เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  88 แก่นแท้ของการต่อสู้ !

TXV –  88 แก่นแท้ของการต่อสู้ !

TXV –  88 แก่นแท้ของการต่อสู้ !


TXV –  88 แก่นแท้ของการต่อสู้ !

 

          ขณะในบ้านหลางมีผู้คนกำลังรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย...

 

          มีเปรี้ยวหวานซี่โครงหมูรวมไปถึงลูกชิ้นปลาที่แสนอร่อยและยังมีผัดผักที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ อาหารเหล่านี้ถูกปรุงโดยเซี่ยเหล่ย พวกเขากำลังเฉลิมฉลองให้กับเซี่ยเหล่ยที่ได้รับที่ดินผืนนั้นมา การเฉลิมฉลองครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบง่ายและเจียมเนื้อเจียมตัว

 

          “นี่ไงซี่โครงหมู ท่านอาจารย์” เซี่ยเหล่ยใช้ตะเกียบคีบซี่โครงหมูขึ้นมาแล้ววางไว้ในชามของหลางเฉิงชุน

 

          หลางเฉิงชุนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “กิน กิน คุณกินด้วยสิ ผมกินเยอะกว่านี้ไม่ไหวแล้ว”

 

          “พ่อ กินแต่ของที่เซี่ยเหล่ยคีบให้” หลางซือเหยายิ้ม “เหล่ย บอกฉันหน่อยใครคือลูกตัวจริงกันแน่ ฮ่าฮ่า”

 

          “บอกตอนนี้ไม่ได้หรอก !” รอยยิ้มของหลางเฉิงชุนมีความลึกลับอยู่ภายในนั้นราวกับว่ามีความหมายแอบแฝงจากคำพูดของเขา

 

          แก้มของหลางซือเหยาแดงขึ้นเล็กน้อยจากนั้นเธอที่ก้มหน้าไปยังชามข้าวของตัวเอง

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเช่นกัน เขาก็ก้มหน้าก้มตาลงไปยังชามข้าวของเขาเช่นกัน

 

          หลางเฉิงชุนมองไปที่หลางซือเหยาแล้วพูดว่า “ดูสิขนาด เหล่ย เป็นผู้ชายยังสามารถทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้ แล้วผู้หญิงแบบลูกทำเป็นแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น ลูกควรเรียนรู้วิธีการทำอาหารจากเหล่ยให้มากๆนะ อนาคตลูกแต่งงานไปถ้าทำอาหารไม่เป็นจะดูแลสามีและลูกยังไง ?”

 

          “พ่อ…...” ใบหน้าของหลางซือเหยายิ่งแดงขึ้น

 

          “เอาล่ะ เอาล่ะ ! ผมจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว กินต่อเถอะ” หลางเฉิงชุนเลิกพูดถึงเรื่องนี้อีก ใบหน้าของเขานั้นล้วนเต็มไปด้วยความสุขเขามีความภาคภูมิใจที่ได้เซี่ยเหล่ยมาเป็นลูกศิษย์แถมลูกศิษย์คนนี้ยังมีความสามารถในการทำธุรกิจที่สามารถได้ที่ดินราคาหลายร้อยล้านมาในราคาไม่กี่ล้าน....

 

          หลังจากที่พวกเขากินเสร็จแล้ว หลางซือเหยาเดินไปในครัวเพื่อล้างจาน และหลางเฉิงชุนเรียกเซี่ยเหล่ยเข้าไปในห้อง

 

          นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยเหล่ยเดินเข้ามาในห้องส่วนตัวของหลางเฉิงชุนภายในห้องนี้มีหนังสือจำนวนมากเขาเห็นมันวางอยู่ที่ชั้นหนังสือในชั้นหนังสือมีตั้งแต่หนังสือศิลปะการต่อ สู้วิทยาศาสตร์รวมไปถึงการกำเนิดธรรมชาติต่างๆ มันเป็นชั้นหนังสือที่มีหนังสือครอบคลุมอยู่หลายประเภท

 

