เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 64 คุณกล้ามาก !

TXV – 64 คุณกล้ามาก !

TXV – 64 คุณกล้ามาก !


TXV – 64 คุณกล้ามาก !

 

          มีหลายๆอย่างเกิดขึ้นในวันนี้ ขณะนี้เซี่ยเหล่ยยังคงรู้สึกเหม่อลอยแม้ว่าเขาจะทำงานอยู่ที่อาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปก็ตาม...

 

          จูเสี่ยวหงยกน้ำชามาให้เซี่ยเหล่ย เธอยิ้มหวานให้เขา “ดื่มชาก่อนนะ พี่เหล่ย”

 

          คอของเสื้อกั๊กที่เธอสวมอยู่เปิดออกเล็กน้อยทำให้มองเห็นผิวขาวละเอียดที่ซ่อนอยู่ ก้นกลมมนรับกันพอดีกับกางเกงทำงานสีฟ้าของเธอ และด้วยแสงแดดจากประตูและหน้าต่างที่ส่องเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอพอดี ทำให้เธอดูสวยมากยิ่งขึ้นในสายตาของเซี่ยเหล่ย เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ดูเหมือนสิ่งนี้จะช่วยให้อารมณ์ของเขาดีขึ้น เขายิ้มขณะรับน้ำชาและกล่าวขอบคุณเธอ

 

          “พี่เหล่ย ฉันได้ดำเนินงานหลายอย่างกับบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์เมื่อวานนี้ แต่…”  จูเสี่ยวหงดูกังวลเล็กน้อย “ฉันก็ทำให้มันเสียหายไปหลายส่วนเหมือนกัน คุณควรหักค่าเสียหายส่วนนั้นออกจากเงินเดือนของฉัน”

 

          “ไม่เป็นไร ถือว่านั่นเป็นการฝึกฝนก็แล้วกัน ฝีมือของคุณจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆถ้าคุณฝึกมันบ่อยๆ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “จะทำอย่างนั้นได้ยังไง? อุปกรณ์ทุกชิ้นล้วนมีมูลค่า แต่ฉันทำมันพังไปเยอะมาก…”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้ม “ในอนาคตคุณจะแย่เอานะ ถ้าคุณมัวแต่ซื่อสัตย์จนเกินไป ผมบอกว่าไม่เป็นไรก็คือไม่เป็นไร คุณจะเชื่อฟังผมไหม?”

 

          “แน่นอน พี่เหล่ย ฉันเชื่อฟังทุกสิ่งที่คุณพูด” ใบหน้าของจูเสี่ยวหงกลายเป็นสีแดง เธอจะรู้สึกกังวลอย่างควบคุมไม่ได้และเขินอายทุกครั้งที่คุยกับเซี่ยเหล่ย

 

          “เมื่อคุณทำงานอย่างหนัก ทุกอย่างมันจะค่อยๆดีขึ้นเอง”

 

          “ค่ะ” จูเสี่ยวหงพยักหน้าอย่างแข็งขัน

 

          ไม่นานหลังจากนั้น หม่าเสี่ยวอัน เฉินอาเจียว และคนอื่นๆก็เดินเข้าในร้าน

 

          “เหล่ย งานในส่วนของไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์มันไม่ง่ายเลย เราทำไม่ได้นะถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากนาย” หม่าเสี่ยวอันพูด

 

           เฉินอาเจียวก็พูดขึ้นมาเช่นกัน “ใช่ คำสั่งซื้อของไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์มีเยอะมาก เราทำมันทั้งหมดไม่ได้ถ้าคุณไม่ช่วย”

 

          “เราไม่จำเป็นต้องทำมันอีกแล้ว ไม่มีบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์อีกต่อไปแล้ว” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ฮะ? เกิดอะไรขึ้น?”หม่าเสี่ยวอันถามด้วยความประหลาดใจ

 

          ทุกคนต่างมองมาที่เซี่ยเหล่ยด้วยความประหลาดใจ พวกเขาต่างไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นความจริง

 

          “ผู้บริหารหลิวได้โอนกรรมสิทธิ์บริษัทของเธอให้คนอื่นไปแล้ว ตอนนี้ข้อตกลงที่เธอเซ็นสัญญากับเราไม่มีความหมายอีกแล้ว”

 

          “แล้วเราจะทำยังไงกับงานส่วนที่เรากำลังดำเนินการอยู่ล่ะ” หม่าเสี่ยวอันถาม

 

          “ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก หลายวันมานี้พวกนายทำงานหนักมาก ควรจะได้ไปพักผ่อนกันซะบ้างนะ วันนี้ฉันจะให้พวกนายหยุดงานได้ ไปเถอะ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          ไม่มีใครพูดอะไร พวกเขารู้สึกไม่ดีนักที่ข้อตกลงทางธุรกิจครั้งใหญ่ได้จางหายไปในหมอกควัน

 

          “ใครบอกว่าคำสั่งซื้อของไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์ไม่มีความหมาย?” เสียงของผู้หญิงดังมาจากทางประตูทางเข้า

 

          เซี่ยเหล่ยหันไปมอง พบหลินหย่าหยู่และหลินบู่เหวิน พี่น้องตระกูลหลินอยู่ในชุดสีสันสดใสและประณีตและมีท่าทางเย่อหยิ่ง

 

          หม่าเสี่ยวอันและคนอื่นๆมองไปยังพี่น้องตระกูลหลินเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนเป็นใคร แต่พวกเขาได้ยินสิ่งที่เธอพูดและเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขา

 

          สายตาของหลินหย่าหยู่ไล่มองทุกคนและไปหยุดอยู่ที่เซี่ยเหล่ย “ฉันเป็นตัวแทนจากไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์ หลิวหยิงอดีตผู้บริหารคนก่อนได้เซ็นสัญญากับพวกคุณและได้วางเงินมัดจำไว้  5000,000  พวกคุณต้องทำตามข้อตกลงและส่งมอบสินค้าให้ทันเวลา”

 

          หลินบู่เหวินพูดเสริม “พวกคุณผลิตได้มากแค่ไหนแล้ว ส่งสินค้าทั้งหมดมาให้เราก่อน”

 

          หวางโย่วฟู่ตอบไปว่า “ประมาณหนึ่งร้อยกว่าชิ้น”

 

          หลินหย่าหยู่ขมวดคิ้ว “แค่หนึ่งร้อยกว่าชิ้น? นี่มันอะไรกันเนี่ย? เราได้รับการอนุมัติสิทธิบัตรแล้วและเราต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อผลิตสินค้าออกมาให้ทัน แต่พวกคุณกลับทำได้แค่หนึ่งร้อยกว่าชิ้นในขณะที่เราจ่ายเงินให้คุณไปแล้ว? นี่มันช้ามากนะ”

 

          “ฉันกำลังจะเป็นผู้จัดการทั่วไปของไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์ และฉันจะรับผิดชอบในเรื่องการผลิตและการจัดซื้อ ขอเตือนไว้ก่อนนะ ว่าฉันมีข้อกำหนดที่เข้มงวดมาก และฉันจะไม่ยอมรับแม้แต่ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆที่ฉันไม่พอใจ” หลินบู่เหวินเสริม

 

          “งานของเราล้วนมีคุณภาพ คุณมั่นใจได้เลยท่านหัวหน้า”จูเสี่ยวหงยิ้มสุขุมและพูดว่า “เชิญนั่งค่ะหัวหน้า ฉันจะชงชามาให้คุณ”

 

          “ไม่จำเป็นต้องชงชาให้คนแบบนี้หรอก” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          จูเสี่ยวหงมึนงง หม่าเสี่ยวอันและคนอื่นๆก็เช่นกัน พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยเหล่ยจึงมีท่าทางเย็นชากับลูกค้าเช่นนี้…

 

          “ทุกคนช่วยออกไปก่อน ผมจะคุยกับพวกเขาเอง”เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ได้สิ เอาล่ะไปกันเถอะ”หม่าเสี่ยวอันที่เข้าใจเซี่ยเหล่ยมากที่สุดพูด เขาเดาบางอย่างได้จากท่าทีเย็นชาของเซี่ยเหล่ย   

 

          พนักงานของอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปออกไปแล้ว ข้างในจึงเหลือเพียงเซี่ยเหล่ยและพี่น้องตระกูลหลิน

 

          หลินบู่เหวินหัวเราะเยาะ “มันช่วยไม่ได้นะที่คุณจะไม่ชอบเรา แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ คุณได้เซ็นสัญญากับไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์แล้ว และคุณต้องทำตามข้อตกลง ถ้าคุณไม่ทำเราสามารถฟ้องร้องคุณได้นะ และบริษัทคุณต้องมีปัญหาแน่”

 

          หลินหย่าหยู่เดินไปยังโต๊ะของเซี่ยเหล่ยและนั่งลงตรงข้ามเขา เธอมองไปที่ดวงตาของเขาอย่างดูถูกเหยียดหยาม

 

          พี่น้องตระกูลหลินมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์สองอย่าง หนึ่งคือเพื่อขอชิ้นส่วนของกระดานโต้คลื่นอัตโนมัติและยุติข้อตกลงที่อาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปเซ็นสัญญาไว้กับหลิวหยิง และสองคือการมาเยาะเย้ยเซี่ยเหล่ยว่าพวกเขานี่แหละคือ ‘ผู้ชนะ’

 

          เซี่ยเหล่ยรู้จุดประสงค์ของพวกเขา แต่พยายามใจเย็นและพูด “พวกคุณสองคนเห็นสัญญาหรือยัง?”

