- หน้าแรก
- บีสต์เทมเมอร์พลิกชะตากับระบบสกิลเทพรายวัน
- ตอนที่ 45: ลีไว
ตอนที่ 45: ลีไว
ตอนที่ 45: ลีไว
ทีแรกเลโอนาร์โดก็รู้สึกสับสนเมื่อได้ยินเรื่องแก๊ส แต่แล้วเขาก็ต้องตกตะลึง
เมื่อเซอร์จิโอปล่อยแก๊สปริมาณมหาศาลออกมาทางรูขุมขนบนผิวหนังจริงๆ และแก๊สนั้นก็ดันร่างของเขาให้ลอยขึ้นไปในอากาศ
ด้วยแรงขับเคลื่อนนั้น ร่างกายอันใหญ่โตของเขา แม้จะมีโรนัลด์ขี่คออยู่ กลับดูเบาหวิวขึ้นมาในพริบตา
"ถึงเซอร์จิโอจะเป็นโรคอ้วน แต่เขาปลุกพลังขึ้นมาพร้อมกับร่างกายพิเศษที่ทำให้เขาสามารถควบคุมและเพิ่มปริมาณแก๊สในร่างกายได้ เมื่อมานาของเขามีมากพอ เขาก็สามารถพึ่งพาแก๊สนั่นในการบินได้"
วิลเลียมอธิบายเมื่อสังเกตเห็นความตกตะลึงของเลโอนาร์โด
"ไปกันเถอะ"
เขาเสริมพลางทะยานขึ้นสู่อากาศอีกครั้งและบินนำไป
ในเวลาเดียวกัน ปีกคู่หนึ่งก็ก่อตัวขึ้นเบื้องหลังลูซี่—มันคือสายลมที่ควบแน่นจนกลายเป็นรูปร่างที่จับต้องได้
เมื่อพวกเขาทั้งหมดลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ผู้คนเบื้องล่างก็ได้แต่แหงนมองด้วยความตื่นตาตื่นใจและอิจฉาตาร้อน
ความสามารถในการบินไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในคลาสระดับสูงเสมอไป แต่ก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธมูลค่าของมัน
ทุกคนล้วนปรารถนามันทั้งนั้น
"นี่แหละคือข้อได้เปรียบของเรา..."
วิลเลียมพูดต่อพลางปรายตามองเลโอนาร์โด
"มีคนแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นที่บินได้ ดังนั้นคู่แข่งสำหรับเกตลอยฟ้าจึงมีน้อยมาก เกตบานนี้พวกเราเป็นคนค้นพบก่อน เราเลยไม่ต้องไปรับมือกับคนนอก สิ่งที่เราต้องทำก็แค่คว้าชัยชนะมาให้ได้"
เลโอนาร์โดพยักหน้ารับ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ปักใจเชื่อซะทีเดียว มันก็ยังมีความเป็นไปได้ที่คนอื่นอาจจะค้นพบเกตนี้แล้วเหมือนกัน
แต่ถึงอย่างนั้น จำนวนคู่แข่งก็คงจะน้อยอยู่ดี
จุดหมายปลายทางของพวกเขาคือหุบเขาทรายที่ถูกปกคลุมด้วยพายุทรายขนาดมหึมา
พวกเขาบินสูงขึ้นไปจนอยู่เหนือพายุลูกนั้น
ไม่มีเมฆสักก้อนให้เห็นอยู่เบื้องบน ซึ่งนั่นก็อธิบายได้ดีว่าทำไมมันถึงได้ร้อนระอุขนาดนี้ ยิ่งบินสูงก็ยิ่งร้อนหนักเข้าไปอีก
เลโอนาร์โดถึงกับเริ่มเหงื่อซึม
พายุทรายเบื้องล่างนั้นใหญ่โตมโหฬาร ทอดยาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาข้ามทะเลทราย
ทว่าบางส่วนของมันกลับดูปั่นป่วน ราวกับว่ากำลังมีการต่อสู้เกิดขึ้นอยู่ข้างในนั้น
"บัดซบเอ๊ย!"
