื่องอะไร” ฉู่ซินผูถามอย่างงุนงง
“สืบว่าพวกเขาเป็นสายลับญี่ปุ่นหรือเปล่า” ไป๋ลู่โจวตอบตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ
ฉู่ซินผูไม่คิดว่าไป๋ลู่โจวจะเปิดเผยขนาดนี้ นึกว่าจะอ้อมค้อม หรือหาข้ออ้างอื่นให้เขาไปสืบ
“สายลับญี่ปุ่น?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ไป๋ลู่โจวมีเหตุผลของตัวเอง การเลือกใช้ฉู่ซินผู นอกจากจะกล้าเสี่ยงแล้ว เขายังหวังผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
ถ้ามัวแต่ปิดบัง ไม่บอกความจริง แล้วจะให้ฉู่ซินผูไปสืบอะไรได้
สงสัยก็อย่าใช้ ถ้าใช้ก็อย่าสงสัย ในเมื่อตัดสินใจใช้ฉู่ซินผูแล้ว ก็ต้องพูดกันให้รู้เรื่อง จะได้เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย
“ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองไปสืบดูดีๆ สิ” ไป๋ลู่โจวยิ้ม
“สืบหาคนร้ายญี่ปุ่น คุณเป็นใครกันแน่”
“ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรถาม”
“ผมควรรู้ไม่ใช่เหรอว่ากำลังทำงานให้ใคร”
“ในใจคุณคงอยากรู้มากกว่าว่า ศัตรูของคุณคือใคร ใช่ไหม”
“ไม่กล้าบอกเหรอ”
“จวินถ่ง” ไป๋ลู่โจวตอบอย่างไม่ปิดบัง
เจียงเฉิงในวันนี้ยังไม่ตกเป็นของญี่ปุ่น ไป๋ลู่โจวจะกลัวอะไร
ต่อให้ฉู่ซินผูออกไปตะโกนโวยวาย คนที่จะตายก็ไม่ใช่ไป๋ลู่โจว
“คุณเป็นคนของจวินถ่ง แล้วทำไมถึงทำตัวไร้กฎหมายแบบนี้” ฉู่ซินผูตะโกน
เป็นถึงจวินถ่ง ไม่ใช่โจรป่า จะมาจับตัวข่มขู่ใครส่งเดชได้ยังไง
ไป๋ลู่โจวตอบอย่างใจเย็น “ชาติกำลังมีภัย จำเป็นต้องใช้วิธีรุนแรงบ้าง มันช่วยไม่ได้”
“ข้ออ้างชัดๆ”
“ต่อให้เป็นข้ออ้าง คุณคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ทันเห็นผมรับโทษหรือเปล่าล่ะ” คำพูดของไป๋ลู่โจวตัดจบการสนทนาอย่างเลือดเย็น
ฉู่ซินผูพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง “พวกคุณอยากสืบก็สืบกันเองสิ ผมมันคนนอก”
“ผมกับหมออิโนอุเอะ แล้วก็ซากุราบะ ยูมิ ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แค่หมอกับคนไข้ ผม...”
ฉู่ซินผูพยายามอธิบาย แต่ไป๋ลู่โจวแค่ฟังเงียบๆ ไม่ขัดจังหวะ แต่ก็ไม่ได้สนใจ
เมื่อฉู่ซินผูหยุดพูด เพราะคอแห้งผาก ไป๋ลู่โจวถึงได้เอ่ยขึ้น “สืบดูคนในคลินิก กับคนที่เข้าออกน่าสงสัย ถ้างานสำเร็จ ไม่มีใครมาหาเรื่องคุณหรอก อยากได้รางวัลผมก็จะขอให้”
“รางวัลจะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่มีชีวิตอยู่ใช้”
“พี่ชาย นั่นมันสายลับญี่ปุ่นนะ ให้ผมไปสืบ ไม่เท่ากับส่งผมไปตายเหรอ”
“ผมจะถูกจับได้ แถมอาจจะทำให้ไก่ตื่น ไม่ใช่หาเรื่องใส่ตัวให้พวกคุณหรือไง” ฉู่ซินผูระบายความอัดอั้น
“เรื่องหาเรื่องให้พวกเราไม่ต้องห่วง ห่วงตัวเองเถอะ ถ้าถูกสายลับญี่ปุ่นจับได้ พวกผมไม่ไปตามเก็บศพให้หรอกนะ”
“คุณคิดอะไรอยู่ ไม่กลัวผมทำงานพลาด แล้วทำพวกคุณความแตกเหรอ” ฉู่ซินผูถามอย่างไม่เข้าใจ
คำถามนี้ไป๋ลู่โจวเองก็จนใจ ถ้ายังมีโอกาสอื่น เขาคงไม่เสี่ยงแบบนี้
แต่เวลาเหลือน้อยเต็มที กองทัพญี่ปุ่นรุกคืบเข้ามาอย่างหนัก ข่าวบอกว่าอีกแค่เดือนเดียวก็รู้ผลแพ้ชนะ
แต่ใครแพ้ใครชนะ ผลลัพธ์แทบไม่ต้องเดา
เวลาแค่นี้ จะไม่ให้ไป๋ลู่โจวร้อนรนได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นก็คงต้องบุกจับหมออิโนอุเอะดื้อๆ
การใช้แผนเสี่ยงๆ นี้ถือเป็นการเดิมพันครั้งสุดท้าย ต่อให้ฉู่ซินผูถูกจับได้ ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือการบุกจับหมออิโนอุเอะอยู่ดี ไม่มีข้อแตกต่างอะไร