เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 73 ลูกค้าปริศนา !

TXV – 73 ลูกค้าปริศนา !

TXV – 73 ลูกค้าปริศนา !


TXV – 73 ลูกค้าปริศนา !

          แม้ว่าตอนนี้เซี่ยเหล่ยจะรู้ที่อยู่และรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับครอบครัวของหล่าวฉี่แล้ว แต่เขาก็ยังคิดหาวิธีจัดการกับหล่าวฉี่ไม่ออก เซี่ยเหล่ยไม่สามารถบุกเข้าบ้านไปเพื่อทำร้ายหล่าวฉี่ หรือไปลักพาตัวลูกชายของเขาได้ นั่นเพราะเขาไม่ได้เป็นคนชั่วและจะไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นแน่ เซี่ยเหล่ยยังคงคิดถึงการลักลอบเข้าไปในบ้านของหล่าวฉี่และขโมยหลักฐานที่ยืนยันว่าเขาทำความผิด แต่ฉิงเสวียงบอกว่าเขาไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายด้วยตัวเองเลย ดังนั้นแล้วโอกาสที่เขาจะขโมยหลักฐานมาได้มันจะมีมากสักแค่ไหนกันเชียว ?

 

          อย่างไรก็ตามนี่มันไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมด เขาได้กลายมาเป็นเพื่อนกับฉิงเสวียง นี่เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เขาสามารถไปจัดการกับหล่าวฉี่ได้ เขานั่งอยู่ในห้องส่วนต่ออีกครู่หนึ่ง จากนั้นจึงจ่ายเงินและออกจากร้านน้ำชาซูชาน ขับรถกลับไปยังอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อป

 

          ขณะที่ลงจากรถ เซี่ยเหล่ยเห็นคนแปลกหน้าสองคนกำลังคุยกับหม่าเสี่ยวอันอยู่ในเวิกค์ช็อป เซี่ยเหล่ยลองสังเกตคนทั้งคู่ พวกเขาสวมชุดสูทและถือกระเป๋าเอกสารดูท่าทางมีมารยาทพอสมควร เขาสงสัยและกำลังคิดว่า ‘พวกนั้นเป็นใคร? เขามาที่เวิกค์ช็อปนี้ทำไม?’

 

          หม่าเสี่ยวอันเห็นเซี่ยเหล่ยจึงทักทายเขา “เหล่ย…หัวหน้าเหล่ย มีใครบางคนต้องการคุยเรื่องธุรกิจกับนาย” จากนั้นเขาจึงหันไปทางผู้ชายสองคนนั้น “นี่คือหัวหน้าของพวกเรา เซี่ยเหล่ย พวกคุณต้องคุยกับเขา ฮ่าๆ ผมไม่ใช่คนที่ตัดสินใจแทนได้หรอกครับ”

 

          สองคนนี้คงเป็นลูกค้ารายใหม่ที่เขาไม่รู้จัก เซี่ยเหล่ยกล่าวต้อนรับเขา หลังจากเลิกทำงานกับสือจิงชิว ธุรกิจของอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปก็ซบเซาลงเรื่อยๆ มีเพียงแค่รายได้เล็กๆน้อยๆที่ยังสามารถพยุงเวิกค์ช็อปนี้ไว้ได้ ดังนั้นการมีลูกค้ารายใหม่เข้ามาจึงเป็นเรื่องที่ดี

 

          เมื่อทั้งสองคนได้ยินว่าเซี่ยเหล่ยเป็นเจ้าของที่นี่ จึงยิ้มให้และทักทายเขาอย่างเป็นมิตร

 

          “สวัสดีครับผมชื่อ จู้งเหว่ย และนี่คือเพื่อนร่วมงานของผม เจียงซิน” ชายที่ชื่อ จู้งเหว่ย ยิ้มและพูดต่อ “พวกเราเป็นตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีนจากชิงตู่

 

          เซี่ยเหล่ยไม่เคยเห็นหน้าทั้งเจียงซินและจู้งเหว่ย เขาไม่เคยรู้จักสองคนนี้มาก่อนและไม่เคยได้ยินใครพูดถึงชื่อทั้งคู่ด้วย และนี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องกลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีน เขาจึงคิดว่านี่มันค่อนข้างแปลก ‘มันคงไม่แปลกถ้าเป็นบริษัทจากเมืองห่ายจูหรือเมืองอื่นใกล้ๆ การมารับชิ้นส่วนที่สั่งซื้อไว้หรือจะมาสั่งสินค้าล็อตใหม่ แต่ชิงตู่อยู่ไกลออกไปมากๆ ?  เขาไม่เคยติดต่อค้าขายกับกลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีน แล้วพวกเขาทั้งคู่มาหาเขาที่นี่ได้ยังไง?’

