เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  103 คนสกปรก !

TXV –  103 คนสกปรก !

TXV –  103 คนสกปรก !


TXV –  103 คนสกปรก !

 

          โต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องโถงของงานเลี้ยงที่กลุ่มบูรพาอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพ เมื่อเซี่ยเหล่ยเดินตามสือจิงชิวยังห้องโถงใหญ่ เขาเห็นแขกผู้ทรงเกียรติมากมายที่จับกลุ่มคยกันอย่างมีชีวิตชีวา บนเวทีมีนักดนตรีกำลังบรรเลงเพลงสบายๆเพื่อสร้างบรรยากาศในงานเลี้ยงค่ำคืนนี้

 

          เซี่ยเหล่ยพยายามมองไปรอบๆบริเวณห้องโถงเขาเห็นใบหน้าที่คุ้นตามากมายเช่น หนิงเหยี่ยซาน หนิงจิง ซู่เจิงยี่  ซู่หลาง เหยี่ยนเหวินเฉียน และหู่ฮั่ว เขาไม่เห็นเฉินตู เทียนหยินอยู่ในห้องโถงนี้เลยเขารู้สึกแปลกใจมาก ‘ทั้งๆที่รถของเธอจอดอยู่ที่นี่ ทำไมตัวเธอถึงไม่อยู่ที่ห้องโถงล่ะ ?’       

 

          “นั่งก่อนนะ” สือจิงชิวเดินนำเซี่ยเหล่ยไปที่โต๊ะอาหารแล้วพูดว่า “เดี๋ยวฉันมา !”

 

          ที่โต๊ะอาหารมีแขกมากหน้าหลายตามานั่งอยู่ที่โต๊ะจำนวนมากซึ่งเซี่ยเหล่ยไม่รู้จักพวกเขาเหล่านั้นเลย เขาดึงเก้าอี้ตัวที่สือจิงชิวออกมาและเขาก็นั่งเก้าอี้ตัวนั้น......

 

          สือจิงชิวพูดเบาๆว่า “หลังจากกินอาหารเสร็จ เรามาเต้นรำด้วยกันนะ”

 

          “พ่อตาและสามีของคุณอยู่ในงานเลี้ยงนี้ด้วยไม่ใช่หรอ ? คุณไม่กลัวว่าพวกเขาจะไม่พอใจหากคุณมาเต้นรำกับผม ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          สือจิงชิวพูดเบาๆอีกครั้งว่า “มันก็แค่การเต้นรำ ฉันไม่ได้ไปมีอะไรกับคุณซะหน่อย ทำไมเขาถึงจะไม่พอใจล่ะ ? และอีกอย่างฉันก็ไม่ได้สนใจพวกเขาด้วย”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ก็ได้”

 

          ในขณะนั้นนักดนตรีก็หยุดการเล่นดนตรีบนเวทีทันทีและมีจอ LCD ขนาดยักษ์กำลังฉายภาพเกี่ยวกับบริษัทเหวี้ยนเทียนและโรงไฟฟ้าพลังงานลม ในวิดีโอนี้แสดงให้เห็นทะเลสีครามกับชายหาดที่ขาวสะอาดผนวกกับกังหันลมนับไม่ถ้วนที่กำลังหมุนไปตามแรงลมและมีหญิงสาวแสนสวยยืนอยู่ท่ามกลางชายหาด หญิงสาวคนนี้หันมามองที่กล้อง ขณะที่ผมเธอพริ้วไหวไปตามแรงลม กระโปรงและชุดสีขาวที่เธอใส่มันช่างเหมาะกับฉากทะเลนี้ซะจริงๆ…..

 

          ดวงตาของเซี่ยเหล่ยเหมือนต้องมนต์สะกดไว้หน้าจอนั้น ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นเขารู้ได้ทันทีเลยว่าไม่ใช่นักแสดงหรือนางแบบที่ไหนแต่เป็นประธานของกลุ่มบริษัทเหวี้ยนเทียนนั่นก็คือ ‘เฉินตู เทียนหยิน’

 

          เซี่ยเหล่ยไม่สามารถละสายตาออกจากจอได้ คลื่นแห่งความสุขกำลังชะโลมจิตใจของเขาอยู่….

