เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 102 ลูกของเรา !

TXV – 102 ลูกของเรา !

TXV – 102 ลูกของเรา !


TXV – 102 ลูกของเรา !

          มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่งที่จะต้องคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทตัวเองและยังต้องพึ่งพาบริษัทอื่นโดยการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ให้กับพวกเขาควบคู่กันไปด้วย ในการแข่งขันทางอุตสาหกรรม การพึ่งพากลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีนอาจช่วยแก้ปัญหาเรื่องการอยู่รอดของบริษัทได้เพียงชั่วคราวแต่มันไม่มีความหวังที่จะได้ขยายธุรกิจออกไปให้กว้างกว่านี้ ถ้าหากถึงวันที่กลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีนไม่ต้องการตัวเซี่ยเหล่ยอีกต่อไปแล้ว อาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปเองก็คงจะต้องถูกปิดตัวลง เซี่ยเหล่ยรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงต้องการจะมีสินค้าเป็นของตัวเองเพื่อจะได้มีจุดยืนในตลาด แต่มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะทำได้สำเร็จ ทั้งตัวเขาและหลางซือเหยาช่วยกันระดมความคิดทั้งวันจนหมดเวลาทำงานแล้วพวกเขาก็ยังไม่ได้ความคืบหน้าอะไร

 

          “ไปที่บ้านของฉันหน่อยนะ พ่ออยากกินอาหารที่คุณทำ” หลางซือเหยาบอกเซี่ยเหล่ยหลังจากเลิกงาน “และช่วงนี้ดูเหมือนคุณจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นนะ ฉันอยากลองทดสอบฝีมือคุณดู”

 

          “ได้สิ ผมอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีใครสนใจอยู่แล้วถ้าผมไม่ได้กลับบ้าน..” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “คุณน่าจะหาแฟนมาดูแลชีวิตของคุณได้บ้างแล้วนะ”

 

          “ผมยังไม่เคยคิดเรื่องนั้นหรอก” เซี่ยเหล่ยพูด ภาพของ เฉินตู เทียนหยินปรากฏขึ้นในหัวของเขาอีกครั้งอย่างไม่มีสาเหตุ และเขาก็ไม่รู้ว่าทำไม

 

          “ไปกันเถอะ ฉันจะขับเอง” หลางซือเหยายื่นมือออกมา “เอากุญแจรถมาให้ฉัน”

 

          เซี่ยเหล่ยส่งกุญแจรถให้เธอและพูดว่า “ผมจะซื้อรถให้คุณตอนที่เรามีเงินแล้ว”

 

          หลางซือเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง “ซื้อรถให้ฉันทำไม?”

 

          “ผมจำเป็นต้องมีเหตุผลที่จะซื้อรถให้คุณด้วยงั้นหรือ?” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          หลางซือเหยาเขินและเธอยิ้ม “ฉันไม่ใช่คนเรื่องมากหรอกนะ ถ้าคุณซื้อให้ฉันจะยอมรับไว้ก็แล้วกัน”

 

          พวกเขาพูดคุยและหยอกล้อกันตลอดทางที่เดินลงบันไดไปยังลานจอดรถ

 

          พนักงานสองสามคนที่ทำงานเสร็จแล้วกำลังเดินไปยังโรงอาหาร พวกเขาทั้งหมดยังเป็นเด็กวัยรุ่น เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของเด็กๆเหล่านั้นดังมาจากไกลๆ

 

          ทันใดนั้นหลางซือเหยาก็นึกเรื่องบางอย่างออก “ใช่แล้วล่ะ คนงานที่เรารับเข้ามาเพิ่งจบจากโรงเรียนมัธยมและพวกเขายังเป็นแค่วัยรุ่น ฉันคิดว่าเราควรจะพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย มันไม่ดีแน่ถ้าเราเจอปัญหา”

 

          “เราไม่ได้พูดคุยกับพวกเขาไปแล้วหรอกหรือ? ผมมอบหมายให้ผู้ดูแลเวิกค์ช็อปจูเสี่ยวหง หยางเปินฉ่ายและ หลิวเสวียบิงพูดคุยกับพวกเขาและช่วยตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย คนงานจะต้องถูกลงโทษถ้าหากพวกเขาไม่ทำตามกฏด้านความปลอดภัยของที่ทำงาน”

 

          หลางซือเหยาตีเซี่ยเหล่ย ท่าทางของเธอแปลกไป

 

          “ฉันไม่ได้หมายถึงปัญหาด้านความปลอดภัยแบบนั้น”

 

          เซี่ยเหล่ยแปลกใจ “แล้วเรามีปัญหาด้านความปลอดภัยเรื่องอะไรต้องระวังล่ะ?”