จู่ๆ วิลเลียมก็สบถขึ้นมาในขณะที่เลโอนาร์โดยังคงมองลงไปข้างล่าง
เลโอนาร์โดเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ
และสิ่งที่เห็นก็ทำเอาเขาถึงกับเบิกตากว้าง
เกตบานหนึ่งกำลังลอยอยู่กลางอากาศ
และบนยอดของเกตบานนั้น มีอินทรีอัสนีขนาดมหึมายืนตระหง่านอยู่
เมฆพายุหมุนวนอยู่รอบตัวสิ่งมีชีวิตนั้น ขณะที่สายฟ้าหลากสีแลบปลาบไปทั่วร่าง
แม้แต่สายฟ้าเพียงเส้นเดียวที่แผ่ออกมาจากมันก็ทำให้เลโอนาร์โดสัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างล้นหลาม
(สัตว์อสูรคลาส S เลเวล 18!)
นั่นคือข้อความแจ้งเตือนที่เขาได้รับ
แต่อินทรีตัวนั้นไม่ได้กำลังมองมาที่พวกเขา
ความสนใจของมันจดจ่ออยู่กับเรือเหาะลำเล็กยาวไม่ถึงสองเมตรที่กำลังลอยล่องอยู่กลางอากาศ
เลโอนาร์โดอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึงเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนเรือลำนั้น
ผมสีบลอนด์สว่างจ้า
สว่างเสียจนบางครั้งดูแทบจะกลายเป็นสีขาว
ลีไว ฮาร์วีย์
ลูกพี่ลูกน้องของมาร์กาเร็ต
นักเรียนปีสอง อายุน้อยกว่าเลโอนาร์โดหนึ่งปี
ในมือของเขาถือหอกสายฟ้าที่มีพลังงานแลบปลาบออกมาไม่ขาดสาย
แม้จะเป็นถึงสัตว์อสูรคลาส S แต่อินทรีอัสนีก็ดูระแวดระวังตัวอย่างยิ่ง
มันไม่กล้าเป็นฝ่ายโจมตีก่อน
ส่วนกลุ่มของวิลเลียมนั้น เห็นได้ชัดว่าอินทรีไม่ได้สนใจพวกเขาสักนิด
"หมอนี่แข็งแกร่งมาก"
โรนัลด์เอ่ย
"เขาต้องเป็นคลาส S ด้วยแน่ๆ"
เซอร์จิโอเสริม
"เอาไงดี? เราควรไปร่วมมือกับเขาไหม?"
ลูซี่ถาม
ไม่มีใครในกลุ่มกล้าประเมินผู้ปลุกพลังคลาส S ต่ำเกินไป
ในทางเทคนิคแล้ว เลโอนาร์โดก็ถือเป็นระดับเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมสัตว์อสูรของเขาเข้าไปด้วย
น่าเสียดายที่เลเวลของพวกมันยังต่ำเกินกว่าที่จะทำให้ใครมาจริงจังด้วยได้
วิลเลียมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากกับชายหนุ่มผมบลอนด์
"เพื่อน สนใจมาร่วมมือกันฆ่าอินทรีตัวนี้ไหม? นายลุยเดี่ยวอาจจะตึงมือไปหน่อยนะ โดยเฉพาะในตอนที่นายยังต้องพึ่งพาเรือเหาะแบบนี้น่ะ"
แน่นอนว่าลีไวสังเกตเห็นพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว
ดวงตาของเขาวูบไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นเลโอนาร์โดอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
"ฉันขอส่วนแบ่งของรางวัลครึ่งหนึ่ง รวมแกนอสูรด้วย ว่าไงล่ะ?"
เขาเอ่ย
สีหน้าของวิลเลียมกับคนอื่นๆ เปลี่ยนเป็นปั้นยากทันที
"เพื่อน แบบนั้นมันไม่โลภไปหน่อยเหรอ?"
เซอร์จิโอถาม
"ถ้าไม่ชอบ งั้นเรามาแข่งกันแทนไหมล่ะ?"
ลีไวตอบกลับพร้อมรอยยิ้มจางๆ
"ใครโชคดีก็ได้ไป"
"และแน่นอน... การที่พวกนายได้มันไปจากที่นี่ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกนายจะรอดเอามันกลับไปได้หรอกนะ"
"แก—!"
ใบหน้าของวิลเลียมมืดครึ้มลงด้วยความโกรธ
"ปีเตอร์สัน"
จู่ๆ เลโอนาร์โดก็พูดแทรกขึ้น
ทั้งกลุ่มหันขวับมามองเขาด้วยความงุนงง
"เขาคือ ลีไว ฮาร์วีย์ จากตระกูลฮาร์วีย์"
เลโอนาร์โดบอกพวกเขา
เขาอยากจะดูว่าพวกนั้นจะมีปฏิกิริยายังไงหลังจากได้ยินชื่อนี้
และก็เป็นไปตามคาด สีหน้าของพวกเขาทุกคนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"นายคือ ลีไว ฮาร์วีย์ งั้นเหรอ?"