          “ท่านอาจารย์ ดูเหมือนว่าคุณชอบอ่านหนังสือมากๆเลยนะ ผมขอยืมไปอ่านบ้างได้มั้ย ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          หลางเฉิงชุนยิ้มออกมา “ผมชอบอ่านหนังสืออยู่เสมอ เมื่อผมไม่ได้ฝึกศิลปะการต่อสู้ ผมจะมาอ่านหนังสือนี่แหละ การอ่านนี่มันดีนะคุณก็ควรจะอ่านหนังสือให้มากขึ้น หนังสือช่วยให้เรามีความรู้และมีสมาธิเมื่ออยู่กับมัน”

 

          “ผมจะจำไว้ครับ !” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          หลางเฉิงชุนวางมือบนไหล่ของเซี่ยเหล่ย “ผมไม่ได้เรียกคุณมาเพื่อเหตุผลนี้ ผมมีบางอย่างที่อยากจะสอนคุณ”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก นี่เป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าหลางเฉิงชุนจะสอนเขาถึงรากเหง้าของหวิงชุน

 

          คนจีนทุกๆคนมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเรียนศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริงแต่ที่เซี่ยเหล่ยได้เรียนนั้นเป็นแค่ส่วนเล็กๆของศิลปะการต่อสู้เท่านั้น เขามีโอกาสได้เรียนถึงแก่นแท้ของหวิงชุน เขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไรล่ะ ? ตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าได้สืบทอดศิลปะการต่อสู้จาก ‘เจ็คลี’ ซึ่งเป็นฮีโร่ในดวงใจเขา โดยมีปรมาจารย์ทางด้านศิลปะการต่อสู้สอนให้เขาแบบตัวต่อตัว มันไม่มีอะไรวิเศษไปมากกว่านี้แล้ว !

 

          “เหล่ย คุณเข้าใจแก่นแท้ของพลังปราณหรือไม่ ?” หลางเฉิงชุนไม่ได้พูดถึงเทคนิคพิเศษอะไรเลยแต่เขาถามคำถามแปลกๆขึ้นมา

 

          เซี่ยเหล่ยหยุดคิดสักครู่หนึ่งก่อนที่จะเริ่มลูบหน้าผากตัวเองอย่างงุ่มง่าม “ท่านอาจารย์ ผมเคยอ่านหนังสือแก่นแท้ของพลังในนิยายการต่อสู้กำลังภายใน มันเป็นพลังที่อยู่ในร่างกายของเราใช่ไหม ?”

 

          หลางเฉิงชุนวางสายหัวและชี้นิ้วไปที่จุดระหว่างคิ้ว หัวใจและใต้สะดือของเซี่ยเหล่ย “ที่ผมชี้ไปทั้งหมดนั่นคือจุดศูนย์กลางของพลังปราณ จุดตันเถียนเหนือ จุดตันเถียนกลางและจุดตันเถียนล่าง  ”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้าแบบเก้ๆกังๆ ซึ่งเขาไม่เข้าใจถึงสิ่งเหล่านี้เลย

         

          หลางเฉิงชุนวางพูดต่อว่า “ศูนย์กลางพลังปราณไม่ใช่เรื่องสมมุติ มันเป็นเรื่องจริง มีคนเคยกล่าวไว้ว่าการหายใจเป็นศูนย์กลางของพลังปราณที่สำคัญในจุดตันเถียน ผู้ใช้ตันเถียนจะควบคุมสมดุลหยินและหยางบริเวณใต้สะดือของพวกเขา คุณเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อนเมื่อเขาได้ยินครั้งแรกเขาถึงกับตกตะลึงว่ามีเรื่องพวกนี้อยู่ในศิลปะการต่อสู้อยู่ด้วยเหรอ ? หรืออาจเป็นเพราะว่าเขาไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้

 

          หลางเฉิงชุนพูดต่อว่า “มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆจุดตันเถียนเป็นอวัยวะส่วนนึงของทุกคนที่สามารถเสริมสร้างร่างกายและรักษาสุขภาพร่างกายเอาไว้ ถ้าคุณฝึกฝนมันการเสริมสร้างร่างกายและพลังของคุณจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย มีคนเคยกล่าวไว้ว่าผู้เชี่ยวชาญการฝึกตันเถียนมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี !”