 

          หลางซือเหยากลอกตา “คุณนี่มันทึ่มจริงๆเลย ฉันกำลังหมายถึง…หมายถึงความปลอดภัยระหว่างชายหญิง”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่รู้ว่าเขาควรรู้ยังไงกับเรื่องนี้

 

          หลางซือเหยาพูดต่อ “ลองคิดดูสิ คนงานของเราทั้งหมดยังเด็กและเรารับพวกเขามาจากโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย พวกเขาทำงานด้วยกัน อยู่หอเดียวกัน…ต้องมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นใช่ไหมล่ะ? ความรักในที่ทำงานและชีวิตความเป็นอยู่ไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่ถ้าพวกเขาไม่ป้องกัน ถ้าพวกเขาเกิดท้องขึ้นมามันต้องไม่ดีแน่ พวกเขายังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อคนแม่คน”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะออกมาเสียงดัง “นี่มันซับซ้อนจริงๆสินะ ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เรื่องนี้มัน…”

 

          หลางซือเหยาพูดขัดขึ้นก่อนเซี่ยเหล่ยจะพูดจบ “ห้ามถามฉันนะ คุณต้องรับผิดชอบเรื่องนี้เอง”

 

          เซี่ยเหล่ยพูดอย่างเก้อเขิน “ผม ผมยังไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นี่”

 

          “ฮะ? คุณ…” หลางซือเหยาแปลกใจและรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของเธอ

 

          “คุณยัง…แบบนั้นใช่ไหม?”

 

          “ฮะแฮ่ม” เซี่ยเหล่ยหลบตาหลางซือเหยา “ดังนั้นคุณต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้”

 

          แก้มของหลางซือเหยาแดงขึ้นอีกครั้ง “ฉันเองก็ไม่มีประสบการณ์เหมือนกัน”

 

          พวกเขาทั้งสองคนต่างมองหน้ากันและเกิดบรรยากาศแปลกๆระหว่างเขาทั้งสองคน

 

          คนสองคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องการป้องกันจะสามารถสอนเด็กๆเหล่านั้นได้อย่างไร?

 

          “ให้เฉินอาเจียวรับผิดชอบเรื่องนี้น่าจะดีที่สุดนะ เธอเป็นคนมั่นใจและกล้าพูดทุกเรื่อง และเธอยังเป็นผู้ช่วยของผู้ดูแลเวิกค์ช็อปด้วย ดังนั้นมันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” เซี่ยเหล่ยหาทางออกได้อย่างรวดเร็ว

 

          หลางซือเหยาโล่งใจ “ถ้าอย่างนั้นฉันจะเป็นคุยเรื่องนี้กับเธอเองในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้กลับบ้านกันเถอะ”

 

          ‘กลับบ้านกันเถอะ’ ประโยคนี้ทำให้บรรยากาศที่ดูอึดอัดอยู่ก่อนหน้านี้จางหายไป

 

          ก่อนที่เซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยาจะได้เข้าไปนั่งในรถ รถ BMW ก็ขับเข้ามาขวางทางออกและหยุลงตรงหน้าของพวกเขาในพริบตาเดียว ประตูรถถูกเปิดออกและสือจิงชิวก้าวลงมาจากรถ เธอแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบและถือบัตรเชิญสีทองเอาไว้ในมือ

 