วิลเลียมโพล่งถามตามสัญชาตญาณ
ลีไวรู้ตัวแล้วว่าเลโอนาร์โดเป็นคนเปิดโปงตัวตนของเขา
เขาเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างนิ่งสงบ
หลังจากได้รับการยืนยัน วิลเลียมและคนอื่นๆ ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความอับจนหนทาง
เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครกล้าไปกระตุกหนวดเสือคนจากตระกูลนั้น
"แอนเดอร์สัน"
วิลเลียมหันมาพูดกับเลโอนาร์โด
เลโอนาร์โดมองเขากลับด้วยความสับสน
"ดูเหมือนว่าเราคงต้องยกเลิกการร่วมมือกันซะแล้วล่ะ"
"ไม่ใช่ว่าฉันอยากให้มันเป็นแบบนี้นะ แต่ต่อให้เราลุยกันต่อ... เราก็คงไม่มีอะไรจะแบ่งให้นายอยู่ดี"
เลโอนาร์โด: "..."
เขาอุตส่าห์คิดว่าการเข้าร่วมทีมนี้จะทำให้เขาได้รับประสบการณ์ที่มีค่าซะอีก
แต่ดูเหมือนว่าทีมที่จับพลัดจับผลูมารวมกันแบบนี้จะพึ่งพาอะไรไม่ได้เลยจริงๆ
"ก็นะ..."
เขาพยักหน้ารับอย่างใจเย็น
"ถ้าวันหน้าพวกเราเจออะไรดีๆ อีก เราจะชวนนายมาร่วมด้วยแน่นอน แล้วจะหาของชดเชยดีๆ ให้นะ"
วิลเลียมบอก
"ได้สิ"
เลโอนาร์โดตอบสั้นๆ ก่อนจะส่งสัญญาณให้เลียมเตรียมตัวจากไป
ในมุมมองของเขา วิลเลียมและคนอื่นๆ ถือว่าเป็นคนดีใช้ได้เลย
พวกเขาแค่ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยกว่า
ซึ่งถ้าเลโอนาร์โดตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เขาก็คงตัดสินใจแบบนี้เหมือนกัน
เขาจึงไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองหรือเจ็บแค้นอะไร
โดยธรรมชาติแล้ว เขาเริ่มคิดถึงแผนการของตัวเองทันทีที่แยกตัวออกมา
"แอนเดอร์สัน เดี๋ยวก่อน!"
จู่ๆ ลีไวก็ตะโกนเรียกเขา
เลโอนาร์โดชะงักไป รู้สึกงุนงงเล็กน้อย
เขาไม่ได้สนิทสนมอะไรกับลีไวเลย ลีไวอายุน้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ใช่เพราะมาร์กาเร็ต เขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลีไวเป็นใคร
เลโอนาร์โดไม่พูดอะไร ได้แต่จ้องมองกลับไปราวกับตั้งคำถามทางสายตาว่าเรียกเขาทำไม
"ให้ฉันยืมหมาป่าของนายหน่อยสิ"
ลีไวเอ่ย
"แล้วก็อัดบัฟให้มันเต็มแม็กซ์เลยนะ"
"ฉันรับประกันความปลอดภัยของมันให้เอง และฉันจะจ่ายค่าเสียหายให้ถ้าเกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้น"
"แล้วหมาป่าของนายก็จะได้ EXP บานตะไทจากการช่วยฉันด้วย"
"นายพูดจริงเหรอ?"
เลโอนาร์โดถามด้วยความประหลาดใจ
"แล้วนายมีอะไรมารับประกันล่ะ?"
เขาถามต่อ
นี่เป็นข้อเสนอที่เขาสามารถตอบตกลงได้อย่างแน่นอน เพราะถึงยังไง เขาก็อยากได้ EXP จากการตายของอินทรีตัวนี้อยู่แล้ว
แต่ถ้าไม่มีอะไรมารับประกัน เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงหรอก
นอกจากนี้ ต่อให้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เขาก็ยังสามารถลงมือทำตามแผนของตัวเองได้อยู่ดีหากจำเป็น