 

          เจียงซินเหมือนจะพอเดาได้ว่าเซี่ยเหล่ยกำลังคิดอะไร “คืออย่างนี้ครับคุณเซี่ย พวกเรามาที่นี่เพื่อจะพูดคุยเรื่องบางอย่าง”

 

          ไม่ใช่เพราะธุรกิจหรอ ? เซี่ยเหล่ยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกไป “คุณต้องการคุยเรื่องอะไรหรือ?”

 

          เจียงซินเปิดกระเป๋าและหยิบถุงผ้าถุงหนึ่งออกมา จากนั้นเขาจึงเปิดถุงผ้าเผยให้เห็นชิ้นส่วนอุปกรณ์อันหนึ่ง                

 

          เซี่ยเหล่ยนิ่งค้างไปทันทีที่เขาเห็นชิ้นส่วนอันนั้น นี่เป็นอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงมาก ที่เขาได้ผลิตมันให้กับกลุ่มบูรพาอุตสาหกรรม และมันทำให้เขามีรายได้หลักล้านเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาจำได้ทุกรายละเอียดและทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะทำชิ้นส่วนอันนี้ เพราะเขาทำมันทั้งหมดด้วยตัวของเขาเอง

 

          “คุณจำชิ้นส่วนอันนี้ได้ไหม คุณเซี่ย?” เจียงซินถาม

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “แน่นอนว่าผมจำได้ นี่เป็นชิ้นส่วนที่ผมผลิตให้กับกลุ่มบูรพาอุตสาหกรรม แต่ทำไมมันถึงมาอยู่ในมือพวกคุณล่ะ?

 

          จู้งเหว่ยเป็นคนตอบ “นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมาที่นี่ ชุดของชิ้นส่วนที่คุณสร้างเป็นสินค้าที่เราสั่งซื้อกับกลุ่มบูรพาอุตสาหกรรม มันมีความสำคัญมาก คุณเองก็คงรู้ว่าระบบประมวลผลที่มีความแม่นยำสูงในปัจจุบันนี้ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีอยู่ในประเทศของเรา เพราะมีการปิดกั้นเทคโนโลยีจากทางฝั่งยุโรปและอเมริกา แต่อย่างไรก็ตามคุณทำมันสำเร็จ และเรารู้สึกประทับใจมาก”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “นี่พวกคุณคงไม่ได้มากจากชิงตู่เพื่อจะมาชื่นชมผมหรอกนะ ใช่ไหม ?”

 

          เจียงซินพูด “คุณเป็นคนตลกนะคุณเซี่ย เรามาเพื่อตรวจสอบสิ่งนี้และมาเพื่อสร้างผลประโยชน์บางอย่างให้กับคุณ คุณควรจะรู้นะว่าผมกำลังพูดเกี่ยวกับอะไร !”

 

          “คุณต้องการให้ผมผลิตชิ้นส่วนอันอื่นๆและส่งมันให้กับพวกคุณ?” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ถูกต้องและผมขอรับรอง ถ้าหากคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณผลิตชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูงแบบอันนี้ได้ คุณจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาอีกมากมายในอนาคต” เจียงซินพูด

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสในครั้งนี้ แต่เขายังคงเก็บอาการเอาไว้ “ผมขอถามคำถามก่อนที่จะตอบตกลงได้ไหม?”

 

          “ถามมาได้เลยครับ” จู้งเหว่ยพูดอย่างสุภาพ

 

          “ผมผลิตชิ้นส่วนนี้ให้กับกลุ่มบูรพาอุตสาหกรรม แต่พวกเขาก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร แล้วพวกคุณรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นคนผลิตชิ้นส่วนอันนี้?” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          จู้งเหว่ยหัวเราะออกมา “มันง่ายมาก ที่เมืองของเราไม่มีทั้งอุปกรณ์และคนที่มีความสามารถด้านนี้ เราคิดมาตลอดว่ากลุ่มบูรพาอุตสาหกรรมจะไม่สามารถสร้างชิ้นส่วนนี้ได้ แต่พวกเขากลับทำได้ และส่งมอบสินค้าให้เราได้ทันเวลา และแน่นอนว่าเราต้องอยากรู้ว่าใครเป็นคนผลิตชิ้นส่วนนี้ หลังจากได้รับชิ้นส่วนมา เราจึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการตรวจสอบและมันก็ไม่ยากเพราะทุกคนในกลุ่มบูรพาอุตสาหกรรมรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้และจากการตรวจสอบครั้งนั้นมันก็ได้พาเรามาที่นี่

 

          เซี่ยเหล่ยได้คำตอบสำหรับคำถามของเขาแล้ว คำอธิบายของ จู้งเหว่ย มันดูสมเหตุสมผล ประธานหนิงจากบูรพาอุตสาหกรรมก็เคยพูดไว้ว่าชิ้นส่วนอันนี้มีความสำคัญมาก และมันจะทำเงินให้เขาได้เป็นล้านๆ คนของกลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีนไม่ได้คาดหวังว่าชิ้นส่วนที่สำคัญอันนี้จะสามารถพัฒนาขึ้นมาจนเสร็จได้ ดังนั้นเมื่อกลุ่มบูรพาอุตสาหกรรมสามารถผลิตและส่งสินค้ามาให้ได้ ทำไมพวกเขาจะไม่อยากตรวจสอบถึงต้นตอล่ะ? และตัวแทนจากกลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีนก็ถูกส่งมาที่นี่หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว

 

          “คุณเซี่ยได้โปรดแสดงให้เราเห็นถึงความสามารถของคุณ” เจียงซินพูด

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “แน่นอน ! แต่ผมไม่มีวัสดุชั้นดีอยู่ที่นี่หรอกนะ ผมคงทำได้แค่ใช้วัสดุธรรมดาๆทั่วไปเท่านั้นล่ะ”

 

          “คุณไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ของคุณเอง เราได้จัดเตรียมมาให้คุณเรียบร้อยแล้ว” จู้งเหว่ย เปิดกระเป๋าของเขาและหยิบถุงผ้าออกมาส่งให้เซี่ยเหล่ย

 

          มีชิ้นส่วนของโลหะผสม ชนิดเดียวกับที่เขาใช้ผลิตให้กับบูรพาอุตสาหกรรม เซี่ยเหล่ยนำโลหะผสมเดินไปยังเครื่องกลึง เขาประมวลผลช่องว่างและปรับการตั้งค่าทั้งหมดด้วยตัวเอง และใช้ตาข้างซ้ายซูมเข้าไปเพื่อตัดแผ่นโลหะทีละนิดด้วยความแม่นยำตามที่เขาต้องการ กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่เขาเริ่มเปิดเครื่องจนถึงเวลาที่เขาทำทั้งหมดเสร็จสิ้นใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

 

          เซี่ยเหล่ยวางชิ้นส่วนที่เขาเพิ่งทำเสร็จบนมือของ  จู้งเหว่ย “เชิญคุณตรวจสอบได้”

 

          จู้งเหว่ยมองไปยังชิ้นส่วนที่เซี่ยเหล่ยทำและกล่าวชื่นชม “คุณไม่จำเป็นต้องใช้แบบแปลนหรือปัจจัยอื่นๆ และคุณยังสามารถทำมันออกมาได้ในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง นี่มันสุดยอดมาก”

 

          ในทางกลับกันเจียงซินหยิบอุปกรณ์ตรวจสอบบางอย่างออกมาและหยิบชิ้นส่วนไปจาก จู้งเหว่ย เพื่อทำการตรวจสอบ

 

          เครื่องมือของเจียงซินมีความแม่นยำสูงมาก ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเครื่องสแกนแบบอินฟราเรด เขาวางเครื่องมือหันเข้าไปหาชิ้นส่วนนั้นและเริ่มสแกน และข้อมูลตัวเลขของชิ้นส่วนนั้นก็ถูกแสดงออกมา เซี่ยเหล่ยไม่เคยเห็นเครื่องมือตรวจสอบแบบนี้เลยแม้แต่ในกลุ่มบูรพาอุตสาหกรรม

 

          เจียงซินได้รับผลการตรวจสอบอย่างรวดเร็วและดูเหมือนเขาจะปกปิดอาการตื่นเต้นไว้ไม่ได้ เขาหัวเราะและพูดว่า “ดูเหมือนว่าเราจะมาหาถูกคนแล้ว คุณเซี่ย คุณเป็นคนที่มหัศจรรย์มาก”

 

          พนักงานของอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปต่างยิ้มและพวกเขาทั้งหมดค่อนข้างจะตื่นเต้น

 

          “คุณยังคงต้องการชิ้นส่วนแบบนี้อยู่มั้ย?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

           จู้งเหว่ยยิ้มและพูด “เราไม่ต้องการชิ้นส่วนแบบนี้ แต่เราต้องการคนแบบคุณ”

 

          เจียงซินวางชิ้นส่วนไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง “คุณเซี่ย คุณสนใจที่จะมาร่วมงานกับเราที่กลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีนมั้ย? คุณสามารถกำหนดเงื่อนไขของคุณเองได้ เราจะพยายามจัดหาให้ถ้ามันไม่เป็นการสิ้นเปลืองจนเกินไป”

 

          ‘คุณสามารถกำหนดเงื่อนไขของคุณเองได้’ จะมีสักกี่บริษัทในโลกกันที่จะให้ข้อเสนอแบบนี้?

 

          ข้อเสนอของเจียงซินเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับเซี่ยเหล่ย

 

          หม่าเสี่ยวอัน จูเสี่ยวหง และคนอื่นๆ พวกเขาต่างรู้สึกกระวนกระวายและรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาต่างก็ภูมิใจในตัวของเซี่ยเหล่ย แต่ก็กังวลเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองด้วยในเวลาเดียวกัน ถ้าเซี่ยเหล่ยตัดสินใจไปร่วมงานกับกลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีน อาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปก็ต้องปิดตัวลง พวกเขาจะสามารถไปทำอะไรได้นอกจากทำงานที่ไซต์งานก่อสร้าง มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับจูเสี่ยวหง ถ้าเซี่ยเหล่ยไม่พาเธอมาทำงานที่นี่ ตอนนี้เธอคงจะเป็นขอทานอยู่ข้างถนนไปแล้ว เขาได้ให้ชีวิตใหม่กับเธอ และเธอหวังว่าชีวิตจะดียิ่งขึ้นกว่านี้ เธอจะทนเห็นเซี่ยเหล่ยจากไปได้ยังไง?

 

          ทุกสายตาจ้องไปที่เซี่ยเหล่ย รอคำตอบของเขาอย่างกังวลใจ

 

          เซี่ยเหล่ยจ้องไปที่ใบหน้าของหม่าเสี่ยวอัน จูเสี่ยวหง และคนอื่นๆ เขาเห็นความกระวนกระวายใจ ความไม่เต็มใจ และความกังวลต่ออนาคตของพวกเขา ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยก็หัวเราะออกมา “ขอบคุณสำหรับข้อเสนอสุดพิเศษของคุณ มันอาจจะดีสำหรับผมที่จะได้ไปทำงานกับคุณ แต่ผมก็ยังชอบที่จะอยู่ที่นี่ ถ้าคุณอยากจะได้ชิ้นส่วนพวกนั้นก็แค่มาสั่งซื้อกับผม นั่นมันก็ไม่ต่างกับการที่ผมไปทำงานที่อุตสาหกรรมประเทศจีนใช่ไหมครับ?”

 

          จูเสี่ยวหงและคนอื่นๆต่างโล่งใจและมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า

 

           จู้งเหว่ยและเจียงซินมองไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างผิดหวัง อย่างไรก็ตามมันคงจะดีกว่าถ้าเซี่ยเหล่ยไปทำงานกับพวกเขา

 

          “น่าเสียดาย ประตูของกลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีนยินดีเปิดให้คุณเสมอ ไม่ว่าคุณต้องการจะมาเข้าร่วมเมื่อไหร่ เราจะต้อนรับคุณเสมอครับ” จู้งเหว่ย พูด

 

          “ขอบคุณครับ ผมจะเก็บไว้พิจารณา ผมขอถามเพิ่มเติมได้ไหม กลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีนทำงานเกี่ยวกับอะไรบ้าง?”

 

          เจียงซินรู้สึกประหลาดใจ “คุณเซี่ย นี่หมายความว่าคุณยังไม่รู้ว่าพวกเราทำอะไรที่กลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีน?”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “ขอโทษครับ ผมไม่รู้จริงๆ”

 

          เจียงซินยิ้มและพูด “เรากลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีน เป็นบริษัทที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ เราผลิตเครื่องบินรบ รถถัง ขีปนาวุธและอื่นๆ และเราไม่ได้ทำเพื่อหวังผลกำไร แต่เพื่อความแข็งแกร่งของประเทศของเรา”

 

          เซี่ยเหล่ยตกใจ หลังจากได้ฟัง เจียงซินพูดเขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมประธานหนิงถึงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของชิ้นส่วนอันนั้น นอกจากนั้นแล้วเขาก็ยังเข้าใจด้วยว่าทำไมกลุ่มอุตสาหกรรมประเทศจีนจึงได้ตามหาตัวคนที่ผลิตชิ้นส่วนนี้ได้ง่ายนัก

 

          รัฐบาลเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมทางการทหาร ในอนาคตใครจะกล้ามีปัญหากับอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อป ถ้าที่นี่ได้รับคำสั่งซื้อจากพวกเขา ?

 

          จู้งเหว่ยหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋าและส่งให้เซี่ยเหล่ย “เราอยากให้คุณเซี่ยเริ่มผลิตชิ้นส่วนให้เราตั้งแต่ตอนนี้ ในเอกสารนี้มีแบบแปลนของชิ้นส่วนที่เราต้องการ และทางเราจะเป็นคนจัดหาวัสดุมาให้ คุณลองอ่านดูก่อน และจากนั้นเราค่อยมาพูดเกี่ยวกับเรื่องสัญญากัน”

 

          เซี่ยเหล่ยเปิดเอกสารอ่านไปเรื่อยๆ

 

          “คุณเซี่ย ผมมีข้อเสนอ” เจียงซิน พูด

 

          “ข้อเสนออะไร?” เซี่ยเหล่ยถามอย่างไม่ได้สนใจมากนัก

 

          “ทางเราหวังว่าคุณเซี่ยจะจดทะเบียนเวิกค์ช็อปนี้เป็นบริษัท โปรดเข้าใจด้วย เราเป็นบริษัทของรัฐบาลและยังเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ถ้าคุณมาร่วมงานกับเราและที่นี่ยังเป็นแค่เวิกค์ช็อปเล็กๆ ทางเราเกรงว่านี่จะเป็นอันตรายต่อบริษัทของเราและคงไม่ดีสำหรับคุณด้วยเช่นกัน” เจียงซิน พูด

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมดำเนินการเรื่องนี้ไว้ก่อนที่พวกคุณจะมาเสียอีก ผมกำลังจะจดทะเบียนที่นี่เป็นบริษัทในบ่ายวันนี้และกำลังมองหาที่ดินเพื่อสร้างโรงงาน”

 

          ทันใดนั้น จู้งเหว่ย ก็ขยับมาใกล้เขาและพูดข้างหู “คุณเซี่ย ชิ้นส่วนที่เราต้องการคุณต้องเป็นคนผลิต แค่คุณคนเดียวเท่านั้น คุณรู้ใช่ไหมว่าผมหมายความว่ายังไง? ส่วนอื่นๆที่เหลือเราสามารถผลิตเองได้”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “ไม่มีปัญหา”

 

          จู้งเหว่ยยื่นมือไปหาเซี่ยเหล่ย “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ”

 

          เซี่ยเหล่ยจับมือกับจู้งเหว่ย “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ”

 

          เจียงซินเองก็ยื่นมืออกมาจับมือเซี่ยเหล่ย “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ”

 

          “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          พนักงานของอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปได้ออกมาปรบมือยินดีกับความร่วมมือในครั้งนี้

 

          ติดตามตอนต่อไป.....

 

 

 

จบบทที่ TXV – 73 ลูกค้าปริศนา !

คัดลอกลิงก์แล้ว