          “ประธานเซี่ย ทำไมคุณไม่ส่งจดหมายเชิญฉันมาเข้าร่วมงานเปิดตัวบริษัทใหม่ของคุณ? ทำไมคุณถึงใจดำอย่างนี้นะ ลืมคู่หูของคุณไปแล้วหรือไง โอ๊ะ คุณไม่คิดจะแนะนำเลขาคนสวยของคุณให้ฉันรู้จักหน่อยหรือ?” สือจิงชิวมีรอยยิ้มบนใบหน้าแต่ขณะที่พูดเธอกลับหันไปมองหลางซือเหยาที่ยืนอยู่ข้างๆเซี่ยเหล่ย

 

          หญิงสาวที่คิดว่าตัวเองสวยไม่สามารถทนเห็นหญิงสาวที่สวยกว่าตนเองได้....

          สือจิงชิวพยายามจะทำให้เซี่ยเหล่ยหลงเสน่ห์เธอ แต่เธอกลับพบว่าใบหน้าของหลางซือเหยามีความงดงามบริสุทธิ์ และเป็น 1 ใน 9 ของสัดส่วนร่างกายที่สมบูรณ์แบบ ขาเรียวยาวที่ยื่นออกมาจากกระโปรงมีความยาวเป็น 2 ใน 3 ส่วนของร่างกาย ถ้าหากมีการตัดสินเกี่ยวกับความสวยงามของขา แน่นอนว่าเรียวขาของหลางซือเหยาจะต้องเป็นเรียวขาที่สวยงามที่สุด ผู้หญิงคนนี้ทั้งมีเสน่ห์และสวยกว่าเธอ เธอกำลังพยายามทำให้เซี่ยเหล่ยหลงเสน่ห์ด้วยหรือเปล่า?

 

          “เธอไม่ใช่เลขาของผมหรอก เธอเป็นรุ่นพี่ของผม” เซี่ยเหล่ยพูดอย่างเป็นกันเอง

 

          “หลางซือเหยา” เธอยื่นมือออกไปตรงหน้าสือจิงชิวและยิ้มอย่างอ่อนโยน “และคุณคือ?”

 

          “สือจิงชิว” เธอจับมือกับหลางซือเหยาและยิ้มให้กับเธอเช่นเดียวกัน “ฉันเป็นเลขาของผู้อำนวยการหนิงแห่งบูรพาอุตสาหกรรม ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

 

          “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” หลางซือเหยาดึงมือของเธอกลับมา

 

          “บอกผมมา สือจิงชิว คุณต้องการอะไร?” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ฉันมาที่นี่เพียงเพราะว่าอยากมาไม่ได้หรือ?” สือจิงชิวหัวเราะคิกคักและพูดข้างๆหูหลางซือเหยา “คุณหลาง คุณอาจจะไม่รู้แต่เซี่ยเหล่ยและฉันเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน เขาชอบฉันและเขาก็เคยเขียนจดหมายรักให้ฉันด้วยนะ”

 

          หลางซือเหยาตกตะลึงและหันไปมองเซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยยักไหล่อย่างหมดคำพูด เขาไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร

 

          “โอเค โอเค ฉันได้รับภารกิจพิเศษให้มาที่นี่เพื่อนำคำเชิญมาให้คุณ ประธานเซี่ย” สือจิงชิวยื่นบัตรเชิญสีทองในมือเธอให้เซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยเปิดบัตรเชิญออกและอ่านเนื้อหาภายในนั้น เขาถูกเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของบูรพาอุตสาหกรรมและคนที่เชิญเขาไปคือหนิงเหยี่ยซาน เขาพูดหลังจากอ่านคำเชิญจบ

 

          “ทำไมบูรพาอุตสาหกรรมถึงจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำกัน?”