 

 

          เซี่ยเหล่ยไม่เข้าใจเลยว่าหลางเฉิงชุนกำลังพูดถึงอะไร ในเวลานี้เขาพยายามจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ที่อาจารย์สอนให้เร็วที่สุด แต่ถ้าให้เขาพูดออกมาว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง เขาคงตอบได้แค่ว่าผมไม่รู้อะไรเลย…

 

          หลางเฉิงชุนพูดต่อว่า “การหายใจเข้าก็เหมือนกันสูดเอาพลังปราณเข้าไปและกลั่นออกมาเป็นจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งและทรงพลัง !”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มเก้ๆกังๆ “ท่านอาจารย์ เรื่องนี้มันลึกลับซับซ้อนเกินไปแล้ว ผมไม่เข้าใจมันหรอก !”

 

          “มันเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย การฝึกศิลปะการต่อสู้ก็เหมือนกันฝึกฝนจิตวิญญาณร่างกายและจิตใจของคุณ คุณจะรวมตัวเป็นหนึ่งกับจังหวะการเคลื่อนไหวและจังหวะของการหายใจ คุณจะผสมผสานเข้าไปกับจิตวิญญาณของคุณไปพร้อมๆกันจากนั้นคุณจะได้รับพลังที่มากขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว”

 

          ในตอนนี้เซี่ยเหล่ยเหมือนจะเข้าใจศิลปะการต่อสู้มากขึ้น แต่ในสมองของเขาตอนนี้ยังไม่สามารถปะติดปะต่อความหมายของจุดตันเถียนที่หลางเฉิงชุนพูดออกมาได้

 

          “ดูนี่” หลางเฉิงชุนเดินไปที่กำแพงเขาไม่ได้เตรียมการอะไรเลยทั้งสิ้น เขาเพียงหายใจเข้าและทันใดนั้นเขาออกหมัดไปที่กำแพง !

 

          ตูม ! เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องและมีรอยกำปั้นของเขาประทับอยู่บนกำแพง !

 

          เซี่ยเหล่ยยืนอึ้งขณะที่หลางเฉิงชุนออกหมัดไปที่กำแพง มันไม่ใช่กำแพงโคลนที่อ่อนปวกเปียก มันเป็นกำลังแพงซีเมนต์ที่แข็งมาก !

 

          เซี่ยเหล่ยใช้ตาซ้ายของเขาจ้องมองไปที่หลางเฉิงชุน เขากำลังดูว่าการไหลเวียนพลังในตัวของหลางเฉิงชุนว่าทำได้อย่างไรและเซี่ยเหล่ยกำลังคิดว่าตอนนี้เขาได้เรียนรู้รูปแบบที่แท้จริงของหวิงชุนแล้ว ความลับทั้งหมดมันซ่อนอยู่ในมือของหลางเฉิงชุน !

 

          “ท่านอาจารย์ คุณแข็งแกร่งมาก !” เซี่ยเหล่ยกลับมาได้สติหลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่งในดวงตาของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็น

 

          “คุณก็สามารถทำแบบนี้ได้ถ้าคุณฝึกฝนมันอย่างหนัก” หลางเฉิงชุนกล่าว

 

          “ผมอยากแข็งแกร่งแบบนี้ ผมจะต้องฝึกยังไง ?” เซี่ยเหล่ยกระตือรือล้นอยากจะรีบฝึก

 

          หลางเฉิงชุนเดินไปที่โต๊ะทำงานและหยิบกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษร เขาส่งกระดาษแผ่นนั้นให้กับเซี่ยเหล่ย “อ่านสิ่งนี้ให้เข้าใจซะก่อนเมื่อคุณจำได้ทั้งหมดแล้ว ผมจะเริ่มสอนคุณอย่างจริงจัง”

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปที่มันชั่วครู่หนึ่ง “ท่านอาจารย์ ผมจำมันได้ทั้งหมดแล้ว !”

