เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV 82 –  ผมเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ !

TXV 82 –  ผมเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ !

TXV 82 –  ผมเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ !


TXV 82 –  ผมเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ !

 

          คนชั่วที่พยายามคลานหาทางออกจากความยากจนและกำลังตั้งธุรกิจของตัวเองก็อยู่ที่นี่เพื่อดูที่ดินมูลค่าหลายร้อยล้านงั้นเหรอ? เรื่องพวกนี้มันเหลือเชื่อ  ไม่เฉพาะพวกคนรวยเท่านั้น แต่กับพวกเด็กนักเรียนเล็ก ๆ ที่มีสามัญสำนึกยังรู้ว่าคำอวดดีเหล่านี้น่าขำเลยจริงมั้ย?

 

          ฮวงยี่หู่หัวเราะลั่น ผู้บริหารสองคนที่อยู่ข้างๆเขาและพวกบอดี้การ์ดก็หัวเราะไปด้วย เสียงหัวเราะของพวกเขาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและดูถูก

 

          เซี่ยเหล่ยรอจนกว่าพวกเขาจะหัวเราะจนพอใจแล้วพูดต่อ “ทำไมล่ะ? มีแค่พวกคุณเท่านั้นเหรอที่เข้ามาดูที่ดินนี้ได้ แต่ผมเข้าไม่ได้งั้นเหรอ?” เขามองไปที่หลางซือเหยา “ซือเหยา ที่ดินผืนนี้ยังไม่ถูกนำมาประมูลใช่มั้ย?”

 

          หลางซือเหยาร่วมด้วย และตอบกลับไป “ใช่แล้ว ที่ดินผืนนี้ยังไม่ได้ถูกประมูล ใครก็มาเสนอราคาได้ทั้งนั้นแหละ”

 

          ลี่หยู่หลานหัวเราะเยาะ “คุณเซี่ย เลิกพูดเล่นได้แล้ว อย่างคุณน่ะเหรอ? ฉันไม่คิดว่าคุณจะจ่ายเงินมัดจำได้ด้วยซ้ำ”

 

          เซี่ยเหล่ยแสร้งทำเป็นประหลาดใจ “คุณต้องจ่ายเงินมัดจำเพื่อเสนอราคาที่ดินของรัฐบาลงั้นเหรอ?”

 

          “ฮ่าฮ่าฮ่า…”ครั้งนี้ แม้แต่คนที่เงียบและนิ่งที่สุดในกลุ่มของฮวงยี่หู่อย่างลี่หยู่หลานก็หัวเราะออกมา เขาคนนั้นคือผู้บริหารจู “เด็กคนนี้คงบ้าไปแล้ว ?”

 

          ผู้บริหารที่ชื่อหวางตอบ “จริงๆแล้ว ที่ดินส่วนนี้น่ะอยู่ใกล้กับท่าเรือและมีมูลค่านับร้อยล้าน  เขาดูเหมือนมีเงินถึงร้อยล้านมั้ยล่ะ? รถที่ผลิตในประเทศตรงถนนนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นของเขานะ   ขับรถแบรนด์ท้องถิ่น มีค่าก็แค่เพียงไม่กี่หมื่น ยังจะมาเสนอราคาที่ดินตั้งหลายร้อยล้านอีกเหรอ? บ้าไปแล้ว!”

 

          “ได้ยินมั้ยหนุ่มน้อย ? ไม่มีใครเชื่อคุณหรอก” ลี่หยู่หลานกล่าว  

 

          ก่อนหน้านี้เธอยังมีความสุภาพอยู่บ้างที่เรียกเซี่ยเหล่ยว่า ‘คุณเซี่ย’ แต่ตอนนี้ความสุภาพพวกนั้นหายไปหมดแล้ว และเธอก็เรียกเขาว่า ‘หนุ่มน้อย’ แทน

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “หลายร้อยล้าน? ที่ผมเห็น มันประมาณ 1 หรือ 2 ล้านเท่านั้นเอง พวกคุณต้องการหลายร้อยล้าน? แต่ผมซื้อที่ดินนี้ได้ในราคา 1 หรือ 2 ล้าน”

 

          ฮวงยี่หู่และกลุ่มของเขาหัวเราะอีกครั้ง ความกังวลก่อนหน้านี้หายไปจนหมด ในมุมมองของพวกเขาตอนนี้ เซี่ยเหล่ยก็เหมือนคนที่สวรรค์ส่งมาเล่นตลกก็เท่านั้น...

 

          “ไม่เชื่อผมเหรอ?” เซี่ยเหล่ยมองไปที่ฮวงยี่หู่ด้วยสายตาที่เริ่มเย็นชา “ฮวงยี่หู่ ผมจะบอกให้นะ อย่าได้ริฝันเลยว่าคุณจะได้ที่ดินผืนนี้ไป  ผมจะทำให้มันเป็นโรงงานเครื่องจักรของผม”

 

          ฮวงยี่หู่ถอนหายใจ “หนุ่มน้อย อย่าคิดว่าจะทำได้เพราะมีเพื่อนสองคนคอยหนุนหลังเลย ไม่มีใครนอกจากฉัน ฮวงยี่หู่ ที่จะได้ที่ดินผืนนี้ ฉันจะบอกให้นะ ที่ดินนี่จะไม่ถูกนำไปประมูล หรือถ้าออกประมูล ก็จะมีแค่ฉันเท่านั้นที่จะได้มันไป!”

 

          “เดิมพันกันมั้ยล่ะ? ถ้าคุณได้ที่ดินผืนนี้ไป ผมจะคุกเข่าต่อหน้าคุณและคำนับคุณ 3 ครั้ง แต่ถ้าผมได้ไป คุณต้องไปคุกเข่าต่อหน้าหลุมศพเพื่อนผมแล้วคำนับ 3 ครั้งด้วย” เซี่ยเหล่ยกล่าว

         

          “แน่นอน ผมกล้าพนัน !” ฮวงยี่หู่รับคำท้า

 

          “คำพูดคุณมันเป็นแค่ลมปาก มาทำสัญญาณเป็นลายลักษณ์อักษรดีกว่า” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ทำแบบนั้นก็ได้นะ แต่ผทขอเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง” ฮวงยี่หู่กล่าว “ถ้าฉันได้ที่ดินนี่ไป คุณต้องคำนับฉันต่อหน้าคุณกู๋”

 

          “ตกลง  !” เซี่ยเหล่ยก่าว

 

          เซี่ยเหล่ยพอจะเดาได้ว่าทำไมฮวงยี่หู่ถึงดึงกู๋เค่อเหวินเข้ามาเกี่ยว มีเหตุผลอยู่ 3 ข้อ หนึ่งคือการปล่อยให้ผู้บริหารนามสกุลจู และหวาง ได้รู้ว่าใครเป็นผู้สนับสนุนเขาและทำให้มั่นใจในจุดยืนของตัวเอง สองเพื่อทำให้เซี่ยเหล่ยรู้สึกกลัวว่าเขากำลังสร้างศัตรูกับใครอยู่ และสาม เพื่อสร้างความดีความชอบกับกู๋เค่อเหวิน เพราะถ้าเซี่ยเหล่ย คุกเข่าลงต่อหน้าฮวงยี่หู่ กู๋เค่อเหวินจะมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่เสียศักดิ์ศรีไปเพราะเซี่ยเหล่ยครั้งแล้วครั้งเล่า....

 

          ฮวงยี่หู่จะเต็มใจเดิมพันกับเซี่ยเหล่ยมั้ย ถ้าไม่ใช่ด้วยเหตุผลทั้งสามอย่าง? แน่นอนว่าไม่

 

          ผู้บริหารที่นามสกุลจู หยิบกระดาษและปากกาออกมาจากกระเป๋าถือของเขา  เซี่ยเหล่ยเขียนรายละเอียดของการเดิมพันลงไป แล้วเซ็นชื่อของเขาเอาไว้

 

          ฮวงยี่หู่เซ็นชื่อตัวเองลงไปด้วย ก่อนจะขว้างสำเนาใส่เซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยเก็บสัญญาเอาไว้ “ผมจะทำให้คุณเดิมพันด้วยเกียรติของคุณเลย”

 

          รอยยิ้มเยาะเย้ยจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของฮวงยี่หู่ “หนุ่มน้อย ที่ดินผืนนี้จะถูกนำขึ้นประมูลในหนึ่งสัปดาห์ เก็บเงินฝากไว้สัก 50,000,000 นะ ก่อนจะเรื่องการเดิมพันน่ะ ผมจะเลือกจุดที่คนพลุกพล่านและรอให้คุณคุกเข่าต่อหน้าผม”

 

          “แล้วเราจะได้เห็นกัน” เซี่ยเหล่ยกล่าวจากนั้นเขาและหลางซือเหยาได้เดินออกจากที่ดินผืนนี้ทันที

 

          ฮวงยี่หู่มองเซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยาเดินไปยังเกรทส์วอร์H6ที่อยู่ริมถนนแล้วถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความโมโห  “เวรเอ๊ย! ผมล่ะอยากยิงไอ้หมอนั่นทิ้งจริงๆ!”

 

          “ที่รัก ทำไมคุณอารมณ์ร้อนจังคะ? ตอนนี้คุณเป็นนักธุรกิจอยู่นะ เรื่องฆ่าแกงกันก็ให้พวกลูกน้องคุณทำสิคะ จะไปทำเองทำไม?” ลี่หยู่หลานกล่าว

 

สองสามีภรรยาไม่ได้พูดกันเสียงดังนัก แต่ก็เจตนาให้จูและหวางได้ยินเช่นกัน

 

          “ช่างมันเถอะ อย่าปล่อยให้คนสารเลวแบบนั้นทำเราอารมณ์เสียเลย” ฮวงยี่หู่เปลี่ยนเรื่อง " ผู้บริหารโจว ผู้บริหารหวาง เรื่องที่เราจะร่วมมือกัน พวกคุณวางแผนจะลงทุนเท่าไหร่? "

 

 

          คนทั้งกลุ่มคุยกันระหว่างเดินไป เว้นแต่ลี่หยู่หลานที่หันกลับไปมองเซี่ยเหล่ยและหลางซือเหยาด้วยสายตาที่แฝงความกังวลไว้ภายใน.......

 

          หลางซือเหยาพูดขึ้นเมื่อพวกเขาขึ้นมาบนรถแล้ว “เหล่ย ทำไมถึงไปเดิมพันกับฮวงยี่หู่แบบนั้นล่ะ? ที่ดินผืนนั้นมีพวกนักพัฒนาหลายคนจับจ้องอยู่เลยนะ ไม่ได้ยินเหรอ? เงินฝากที่จะเข้าร่วมการประมูลคือ 50,000,000 เธอจะคุกเข่าคำนับฮวงยี่หู่จริงๆเหรอ ถ้าเพื่อนสองคนของเธอ ช่วยทำให้ที่ดินนั่นเป็นของคุณไม่ได้น่ะ?”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มออกมา  “คิดมากไปแล้วนะ”

 

          “ฉันคิดมากงั้นเหรอ?” หลางซือเหยามองเซี่ยเหล่ยด้วยความไม่เข้าใจ

 

          “ฮวงยี่หู่ไม่ใช่คนน่าเชื่อถือเลยสักนิด เขาจะไม่เคารพสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรแม้จะแพ้ก็ตาม” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ถ้าเธอรู้ว่าเขาจะไม่ทำตามที่สัญญาไว้ งั้นทำไมต้องไปเสี่ยงกับเขาด้วยล่ะ?” หลางซือเหยายิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก

 

          “ก็เหตุผลเดียวกับที่ผมจะไม่เคารพสัญญาถ้าผมแพ้นั่นแหละ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          หลางซือเหยายักไหล่พร้อมกับยิ้มเก้ๆกังๆ “ตอนนี้ฉันสับสนจริงๆ ถ้าทั้งสองคนไม่เคารพการเดิมพันแล้วทำไมต้องเดิมพันกันด้วยล่ะ?”

 

          “สิ่งที่ผมต้องการคือสัญญาที่เขียนโดยฮวงยี่หู่” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “มันก็แค่กระดาษนะ จะเอามันไปทำอะไรเหรอ?”

 

          “เดี๋ยวก็รู้ ผมแค่บอกว่าผมไม่ได้เดิมพันกับเขาเล่นๆแก้เบื่อหรอกนะ เขาจะต้องชดใช้ในตอนจบ  โดยเริ่มจากสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรนี่แหละ” รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นจาง ๆ บนมุมปากของเซี่ยเหล่ย

         

          “ช่างมันเถอะ ! ฉันไม่อยากรู้เรื่องซับซ้อนพวกนี้แล้ว ที่ฉันมาวันนี้ก็เพื่อโน้มน้าวให้เธอเลิกทำกิจการแล้วมาเรียนหวิงชุนจากพ่อฉันต่างหาก ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่จำเป็นต้องคุยเรื่องนี้กันแล้วสินะ” หลางซือเหยาดูผิดหวังเล็กน้อย

 

          เซี่ยเหล่ยสตาร์ทรถ และพูดพลางขับรถออกไป “ไม่ดีเหรอ? ผมจะไปสำนัก ถ้าผมมีเวลาเหลือ ผมจะได้ทำธุรกิจต่อไปแล้วก็พัฒนาทักษะหวิงชุนไปด้วยไง”

 

          “ที่เธอได้เรียนรู้คือแค่ส่วนเสี้ยวเล็กๆเอง เธอยังไม่เคยเห็นหวิงชุนของจริงด้วยซ้ำ” หลางซือเหยากล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยลังเล  “พ่อของเธอก็สอนมันอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

 

          “ที่พ่อฉันสอนก็คือการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายแบบหวิงชุน บรรพบุรุษของเราเหยินหยงชุน เริ่มก่อตั้งหวิงชุนเพื่อให้เราสืบทอดต่อ เธอรู้มั้ยว่าศิลปะการต่อสู้มีกฎยังไงบ้าง ศิลปะการต่อสู้บางอย่างจะต้องมีผู้ชายเป็นผู้สืบทอดเท่านั้น ไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ใช่แม้แต่ลูกสาวของตัวเอง ก็เหลือแค่นักเรียนอย่างคุณเท่านั้นแหละ” หลางซือเหยากล่าว

 

          “พ่อของเธอไม่ได้ให้เธอสืบทอดหวิงชุนของครอบครัวต่องั้นเหรอ?” เซี่ยเหล่ยไม่เชื่อ หลางเฉิงชุนมีลูกสาวเพียงคนเดียวคือหลางซือเหยา ถ้าเขาไม่ได้ให้เธอสืบทอดต่อ นั่นไม่ได้หมายความว่าหวิงชุนจะตายไปกับเขาเหรอ?

 

          หลางซือเหยาย่นจมูก “ไม่บอก”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “งั้นบอกผมหน่อย ผมจะให้พ่อของเธอส่งต่อเทคนิคให้ผมได้ยังไง?”

 

          “ให้เขาเป็นอาจารย์ของเธอแล้วเธอก็เป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายของเขา แค่นี้เขาก็สอนหวิงชุนที่แท้จริงให้เธอได้แล้ว” หลางซือเหยากล่าว

 

          “ผมอยากเรียนหวิงชุนจริงๆนะ แต่ถ้าต้องเลือกระหว่างอาชีพของผมกับหวิงชุน แน่นอนว่าผมเลือกอาชีพของผมอยู่แล้ว ผมมีลูกจ้างที่ต้องพึ่งพาผมเพื่อชีวิตของพวกเขาอยู่ ดังนั้นผมจึงทิ้งพวกเขาไปไม่ได้” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “เธอนี่เป็นพวกคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอเลยนะ” หลางซือเหยายิ้มออกมา “แต่นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงอยากให้พ่อรับเธอเป็นศิษย์สุดท้ายของเขาเหมือนกัน พ่อของฉันไม่ยอมรับคนไม่ดีมาเป็นศิษย์เลยสักคน ต่อให้เขามาคุกเข่าต่อหน้าสามวันสามคืนก็ไม่ยอม”

 

          เซี่ยเหล่ยถอนหายใจเล็ก ๆ “แต่ถึงยังไง ชีวิตนี้ผมคงไม่มีโชคชะตาจะเป็นศิษย์คนสุดท้ายของพ่อของเธอหรอกนะ ผมแค่จะไปฝึกก็ต่อเมื่อมีเวลาเท่านั้นเอง”

 

          หลางซือเหยามองเซี่ยเหล่ยแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “ใครจะรู้ เธอจะเต็มใจให้พ่อของฉันเป็นอาจารย์และเป็นศิษย์คนสุดท้ายของเขามั้ย  ถ้าฉันโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนความคิดแบบดั้งเดิมและยอมให้เธอทำอาชีพของเธอไปด้วยพร้อมๆกับเรียนหวิงชุนจากเขา?”

 

          เซี่ยเหล่ยคิดอยู่พักหนึ่ง “ผมเต็มใจแน่นอน อาจารย์หลางเป็นคนที่สมควรได้รับความเคารพ ผมจะปฏิบัติกับเขาเหมือนพ่อแท้ๆของผมเลย”

 

          แก้มของหลางซือเหยาก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที “เธอพูดว่าไงนะ เธอ?”

 

          เซี่ยเหล่ยเพิ่งรู้ตัวว่าคำพูดของเขาอาจจะเข้าใจผิดได้ จึงอธิบายตัวเองต่ออย่างรวดเร็ว “ผมขอโทษ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ พ่อแม่ของผมจากไปแล้ว สิ่งที่ผมตั้งใจหมายถึงคือถ้าผมรับอาจารย์หลางเป็นอาจารย์ของผมแล้ว ผม... ผมจะเคารพเขาเหมือนเป็นพ่อคนหนึ่งของผมเลย”

 

          “เอาล่ะ เอาล่ะ ฉันไม่ได้ต้องการให้เธออธิบายตัวเองสักหน่อย” หลางซือเหยากล่าว “แต่ฉันมีเงื่อนไข”

 

          “มีเงื่อนไขเหรอ? เงื่อนไขอะไร?”

 

          “โอเค เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันกลับมาที่นี่เพราะอายุของพ่อฉันน่ะ ฉันลาออกจากทำงานที่อเมริกาและตอนนี้ฉันเป็นวัยรุ่นที่ว่างงาน เธอเองก็กำลังสร้างธุรกิจอยู่แล้วก็ขาดผู้ช่วยด้วย ดังนั้นให้ฉันเป็นผู้ช่วยประธานบริษัทสิ เธอคิดว่าไง?” หลางซือเหยากล่าว

 

          “ผู้ช่วยประธานบริษัทงั้นเหรอ?” เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “ผมเป็นประธานแบบไหนกันเนี่ย ?”

 

          “เธอจะเป็นประธานบริษัทไม่ว่าอุตสาหกรรมอาชาสายฟ้าจะเล็กแค่ไหนก็ตาม ฉันจะตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุด !”

 

          “โอเค ถ้าเธอบอกว่าผมเป็นประธาน งั้นผมเป็นประธานก็ได้ แต่เธอก็จะไม่ได้ใช้ทักษะหวิงชุนหลายอย่างเลยนะ ถ้ามาทำงานกับผมน่ะ?”

 

          “แค่บอกมาว่าจะจ้างหรือไม่จ้างก็พอน่า ฉันไม่คิดมากเรื่องพิธีการนักหรอก” หลางซือเหยาในฐานะของหญิงผู้ฝึกศิลปะป้องกันตัวกำลังฮึกเหิมเต็มที่

 

          เซี่ยเหล่ยยื่นมืออกไป “ยินดีต้อนรับสู่อุตสาหกรรมอาชาสายฟ้านะ”

 

          “ค่ะ ! ท่านประธานเซี่ย” หลางซือเหยายิ้มกว้างพลางเขย่ามือเซี่ยเหล่ยไปด้วย

 

          “อย่าเรียกผมว่าประธานเซี่ยสิ มันน่าอึดอัดนะ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “เดี๋ยวก็ชินน่า เธอควรมีสถานะเท่ากับเจ้าของธุรกิจนะ ฉันเป็นผู้ช่วยของเธอ  ดังนั้นถ้าฉันเรียกเธอว่า ‘เหล่ย’ ตลอดเวลา  คนอื่น ๆ จะคิดว่าเธอขาดทักษะในการบริหารน่ะสิ” หลางซือเหยากล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยคิดนิดหน่อย “ก็จริงนะ ฮึ่ม ไปดื่มอะไรกันดีกว่า เธอจะได้เล่าให้ผมฟังอีกว่าเจ้านายเก่าของเธอจัดการธุรกิจของพวกเขาได้ยังไง ผมขาดประสบการณ์ด้านนี้ด้วยสิ”

 

          “แน่นอน ลูกศิษย์หนุ่ม” หลางซือเหยากล่าว

 

          นี่เป็นครั้งแรกที่หลางซือเหยาเรียกเซี่ยเหล่ยว่า ลูกศิษย์หนุ่ม  การที่พ่อของเธอยอมรับเซี่ยเหล่ยเป็นศิษย์สุดท้ายของเขา ดูเหมือนจะถูกกำหนดไว้แล้วโดยหลางซือเหยา

 

 ติดตามตอนต่อไป..............

 

********* สามารถข่าวสารและเรื่องราว ตามลิ้งค์นี้เลยครับ https://www.facebook.com/Tran.xend.vis/ ขอบคุณครับ

จบบทที่ TXV 82 –  ผมเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว