เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  87 ต่ำกว่ามตราฐาน !

TXV –  87 ต่ำกว่ามตราฐาน !

TXV –  87 ต่ำกว่ามตราฐาน !


TXV –  87 ต่ำกว่ามตราฐาน !

 

          เสียงนั้นดึงดูดให้ทุกคนและสายตาทุกคู่หันไปมองมู๋เจียนเฟิงกำลังเดินเข้ามาภายในห้องประชุมภายใต้การจับตามองของทุกคน เขาเดินเข้ามาพร้อมกับเจียงซิน

 

          “ชายสูงอายุคนนั้นเป็นใคร?” ใครบางคนพูดขึ้นมาด้วยเสียงต่ำ “เขากล้าประมูลราคาแข่งกับประธานฮวง นี่เขาไม่อยากมีชีวิตต่อไปแล้วหรือยังไงกัน?”

 

          “นี่มันน่าสนใจจริงๆ ฮวงยี่หู่กระจายข่าวออกไปว่าใครก็ตามที่ต้องการจะซื้อที่ดินแปลงที่ 13 นี้จะต้องเป็นศัตรูกับเขา และดูเหมือนว่าชายชราคนนั้นจะสนใจที่ดินแปลงนี้ ฉันอยากจะรู้จริงๆว่าฮวงยี่หู่จะจัดการกับเขายังไง” ใครบางคนพูดขึ้นมาอย่างเงียบๆ

 

          “เฮ้อ พวกเขาจะต้องเป็นคนนนอกที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่นี่ เขาจึงกล้าที่จะต่อกรกับฮวงยี่หู่ เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ”

 

          ภายในห้องประชุมต่างเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบ บรรยากาศที่เงียบสงบจากก่อนหน้านี้หายไปทันที

 

          มู๋เจียนเฟิง ไม่สนใจต่อเสียงกระซิบกระซาบรอบๆตัว และสายตาของเขากวาดมองไปยังที่นั่งด้านบน เขาหาเซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยาพบอย่างรวดเร็ว เขาพยักหน้าให้ทั้งสองคนจากนั้นจึงเดินไปข้างหน้าเพื่อจะก้าวขึ้นไปยังแท่นประกาศ

 

          ก่อนที่ มู๋เจียนเฟิง และเจียงซินจะเข้าไปได้ เจ้าของงานได้ถามอย่างไม่แน่ใจ “ท่านสุภาพบุรุษมาที่นี่เพื่อประมูลที่ดินแปลงที่ 13 ใช่หรือไม่? ถ้าใช่ โปรดหาที่นั่งและกรุณาปฏิบัติตามขั้นตอนการประมูลด้วยครับ”

 

          “ผมมาที่นี่เพราะเรื่องที่ดินแปลงนี้ และผมก็ไม่จำเป็นต้องหาที่นั่งหรอก ผมจะมาพูดแค่เรื่องสั้นๆแล้วก็จะไป” มู๋เจียนเฟิง พูด

 

          ความอวดดีนี้มันอะไรกัน!

 

          เพียงประโยคเดียวจากเขาทำให้ห้องประชุมเงียบลงอีกครั้ง สายตาทุกคู่ต่างหันกลับไปมองมู๋เจียนเฟิง

 

          ฮวงยี่หู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาลุกจากที่นั่งด้วยอารมณ์โกรธจัดและเดินออกไปขวางทางมู๋เจียนเฟิงและเจียงซินไว้

 

          “คุณเป็นใคร?” ฮวงยี่หู่ถามด้วยเสียงเย็นเยียบแกมข่มขู่

 

          มู๋เจียนเฟิงย่นคิ้วของเขาแล้วถาม “แล้วคุณล่ะเป็นใคร?”

 

          ลี่หยู่หลานเองก็ลุกขึ้นและพูดเสียงดัง “มันเกิดอะไรขึ้น ? คุณจะยอมรับราคาที่เราประมูลหรือเปล่า? คุณจะหยุดอยู่ทำไม?”

 

          ที่ดินผืนนี้มีมูลค่านับหลายร้อยล้านและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นอีก แต่ฮวงยี่หู่ก็สามารถกำจัดคู่แข่งของเขาออกไปได้และเสนอราคาให้เพียงแค่ 81,000,000 เท่านั้น นี่มันเป็นเรื่องผิดกฏหมายและเจ้าของงานเองก็รู้เหตุผลว่าทำไมคนอื่นๆจึงไม่กล้าเสนอราคาเพิ่ม และตัวเขาเองก็ไม่อยากขัดใจฮวงยี่หู่เช่นกัน เป็นเรื่องดีสำหรับเขาที่ชายสูงอายุคนนี้ได้ปรากฏตัวขึ้นมาขัดขวางการประมูล และรัฐบาลเองก็มีความยินดีที่จะระงับการประมูลราคาของฮวงยี่หู่

 

          “ดูเหมือนว่าสุภาพบุรุษท่านนี้จะต้องการประมูลที่ดินผืนนี้ด้วย ไม่มีเหตุผลที่ผมจะห้ามไม่ให้เขาเข้าร่วมการประมูลนี่” เจ้าหน้าที่กล่าว

 

          ลี่หยู่หลานเริ่มกังวลเล็กน้อย “ชายคนนี้จะร่วมประมูลราคาที่ดินผืนนี้ด้วย? เขาได้วางมัดจำไว้หรือเปล่า? เขามีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลหรือเปล่า? เอาหลักฐานออกมาให้พวกเราดูสิ!”

 

          “ออกไปให้พ้นทางของผมซะ!” มู๋เจียนเฟิงเริ่มโกรธ

 

          ฮวงยี่หู่ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับตัว “คุณไม่ได้ยินหรือไง? คุณต้องแสดงหลักฐานให้เราเห็นก่อนว่ามีสิทธิ์เข้าร่วมประมูล แต่ถ้าคุณไม่มีสิทธิ์ร่วมประมูลนั่นมันก็เป็นปัญหาแล้วล่ะ และในกรณีนี้ก็ต้องขอความกรุณาให้คุณช่วยออกไปจากที่นี่ซะ!” เขาชี้นิ้วไปยังประตูทางออก

 

          เซี่ยเหล่ยลุกเดินออกมาจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว “มีหมาบางตัวมาขวางทางคุณอยู่รึปล่าว ท่านอวุโสมู๋ ?”

 

          “มีคนๆหนึ่งขวางอยู่ แต่มันก็เป็นแค่ตั๊กแตนตำข้าวที่พยายามจะหยุดรถม้าศึกเท่านั้นล่ะ ถ้าสิ่งนี้สามารถหยุดผมได้ ผมคงอับอายที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วล่ะ” มู๋เจียนเฟิง พูด

 

          ฮวงยี่หู่ไม่ได้เก็บคำพูดของ มู๋เจียนเฟิง มาคิดอย่างจริงจัง เขามองเซี่ยเหล่ยด้วยสายตาที่มุ่งร้ายในขณะที่เขาพูด “หลังจากนี้คุณต้องมีปัญหาแน่ คุณประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว!”

 

          “หลีกทางไปซะ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          ฮวงยี่หู่ไม่ยอมขยับ รอยยิ้มน่ารังเกียจปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา

 

          ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยก็คว้าคอของฮวงยี่หู่ไว้และผลักเขาลงไปบนพื้นระหว่างเก้าอี้ ฮวงยี่หู่ถูกโยนลงบนพื้นราวกับเขาเป็นขยะที่ถูกโยนทิ้ง....

 

          บอดี้การ์ดทั้งสี่คนของฮวงยี่หู่ก้าวออกมาข้างหน้า

 

          เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็วิ่งเข้ามาในห้องประชุม สถานการณ์ตอนนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย

 

          “เงียบ! เงียบ! เอะอะโวยวายเรื่องอะไรกัน?” เสียงของผู้ชายดังมาจากแท่นประกาศ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความภูมิฐานและความโกรธจัด

 

          ห้องประชุมที่วุ่นวายจึงค่อยๆเงียบสงบลง

 

          “นั่นมันนายกเทศมนตรีหู่ฮั่วไม่ใช่หรือ? เขาก็มาที่นี่ด้วยเหมือนกัน” ใครบางคนรู้จักชายวัยกลางคนที่เพิ่งก้าวขึ้นไปบนแท่นประกาศ

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปยังชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางสะอาดสะอ้านและคิด ‘ในสถานการณ์ตอนนี้เขาดูเหมือนกับเป็นอาจารย์ น้ำเสียงของเขามันฟังดูภูมิฐานมากจริงๆ’

 

          ฮวงยี่หู่คลานเข่าออกมาจากพื้นระหว่างที่นั่ง เขาโมโหมากแต่ต้องยับยั้งมันไว้เมื่ออยู่ต่อหน้าหู่ฮั่วสายตาที่หันไปมองเซี่ยเหล่ยเต็มไปด้วยเจตนาที่คิดจะฆ่าเขา เขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าได้ฆ่าเซี่ยเหล่ยทิ้งซะ !

 

          “ท่านอวุโสมู๋ ผมต้องขออภัยครับ” หู่ฮั่วพูดผ่านไมโครโฟน “ผมติดภารกิจบางอย่างทำให้มาถึงที่นี่ช้ากว่ากำหนด”

 

          มู๋เจียนเฟิงเดินไปยังแท่นประกาศด้วยรอยยิ้ม “ผมเองก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน เมืองห่ายจูของคุณพลุกพล่านมากจนทำให้เรารถติดเกือบตลอดทางที่มาที่นี่”

 

          หู่ฮั่วและมู๋เจียนเฟิงจับมือกันบนเวทีทั้งคู่ดูสนิทสนมกันมาก

 

          แต่ด้านล่างเวทีกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทุกคนกำลังพยายามคาดเดาสถานะที่แท้จริงของ มู๋เจียนเฟิง และบางคนก็พยายามคาดเดาว่าเด็กหนุ่มที่กล้าผลักฮวงยี่หู่ลงไปกับพื้นเป็นใคร

 

          “เขาเป็นใครกันแน่?” เมื่อเห็นนายกเทศมนตรีหู่ฮั่วและมู๋เจียนเฟิงจับมือกันอย่างสนิทสนม ฮวงยี่หู่เริ่มสูญเสียความมั่นใจและรู้สึกกลัวขึ้นมา

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะเยาะ “ทำไมคุณถึงไม่อวดดีเหมือนก่อนหน้านี้ล่ะ? ตอนนี้คุณรู้จักความหวาดกลัวขึ้นมาบ้างแล้วหรือ?”

 

          “หวาดกลัว?” ฮวงยี่หู่พูด “ผม ฮวงยี่หู่ ไม่แม้แต่จะรู้จักรูปร่างของคำว่า ‘หวาดกลัว’”

 

          “คุณหมายถึง เห่อหล่าวฉี่ ด้วยหรือเปล่า?” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “มึงต้องตายด้วยน้ำมือกู !” เสียงของฮวงยี่หู่เต็มไปด้วยการข่มขู่

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “แน่นอนว่าผมจะต้องตาย แต่ผมจะตายหลังจากคุณ นับวันรอเอาไว้ได้เลย”

 

          ขณะนั้นเอง มู๋เจียนเฟิง ก้าวไปหน้าไมโครโฟนบนเวทีและเปิดเอกสารที่เจียงซินมอบให้กับเขา เขาเริ่มอ่านอย่างช้าๆ “การประมูลที่ดินแปลงที่ 13 ของเมืองห่ายจูถูกยกเลิกชั่วคราวเนื่องมาจากสถานการณ์พิเศษ ในขณะนี้ที่ดินผืนดังกล่าวถูกจัดซื้อโดยกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนเพื่อสร้างบริษัทที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้แก่โครงการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ…”

 

          ภายในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบ

 

          จะมีใครสามารถคัดค้านได้ในเมื่อรัฐบาลที่เป็นเจ้าของที่ดินเองใช้เหตุผลเช่นนี้เพื่อซื้อที่ดิน?

 

          อย่าว่าแต่ฮวงยี่หู่เลย แม้แต่ตระกูลกู๋เองก็ไม่อาจคัดค้านได้

 

          มู๋เจียนเฟิง ยังอ่านเอกสารไม่จบ แต่ใบหน้าของฮวงยี่หู่นั้นซีดเผือดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาและภรรยาได้ทำลายความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าเมืองห่ายจูไปแล้ว และในเวลาสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเขาได้ลงทุนสูงมากไปกับที่ดินผืนนี้ เขาคิดว่าความพยายามของพวกเขาจะนำมาซึ่งรายได้ที่ยอมเยี่ยม แต่เรื่องทั้งหมดที่เขาทำลงไปมันกลับไร้ประโยชน์ !

 

          ฮวงยี่หู่และลี่หยู่หลานจ้องเขม็งไปยังเซี่ยเหล่ย เขาทั้งสองคนโกรธมาก และพวกเขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าได้ฉีกเนื้อเซี่ยเหล่ยออกเป็นชิ้นๆและดื่มเลือดสดๆของเขา!

 

          ในทางกลับกัน เซี่ยเหล่ยเขากลับไม่รู้สึกกังวลอะไร เขายิ้ม “หัวหน้าฮวง อย่าลืมการเดิมพันของเราล่ะ ผมยังคงรอที่จะพาคุณไปคุกเข่าขอขมาต่อหน้าหลุมฝังศพเพื่อนของผมอยู่นะ”

 

          ฮวงยี่หู่ขบฟัน !

 

          ขณะนั้นเองมู๋เจียนเฟิงก็ได้อ่านเอกสารจบแล้ว เขาพูดอีกหนึ่งประโยคใส่ไมโครโฟน

 

          “คุณเซี่ย โปรดขึ้นมาบนเวที”

 

          เซี่ยเหล่ยเดินขึ้นไปบนเวที

 

          หลางซือเหยาเดินตามหลังเซี่ยเหล่ยไปได้สองก้าว จากนั้นเธอจึงย่นคิ้วแล้วพูดด้วยน้ำเสียงงุ่นง่าน

 

          “คุณไปก่อนเถอะ ประธานเซี่ย ฉัน…ขอตัวไปห้องน้ำสักครู่”

 

          “ได้ เสร็จแล้วรีบกลับมาล่ะ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          หลางซือเหยาเดินตรงไปยังห้องน้ำ

 

          ทันใดนั้นฮวงยี่หู่ก็หันไปสั่งการบางอย่างกับบอดี้การ์ดที่หลบอยู่ด้านหลังเขา

 

          เซี่ยเหล่ยขึ้นไปบนเวทีและกล่าวอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ ท่านอวุโสมู๋และนายกเทศมนตรีหู่คุณต้องการให้ผมทำอะไรครับ?”

 

          มู๋เจียนเฟิง หัวเราะ “คุณหู่ คุณบอกเขาเองสิ !”

 

          หู่ฮั่ว มองไปที่เซี่ยเหล่ยและพูดอย่างเป็นกันเอง “คุณเซี่ย ผมได้ยินเรื่องมหัศจรรย์บางอย่างเกี่ยวกับคุณมาจากท่านอวุโสมู๋ตอนแรกผมไม่เห็นด้วยกับการที่ ท่านอวุโสมู๋ จะจัดซื้อที่ดินนี้ แต่เมื่อผมรู้ว่าเขาจะใช้ที่ดินผืนนี้เพื่อสร้างบริษัทที่สามารถผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่มีแค่ยุโรปและอเมริกาเท่านั้นที่ผลิตได้ ผมก็เห็นด้วยในทันที ในตอนแรกผมคิดว่ามันคงจะดีที่จะขายที่ดินผืนนี้เพื่อสร้างคอนโดมิเนียม แต่มันก็คงจะให้ผลกำไรแก่รัฐบาลไม่มาก แต่ถ้าผมมอบมันให้กับคุณเพื่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องจักร มันก็จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ระยะยาว ผมมองคุณในทางที่ดีนะ หนุ่มน้อย ตั้งใจทำงานอย่างหนักและมุ่งมั่นเพื่อทำให้บริษัทของคุณกลายเป็นองค์กรระดับโลกให้ได้นะ”

 

          คำพูดทั้งหมดของเขาเต็มไปด้วยความหวังดี เซี่ยเหล่ยสัมผัสได้ ถ้ามีคนแบบ หู่ฮั่ว และ มู๋เจียนเฟิง ดำรงตำแหน่งอยู่ในระดับผู้นำประเทศ ความฝันของประเทศจีนก็จะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป

 

          “ไปเถอะหนุ่มน้อย ไปทำในสิ่งที่คุณต้องทำ” มู๋เจียนเฟิง พูด

 

          “ครับ ลาก่อนครับ ท่านอวุโสมู๋ ลาก่อนครับ นายกเทศมนตรีหู่” เซี่ยเหล่ยพูดอย่างสุภาพ

 

          “คุณเซี่ย จำไว้นะถ้าเมื่อไหร่ที่คุณมีปัญหาขอให้คุณติดต่อมาหาผม” หู่ฮั่วพูด

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “ขอบคุณครับนายกเทศมนตรีหู่”

 

          เซี่ยเหล่ยก้าวลงจากเวทีหู่ฮั่วจึงยิ้ม “เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เลวเลยนะ เขาเป็นคนถ่อมตัวและสุภาพมาก”

 

          มีรอยยิ้มปรากฏที่ริมฝีปากของ มู๋เจียนเฟิง “คุณยังไม่เคยเห็นความดื้อรั้นของเขาน่ะสิ ผมคิดว่าเขายังเป็นแค่วัวที่ไม่รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของโลกและสวรรค์ แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศของเราก็ยังต้องการวัวเช่นเขาอีกเป็นจำนวนมาก ฮ่าๆ”

 

          การประมูลที่ดินยังคงดำเนินต่อไปแต่ฮวงยี่หู่และลี่หยู่หลานต่างก็ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะสามารถร่วมประมูลต่อได้แล้ว พวกเขาลุกจากที่นั่งและเดินออกไปจากห้องประชุม

 

          เซี่ยเหล่ยก้าวเท้าไปขวางพวกเขาเอาไว้ “หยุดอยู่ตรงนั้นฮวงยี่หู่”

 

          ฮวงยี่หู่หันกลับมามองเซี่ยเหล่ยและพูดอย่างโกรธจัด “อย่ามาทำให้ผมโกรธนะ”

 

          “คุณลืมเดิมพันของเราไปแล้วหรือไง? คุณแพ้การประมูลที่ดินแปลงที่ 13 ดังนั้นตามข้อตกลงของเราแล้วคุณต้องไปคุกเข่าขอขมาที่หน้าหลุมฝังศพเพื่อนของผม”

 

          “เดิมพันงั้นหรือ?” ฮวงยี่หู่หัวเราะเยาะ “ผมเซ็นสัญญาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็จริงแต่นั่นมันก็เป็นแค่เรื่องขำๆเท่านั้นแหละ ถ้าคุณไม่พอใจจะฟ้องร้องผมก็ได้นะ”

 

          ฮวงยี่หู่พูดต่อไป “ผมขอแนะนำให้คุณอยู่แต่ในพื้นที่ของตัวเองนะ อย่าพยามยามมาก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น อ้อจริงสิ คุณควรจะแวะไปดูแฟนสาวของคุณหน่อยนะ เธอไปเข้าห้องน้ำได้สักพักใหญ่ๆแล้ว บางทีอาจจะมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นกับเธอก็ได้นะ”

           

          ฮวงยี่หู่หัวเราะอย่างชั่วร้าย

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง เขาคว้าคอเสื้อฮวงยี่หู่ “ถ้าคุณกล้าแตะต้องเธอผมฆ่าคุณแน่!”

 

          “รีบไปซะสิไปดูเธอหรือจะให้ผมโทรเรียกตำรวจให้ไหม” ฮวงยี่หู่จ้องเขม็งมาที่เซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยปล่อยมือจากฮวงยี่หู่และวิ่งไปที่ห้องน้ำ

 

          ฮวงยี่หู่และลี่หยู่หลานวิ่งตามเซี่ยเหล่ยไป

 

          เซี่ยเหล่ยวิ่งมาถึงจุดหมาย ภาพที่ปรากฏสู่สายตาทำให้เขาต้องยืนนิ่งอย่างตกตะลึง

 

          บอดี้การ์ดทั้งสี่คนของฮวงยี่หู่นอนเกลื่อนพื้น สภาพแต่ละคนคือจมูกแตกเปื้อนเลือดและมีใบหน้าที่บวมเป่ง และหลางซือเหยากำลังล้างมือของเธออยู่ในห้องน้ำอย่างสงบราวกับว่าพวกชายหนุ่มที่นอนเกลื่อนพื้นเหล่านี้เป็นแค่วิวทิวทัศน์เท่านั้น

 

          “คุณมาที่นี่งั้นหรือ” หลางซือเหยาเห็นเซี่ยเหล่ยจึงทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม

 

          เซี่ยเหล่ยพยายามตั้งสติและถามเธอ “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”

 

          หลางซือเหยาเหลือบมองบอดี้การ์ดทั้งสี่คนบนพื้นและพูดอย่างดูถูก “พวกนี้หรือ? ความสามารถพวกเขาต่ำกว่ามาตรฐานของฉันมาก ถ้าเราไม่ได้กำลังอยู่ในตึกของรัฐบาลฉันจะหักฟันทุกซี่ของพวกเขาซะ”

 

          เซี่ยเหล่ยยืนอึ้ง

 

          ขณะนั้นเองฮวงยี่หู่และลี่หยู่หลานก็วิ่งมาถึงหัวมุมทางเลี้ยว ใบหน้าของพวกเขาตกตะลึงเมื่อเห็นบอดี้การ์ดทั้งสี่คนนอนกองอยู่กับพื้น ทั้งคู่มองไปยังเซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยาและคิดว่าหลางซือเหยาเธอต้องเป็นเมดูซ่า ก็อตซิลล่าหรือไม่ก็ต้องเป็นสัตว์ประหลาดสักชนิดแน่

 

          หลางซือเหยาเดินไปหาฮวงยี่หู่และชี้จมูกเขา “ฉันเป็นคนสกุลหลาง จำไว้ให้ดีล่ะ พ่อของฉันคือหลางเฉิงชุนทายาทรุ่นที่สิบของหวิงชุน ฉันไม่กลัวคุณหรอก คุณคิดว่าตัวเองมีพรรคพวกจำนวนมากงั้นหรือ? พ่อของฉันเพียงแค่กดโทรศัพท์ครั้งเดียว บนถนนหนทางก็จะเต็มไปด้วยลูกศิษย์ของเขา! คุณกล้าพอที่จะมาสู้กับเราในสนามรบมั้ยล่ะ? แน่นอนว่าเราสามารถเอาชนะคุณได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น!”

 

            ฮวงยี่หู่ไม่พูดอะไรแต่เหงื่อเขากลับซึมออกมาราวกับน้ำไหล

 

          ติดตามตอนต่อไป......

 

จบบทที่ TXV –  87 ต่ำกว่ามตราฐาน !

คัดลอกลิงก์แล้ว