 

          “คุณไม่รู้งั้นหรือ? บูรพาอุตสาหกรรมได้เซ็นสัญญาสร้างโรงงานพลังงานลมกับ บริษัทเหวี้ยนเทียน ผู้อำนวยการหนิงได้เชิญคนดังรวมถึงนักการเมืองและผู้นำทางธุรกิจมาเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้” สือจิงชิวพูด

 

          “ผมไม่ใช่คนดัง การเชิญผมไปอาจจะไม่เหมาะสมซักเท่าไหร่ ฝากบอกผู้อำนวยการหนิงด้วยว่าผมขอบคุณสำหรับคำเชิญของเขาแต่ผมอาจจะไม่ได้เข้าร่วม” เซี่ยเหล่ยพูด

 

           สือจิงชิวประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้นกับคุณ? คนอื่นๆได้แต่ฝันถึงโอกาสแบบนี้ การที่ได้ทำความรู้จักกับนักธุรกิจที่ถูกเชิญมาในงานเลี้ยงจะเป็นประโยชน์อย่างสูงในอนาคต นอกจากนั้นแล้วผู้อำนวยการหนิงยังให้ฉันนำบัตรเชิญมาให้คุณด้วยตัวเอง มีใครคนไหนได้รับเกียรติแบบนี้บ้าง? คุณจะตอบแทนความมีน้ำใจของเขายังไงถ้าหากคุณไม่เข้าร่วม?”

 

          เซี่ยเหล่ยลังเล เขามีเหตุผลที่ทำให้ไม่อยากไปเพราะเขาได้ขโมยสัญญาจ้างของกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีนมาจากบูรพาอุตสาหกรรม เขาลำบากใจที่จะต้องเผชิญหน้ากับหนิงเหยี่ยซานเพราะสัญญาจ้างงานในตอนนี้เป็นของอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้าของเขาเอง

 

          “ไปเถอะ” หลางซือเหยาพูด “นี่เป็นโอกาสที่ดีมากนะ ใครจะไปรู้ ไม่แน่ว่าลูกค้าของเราอาจจะเป็นแขกที่เข้าร่วมงานนี้ก็ได้”

 

          “แบบนั้นก็ได้ แต่คุณต้องไปกับผมด้วย” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          หลางซือเหยาส่ายหน้า “ฉันไปไม่ได้ พวกเขาไม่ได้เชิญฉัน คุณไปกับคุณสือเถอะ”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นฝากบอกอาจารย์ด้วยว่าผมจะไปทำอาหารให้เขากินวันหลัง”

 

          หลางซือเหยาก้าวเข้ามาใกล้เซี่ยเหล่ย “ไทด์ของคุณเบี้ยว ฉันจะช่วยคุณผูกใหม่นะ” เมื่อพูดแบบนั้นเธอก็เอื้อมมือออกมาผูกไทให้เขาใหม่

 

          ท่าทางของเธออ่อนโยนและเป็นธรรมชาติแต่เซี่ยเหล่ยกลับมีอาการประหม่าเล็กน้อย........

 

          หลางซือเหยาช่วยเขาผูกไทด์ให้เรียบร้อยได้อย่างรวดเร็วและพูด “คุณไปเถอะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว”

 

          “ขับรถดีๆล่ะ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          หลางซือเหยาขึ้นรถและขับเกรทส์วอร์ H6 ของเซี่ยเหล่ยออกสู่ถนนใหญ่

 

          “ความรักมันเป็นแบบนี้เองสินะ” สือจิงชิวพูดอย่างเขินอาย “ฉันคิดไม่ถึงจริงๆว่าคุณจะสร้างบริษัทได้รวดเร็วขนาดนี้ และคุณก็หาแฟนได้เร็วเหมือนกัน คุณสองคนคบกันมานานแค่ไหนแล้ว?”

 

          “อย่าพูดอะไรไร้สาระน่า เธอเป็นรุ่นพี่ของผม อาจารย์ของผมหลางเฉิงชุนเขาเป็นผู้สืบทอดของเหยินหยงชุน”

 

          สือจิงชิวยิ้ม “ฉันไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับกังฟูหรืออะไรทำนองนั้นหรอก แต่ผู้หญิงที่ผูกเนคไทด์ให้คุณ…คุณไม่รู้งั้นหรือว่ามันหมายความว่ายังไง?”

