เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ดรรชนีสามประสานคืนสู่ต้นกำเนิด

บทที่ 16 - ดรรชนีสามประสานคืนสู่ต้นกำเนิด

บทที่ 16 - ดรรชนีสามประสานคืนสู่ต้นกำเนิด


บทที่ 16 - ดรรชนีสามประสานคืนสู่ต้นกำเนิด

★★★★★

หลังจากเซียวหรานเดินออกจากตำหนักผู้คุมกฎ เขาก็ไม่ได้กลับไปที่ตำหนักราตรีชั่วนิรันดร์ในทันที แต่เลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังหอกิจการภายในของสำนักแทน

เขาต้องจัดการปล่อยล็อตแร่หินในมือพวกนี้ไปซะก่อน

ไอ้พวกแร่ผลึกมารระดับกลางที่ไปกวาดต้อนมาจากถ้ำผีคร่ำครวญเนี่ย กองสุมอยู่ในถุงผ้ามิติก็มีแต่จะเปลืองพื้นที่แถมยังไม่ค่อยปลอดภัยอีกต่างหาก

ผู้ดูแลหอกิจการภายในเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วน แซ่เฉียน ระดับพลังอยู่ขั้นสร้างรากฐานระดับปลาย

เดิมทีเขาเคยเป็นศิษย์สายนอกของพรรคมาร แต่พออายุมากขึ้นแล้วยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นแก่นทองคำได้ ก็เลยตัดสินใจรั้งตัวอยู่ในสำนักเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลจัดการเรื่องจิปาถะต่างๆ

พอเห็นเซียวหรานเดินเข้ามา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเป็นประกาย รีบเดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมายกมือไหว้อย่างนอบน้อมทันที

"โอ้โห นี่ท่านศิษย์อาเซียวไม่ใช่หรือขอรับ ลมอะไรหอบให้ท่านมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้ก็แค่สั่งมาคำเดียว เดี๋ยวข้าน้อยให้เด็กเอาไปส่งให้ถึงที่เลยขอรับ"

นี่แหละคืออภิสิทธิ์ของการเป็นศิษย์จดนามของผู้อาวุโสสูงสุด

ผู้ดูแลเฉียนแทบจะอยากกราบไหว้บูชาเขาเหมือนเป็นพ่อบังเกิดเกล้าเลยทีเดียว

เซียวหรานโบกมือปัด ปลดถุงผ้ามิติที่เอวออกแล้วโยนแหมะลงบนเคาน์เตอร์

"ข้าเอาแร่หินล็อตนึงมาปล่อย เจ้าช่วยประเมินราคาให้หน่อย"

ผู้ดูแลเฉียนรับถุงผ้ามิติไป พอส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบข้างใน มือของเขาก็ถึงกับสั่นเทาขึ้นมา

"นี่มัน...ทำไมถึงเยอะขนาดนี้ ศิษย์อา ท่านไปถล่มเหมืองแร่ที่ไหนมาหรือขอรับ"

"ไม่ควรพูกก็อย่าพูดให้มากความ"

เซียวหรานตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ขอรับๆ ข้าน้อยปากมากไปเองขอรับ"

ผู้ดูแลเฉียนยกมือขึ้นปาดเหงื่อ แล้วเริ่มลงมือตรวจนับ

ผ่านไปครึ่งก้านธูป เขาก็เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง

"ศิษย์อา แร่หินล็อตนี้คุณภาพเยี่ยมไปเลยขอรับ น่าจะสกัดออกมาเป็นผลึกมารระดับกลางได้ประมาณหนึ่งพันสองร้อยก้อน ถ้าคิดราคาตามท้องตลาดเจ็ดส่วน...ก็จะได้ประมาณแปดร้อยสี่สิบก้อน ท่านเห็นว่า..."

"หนึ่งพันสองร้อยก้อน"

เซียวหรานพูดแทรกขึ้นมาโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง

"หา"

"ศิษย์อา คือว่าแบบนี้มัน..."

ผู้ดูแลเฉียนชะงักอึ้งไป เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามหน้าผาก

สกัดได้หนึ่งพันสองร้อยก้อน แล้วท่านจะเอาหนึ่งพันสองร้อยก้อนเลยเนี่ยนะ

แบบนี้มันเท่ากับว่าข้าต้องควักเนื้อจ่ายค่าแรงงานสกัดให้ฟรีๆ เลยไม่ใช่หรือไง

ในใจของผู้ดูแลเฉียนเริ่มคิดฟุ้งซ่านไปไกล หรือว่าท่านบุตรแห่งมารป้ายแดงคนนี้ตั้งใจจะมารีดไถตบทรัพย์เขากันแน่

เขาแอบกัดฟันเตรียมจะควักเนื้อตัวเองจ่ายให้รู้แล้วรู้รอดไป ยังไงซะเขาก็ไม่มีปัญญาไปต่อกรกับระดับบุตรแห่งมารอยู่แล้ว

"ในกองแร่พวกนี้ มีหินผลึกมารระดับสุดยอดอยู่สิบสองก้อน เจ้ายังไม่ได้รวมเข้าไปด้วย"

"อย่าคิดว่าข้าดูไม่ออกนะ"

ในจังหวะนั้นเอง เซียวหรานก็ชี้ไปที่ถุงผ้ามิติแล้วพูดขึ้นหน้าตาเฉย

ผู้ดูแลเฉียนหน้าถอดสี รีบส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจดูอีกรอบ และก็พบว่าลึกเข้าไปในกองแร่ มีหินผลึกมารสีดำขลับเปล่งประกายแวววาวซุกซ่อนอยู่สิบสองก้อนจริงๆ

หินผลึกมารระดับนี้ แค่ก้อนเดียวก็มีค่าเทียบเท่ากับผลึกมารระดับกลางทั่วไปถึงห้าสิบก้อนเชียวนะ

"ศิษย์อาโปรดอภัยด้วย ข้าน้อยตาบอด ข้าน้อยตาบอดเองขอรับ"

ผู้ดูแลเฉียนเหงื่อตกจนเปียกชุ่มแผ่นหลัง รีบก้มหน้าระล่ำระลักขอโทษขอโพยเป็นพัลวัน

"ช่างเถอะ คิดราคาตามกฎระเบียบก็แล้วกัน"

เซียวหรานโบกมือปัดอย่างไม่ถือสาหาความ ยังไงซะทุกคนก็ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในพรรคมารกันทั้งนั้น ไม่ได้ง่ายดายเลยสักนิด

ดังนั้นผู้ดูแลเฉียนจึงรีบกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับคำนวณราคาให้ใหม่ทั้งหมด

ผลึกมารระดับกลางธรรมดาหนึ่งพันสองร้อยก้อน บวกกับหินผลึกมารระดับสุดยอดสิบสองก้อน (เทียบเท่าหกร้อยก้อน) รวมทั้งหมดเป็นหนึ่งพันแปดร้อยก้อน

ถ้าคิดราคาเจ็ดส่วน ก็จะได้หนึ่งพันสองร้อยหกสิบก้อน

ผู้ดูแลเฉียนยอมควักเนื้อตัวเองเติมตัวเลขให้ลงตัวเป็นตัวเลขกลมๆ

"ศิษย์อา ข้าน้อยขอปัดเศษให้เป็นหนึ่งพันสามร้อยก้อนนะขอรับ วันหน้าถ้ามีอะไรให้รับใช้อีกโปรดเรียกหาข้าน้อยได้เลย"

เซียวหรานรับผลึกมารมา แล้วหันหลังเดินจากไป

ตอนที่ก้าวพ้นประตูหอกิจการภายใน เขาลูบถุงผ้ามิติที่ตุงแน่นขึ้นกว่าเดิม ในใจรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง

ผลึกมารระดับกลางหนึ่งพันสามร้อยก้อน รวมกับรางวัลจากภารกิจอีกห้าร้อยก้อน แล้วก็ของเดิมที่เหลืออยู่อีกสิบกว่าก้อน...เบ็ดเสร็จตอนนี้เขามีทรัพย์สินอยู่ราวๆ เกือบสองพันก้อนเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าสำหรับกายาสรรพวิถีคืนสู่ความว่างเปล่าแล้ว ของแค่นี้อาจจะแค่พอให้ยัดปากเคี้ยวเล่นๆ แต่มันก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลยล่ะนะ

พอกลับมาถึงตำหนักราตรีชั่วนิรันดร์ เซียวหรานก็มุ่งหน้าตรงเข้าห้องบำเพ็ญเพียรทันที

[ติ๊ง!]

[ตรวจพบว่าโฮสต์ได้รับทรัพยากรจำนวนมาก ต้องการเปิดใช้งานโหมดบำเพ็ญเพียรเร่งรัดหรือไม่]

[หมายเหตุ: โหมดบำเพ็ญเพียรเร่งรัดจำเป็นต้องใช้คะแนนระบบ เพื่อเร่งประสิทธิภาพในการแปรสภาพทรัพยากร]

"มีฟังก์ชันแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย"

"คิดค่ายังไงล่ะ"

เซียวหรานชะงักไปนิดนึงก่อนจะรีบถาม

[ทุกๆ 1000 คะแนน จะช่วยเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรขึ้นหนึ่งเท่าตัว มีระยะเวลาแสดงผลหนึ่งชั่วยาม]

"ตั้ง 1000 คะแนนแลกกับความเร็วแค่หนึ่งเท่าตัว ระบบหน้าเลือดไปหน่อยไหมเนี่ย"

"ช่างเถอะ ตอนนี้ยังไม่จำเป็นหรอก"

เซียวหรานกลอกตาบนแล้วปฏิเสธไปอย่างไร้เยื่อใย

ตั้งแต่ทะลุมิติมาทำภารกิจแทบตาย ตอนนี้เขามีคะแนนสะสมรวมแล้วแค่ห้าหกพันคะแนนเท่านั้นเอง

นี่หมายความว่าถ้าเปิดโหมดนี้แค่หกชั่วโมงคะแนนก็เกลี้ยงหลอดแล้วงั้นสิ

เล่นไม่ไหวหรอก แบบนี้เล่นไม่ไหวจริงๆ

แถมตอนนี้เซียวหรานมีรากฐานที่มั่นคงสุดๆ จากแก่นวิญญาณปฐพีพิฆาตแล้วด้วย

สิ่งที่เขาขาดไม่ใช่ความเร็วในการบำเพ็ญเพียร แต่เป็นจังหวะและโอกาสในการทะลวงเข้าสู่ขั้นแก่นทองคำต่างหาก

การก้าวข้ามจากขั้นสร้างรากฐานไปสู่ขั้นแก่นทองคำ ถือเป็นอุปสรรคด่านแรกบนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรเลยก็ว่าได้

มันจำเป็นต้องบีบอัดและควบแน่นปราณมารเหลวให้กลายเป็นแก่นทองคำหรือแก่นมารภายในจุดกำเนิดพลังปราณให้สำเร็จ

กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่จะต้องใช้ปราณมารจำนวนมหาศาลเท่านั้น แต่ยังต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อเคล็ดวิชาที่ฝึกฝน รวมถึงต้องมีการหยั่งรู้ในวิถีแห่งมรรคาของตัวเองด้วย

เซียวหรานไม่ขาดแคลนเรื่องปราณมารอยู่แล้ว เพราะกายาสรรพวิถีคืนสู่ความว่างเปล่าก็เหมือนกับหลุมดำดูดพลังดีๆ นี่เอง

สิ่งที่เขาขาดก็คือการหยั่งรู้นั่นแหละ

เซียวหรานตัดสินใจว่าช่วงเวลานี้เขาจะเน้นไปที่การประคองระดับพลังให้มั่นคง และฝึกฝนทักษะยุทธ์ที่มีอยู่ให้มีความชำนาญระดับพื้นฐานเสียก่อน

มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากเวลาที่ต้องต่อสู้กับศัตรูในอนาคต

"ระบบ ขอเบิกดรรชนีสามประสานคืนสู่ต้นกำเนิดหน่อย"

นี่คือรางวัลที่ได้จากการทำภารกิจ

[ติ๊ง! กำลังส่งมอบรางวัล...]

สิ้นเสียงแจ้งเตือน ข้อมูลอันเร้นลับและซับซ้อนก็ไหลบ่าเข้าสู่สมอง เซียวหรานรีบหลับตาลงเพื่อทำความเข้าใจและย่อยสลายข้อมูลเหล่านั้น

ครู่ใหญ่ต่อมา เขาก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกาย

วิชาดรรชนีสามประสานคืนสู่ต้นกำเนิดนี่มันไม่ธรรมดาเลยแฮะ

มันไม่ใช่วิชาที่เน้นการโจมตีเพียงอย่างเดียว แต่มันสามารถแยกปราณมารออกเป็นสามสาย สายหนึ่งเน้นโจมตี สายหนึ่งเน้นป้องกัน ส่วนอีกสายใช้สำหรับดึงดูดและก่อกวนศัตรู

ปราณมารทั้งสามสายสามารถสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันได้อย่างอิสระ ผสมผสานทั้งรุกและรับ พลิกแพลงได้ไร้ขีดจำกัด

"วิชานี้...มันเกิดมาเพื่อกายาสรรพวิถีคืนสู่ความว่างเปล่าชัดๆ"

เซียวหรานหัวเราะร่า

สิ่งที่กายาสรรพวิถีคืนสู่ความว่างเปล่ามีเหลือเฟือที่สุดก็คือปริมาณปราณมาร คนอื่นอาจจะรู้สึกลำบากเวลาที่ต้องใช้วิชาที่ต้องควบคุมปราณอย่างละเอียดอ่อนแบบนี้

แต่สำหรับเขาสามารถใช้ปราณมารจำนวนมหาศาลถมเข้าไปได้เลย ถึงแม้การควบคุมอาจจะไม่ละเอียดเท่าไหร่ แต่ปริมาณที่มหาศาลก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้อยู่ดี

"ลองดูหน่อยซิ"

เซียวหรานลุกขึ้นยืน ชูนิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวาประกบติดกัน ปราณมารในร่างกายแยกตัวออกเป็นสามสายในชั่วพริบตา

สายแรกควบแน่นอยู่ที่ปลายนิ้ว ดำมืดสนิทราวกับน้ำหมึก มีวังวนหมุนวนอยู่ลางๆ นี่คือ ดรรชนีทะลวงปราณ ซึ่งเป็นสายโจมตีหลัก

สายที่สองพันธนาการอยู่รอบแขน ก่อตัวเป็นเกราะคุ้มกันสีดำบางๆ นี่คือ พลังปราณคุ้มกาย ซึ่งเป็นสายป้องกัน

ส่วนสายที่สามแตกแขนงออกเป็นเส้นใยปราณมารขนาดเล็กจิ๋วนับสิบเส้นลอยวนเวียนอยู่รอบกาย นี่คือ เส้นใยปราณพันธนาการ ที่ใช้สำหรับก่อกวนศัตรู

"ไป"

เซียวหรานจิ้มดรรชนีออกไปเบาๆ

ฟิ้ว

คลื่นพลังดรรชนีสีดำพุ่งทะลวงฝ่าอากาศ ทิ้งรอยหลุมลึกขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือเอาไว้บนกำแพงของห้องบำเพ็ญเพียร

ขอบหลุมนั้นเรียบเนียนราวกับกระจก ราวกับว่ามันถูกของมีคมตัดทะลุไปในเสี้ยววินาที

"อานุภาพไม่เลวเลย"

"แต่กินพลังงานดุเอาเรื่อง...แค่ปลดปล่อยออกไปนิ้วเดียว ปราณมารของพวกรุ่นราวคราวเดียวกันที่อยู่ขั้นสร้างรากฐานคงหดหายไปตั้งหนึ่งในสามแน่ๆ"

แต่สำหรับเขาแล้ว เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก

เซียวหรานพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 16 - ดรรชนีสามประสานคืนสู่ต้นกำเนิด

คัดลอกลิงก์แล้ว