เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  67 การประยุกต์ !

TXV –  67 การประยุกต์ !

TXV –  67 การประยุกต์ !


TXV –  67 การประยุกต์ !

 

          เซี่ยเหล่ยสามารถเรียนรู้ภาษาต่างประเทศได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ความสามารถของเขาสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างน่ามหัศจรรย์แล้ว0tมันมีอะไรที่ยากกว่าการเรียนรู้ภาษาหรือการเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัว ? การเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย เขาจดจำการเคลื่อนไหวของอาจารย์ของเขาไว้ในหัว เขาสามารถเรียนรู้มันได้อย่างสบายๆแต่เขาขาดอย่างเดียวในตอนนี้ก็คือประสบการณ์ในการต่อสู้

 

          เซี่ยเหล่ยจะแข็งแกร่งแค่ไหนหากเขาเข้าถึงแก่นแท้ของการต่อสู้ ?

 

          แม้แต่หลางเฉิงชุนผู้ที่อยู่กับหวิงชุนมาตลอดชีวิต ก็ไม่สามารถคาดเดาพลังความสามารถของเขาได้….

 

          ผลของการประลองก็คือ หลางซือเหยาสามารถเอาชนะเซี่ยเหล่ยได้ คงมีแต่เซี่ยเหล่ยเท่านั้นที่รู้สาเหตุของการพ่ายแพ้ในการประลองนี้

 

          “คุณเป็นอะไรมั้ย ?” หลางซือเหยาถามด้วยความเป็นห่วง เธอยืนมือออกไปหาเซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของเธอ เขาคว้ามือของเธอไว้และดึงตัวเองขึ้นมาจากนั้นเขาหัวเราะออกมาพร้อมกับยิ้ม “ผมสบายดี ผมเคยบอกคุณแล้วหนิ ผมไม่สามารถเอาชนะคุณได้หรอก ! ตอนนี้เชื่อผมรึยังล่ะ ?”

 

          “เนี่ยคุณเพิ่งเรียนหวิงชุนได้เพียงไม่กี่วันจริงๆหรอ ?” ดวงตาของหลางซือเหยาเต็มไปด้วยความสงสัย

 

          เซี่ยเหล่ยยักไหล่ “ใช่แล้ว ผมจะโกหกคุณทำไมล่ะ ?”

 

         

          หลางซือเหยาดูเหมือนว่าเธอจะเชื่อคำพูดของเซี่ยเหล่ย เธอเดินไปที่หลางเฉิงชุนและพูดเบาๆในหูของพ่อเธอว่า “คุณพ่อ เจอศิษย์คนเก่งแล้ว คุณควรจะยอมรับให้เขาเป็นศิษย์คนสุดท้ายของหวิงชุน เขาจะนำชื่อเสียงมาสู่สำนักหวิงชุนของพวกเรา !”

 

          แต่...หลางเฉิงชุนดูเหมือนว่าจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เขาจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว

 

          เมื่อลู่เชิงได้ยินคำพูดของหลางซือเหยาใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนสีไปทันทีเขาเป็นนักเรียนในสำนักนี้มานานกว่า 3 ปีและเป้าหมายของเขาก็คือได้เป็นศิษย์ของหลางเฉิงชุนแต่ในตอนนั้นหลางซือเหยาไม่เห็นด้วยที่จะให้ลู่เชิงเป็นศิษย์ เธอไม่เคยเห็นความดีในตัวของเขาเลยแต่ไอ้เศษสวะเซี่ยเหล่ย เข้ามาเพียงไม่กี่วันเธอก็อยากให้เขาเป็นศิษย์ของหลางเฉิงชุนซะแล้ว เแล้วจะให้เขานิ่งเฉยได้อย่างไรล่ะ ?

 

          “ฮึ่ม !” ลู่เชิงเดินตรงไปหาเซี่ยเหล่ย

 

          “ผู้ฝึกตนเชิง” หลางซือเหยาดึงตัวของลู่เชิงเอาไว้ในขณะที่ยิ้มและพูดว่า “ฉันยังไม่ได้ฝึกประลองกับคุณเลย พวกเราลองมาฝึกกันมั้ย ?”

 

          หลางซือเหยาจับแขนของลู่เชิงและพูดน้ำเสียงอันอ่อนหวานว่า “มาเถอะ พี่เชิงมาประลองกัน”

 

          ลู่เชิงฝืนยิ้ม “เอาล่ะ ผมจะฝึกประลองกับคุณเอง” ยังมีโอกาสอีกมากมายที่จะได้เจอเซี่ยเหล่ยแต่การฝึกซ้อมกับหลางซือเหยานั่นเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเกิดขึ้น..

 

          เหล่านักเรียนเดินเข้าไปในสำนักจากนั้นหลางเฉิงชุนก็เริ่มสอนและให้คำแนะนำนักเรียนเหล่านั้นหลังจากนั้นไม่นานนักเรียนแต่ละคนก็จับคู่ประลองกันเองอย่างเคร่งครัด

 

          เซี่ยเหล่ยถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาของลู่เชิงในตอนนั้นมันน่ากลัวมากขณะที่เขาเดินเข้ามาหาเซี่ยเหล่ย เขารู้ดีว่าดวงตาคู่นั้นหมายถึงอะไร หากต้อง

ประลองกับลู่เชิงในตอนนี้เขาจะต้องแพ้ลู่เชิงอย่างราบคาบแน่นอน

 

          ลู่เชิงเริ่มฝึกซ้อมกับหลางซือเหยา หัตถ์ผสาน  ฝ่าผสาน พร้อมกับการเตะและการต่อยการเคลื่อนไหวของพวกเขาสวยงามและเป็นมืออาชีพมาก

 

          เซี่ยเหล่ยกำลังคิดว่า ‘เรากำลังพยายามที่จะดูร่างกายของหลางซือเหยาก่อนหน้านี้แต่เราไม่มีโอกาสที่จะใช้สายตามองทะลุกับเธอได้เลย ตอนนี้เราคงทำอะไรไม่ได้นอกจากเพียงแค่เดินผ่านเธอไปเท่านั้นและถ้าเราสามารถรู้สมรรถภาพร่างกายของเธอ เช่น กล้ามเนื้อ กระดูกของเธอได้ บางทีเราอาจจะแข็งแกร่งมากกว่าเดิม’

 

          เซี่ยเหล่ยตั้งใจดูเธอฝึกซ้อมอย่างขมักเขม่น ตาซ้ายของเขาสามารถมองสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้เช่น เส้นเลือด กล้ามเนื้อภายใต้แขนอันสวยงามของเธอรวมถึงเส้นเอ็นที่ยึดติดกับกระดูกระหว่างการเคลื่อนไหว…

 

          ใขณะเดียวกันตาขวาของเขาจ้องมองหลางซือเหยาออกกระบวนท่าอย่างสวยงาม ขาที่เรียวสวยเหมือนหยกแขนที่อ่อนนุ่ม คงจะมีแต่เซี่ยเหล่ยเท่านั้นแหละที่สามารถมองเห็นสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้ได้

 

          ตาซ้ายของเซี่ยเหล่ยสามารถมองได้ทะลุปรุโปร่งกว่าสายตาของคนทั่วไป เขาลองเปรียบเทียบกระบวนท่าง่ายๆที่สองคนนั้นกำลังใช้อยู่ ตาซ้ายของเขาเห็นว่ากล้ามเนื้อ เอ็นและกระดูกทำงานร่วมกันอย่างไร พวกเขาค่อยๆสะสมพลังแล้วปล่อยออกมาช้าๆผ่านกำปั้นของพวกเขา ในตอนนี้ตาซ้ายและตาขวาของเซี่ยเหล่ยทำงานร่วมกัน พลังในเส้นทางของหวิงชุนและความลับของหวิงชุนในที่สุดก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของเซี่ยเหล่ย !      

 

          “ผมเห็นแล้ว....ฮี่ฮี่.. !” เซี่ยเหล่ยยิ้มออกมาขณะที่เขาดูหลางซือเหยาและลู่เชิงประลองกัน เขาค่อยๆเลียนแบบกระบวนท่าของพวกเขาไปเรื่อยๆระหว่างที่จ้องดูพวกเขาฝึกซ้อมกัน

 

 

          ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เห็นการออกกระบวนท่าภายนอกเท่านั้น กระบวนท่าจากภายในร่างกายเขาก็เห็นเช่นกัน !

 

          “ไอ้หนุ่มคนนั้นกำลังทำอะไรหน่ะ ?” มีนักเรียนคนหนึ่งเห็นเซี่ยเหล่ยกำลังเลียนแบบกระบวนท่าของลู่เชิงและหลางซือเหยา

 

          เหล่านักเรียนที่กำลังฝึกซ้อมก็หยุดและหันไปมองที่เซี่ยเหล่ยอย่างประหลาดใจ หลังจากนั้นมีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “มันโง่รึไง ? คิดจะเลียนแบบกระบวนท่าของรุ่นพี่หลางซือเหยา”

 

          ในไม่ช้าเหล่านักเรียนจำนวนมากต่างให้ความสนใจกับเซี่ยเหล่ยและเริ่มคุยกันอย่างสนุกปากกับการกระทำแปลกๆของเซี่ยเหล่ย

 

          หลางเฉิงชุนจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยเช่นกัน เขาจ้องมองอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะอ้าปากของเขาด้วยอาการตกใจจนเขาไม่สามารถปิดปากลงได้และมีนักเรียนส่วนหนึ่งที่กำลังหัวเราะเยาะเซี่ยเหล่ยและหาว่าเขาเป็นคนโง่ทำได้แค่ลอกเลียนแบบกระบวนท่าของคนอื่นเท่านั้น …

 

          มีผู้คนมากมายก่อนหน้านี้ที่บอกว่าเซี่ยเหล่ยเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับต้นเท่านั้นแต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญอย่างหลางเฉิงชุนเห็นได้ชัดเลยว่าเซี่ยเหล่ยมีความสามารถสูงแต่เขาไม่สามารถชื่นชมเซี่ยเหล่ยได้อย่างเต็มปากได้ เขาเป็นเหมือนแมวที่เฉลียวฉลาดที่กำลังหาความรู้ตลอดเวลา เขาประทับใจในตัวเซี่ยเหล่ยเป็นอย่างมากในตอนนี้

 

          หลางเฉิงชุนเดินตรงไปหาเซี่ยเหล่ย

 

          เมื่อเซี่ยเหล่ยเห็นหลางเฉิงชุนเดินเข้ามา เขาหยุดการใช้สายตามองทะลุทันที มีภาพหลอนเล็กๆน้อยๆปรากฎตรงหน้าเขาแต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว..

 

          หลางเฉิงชุนจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยและกล่าวชมเชยเซี่ยเหล่ยว่า “เหล่ย คุณเรียนรู้ได้เร็วมากๆเลย”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะออกมาและพูดอย่างสุภาพว่า “ท่านหลาง ผมแค่มีความจำดีมากๆเท่านั้นเอง”

 

          “ตั้งใจดูผมและรู้เรียนรู้จากมัน” หลางเฉิงชุนกล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยแข็งทื่อไประยะหนึ่งจากนั้นเขาพยักหน้าและพูดว่า “ครับ !”

 

          ในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมาหลางเฉิงชุนค่อยๆสอนเซี่ยเหล่ยจากกระบวนท่าขึ้นพื้นฐานและแสดงให้เห็นว่ากระบวนท่าพื้นฐานนี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นของวิชาระดับสูง เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหลางเฉิงชุนถึงเปลี่ยนใจมากสอนเขา แต่นี่เป็นโอกาสทองที่ต้องรีบคว้าไว้

 

          เซี่ยเหล่ยรู้เหตุผลที่แท้จริงของการใช้ตาซ้ายของเขาในตอนนี้ก็คือการจับจ้องที่กระบวนท่าของหลางเฉิงชุนมันทำให้เขาเขาถึงแก่นแท้ของหวิงชุน หลางเฉิงชุนคงมีความลับบางอย่างที่ไม่เคยสอนให้แก่คนภายนอกเลยแต่อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยเห็นว่าเซี่ยเหล่ยเป็นคนภายนอก นอกจากลูกสาวของเขาเองแล้วเขาไม่เคยสอนเคล็ดลับกับใครขนาดนี้มาก่อน….

 

           หลางเฉิงชุนยังแสดงกระบวนท่าของเขาอย่างช้าๆแต่ในสายตาของเซี่ยเหล่ยแล้วการแสดงกระบวนท่าเหล่านั้นช้าลงไปอีก ทำให้เขาสามารถเก็บรายละเอียดจากกระบวนท่าได้ทั้งหมด

 

          หลางเฉิงชุนกำลังตั้งกระบวนท่าและถามเซี่ยเหล่ยว่า “คุณพร้อมรึยัง ?”

 

          หลังจากที่เซี่ยเหล่ยลอกเลียนแบบกระบวนท่าของหลางเฉิงชุนทั้งหมดแล้ว เขาจึงพูดออกมาว่า“ผมพร้อมแล้วครับ ท่านหลาง”

 

          แต่สิ่งที่เขาเตรียมไว้จริงๆก็คือ ตาซ้ายของเขา…

 

          หลางเฉิงชุนออกหมัดไปพร้อมกับก้าวไปข้างหน้า จากนั้นเขาถอยหลังกลับมาตั้งหลักโดยทันทีโดยใช้การเคลื่อนไหวแบบหวิงชุน

 

          ตาซ้ายของเซี่ยเหล่ยเข้าสู่โหมดการวิเคราะห์กระบวนท่า เขาวิเคราะห์กระบวนท่าของหลางเฉิงชุนเช่นเดียวกับที่เขาทำกับหลางซือเหยา

 

          การเคลื่อนไหวของหลางเฉิงชุนเป็นที่น่าประทับใจมากการเคลื่อนไหวของเขาแม่นยำและรวดเร็วเหมือนดั่งสายฟ้าฟาดเช่นเดียวกับการอ่อนไหวไปตามสายลมดังต้นหลิว เขาถอยหลังและพุ่งออกมาโจมตีราวกับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ในขณะที่เขาถอยกลับไปอย่างรวดเร็วดังพายุที่เกี้ยวกราด….

 

          ทุกคนในสำนักต่างหยุดการฝึกซ้อมของตัวเองและย้ายมาดูหลางเฉิงชุนและเซี่ยเหล่ย

 

          “ท่านหลางกำลังทำอะไรอยู่ ? เขากำลังสอนเทคนิคของหวิงชุนใช่ไหมล่ะ ?” มีใครบางคนกำลังกล่าว

 

          “แค่นั้นมันยังไม่ชัดเจนหรอ ?” มีใครบางคนกล่าว

 

          “ชายหนุ่มคนนี้มาอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่วันท่านหลางก็ลงมาสอนเทคนิคหวิงชุนด้วยตัวเขาเอง คิดว่ายังไงล่ะ ?” มีใรบางคนกล่าว

 

          “เขาก็ได้แค่ก็อปปี้แหละหน่า” ใครบางคนกล่าว

 

          “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มีบางคนหัวเราะออกมา

 

          มีความวุ่ยวายเกิดขึ้นในระหว่างนั้น บทสนทนาของทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเซี่ยเหล่ยก็เป็นคนคนที่ชอบลอกเลียนแบบกระบวนท่าของคนอื่น !

 

          ใบหน้าของลู่เชิงไม่พอใจขึ้นเรื่อยๆและเขากำลังโกรธและโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ หลางเฉิงชุนไม่เคยยอมรับเขาเป็นศิษย์เลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่ในตอนนี้เขายอมรับเซี่ยเหล่ยเป็นศิษย์ของเขาโดยที่เซี่ยเหล่ยเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่เพียงแค่ 3-4 วันเท่านั้นและตอนนี้เขากำลังสอนเซี่ยเหล่ยเกี่ยวกับกระบวนท่าของหวิงชุน แถมกระบวนท่าบางอย่างเขาเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก !

 

          “หึ่ม !” ลู่เชิงรู้สึกโกรธมากขึ้นเมื่อเขาดูเซี่ยเหล่ย……

 

          หลางซือเหยาไม่ได้สังเกตอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของลู่เชิงเลยแม้แต่น้อย เธอเฝ้ามองแต่เซี่ยเหล่ยที่กำลังฝึกกระบวนท่าหวิงชุนกับพ่อของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสุขและความอยากรู้อยากเห็น

 

          หลังจากนั้นไม่นานหลางเฉิงชุนผ่อนคลายจากกระบวนท่าและจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ย..

 

          ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยล้มลงไปที่พื้น เขาหอบและเหนื่อยมาก เหงื่อที่ไหลออกมามากมายทำให้เสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่มไปครึ่งตัว

 

          ในตอนนี้ร่างกายของเขาใช้พลังงานมากเกินไป เขาใช้พลังจากตาซ้ายอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกระบวนท่าหวิงชุนไปพร้อมๆกัน

 

          ทันทีที่เซี่ยเหล่ยล้มตัวลงไปที่พื้น ภาพหลอนก็ปรากฏขึ้นมาสำนักแห่งนี้กลายเป็นโรงเรียนอนุบาลและกำแพงก็ถูกทาด้วยสีโปสเตอร์ลายดอกทานตะวันและดวงอาทิตย์จากนั้นนักเรียนที่นี่ก็กลายเป็นเด็กอนุบาลน่ารักๆที่กำลังจ้องมองเขาอย่างประหลาดใจ หลังจากนั้นเขาเห็นหลางซือเหยาเป็นเด็กผู้หญิงสาวผูกผมเปียและผูกโบว์สีแดงที่น่ารักมากๆ

 

          “เหล่ย คุณเป็นอะไรมั้ย  ?”  หลางเฉิงชุนเดินไปหาเซี่ยเหล่ยด้วยความกังวลและเห็นว่าเซี่ยเหล่ยกำลังป่วย

 

          เซี่ยเหล่ยรีบส่ายหน้าอย่างแรงจากนั้นภาพหลอนเหล่านี้ได้จางหายไป เขากำลังพยุงตัวเองขึ้ยมาในขณะที่พูดว่า “ผมสบายดี ผมไม่เป็นอะไรหรอก ผมจะดีขึ้นเมื่อผมได้พักผ่อนสักหน่อย”

 

          “คุณสบายดีจริงๆนะ ?”

 

          “ครับ ท่านหลางไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ” เซี่ยเหล่ยยิ้มและพูดต่อว่า “ขอบคุณที่สอนกระบวนท่าของหวิงชุนให้นะครับ ผมได้เรียนรู้ขึ้นเยอะเลย”

 

          หลางเฉิงชุนถามอย่างสงสัยว่า “บอกผมได้มั้ย คุณเรียนรู้อะไรได้บ้าง ?”

 

          เซี่ยเหล่ยหยุดคิดสักครู่หนึ่ง “ผมไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเล็กน้อยมั้ง ? หรือบางทีอาจได้เรียนรู้เยอะกว่าเดิมนิดหน่อย”

 

          หลางเฉิงชุนรู้สึกไม่พอใจกับคำตอบของเขา….

 

          “เหอะ !” ลู่เชิงเย้ยหยันออกมา “คุณกำลังจะบอกว่าเรียนรู้ได้นิดเดียว ? ให้ผมเรียนกับท่านหลางเฉิงชุนสิ ผมจะแสดงให้คุณดูว่าผมเรียนรู้ได้มากแค่ไหน ?”

 

          ทั้งหลางเฉิงชุนและหลางซือเหยาต่างไม่ได้พูดอะไรออกมา….

 

          เซี่ยเหล่ยกัดฟันด้วยรอยยิ้ม “ใช่สิ แต่ให้ผมพักสักครึ่งชั่วโมงจากนั้นผมจะสู้กับคุณหลังจากครึ่งชั่วโมงนี้….”

 

 

          ติดตามตอนต่อไป….

 

 

จบบทที่ TXV –  67 การประยุกต์ !

คัดลอกลิงก์แล้ว