 

          “คุณคิดมากเกินไปแล้ว” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ฮ่าๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณยังไม่มีแฟน คุณนี่ไม่เข้าใจหัวใจของผู้หญิงเอาซะเลย ถ้าไม่อย่างนั้นคุณคงได้หัวใจของฉันไปและตอนนี้ลูกของเราก็คงจะเรียนอยู่ในโรงเรียนเตรียมอนุบาล” สือจิงชิวพูด

 

          เซี่ยเหล่ยอึ้งจนพูดไม่ออก

 

          ลานจอดรถเต็มไปด้วยรถหรูมากกมายของบริษัทเหวี้ยนเทียนและรวมไปถึงรถยนต์ที่มีราคาหลายสิบล้านอย่างรถโรลลอยด์แพนทอมด์ของเฉินตู เทียนหยิน

 

          ‘เธออยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ?’ เซี่ยเหล่ยคิดเมื่อเห็นรถของเฉินตู เทียนหยิน จากนั้นเขาจึงบ่นกับตัวเอง ‘บูรพาอุตสาหกรรมได้เซ็นสัญญาสร้างโรงงานพลังงานลมกับ บริษัทเหวี้ยนเทียน ดังนั้นทำไมเธอจะไม่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำนี้ในฐานะของประธาน บริษัทเหวี้ยนเทียนล่ะ?’

 

          สือจิงชิวกดล็อคประตูรถ “กรุณาตามฉันมา ประธานเซี่ย”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกพึงพอใจที่เขาถูกเธอเรียกว่า ‘ประธานเซี่ย’ อุตสาหกรรมอาชาสายฟ้าเป็นบริษัทขนาดเล็กที่อยู่บนลิ่วล้อของกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจีน อีกทั้งยังไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง จะนับประสาอะไรกับการมีชื่อเสียงในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นประธานบริษัทที่กระจอกที่สุดในบรรดาประธานบริษัททั้งหมดที่เข้าร่วมงานเลี้ยงวันนี้

 

          “คุณกำลังคิดอะไรอยู่?”

 

          “ไม่มีอะไร ไปเถอะ” เซี่ยเหล่ยตอบ

 

          สือจิงชิวนำเซี่ยเหล่ยไปยังเส้นทางไปห้องโถงใหญ่ พวกเขาเดินและคุยกันไปด้วย

 

          “เพื่อนร่วมชั้นเซี่ย ฉันจะไม่อ้อมค้อมนะ คุณยังสนใจจะมาร่วมงานกับฉันไหม?”

 

          “คุณมีใบสั่งซื้อสินค้าหรือเปล่าล่ะ?”

 

          “แน่นอนสิ” สือจิงชิวมองซ้ายมองขวา และลดเสียงของเธอให้เบาลง “และนี่เป็นคำสั่งซื้อชุดใหญ่ ฉันไม่รู้ว่าคุณจะสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้ไหม”

 

          “ผมต้องรู้ก่อนเป็นอันดับแรกว่าคุณจะสั่งซื้ออะไร” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “เราจะคุยเรื่องนี้กันคราวหลัง” สือจิงชิวพูด “ฉันจ่ายให้คุณ 8% ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ คุณคิดว่าเป็นไง?”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “คุณกำลังพูดเกี่ยวกับเรื่องอัตราค่าจ้างงานในขณะที่ผมไม่แม้แต่จะรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร?”

 

          “นี่คือวิธีการทำงานของฉัน คุณแค่ต้องบอกฉันว่าคุณจะเอายังไง”

 

          “5%” เซี่ยเหล่ยพูด “และคุณต้องรับประกันว่าจะไม่ปกปิดราคานี้กับลูกค้า”

 

          “ฮ่าๆๆ” ทันใดนั้นสือจิงชิวก็ดึงแขนเซี่ยเหล่ยออกมาแล้วพูดว่า “ตกลง !”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกเหมือนกับว่าแขนของเขากำลังถูกบีบด้วยบางสิ่งที่คล้ายๆกับวุ้นและมันทำให้เขากังวลเล็กน้อย เขาอยากจะดึงมือออกมาแต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เห็นทีเขาคงต้องเสียสละบางสิ่งบางอย่างเพื่อประโยชน์ในการทำธุรกิจครั้งนี้เสียแล้ว

 

          ติดตามตอนต่อไป.........

จบบทที่ TXV – 102 ลูกของเรา !

คัดลอกลิงก์แล้ว