 

          “ห๊ะ ?” หลางเฉิงชุนพูดด้วยความประหลาดใจ “เร็วขนาดนี้เลย ?”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มออกมา “ผมจะอ่านให้คุณดูถ้าคุณไม่เชื่อผม ‘การสูดลมหายใจเข้าเป็นดั่งปลาวาฬที่กำลังสูบน้ำเข้าไปในขณะที่ลมหายใจออกเป็นดั่งพายุที่กำลังโหมกระหน่ำทะเลทราย……..’”

 

          เซี่ยเหล่ยท่องได้ทุกคำจนหลางเฉิงชุนพอใจ “คุณเป็นต้นกล้าที่เยี่ยมยอดมากเอาหล่ะ ผมจะเริ่มสอนคุณตอนนี้เลย คุณรีบกลับบ้านมั้ยคืนนี้ ?”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “ไม่ครับ ตอนนี้ผมยังไม่อยากกลับบ้าน”

 

          เซี่ยเสวียไปเรียนที่มหาวิทยาลัยชิงตู มันไม่แตกต่างกันเลยว่าเขาจะกลับบ้านหรือไม่กลับบ้าน ถึงเซี่ยเหล่ยกลับบ้านไปก็อยู่คนเดียวอยู่ดี…

 

          หลางเฉิงชุนกำลังสอนเซี่ยเหล่ยเกี่ยวกับรูปแบบที่แท้จริงของหวิงชุน ความลับทั้งหมดนี้ได้ถูกเก็บไว้ในตระกูลเหยินหยงชุนเท่านั้น จะไม่มีการสอนความลับนี้กับคนทั่วไป หลักสูตรนี้ได้สืบทอดมาในตระกูลเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว ณ ตอนนี้มีผู้สือทอดมา 10 รุ่นแล้วและเซี่ยเหล่ยเป็รุ่นที่ 11

 

          หนึ่งชั่วโมงต่อมา เซี่ยเหล่ยกำลังเดินออกจากห้องของหลางเฉิงชุนและเจอหลางซือเหยา….

 

          “พ่อของฉันเข้มงวดกับคุณมั้ย ?” หลางซือเหยาถาม

 

          “ไม่เลย ท่านอาจารย์ใจดีมากและตั้งใจสอนวิชาหวิงชุนให้กับผมมากๆเลยล่ะ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          หลางซือเหยาขมวดคิ้ว “ลำเอียง ! ตอนที่เขาสอนฉันนี่รุนแรงยิ่งกว่าฝึกสัตว์ป่าซะอีก !”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะออกมา “นั้นเป็นเพราะเขารักคุณมากไง ท่านอาจารย์บอกว่าให้ผมฝึกกับคุณและให้คุณช่วยแนะนำผมระหว่างฝึกด้วย คุณพอมีเวลาว่างมั้ย ?”

 

          “แน่นอน ฉันจะฝึกกับคุณเอง ! หากคุณมีอะไรไม่เข้าใจถามฉันได้ตลอดเลยนะ !” หลางซือเหยาตอบตกลงอย่างรวดเร็ว

 

          จากนั้นทั้ง 2 คนเริ่มฝึกซ้อมกันในห้อง

 

          เซี่ยเหล่ยตั้งการ์ดขึ้นมาและยำกำปั้นขึ้นมาในขณะที่สูดลมหายใจเข้าไปและในขณะที่หายใจออกเขาปล่อยกำปั้นของเขาออกไปเป็นจังหวะตามจังหวะลมหายใจ ในตอนนี้เขารู้สึกว่าหมัดของเขาทรงพลังมากกว่าเมื่อก่อน….

 

          หลางซือเหยายืนอยู่ด้านหลังเซี่ยเหล่ย เธอคอยให้คำแนะนำและแก้ไขในสิ่งที่เซี่ยเหล่ยทำผิดพลาด....