 

          “เหล่ย ฉันรู้ว่าคุณเคยช่วยชีวิตของเฉินตู เทียนหยินไว้” สือจิงชิวพูดต่อว่า “ทำไมคุณไม่ลองขอความช่วยเหลือจากเธอล่ะเธออาจจะช่วยคุณก็ได้เป็นการตอบแทนที่คุณเคยช่วยชีวิตเธอไว้ก็ได้นะ ลองดูสิ ! โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมของบริษัทเหวี้ยนเทียนยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่มีนักธุรกิจหลายคนกำลังจะขอซื้อหุ้นจากโครงการนี้ ฉันคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มั่นคงและมีกำไรในระยะยาว ฉันก็อยากซื้อนะแต่ว่าฉันไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเธอ”

 

          “ทำไมคุณไม่ซื้อหุ้นเหล่านี้ในตลาดหลักทรัพย์ล่ะ ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “สิ่งที่คุณกำลังพูดถึงอยู่นั้นเป็นหุ้นส่วนเล็กๆของโครงการนี้เท่านั้น ใครอยากได้หุ้นเหล่านี้กันล่ะ ฉันกำลังพูดถึงหุ้นที่มีคุณค่ามากที่สุดของโครงการนี้ฉันจะพาคุณไปคุยกับเฉินตู เทียนหยินเพื่อต่อรองและขอซื้อหุ้นจากเธอได้ไหม ?” สือจิงชิวกล่าว

 

          “ไปถามเธอเองสิถ้าคุณต้องการมัน ผมไม่ได้สนิทสนมกับเธอมากมายขนาดนั้น” เซี่ยเหล่ยกล่าวแบบไม่สนใจใยดีกับสิ่งที่สือจิงชิวกำลังพูด

 

          สือจิงชิวถอนหายใจออกมา “เฮ้อ...คุณไม่อยากสร้างรายได้ให้ตัวคุณเองหรอ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยเฝ้าดูหน้าจอโดยไม่ขยับสายตาไปไหนเฉินตู เทียนหยินหันกลับมามองกล้อง รอยยิ้มอันสดใสของเธอสะกดเซี่ยเหล่ยไว้….. จากนั้นมีตัวหนังสือปรากฏใต้ภาพ : รักธรรมชาติ พลังงานลม เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน

 

          เมื่อวีดีโอหยุดลงเสียงปรบมือจากแขกผู้ร่วมงานดังขึ้น….

 

          เซี่ยเหล่ยก็ปรบมือใช่กันเขากำลังคิดในใจว่า ‘การวางแผนธุรกิจที่แยบยลโดยการใช้พลังงานธรรมชาตินั่นก็คือพลังงานลมจะเป็นผลดีต่ออนาคตอย่างแน่นอน ดูเหมือนว่าสิ่งดีๆแนวนี้จะถูกวางแผนโดยคนแบบ เฉินตู เทียนหยิน เท่านั้น’

 

          การลงทุนมูลค่านับพันล้านคงจะมีแต่คนแบบเธอเท่านั้นแหละที่สามารถทำได้

 

          เสียงปรบมือดังออกมาจากทางเข้าห้องโถง เซี่ยเหล่ยหันไปเห็นเฉินตู เทียนหยินกำลังเดินเข้ามาพร้อมบอดี้การ์ด

 

          หนิงเหยี่ยซานลุกขึ้นและไปยืนต้อนรับเธอ

 

          แขกทุกคนที่อยู่ที่นี่ปรบมือและให้เกียรติแก่เฉินตู เทียนหยินในตอนนี้เธอเป็นเหมือนเจ้าหญิงที่มาเยี่ยมชมผู้คนอย่างอบอุ่น….

 

          เซี่ยเหล่ยยืนเช่นกัน ไม่ใช่เพราะว่าเขาให้เกียรติแก่เฉินตู เทียนหยินแต่เนื่องจากทุกคนยืนขึ้นจนหมดถ้าเขานั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงคนเดียวมันคงจะดูไม่เหมาะสม

 

          “ฉันต้องไปทำธุระบางอย่างก่อนนะเดี๋ยวฉันจะกลับมานั่งกับคุณในตอนหลัง” สือจิงชิวพูดกับเซี่ยเหล่ยก่อนที่เธอจะเดินไปหาเฉินตู เทียนหยินและหนิงเหยี่ยซาน เธอคือเลขาส่วนตัวของหนิงเหยี่ยซาน ดังนั้นเธอต้องทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด......

 

          เฉินตู เทียนหยินและหนิงเหยี่ยซานขึ้นไปบนเวที หลังจากที่วกเขาได้กล่าวขอบคุณแขกร่วมงานแล้ว งานเลี้ยงก็เริ่มไปโดยปริยาย…….แต่สือจิงชิวไม่ได้กลับมาหาเซี่ยเหล่ยเธอปล่อยให้เขารอเก้ออยู่ที่โต๊ะ

 

          ‘ดูเหมือนว่าหนิงเหยี่ยซานจะเชิญเรามาที่นี่เพื่อจะได้รับประทานอาหารเย็นอย่างเดียว ? ’ รอบยิ้มแปลกประหลาดปรากฏขึ้นที่มุมปากของเซี่ยเหล่ย เขาอยากใช้โอกาสนี้ในการทำความรู้จักกับลูกค้าที่เก่งและมีเงินลงทุนเยอะแต่ดูเหมือนว่าความหวังนั้นจะสูญหายไปแล้ว

 

          ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นเมื่อเซี่ยเหล่ยอ่านข้อความนั้นจากหน้าจอมันเป็นข้อความที่ส่งมาจากหนิงจิง : เหล่ยทำไมคุณถึงมางานนี้  ? ฉันเห็นคุณนั่งอยู่คนเดียว ?

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปยังทิศทางที่เขามองเห็นหนิงจิงก่อนหน้านี้ เธอกำลังมองมาที่เขาอยู่ ทั้ง 2 คนได้สบตากัน หนิงจิงได้ส่งยิ้มให้กับเซี่ยเหล่ย....

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้าตอบกลับไปหลังจากเห็นรอยยิ้มของเธอ

 

          ดูเหมือนว่าเหยี่ยนเหวินเฉียนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างเมื่อเขานั่งอยู่โต๊ะเดียวกับหนิงจิง เมื่อเขาไปมองยังทิศทางที่หนิงจองมองไปเขาก็เห็นเซี่ยเหล่ยนั่งอยู่อีกฟากหนึ่ง สายตาของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 

          ซู่หลางนั่งอยู่ข้างๆเหยี่ยนเหวินเฉียน เมื่อเขาเห็นเซี่ยเหล่ย เขาเอียงตัวไปข้างๆเหยี่ยนเหวินเฉียนเพื่อกระซิปอะไรบางอย่าง

 

          ทั้งสองคนนี้กำลังคุยอะไรกันนะ ? ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยก็ใช้ตาซ้ายของเขาจ้องมองไปที่เหยี่ยนเหวินเฉียนและซู่หลางเพื่อเริ่มอ่านปากของพวกเขา

 

          “ทำไมเซี่ยเหล่ยถึงมาอยู่ที่นี่ ?” ซู่หลางกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า “ผู้ประกอบการกระจอกๆจะมาร่วมรับประทานอาหารเย็นสุดพิเศษในครั้งนี้ได้ยังไง ลุงหนิงคิดอะไรอยู่เนี๊ย ? ผมคิดว่าเขาคงไม่ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ร่วมงานแน่ๆ”

 

          รอยยิ้มอันน่าขยะแขยงของเหยี่ยนเหวินเฉียนพูดออกมาว่า “เขาอาจจะขอร้องให้ประธานหนิงเชิญเขามาเพื่อติดต่อกับลูกค้าที่มีเงินลงทุนจำนวนมากเพราะว่าเขาไม่มีปัญญาหาลูกค้าด้วยตัวเองยังไงล่ะ เขาจึงต้องให้ลุงหนิงมาช่วย !”

 

          “ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่เขาทำให้ผมรู้สึกไม่สบอารมณ์ซะเลย” ซู่หลางกล่าว

 

          เหยี่ยนเหวินเฉียนพูดด้วยเสียงต่ำ “มันเป็นเหมือนแมลงวันที่สกปรก ผมก็เกลียดมันเหมือนกัน เรามาหาอะไรทำสนุกๆกันเถอะ ผมจะทำให้มันอับอายขายขี้หน้าต่อทุกคนในห้องโถงแห่งนี้”

 

          “ได้เลย มีความคิดดีๆมั้ยล่ะ พี่เหยี่ยน ?”

 

          เหยี่ยนเหวินเฉียนกระซิปข้างใบหูของซู่หลาง “ผมจะไปบอกหนิงจิงว่าจะไปชวนเซี่ยเหล่ยมาดื่มไวน์กับเรา จากนั้นผมจะรินไวน์ลงในแก้วอีกใบพร้อมกับใส่อะไรบางอย่างให้เขาดื่ม !”

 

          ซู่หลางพยักหน้า “ผมเข้าใจแล้ว ว่าแต่คุณจะให้เขาดื่มอะไร ?”

 

          “Kamsutram oil (ยาปลุกอารมณ์)”

 

          ซู่หลางพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ว่าแต่คุณพวกของแบบนี้ด้วยหรอ ?”

 

          “นี่แหละความสนุก ! อย่าพูดมากไปกว่านี้ !” ขณะที่เหยี่ยนเหวินเฉียนพูด เขาหันไปมองหนิงจิงจากหางตา

 

          หนิงจิงยังก้มหน้าจากความเขินอาย..โดยไม่เห็นเลยว่าเหยี่ยนเหวินเฉียนกำลังมองเธออยู่

 

          “เอาล่ะ เป็นความคิดที่ดีเลย ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะเห็นไอ้เศษสวะนั้นทำตัวบ้าๆออกมาในงานแห่งนี้ ฮ่าฮ่า….” ซู่หลางหัวเราะออกมา

 

          เหยี่ยนเหวินเฉียนยิ้มออกมาหลังจากที่คุยกับซู่หลางเสร็จแล้ว เขาเอียงตัวไปข้างๆหนิงจิงแล้วพูดว่า “หนิงจิงผมเห็นคุณเซี่ยนั่งอยู่คนเดียวและไม่มีใครคุยกับเขาเลย พวกเราไปเชิญเขามานั่งโต๊ะเดียวกับเราไหม เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นและจะได้ดื่มไวน์พร้อมกันอย่างมีความสุข”

 

 

          มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหนิงจิง “คุณกำลังใส่หน้ากากหาเขาอยู่รึปล่าว ?”

 

          “เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว ผมลืมมันไปหมดแล้วล่ะ ! ไปเถอะผมอยากทักทายเขาได้กล่าวขอโทษเขาด้วยเราจะได้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไง” เหยี่ยนเหวินเฉียนกล่าว

 

          “ตกลง ฉันจะไปชวนเขามานั่งดื่มไวน์กับเรา” หนิงจิงลุกขึ้นและเดินไปหาเซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยถอนหายใจออกมาเงียบๆ หนิงจิงช่างไร้เดียงสาและไม่รู้อะไรเลยแต่เขาสามารถบอกเธอได้อย่างบริสุทธิ์ใจเลยว่าเธอก็ไม่ชอบเหยี่ยนเหวินเฉียนเลย แต่เธอไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากพ่อแม่ของเธอบีบบังคับตัวเธออยู่

 

          ‘เหยี่ยนเหวินเฉียนมี Kamsutram oil เราไม่รู้หรอกว่าเขากำลังจะคิดวางยาชนิดนั้นให้เรากินหรือจะใช้ยานั้นกับหนิงจิง เซี่ยเหล่ยรู้สึกผิดหวังที่หนิงจิงให้ความเชื่อใจกับคนอย่างมัน !’

 

          หนิงจิงเดินมาด้วยรอยยิ้มที่เบิกบานและมีความสุข “เหล่ย เรื่องบังเอิญเนอะที่เรามาเจอกันในงานนี้ คุณอ่านข้อความที่ฉันส่งให้คุณแล้วรึยัง ?”

 

          “ผมอ่านแล้ว สวัสดีครับคุณหนิง” ขณะที่เซี่ยเหล่ยพูดเขาหันไปหาเหยี่ยนเหวินเฉียน ปรากฏว่าเขาหายไปจากโต๊ะแล้ว……

 

          ใต้โต๊ะตัวนั้น….เหยี่ยนเหวินเฉียนดึงขวดยาเล็กๆออกมาจากกระเป๋าจากนั้น ซู่หลางส่งไวน์แดงให้เหยี่ยนเหวินเฉียนใต้โต๊ะ เหยี่ยนเหวินเฉียนเริ่มเทยาลงในแก้วแล้วผสมกับไวน์แดงแล้วค่อยๆบรรจงเขย่าแก้วให้ยากับไวน์ผสมรวมกัน

 

          เซี่ยเหล่ยหันหน้าไปที่แก้วใบนั้นที่อยู่ในมือเหยี่ยนเหวินเฉียน จากนั้นเขาเลิกความสามารถจากตาซ้ายแล้วผ่อนคลายร่างกายของเขา

 

          “มานั่งกับผมสิ เราไม่เจอกันตั้งนานแล้วนะผมมีเรื่องคุยกับคุณเยอะเลย” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “เหยี่ยนเหวินเฉียนคงไม่ได้สำคัญมากกว่าผมใช่มั้ย ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ปล่าว ปล่าว เขาเชิญให้คุณไปนั่งโต๊ะเดียวกับเขา เขาบอกว่าจะขอโทษคุณเรื่องที่ผ่านมาด้วย” หนิงจิงกล่าว

 

          “อ๋อ….ผมก็ลืมไปแล้วล่ะ เรามานั่งที่โต๊ะนี้ด้วยกันดีกว่า ผมมีเรื่องคุยกับคุณเยอะเลย” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          หนิงจิงมองไปยังเหยี่ยนเหวินเฉียนด้วยความอึดอัด เธอกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างที่เธออึดอัดใจมานานแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอหายไปทันทีหลังจากที่เธอหันไปมองเหยี่ยนเหวินเฉียน

 

          เซี่ยเหล่ยไม่สามารถช่วยอะไรหนิงจิงได้ทำได้เพียงพูดปลอบใจเธอ “พี่หนิง ผมไม่ได้ว่าคุณนะแต่คุณไม่ชอบเหยี่ยนเหวินเฉียนมากๆใช่มั้ยล่ะ ?  คุณดูไม่มีความสุขเลยเมื่ออยู่ใกล้ๆเขา”

 

          น้ำตาเริ่มปริ่มดวงตาของหนิงจิง “คุณก็รู้ว่าฉันไม่ชอบเขาเลยแต่พ่อแม่ของฉันรักเขามาก ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดังนั้น….ฉัน…..”

 

          เซี่ยเหล่ยยืนขึ้น “เอาล่ะ ผมจะไปกับคุณที่โต๊ะนั้น !”

 

          หนิงจิงยิ้มออกมาอีกครั้ง “จริงหรอ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยเดินไปพร้อมกับหนิงจิง “พี่หนิงผมขอพูดอะไรสักหน่อยนะ คุณมีชีวิตเป็นของตัวเองไม่ใช่ว่าพ่อแม่ของคุณจะมาบังคับคุณได้ตลอด คุณจะใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งไปกับน้ำตาเหรอ ? คุณสามารถเลือกอนาคตของตัวเองได้ !”

 

          หนิงจิงจิบริมฝีปากตัวเองแล้วพยักหน้าเล็กน้อย

 

          เซี่ยเหล่ยถอนหายใจอีกครั้งแล้วพูดว่า “ผมช่วยคุณไม่ได้มากนักหรอกที่เหลือคุณต้องพึ่งพาตัวเองด้วยนะ”

 

          ติดตามตอนต่อไป……..

 

จบบทที่ TXV –  103 คนสกปรก !

คัดลอกลิงก์แล้ว