เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  83 คุณเป็นของฉัน !

TXV –  83 คุณเป็นของฉัน !

TXV –  83 คุณเป็นของฉัน !


TXV –  83 คุณเป็นของฉัน !

          “กรุณารับน้ำชาถ้วยนี้ด้วยเถอะครับท่านอาจารย์” เซี่ยเหล่ยคุกเข่าทั้งสองข้างลงบนพื้นของสำนักสอนศิลปะการต่อสู้ และยกถ้วยน้ำชาเอาไว้เหนือศีรษะ

 

          หลางเฉิงชุนรับถ้วยน้ำชานั้นมาและยกขึ้นจิบเล็กน้อย ท่าทางของเขาดูเคร่งขรึมแต่ภายในนั้นเขากลับรู้สึกมีความสุข ลูกศิษย์อย่างเซี่ยเหล่ยเป็นคนพิเศษที่ครูฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างเขาจะสามารถเจอได้ในรอบหนึ่งร้อยปีเท่านั้น ดังนั้นแล้วการได้กับพบเขาจึงถือเป็นเรื่องบังเอิญและเป็นความโชคดีอย่างมาก

 

          เสียงปรบมือดังสนั่นโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ นักเรียนทุกคนทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ต่างมีความสุขไปกับอาจารย์หลางและเซี่ยเหล่ย

 

          ลู่เชิงเองก็ปรบมือด้วยแต่รอยยิ้มของเขาดูเหมือนจะเป็นการฝืนใจเล็กน้อย...

 

          หลางซือเหยาถือถาดที่เต็มไปด้วยซองกระดาษสีแดงไปแจกให้เหล่านักเรียนทุกคน ในซองนั้นมีเงินจำนวนเล็กน้อยเพียงแค่หนึ่งร้อยหยวนเท่านั้น แต่นี่เป็นขนบธรรมเนียมของที่นี่ และพวกเขาจะไม่ใส่ใจจำนวนเงินที่ถูกใช้เพื่อความเป็นสิริมงคล....

 

          หลางซือเหยาให้ซองกระดาษสีแดงกับลู่เชิงและพูดเสียงนิ่งๆ “ผู้ฝึกตน ฉันรู้ว่าคุณไม่มีความสุข แต่บางสิ่งบางอย่างมันก็ไม่สามารถบังคับกันได้ มันจะดีกว่าถ้าคุณรู้จักปล่อยวางเสียบ้าง”

          “ผมไม่เป็นไร เซี่ยเหล่ยแข็งแกร่งกว่าผม ถึงแม้ว่าผมจะฝึกหวิงชุนมานานหลายปีแต่ก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้ เขาเหมาะสมแล้วล่ะที่จะเป็นผู้สืบทอดของท่านอาจารย์ ผมเป็นคนที่ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้แต่สำหรับเซี่ยเหล่ยเขาสามารถยอมรับมันได้”

 

          “อืม ดีนะที่คุณคิดแบบนี้” หลางซือเหยายิ้ม

 

          เซี่ยเหล่ยคำนับโดยก้มศีรษะแตะพื้นสามครั้ง และเรียก “ท่านอาจารย์”

 

          หลางเฉิงชุนวางถ้วยชาลงและช่วยพยุงเซี่ยเหล่ยให้ลุกขึ้นยืน เขาไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มไว้ได้อีกต่อไป เขายิ้มกว้างในขณะที่พูดว่า “อาจารย์มีคำแนะนำบางอย่างให้กับคุณ จงเป็นคนดีและมุ่งมั่นในสิ่งที่คุณคิดจะทำนะ”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “ผมจะจำไว้ครับ ท่านอาจารย์”

 

          หลางเฉิงชุนตบไหล่เซี่ยเหล่ยเบาๆ “คุณเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของผมแล้ว หลังจากคุณก้าวผ่านเข้าไปในประตูของหวิงชุน ผมจะไม่ปล่อยให้คุณกลับเข้ามาอีกถ้าคุณคิดจะใช้สิ่งที่ผมสอนเพื่อทำชั่วหรือทำร้ายคนอื่น”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้าอีกครั้งและคิดว่า “ปกติท่านอาจารย์ไม่ใช่คนชอบพูดมากนี่ แต่ทำไมวันนี้เขาถึงได้พูดเยอะนักล่ะ?”

 

          หลางเฉิงชุนก้มหน้ามาพูดข้าวหูเซี่ยเหล่ย “ซือเหยาบอกผมว่าเธอทำงานอยู่ในบริษัทของคุณ นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้าอีกครั้ง “ครับ เป็นเรื่องจริง”

 

          หลางเฉิงชุนเงียบไปราวสองวินาทีก่อนจะพูดต่อ “ดูแลเธอให้ดี ถ้ามีผู้ชายคนไหนกล้าทำร้ายเธอหรือมีจุดประสงค์ร้ายกับเธอ ผมอยากขอให้คุณช่วยจัดการพวกเขาซะ”

 

          เซี่ยเหล่ยนิ่งไปและพยักหน้าอีกครั้ง

 

          ผู้ชายที่มีลูกสาวที่ยังไม่แต่งงานโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะกลัวลูกไปเสียท่าให้กับพวกผู้ชายเลวๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลางเฉิงชุนจะมีความคิดเช่นนั้นเหมือนกัน

 

          หลางซือเหยาเดินเข้ามาหลังจากแจกซองสีแดงเสร็จหมดแล้ว “พวกคุณกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่?”

 

          หลางซือเหยายิ้ม “อย่างงั้นหรือ จริงสิ พวกคุณมีเวลาว่างมากนี่ คืนนี้มาทำหม้อไฟกันดีไหม?”

 

          ก่อนที่เซี่ยเหล่ยจะตอบ ลู่เชิงก็พูดขึ้นมาเสียงดัง “ก็ดีนะ วันนี้เป็นวันดีสำหรับเซี่ยเหล่ย ให้เด็กใหม่เลี้ยงอาหารเรากันดีไหมล่ะ?”

 

          “ดี!” เสียงเชียร์ดังมาจากเหล่าเด็กนักเรียน

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะขณะพูด “ก็ได้ ก็ได้ มือนี้ผมเลี้ยงเอง ไม่ต้องเกรงใจ เชิญพวกคุณทานกันได้เต็มที่เลย”

 

          โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข...

 

          เซี่ยเหล่ยดื่มไปหนักมาก เขาขับบรถกลับเองไม่ไหวหลังจากไปกินหม้อไฟกัน ดังนั้นหลางซือเหยาจึงขับรถของเซี่ยเหล่ยมาส่งเขาที่บ้าน

 

          “คุณพักอยู่ชั้นไหน?” หลางซือเหยาช่วยพยุงเซี่ยเหล่ยออกมาจากรถ แต่เธอไม่รู้ว่าจะต้องไปที่ไหนในตึกมากมายเหล่านี้

 

          เซี่ยเหล่ยชี้ไปที่บันไดที่อยู่ด้านหน้าที่จอดรถและพูดด้วยเสียงที่ฟังไม่ชัดนัก “ชั้นหก…”

 

          เขาเมามากจนไม่สามารถบอกได้ว่าพักอยู่ชั้นไหน

 

          “ฉันจะพาคุณกลับบ้านเดี๋ยวนี้ล่ะ” หลางซือเหยาพยุงเซี่ยเหล่ยตรงไปยังบันได

 

          เมื่อเข้ามาใกล้บันได หลางซือเหยาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ที่ระเบียงชั้นหนึ่ง เธอกำลังกินแตงโมและจ้องมองมาทางเธอและเซี่ยเหล่ย เธอจ้องเขม็งจนหลางซือเหยาคิดว่า ‘ผู้หญิงคนนี้แปลกมาก เธอไม่รู้หรือไงว่าการจ้องคนอื่นด้วยสายตาแบบนั้นมันหยาบคายมาก?’

 

          ขณะที่เธอกำลังคิดอยู่นั้นเอง ผู้หญิงคนนั้นก็ขว้างแตงโมทิ้งและเดินกลับเข้าไปในบ้าน

 

          หลางซือเหยาเพิ่งพยุงเซี่ยเหล่ยมาถึงแค่บันไดเท่านั้นเมื่อผู้หญิงที่กินแตงโมเมื่อครู่นี้เปิดประตูห้องและเดินออกมา เธอยิ้มขณะที่มองหลายซือเหยาและเซี่ยเหล่ย เธอยืนขวางทางขึ้นเอาไว้และดูเหมือนเธอจะไม่ยอมหลีกทางซะด้วย