 

          “มีจุดผิดพลาดอยู่นิดหน่อย คุณหายใจออกเร็วเกินไป” หลางซือเหยายืนข้างๆเซี่ยเหล่ย เธอใช้มือข้างหนึ่งปรับแขนของเขาและมืออีกข้างหนึ่งกดตรงบริเวณใต้สะดือของเขา

 

          มือของเธออ่อนนุ่มและอบอุ่นมากขนาดที่เธอกดลงบริเวณจุดอ่อนไหวของเซี่ยเหล่ยทำให้เขาตื่นตัวขึ้นมาทันทีในเวลาอันสั้น

 

          อย่างไรก็ตามหลางซือเหยาไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเซี่ยเเหล่ยแม้แต่น้อยมือที่อ่อนนุ่มของเธอค่อยๆกดเบาๆบนหน้าท้องของเสียในขณะที่เธอพูดว่า “หายใจเข้า……..หายใจเข้า…...”

 

          เซี่ยเหล่ย รีบหายใจเข้าอย่างรวดเร็วและปล่อยหมัดออกไปในขณะที่หายใจออก อย่างไรก็ตามสมองเขาตอนนี้ทำงานอย่างหนัก เขามองไปที่ใบหน้าอันสวยงามของหลางซือเหยาผิวที่เนียนนุ่มราวกับหิมะรวมกับสะโพกที่อ่อนไหวของเธอ เขารีบปิดตาข้างซ้ายทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะใช้ตาข้างซ้ายทำสิ่งบางอย่างที่มันไม่ควร

 

          หลางซือเหยาหันกลับมาด้านหน้าอีกครั้งและอีกข้างหนึ่งกดบริเวณท้องน้อยของเซี่ยเหล่ยแล้วพูดว่า “ลองอีกครั้ง !”

 

          ปฏิกิริยาการเคลื่อนไหวของเซี่ยเหล่ยเริ่มช้าลงและการเคลื่อนไหวของเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้น

 

          หลางซือเหยาเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างเธอจ้องมองลงไปยังส่วนล่างของเซี่ยเหล่ยซึ่งมันทำให้ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีจากนั้นเธอรีบหันกลับมามองใบหน้าของเซี่ยเหล่ยอย่างรวดเร็วและแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรจากนั้นพูดเบาๆว่า “อืม….. ลองอีกครั้ง ฉันบอกให้คุณลองอีกครั้ง !”

 

          เซี่ยเหล่ย รู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมากเขาแทบจะควบคุมมันไม่ได้แล้ว ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะมือที่อ่อนนุ่มของเธอมาแตะจุดอ่อนไหวของเขา

 

          ผู้ชายและผู้หญิงทั้งคู่กำลังฝึกศิลปะการต่อสู้อยู่ในห้องของตัวพวกเขาเองสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้ยากที่จะหลีกเลี่ยงออกไปได้ อย่างไรก็ตามหลางซือเหยาต้องเป็นครูคอยสอนข้อผิดพลาดให้กับเซี่ยเหล่ย พวกเค้าทั้งคู่ต้องอดทนอดกลั้นความรู้สึกเหล่านี้ไว้ภายในใจ.....

 

          พวกขาทั้ง 2 คนฝึกศิลปะการต่อสู้กันจนดึก

 

          “เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนค่อยมาฝึกต่อในวันพรุ่งนี้” เหงื่อของหลางซือเหยาไหลออกมาเยอะเกินไปเสื้อของเธอที่บางเฉียบกำลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อทำให้เห็นส่วนเว้าและส่วนโค้งของหน้าอกเธออย่างชัดเจน..

 

          “ราตรีสวัสดิ์” เซี่ยเหล่ยไม่กล้าลืมตามองตัวหลางซือเหยา

 

          หลังจากที่หลางซือเหยาคว้าชุดนอนที่เธอตั้งไว้บนเตียง กลิ่นหอมจางๆมาแตะจมูกของเซี่ยเหล่ยกลิ่นนี้ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าเขาอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ….

 

          ‘เราไม่สามารถฝึกซ้อมกับเธอแบบนี้ได้อีกต่อไป มันอาจจะไม่ส่งผลอะไรกับเธอแต่กับเรานั้นมันยากเหลือเกิน’ เซี่ยเหล่ยก้มลงไปดูที่กางเกงของเขาในทันที….

 

          ติดตามตอนต่อไป…….

 

         

 

 

จบบทที่ TXV –  88 แก่นแท้ของการต่อสู้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว