- หน้าแรก
- รุ่นพี่จอมหยิ่งคนนั้นนุ่มนิ่มกว่าที่คิด
- บทที่ 4: "เซี่ยเซียว เธอทำแบบนี้ได้ยังไง?"
บทที่ 4: "เซี่ยเซียว เธอทำแบบนี้ได้ยังไง?"
บทที่ 4: "เซี่ยเซียว เธอทำแบบนี้ได้ยังไง?"
ผ่านไปครู่หนึ่ง คนปลายทางที่คงจะประหลาดใจที่เซี่ยเซียวไม่โกรธกับคำพูดของเขา ก็ตอบกลับมาด้วยข้อความเสียงน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "เล่นบาสอะไรกัน? การบ้านฉันยังไม่เสร็จเลย มะรืนนี้ก็เปิดเทอมแล้ว! ไว้แกกลับมาแล้วค่อยหาเวลาไปเล่นกัน!"
พูดจบเขาก็ส่งนามบัตรวีแชทต่อมาให้
"วีแชทลั่วเยียนหรานไง! อย่างน้อยพวกแกก็อยู่ชมรมเดียวกันนะ จะไม่มีวีแชทเขาได้ยังไง!"
เซี่ยเซียวตอบกลับไปด้วยมีม "ขอบคุณครับพ่อ"
จากนั้นเขาก็กดเข้าไปดูในนามบัตร แล้วก็ต้องพบความจริงว่าเธออยู่ในรายชื่อเพื่อนของเขาอยู่แล้ว
เซี่ยเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง เขากดเข้าไปในหน้าต่างแชทและต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามันมีประวัติการสนทนาอยู่...
ทว่า ข้อความเหล่านั้นกลับดูบาดตาเหลือเกินในวินาทีนี้
ทุกช่วงเทศกาล รวมถึงวันเกิดของเขา เธอจะส่งคำอวยพรมาให้ตรงเวลาเสมอ และเขาก็จะตอบกลับไปตามมารยาทเพียงคำว่า "ขอบคุณครับ"...
เซี่ยเซียวหลับตาที่เริ่มร้อนผ่าวลง จู่ๆ เขาก็หมดความกล้าที่จะส่งคำทักทายไปหาคนปลายทาง
ลั่วเยียนหราน ยังมีความลับเล็กๆ อีกมากมายแค่ไหนกันที่เขาไม่เคยล่วงรู้...
เซี่ยเซียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าไทม์ไลน์ของเธอ
ในขณะเดียวกัน หลังจากโจวมี่ยนเมี่ยนกลับถึงบ้าน คุณยายของเธอก็หลับไปแล้ว
แฟลตที่เธออาศัยอยู่นั้นค่อนข้างเก่าและทรุดโทรม แม้แต่ไฟตรงบันไดก็ยังเสีย
ทว่าเหยียนซื่อนั้นทึ่มทื่อเหมือนก้อนหินจริงๆ เขาแค่เดินมาส่งเธอที่หน้าตึกแล้วก็กลับไปเลย
ในตอนนี้ โจวมี่ยนเมี่ยนเริ่มคิดถึงเซี่ยเซียวขึ้นมาอีกครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก เซี่ยเซียวจะเดินมาส่งเธอถึงหน้าประตูบ้านเสมอ...
หลังจากแอบย่องเข้าห้องนอนเงียบๆ โจวมี่ยนเมี่ยนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คดู แต่กลับไม่มีข้อความใดๆ จากเซี่ยเซียวเลย
เธอโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงด้วยความแง่งอน เซี่ยเซียวชักจะเกินไปแล้วนะ!
เมื่อกี้เธอยังอุตส่าห์คิดว่าถ้าเขามายอมขอโทษ เธอจะยอมยกโทษให้แบบเสียไม่ได้แท้ๆ!
ตอนนี้เธอจะไม่สนใจเขาเด็ดขาด!
เธออดไม่ได้ที่จะลูบสร้อยคอที่เซี่ยเซียวให้เธอเมื่อหัวค่ำ มันเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของสวารอฟสกี้ที่เธอเคยเห็นในเน็ต ราคาไม่ถูกเลย...
โจวมี่ยนเมี่ยนอดใจไม่ไหวต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เปิดหน้าไทม์ไลน์เพื่อโพสต์สเตตัส
"คืนนี้หนาวเหลือเกิน ฉันคิดถึงคุณนะ แม้ว่าคุณอาจจะเริ่มเบื่อฉันแล้วก็ตาม"
จากนั้นเธอก็เฝ้ารอเซี่ยเซียวด้วยความคาดหวัง แต่น่าเสียดายที่จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นมาถึงเธอก็ยังไม่ได้รับข้อความใดๆ จากเขาเลย
...
วันเปิดเทอมวันแรก หลินยวี่มาถึงโรงเรียนแต่เช้า เขาไม่คิดว่าพอเดินเข้าห้องเรียนมาจะมีคนมาถึงก่อนไม่น้อย รวมถึงเซี่ยเซียวด้วย
เขาผิวปากหวีดหวิว "วันนี้มาเช้าจังนะ? ไม่ไปรับเจ้าหญิงของแกล่ะ?"
ในอดีต เซี่ยเซียวตรงเวลายิ่งกว่ารถเมล์หน้าโรงเรียนเสียอีก เขาคอยรับส่งโจวมี่ยนเมี่ยนไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออกทุกวัน หลินยวี่ชินกับภาพนั้นไปแล้ว พอเห็นเขานั่งอยู่ที่โต๊ะเช้าขนาดนี้จึงรู้สึกแปลกใจจนอดค่อนแคะไม่ได้
เซี่ยเซียวเงยหน้าจากตำราเรียนแล้วขยับตัวหลบทางให้เพื่อนเข้าไปนั่ง "เลิกประชดได้แล้ว ฉันซื้ออาหารเช้ามาเผื่อแกด้วย รีบกินซะก่อนที่อาจารย์จะมา"
หลินยวี่เหลือบมองน้ำเต้าหู้กับเครปจีนบนโต๊ะ สีหน้าของเขาดูอ่อนลงแม้จะยังพูดจาจิกกัดอยู่ "บ้านฉันก็เปิดร้านอาหารเช้า แกจะซื้อมาฝากทำไม..."
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ลงมือกินอย่างไม่เกรงใจ
ฐานะทางบ้านของหลินยวี่ความจริงก็คล้ายกับโจวมี่ยนเมี่ยน พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปหมดแล้วและอาศัยอยู่กับคุณยาย จุดต่างเพียงอย่างเดียวคือคุณยายของหลินยวี่สุขภาพแข็งแรงและเปิดร้านอาหารเช้าที่ขายดีมาก
หลินยวี่ช่วยคุณยายขายอาหารเช้าทุกวันและจะรีบมาโรงเรียนในเวลาเกือบจะเข้าเรียนพอดี อาจเป็นเพราะเขากินมาตั้งแต่เด็ก เจ้าเด็กนี่เลยไม่ยอมกินอาหารเช้าจากร้านตัวเอง
"อย่าได้ใจไปหน่อยเลย" เซี่ยเซียวเหลือบมองพลางควงปากกาในมือเล่น
เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้าเรียน ห้องเรียนก็ค่อยๆ หนาตาขึ้น
หลังจากกินเครปจีนคำสุดท้ายและดื่มน้ำเต้าหู้ตาม หลินยวี่ก็ยอมสบตาเซี่ยเซียวตรงๆ ในที่สุด "แล้วเรื่องโจวมี่ยนเมี่ยนล่ะ? แกจะไม่จีบเธอแล้วจริงๆ เหรอ?"
"ไม่จีบแล้ว" น้ำเสียงของเซี่ยเซียวเรียบเฉย "ตอนนี้ฉันจะตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย และอุทิศตนเพื่อพัฒนาประเทศชาติในอนาคต"
หลินยวี่: ...
"งั้นคืนนั้นแกจะมาขอวีแชทลั่วเยียนหรานจากฉันทำไม?" เขาจ้องหน้าเซี่ยเซียว "แกคงไม่ได้เพิ่งจะมารู้หรอกนะว่าเขาชอบแก?"
เซี่ยเซียวชะงักการควงปากกาแล้วมองหน้าหลินยวี่ "แกรู้อยู่แล้วเหรอ?"
"เฮอะ ใครเขาก็รู้กันทั้งนั้น มีแต่แกนั่นแหละที่ตาบอด เมินเจ้าหญิงตัวจริงแล้วไปเทิดทูนเจ้าหญิงกำมะลอ..." หลินยวี่พูดประชด
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ เซี่ยเซียวไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย เขากลับพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นสินะ ฉันมันตาบอดจริงๆ"
หลินยวี่: ... เขาไปต่อไม่ถูกเลย ความจริงใจเนี่ยเป็นไพ่ตายที่ร้ายกาจที่สุดจริงๆ
ขณะที่ทั้งคู่กำลังคุยกัน ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นตรงที่นั่งด้านหน้า
หลิวซิ่วผิงถามโจวมี่ยนเมี่ยนที่เดินเข้ามาด้วยดวงตาแดงก่ำด้วยความห่วงใย: "เมี่ยนเมี่ยน ทำไมวันนี้มาสายจัง? ขนาดเซี่ยเซียวยังมาถึงก่อนเลย"
โจวมี่ยนเมี่ยนชะงักไป จากนั้นเธอก็หันหน้าไปมองเซี่ยเซียวที่นั่งอยู่แถวหลังด้วยดวงตาแดงรื้น
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ รอยยิ้มที่ยังค้างอยู่ในดวงตาเลือนหายไปทันทีที่เห็นหน้าเธอ
เขารีบละสายตาไปทางอื่นแล้วพูดกับหลินยวี่ว่า: "พี่ชาย เมตตาหน่อย ช่วยเบาเสียงลงหน่อยเถอะ"
หลินยวี่ฮึดฮัด พลางเหลือบมองโจวมี่ยนเมี่ยนแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เมื่อเห็นว่าเซี่ยเซียวไม่มีทีท่าจะสนใจเธอเลย น้ำตาก็ไหลอาบแก้มโจวมี่ยนเมี่ยน ตลอดสองวันที่ผ่านมาเธอพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เป็นฝ่ายทักเขาไปก่อน
เธอโพสต์สเตตัสลงไทม์ไลน์ทุกวัน เพียงเพื่อรอให้เซี่ยเซียวติดต่อกลับมา แต่จนกระทั่งตื่นนอนเมื่อเช้านี้เธอก็ยังไม่ได้รับข้อความจากเขาเลยแม้แต่ประโยคเดียว
ในที่สุดเธอก็อดรนทนไม่ไหว ส่งข้อความไปหาเซี่ยเซียว: "เซี่ยเซียว ฉันอยากกินเครปจีน"
ทว่าในวินาทีที่ส่งไป กลับมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นว่าพวกเขไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วและไม่สามารถส่งข้อความได้
ใจของโจวมี่ยนเมี่ยนวูบดิ่งไปที่ตาตุ่ม เซี่ยเซียวลบเพื่อนเธอ!
มือของเธอสั่นเทาขณะกดเข้าไปดูหน้าไทม์ไลน์ของเซี่ยเซียว และมันก็เป็นอย่างที่คิด มันว่างเปล่าไม่มีอะไรให้เห็นเลย
ความน้อยใจและโกรธเคืองเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกในทันที
เธอกุลีกุจอเก็บของแล้ววิ่งลงไปข้างล่าง และแน่นอนว่าเงาร่างที่คุ้นเคยคนนั้นไม่ได้ยืนอยู่ตรงที่เดิมอีกแล้ว
เซี่ยเซียวไม่ได้มารับ...
"อ้าว เมี่ยนเมี่ยน ร้องไห้ทำไมน่ะ?" เหยียนซื่อที่เพิ่งเดินออกมาเตรียมจะทักทายเทพธิดาของเขา อดไม่ได้ที่จะทักขึ้นเมื่อเห็นโจวมี่ยนเมี่ยนร้องไห้ เขารีบดึงกระดาษทิชชู่ยับๆ ออกจากกระเป๋าด้วยท่าทางกระวนกระวาย "เกิดอะไรขึ้น?"
เสียงของเขาดังจนพวกนักเรียนที่กำลังอ่านหนังสือหรือคุยกันอยู่ต่างหันมามองเป็นตาเดียว
มีเพียงเซี่ยเซียวที่ยังคงก้มหน้าก้มตา เขียนคำตอบที่เพิ่งคำนวณได้ลงในสมุดแบบฝึกหัด
เขาไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อเขาปล่อยเนื้อปล่อยตัวมาตลอดสามปี ถ้าตอนนี้ไม่ขยัน เขาอาจจะสอบตกมหาวิทยาลัยเอาได้...
"เซี่ยเซียว เธอทำแบบนี้ได้ยังไง?" โจวมี่ยนเมี่ยนไม่รับทิชชู่จากเหยียนซื่อ และไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่มองมา เธอรู้ดีว่าต้องทำตัวแบบไหนถึงจะได้รับความสงสารจากคนอื่น น้ำตาไหลลงมาทีละหยดพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ทำไมเธอถึงลบเพื่อนฉัน?"
มือของเซี่ยเซียวชะงักขณะเขียน ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเธอ
มันช่างคุ้นเคยเหลือเกินสีหน้าน้อยอกน้อยใจ แววตาที่ดูเจ็บปวดราวกับว่าเขาไปทำความผิดร้ายแรงอะไรมา
ในอดีต เธอจะใช้ท่าทางแบบนี้เรียกความสงสารจากเขาเสมอ
แต่ตอนนี้ เซี่ยเซียวเพียงแค่มองเธอด้วยสายตาเย็นชา "เพราะฉันอยากจัดระเบียบรายชื่อเพื่อนใหม่น่ะ เลยลบคนที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง"
คนที่ไม่จำเป็น
คำพูดนี้ทำให้ใบหน้าของโจวมี่ยนเมี่ยนซีดเผือด "ฉันคือคนที่ไม่จำเป็นงั้นเหรอ?"