 

          “คุณช่วยขยับออกไปด้านข้างหน่อยได้ไหมคะ” หลางซือเหยาพูดอย่างสุภาพ เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือเจียงหยูยี่ ที่กำลังมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับเซี่ยเหล่ย

 

          “โอ๊ะ! นี่ใช่เหล่ยของเราหรอกหรือ?” เจียงหยูยี่พูดราวกับว่าเธอเพิ่งมาเจอพวกเขาอย่างบังเอิญที่บันได

 

          “เหล่ยของเรา?”  หลางซือเหยาถามด้วยความอยากรู้ “คุณเป็นใคร?”

 

          “เขาไม่ได้บอกเรื่องของฉันกับคุณอย่างงั้นหรือ?”

 

          “เปล่า” หลางซือเหยาตอบ

 

          เจียงหยูยี่ก้าวมาข้างหน้าและตบหัวเซี่ยเหล่ย “เจ้าคนสารเลว คุณรู้แค่วิธีกินเหล้าให้เมาหรือทำไมคุณถึงไม่บอกฉันว่าคุณมีเพื่อนใหม่?”

 

          “ใคร…ตบผม?” เซี่ยเหล่ยพึมพำและปิดตาลงอีกครั้ง

 

          ‘ผู้หญิงคนนี้เป็นคนรักของเซี่ยเหล่ยงั้นหรือ?’ หลางซือเหยาคิด

 

          “ฉันต้องขอโทษด้วยที่เหล่ยไปสร้างปัญหาให้กับคุณ ส่งเขามาเถอะ ฉันจะดูแลเอง” เจียงหยูยี่พูด

 

          หลางซือเหยาลังเล แม้ว่าเธอจะสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนรักของเซี่ยเหล่ย แต่มันก็เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น และเธอรู้สึกไม่สบายใจที่จะส่งเซี่ยเหล่ยให้กับผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้

 

          เจียงหยูยี่คว้าแขนอีกข้างของเซี่ยเหล่ยมาจับไว้และพูด “คุณรู้ไหมว่าเหล่ยจะเสียงดังและอาเจียนไปทั่วเมื่อเขาเมา แล้วเขายังชอบถอดเสื้อผ้าและลงไปนอนกองกับพื้นอีกด้วยนะ นี่มันน่ากลัวมากๆ”

 

          “นี่…” หลางซือเหยาไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เธอคิดภาพเซี่ยเหล่ยถอดเสื้อผ้าแล้วลงไปนอนกองกับพื้นไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ยอมปล่อยให้เขาไป

 

          เจียงหยูยี่พยายามดึงเซี่ยเหล่ยออกมาแต่กลับพบว่าหลางซือเหยาไม่ยอมปล่อยเขา และดูเหมือนว่าเธอจะไม่อยากปล่อยให้เขาไปด้วย ทันใดนั้นเองเจียงหยูยี่ก็หยิบเอกสารบางอย่างออกมาและกางมันให้หลางซือเหยาดู “ดูซะสิ ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตอนนี้จะเชื่อฉันได้หรือยัง?”

 

           หลังจากหลางซือเหยารู้ว่าเจียงหยูยี่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ความกังวลในใจเธอก็หายไปและเธอก็ปล่อยมือออกจากแขนเซี่ยเหล่ย “โอเค ฉันจะปล่อยให้คุณดูแลเขา ช่วยบอกเขาด้วยว่าฉันขับรถเขากลับไปและจะเอามาคืนในเช้าวันพรุ่งนี้”

 

          เจียงหยูยี่กลับยื่นมือของเธอออกมาแทน “เอากุญแจมาให้ฉัน ส่วนคุณก็นั่งแท็กซี่กลับไป”

 

          หลางซือเหยาลังเล แต่สุดท้ายก็ส่งกุญแจไปให้เจียงหยูยี่ ผู้หญิงคนนั้นเป็นถึงหัวหน้าตำรวจ

 

          เจียงหยูยี่ไม่ได้พาเซี่ยเหล่ยไปที่ชั้นสอง แต่กลับพาไปยังห้องของเธอเอง เธอวางเขาลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น และตบหน้าเขาเบาๆ “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?”

 

          “อือ…จะนอน…” เซี่ยเหล่ยไม่แม้แต่คิดจะลืมตา

 

          เจียงหยูยี่ขยับออกมาและถีบไปที่เอวของเซี่ยเหล่ย “เจ้าคนสารเลว คุณมีเพื่อนบ้านที่ดีเลิศแบบฉันแต่คุณก็ยังออกไปดื่มและสังสรรค์กับเพื่อนอีก โดนถีบแบบนี้บ้างเป็นไง?”

 

          “คร่อก…คร่อก…” เซี่ยเหล่ยเริ่มกรน

 

          “นอนหลับสบายโดยที่ไม่รู้สึกผิดอะไรเลยนะ” เจียงหยูยี่ด่าเขาแต่ใบหน้าของเธอกลับมีรอยยิ้ม เธอเอนตัวลงพิงไหล่ของเซี่ยเหล่ยและพูดกับตัวเอง “คุณเป็นคนเลวที่บุกเข้าบ้านของฉันหลังจากไปเมามา คุณตั้งใจจะทำอะไร?”

 

          “คร่อก…คร่อก…” เซี่ยเหล่ยยังคงกรนต่อไป

 

          มือของเจียงหยูยี่สัมผัสไปทั่วร่างกายของเซี่ยเหล่ยขณะที่แก้มของเธอแดงขึ้นเรื่อยๆ “เจ้าคนเลว ตอนเรายังเด็กๆคุณผอมมากเลย แต่ตอนนี้คุณกลับหุ่นดีมาก คุณจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน? เพื่อยั่วฉันงั้นหรือ? ฉันไม่ตกหลุมพรางเพราะเรื่องนี้หรอกนะ”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่รับรู้ถึงมือของเธอที่กำลังสัมผัสตัวเขา เขาหลับลึกมาก.....

 

          เจียงหยูยี่ยังคงสัมผัสตัวเซี่ยเหล่ยต่อไปอีกสักพักก่อนจะลุกขึ้นยืน “ลืมเรื่องนี้ไปซะเถอะ ฉันจะไปเตรียมน้ำไว้ให้และกลับมาพาคุณไปอาบน้ำ” ก่อนจะเดินออกไป เธอหันกลับมาหยิกต้นขาเซี่ยเหล่ยอีกครั้ง “ฉันยังคงดีกับคุณแม้ว่าคุณจะออกไปเที่ยวดื่มเหล้าและปล่อยเนื้อปล่อยตัวขนาดนี้ แล้วฉันจะเป็นหนี้ชีวิตคุณได้ไงกัน?”

 

          เซี่ยเหล่ยพึมพำบางอย่างออกมา แต่เสียงก็อู้อี้อยู่ในลำคอ ฟังไม่ออกว่าเป็นคำพูด

 

          เจียงหยูยี่หัวเราะคิกคักและเดินไปยังห้องน้ำ

 

          เสียงน้ำไหลดังมาจากทางห้องน้ำพร้อมกับเสียงร้องเพลงจากหัวหน้าเจียง เธอร้องเพลง ‘Little Apple’

 

          ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออกและผู้หญิงที่สวมเสื้อโค้ทตัวยาวก็ก้าวเข้ามาในห้อง เธอดึงเซี่ยเหล่ยขึ้นมาจากโซฟา จากนั้นจึงก้มตัวลงเอาแขนของเขามาวางไว้บนไหล่และพยุงออกจากห้องไป.....

 

          ประตูถูกปิดลงโดยไม่มีเสียง ทุกทิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาแค่ 15 วินาทีเท่านั้น

 

          “You are my little, little apple…” เจียงหยูยี่เดินออกมาจากห้องน้ำและตกตะลึงเมื่อมองไปที่โซฟา “เขา…ไปแล้ว?”

 

          เธอนิ่งไปสักพักก่อนจะวิ่งไปยังชั้นสองเพื่อเคาะประตูเรียกเซี่ยเหล่ย

 

          ในห้องของเซี่ยเหล่ย ผู้หญิงที่สวมเสื้อโค้ทยาวได้พ่นสเปรย์ใส่จมูกเซี่ยเหล่ยถึงสองครั้ง

 

          “ฮัดชิ่ว!” เซี่ยเหล่ยจามออกมาอย่างรุนแรงและลืมตาขึ้นมา

 

          “เหล่ย! เหล่ย!” เสียงของเจียงหยูยี่ดังมาจากหน้าประตู

 

          เซี่ยเหล่ยส่ายหัวอย่างแรงและมองเห็นหลงบิงยืนอยู่ต่อหน้าเขา

 

          “เหล่ย? คุณอยู่ในบ้านไหม?” เสียงของเจียงหยูยี่ดูเป็นกังวล

 

          เซี่ยเหล่ยเหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้เขาจึงตอบเธอ “ผมอยู่บ้าน คุณมีอะไรหรือเปล่า?”

 

          “ฉัน…ฉันตัดขาดกับคุณแล้ว!” เสียงของเจียงหยูยี่ตอบกลับมา ตามด้วยเสียงก้าวลงบันไดกลับไปชั้นล่าง

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มอย่างขำๆ เจียงหยูยี่บอกว่าจะตัดขาดกับเขาเป็นร้อยครั้งแล้วตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็ก แต่ไม่มีครั้งไหนที่มันเป็นเรื่องจริงเลย เขารู้จักเธอดีราวกับว่าเธอเป็นอวัยวะหนึ่งภายในร่างกายของเขาเลยทีเดียว

 

          หลังจากเงียบไปสักครู่ เซี่ยเหล่ยพูด “คุณมาทำอะไรที่นี่?”

 

          “งานของฉัน” หลงบิงตอบ

 

          เซี่ยเหล่ยนิ่งไป “งานของคุณ? มันเกี่ยวข้องกับผมหรือเปล่า?”

 

          หลงบิงพยักหน้า “ฉันเองก็แปลกใจเหมือนกัน งานของฉันเกี่ยวข้องกับคุณ”

 

          “เกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

          หลงบิงนั่งลงและมองไปยังเซี่ยเหล่ย “ฉันไม่ควรจะบอกคุณ แต่…ฉันคิดว่ามันคงไม่ดีถ้าฉันทำแบบนั้น กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนได้ส่งรายงานฉบับนี้มาและมันมีการกล่าวถึงคุณด้วย คุณเป็นคนผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่สำคัญมากให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีน และพวกเขาคิดว่าคุณสามารถปรับปรุงเครื่องกลึงธรรมดาให้ได้มาตรฐานเดียวกับอเมริกาและยุโรปได้ มีหลายๆคนสนใจเรื่องนี้ และพวกเขาส่งฉันมาตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคุณ”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกแปลกใจกับการปรากฏตัวของหลงบิง แต่มันก็หายไปหลังจากเธอบอกเหตุผลว่ามาที่นี่ทำไม การทำงานร่วมกันของเขาและกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนดูเหมือนจะเป็นการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัท แต่จริงๆแล้วมีแค่เขาที่ทำงานให้กับบริษัทนั้น เห็นได้ชัดว่าเขามีค่ากับกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีนในเรื่องของการเป็นคนพัฒนาเทคโนโลยี และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาต้องใช้ใบสั่งซื้อสินค้าเป็นเครื่องต่อรองให้พวกเขาซื้อที่ดินเพื่อสร้างบริษัทให้

 

          แน่นอนว่าทุกๆอย่างมีทั้งข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบ ดังนั้นเขาจึงใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อหาผลประโยชน์จากกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศจีน แต่มันก็ทำให้บางคนไม่พอใจจนต้องส่งหลงบิงมาตรวจสอบเขา

 

          เซี่ยเหล่ยยักไหล่ “ผมอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว คุณต้องการตรวจสอบอะไรล่ะ? เริ่มจากอะไรดี?”

 

          “ฝันดี” หลงบิงพูด เธอลุกขึ้นและเดินตรงไปยังประตู

 

          “เฮ้?” เซี่ยเหล่ยยืนขึ้น “คุณจะออกไปแบบนี้เลยหรือ?”

 

          หลงบิงเปิดประตูและปิดประตูออกไป..

 

          เซี่ยเหล่ยมองประตูที่ปิดสนิทและยืนนิ่งไม่ขยับตัว

 

          ทำไมเธอต้องทำตัวลึกลับตลอดเวลาเลยนะ? เป็นคนที่ยากที่จะเข้าถึงจริงๆ

          ติดตามตอนต่อไป...........

 

         

         

จบบทที่ TXV –  83 คุณเป็นของฉัน !

คัดลอกลิงก์แล้ว