 

          “เราจะมาที่นี่ทำไมล่ะถ้ายังไม่เห็นมัน?” หลินหย่าหยู่หยิบสัญญาออกมาจากระเป๋าเอกสารของเธอ และเปิดเอกสารไปยังหน้าที่มีลายเซ็น

 

          หน้านี้มีลายเซ็นของเซี่ยเหล่ยและหลิวหยิงและมีการประทับตราอย่างเป็นทางการของบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์

 

          เซี่ยเหล่ยตวัดสายตาขึ้นไปมองพวกเธอ “ผมไม่จำเป็นต้องดูว่าอะไรอยู่ในนี้ เพราะผมเป็นคนเซ็นสัญญากับผู้บริหารหลิวเอง และพวกคุณยึดบริษัทมาจากเธอ ดังนั้นในทางกฏหมาย คุณจึงมีสิทธิ์ที่จะสั่งให้ผมทำตามข้อตกลงนี้”

 

          “อื้ม ก็ดีที่คุณรู้” หลินบู่เหวินหัวเราะเยาะ “มันจะไม่ดีกว่าหรือไงถ้าคุณยอมรับก่อนหน้านี้?”

 

          เซี่ยเหล่ยเปรียบเทียบให้เขาดู “คุณรู้มั้ยว่าเมื่อไหร่ที่สุนัขอยากจะเรียนรู้ที่จะพูดภาษามนุษย์ ? ก็ตอนที่พวกมันอยากจะอวดอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้านายยังไงล่ะ คุณไม่คิดว่าพวกคุณทำตัวน่าขยะแขยงหรอกหรอ ?”

 

          “มึง !” หลินบู่เหวินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขามาเพื่อเยาะเย้ยและทำให้เซี่ยเหล่ยลำบากแต่มันก็ไม่เป็นไปตามที่คิดเมื่อเซี่ยเหล่ยเอาคืนพวกเขา....

 

          หลินหย่าหยู่พูดอย่างใจเย็น “เซี่ยเหล่ย คุณควรระวังคำพูดของคุณไว้บ้าง ให้ความเคารพกันหน่อย”

 

          “ได้ เก็บสัญญานี้ไว้และออกไปซะ แล้วอย่ามาให้ผมเห็นอีก” เซี่ยเหล่ยพูด

 

           หลินหย่าหยู่ทุบโต๊ะและตะคอกใส่ขณะเดินเข้าไปหาเซี่ยเหล่ย “คุณได้เงินไปแล้วแต่คุณไม่ส่งงานให้เรา แล้วคุณยังจะกล้ามาไล่เราอีกหรอ!”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่หลบตา “คุณเป็นตัวแทนกู๋เค่อเหวินหรือ?”

 

          “แน่นอน!” หลินหย่าหยู่พูด “ตอนนี้ฉันเป็นผู้บริหารของไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์แล้ว และฉันดูแลงานทั้งหมดในนามของแขกผู้ทรงเกียรติ”

 

          “ไม่แปลกใจเลย พวกคุณคงคิดคำนวณมาอย่างดีก่อนจะมาหาพี่หลิว ก็ได้ ในเมื่อคุณเป็นตัวแทนของกู๋เค่อเหวินคุณก็มีสิทธิ์ที่จะคุยกับผม เข้าเรื่องกันเลยนะ ข้อตกลงที่ผมเซ็นสัญญากับผู้บริหารหลิวเป็นข้อตกลงระยะยาว และมันถูกระบุเอาไว้ว่าบริษัทของคุณไม่สามารถให้ผู้แทนรายอื่นนอกจากอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปมาผลิตหน่วยประมวลผลให้กับสินค้าของคุณได้ ถ้าคุณต้องการ ผมจะทำตามข้อตกลงทั้งหมด แต่นั่นก็หมายความว่าคุณต้องใช้หน่วยประมวลผลจากบริษัทผมเท่านั้น ถ้าคุณให้บริษัทอื่นผลิตผมมีสิทธิ์ที่จะเรียกค่าเสียหายจากคุณได้” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          สองพี่น้องตระกูลหลินต่างมองหน้ากัน

 

          “พวกเราได้อ่านเนื้อหาในสัญญาฉบับนี้หมดแล้ว และเรารู้ว่าข้อตกลงนี้เป็นไปในรูปแบบใด เรามาที่นี่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ผลิตสินค้าให้เราตามคำสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว เราได้จ่ายมัดจำคุณไป 500,000 แล้ว ดังนั้นมอบสินค้ามาให้เราซะ นี่มันสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไร ซื้อสินค้าทั้งหมดให้ครบ 500,000 แล้วข้อตกลงก็จะสิ้นสุดลงสินะ คุณคิดว่าผมโง่ขนาดนั้นเลยหรอ?”

 

          หลินบู่เหวินชี้หน้าเซี่ยเหล่ย “คุณอยากเสียเงิน 500,000 ไปหรอ?”

 

          ขณะนั้นเอง เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของเซี่ยเหล่ยดังขึ้น เขาปลดล็อคหน้าจอและอ่านข้อความ

 

          เป็นข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร มีเงิน 5,000,000 จากหลิวหยิงถูกโอนเข้าบัญชีของเขา

 

          ด้วยเหตุผลที่คาดไม่ถึง เซี่ยเหล่ยน้ำตาคลอที่ขอบตา ห้าล้านไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ แต่เธอก็ยังทำตามสัญญาและมอบเงินจำนวนนี้ให้กับเขา

 

          “นี่? ผมคุยกับคุณอยู่นะ คุณได้ยินที่ผมพูดมั้ย?” หลินบู่เหวินพูดอย่างเริ่มโมโห “นี่คุณยังมีอารมณ์มานั่งเล่นเกมส์มือถืออยู่อีกหรอ?”

 

          ดูเหมือนเซี่ยเหล่ยจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ใบหน้าของหลิวหยิงปรากฏขึ้นในความคิดเขาและมันทำให้หัวใจเขารู้สึกอบอุ่น เขากำลังจะกดโทรหาหลิวหยิงแต่ข้อความที่สองจากเธอก็ถูกส่งเข้ามาเสียก่อน

 

          ‘เหล่ย ตอนที่คุณได้รับข้อความนี้ ฉันคงออกจากธนาคารและไปถึงสนามบินแล้ว ได้โปรดให้อภัยฉันด้วยที่ไม่ได้ไปบอกลา ฉันกลัวว่าฉันจะร้องไห้ ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมแต่เวลาที่อยู่กับคุณมันทำให้ฉันนึกถึงสามีของฉัน เขาจิตใจดี ตรงไปตรงมา และตั้งใจเต็มที่กับการทำงาน เฮ้อ ฉันไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้ ฉันคิดถึงเขาอีกแล้วและมันทำให้หัวใจของฉันเจ็บปวด ฉันกำลังจะไปจากที่นี่ อย่าลืมคิดถึงฉันและโทรหาฉันบ้าง ฉันหวังว่าจะได้เห็นภรรยาและลูกๆของคุณในครั้งหน้าที่เราเจอกันนะ’

 

          ‘มีอีกเรื่องที่ฉันต้องบอกคุณ ฉันมั่นใจว่าจะต้องมีใครบางคนใช้สัญญาที่เราตกลงกันมาสร้างปัญหาให้กับคุณแน่ ไม่ต้องกังวลนะ สัญญานั้นได้ระบุไว้ถึงข้อตกลงและสิทธิประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ถ้าพวกเขามาหาคุณ คุณสามารถใช้ประโยชน์จากข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนั้นได้ อีกอย่างนะ ฉันไม่ได้เก็บใบเสร็จที่โอนเงิน 500,000 ไว้ ฉันทิ้งมันลงถังขยะที่ธนาคารไปแล้ว เพราะฉันไว้ใจคุณเลยไม่คิดจะเก็บมันไว้ ไม่ต้องไปส่งฉันนะ ลาก่อน…’

 

          หลังจากอ่านข้อความจบ เซี่ยเหล่ยสูดหายใจและยกมืองทั้งสองข้างของเขามาปิดหน้าไว้ เขาไม่ต้องการให้หลินบู่เหวินและหลินหย่าหยู่เห็นน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะหลิวหยิง พวกเขาไม่ควรมาเห็นเขาในสภาพนี้

 

          หลินหย่าหยู่เริ่มหมดความอดทน “นี่ ฉันบอกว่าคุณต้องส่งสินค้าให้เราตามกำหนดจนกว่าจะครบตามจำนวนเงิน 500,000 ไม่อย่างนั้นก็ไปเจอกันที่ศาล เมื่อเวลานั้นมาถึงฉันจะไม่เอาคืนแค่ 500,000 แน่ คุณจะต้องชดใช้!”

 

          เซี่ยเหล่ยเงยหน้าขึ้นมา “500,000 อะไร?”

          “เงิน 500,000 ที่หลิวหยิงให้คุณไปไง!” หลินบู่เหวินตะคอกใส่ “เงินจำนวนนั้นเป็นเงินของบริษัท คุณกำลังจะปฏิเสธหนี้สินของคุณงั้นหรือ?”

 

          “คุณสามารถพิสูจน์ได้มั้ยว่าเงินจำนวนนั้นถูกนำไปให้หลิวหยิงและเธอนำมันมาให้ผม?” เซี่ยเหล่ยพูด “ผมไม่เคยได้รับเงิน 500,000 หยวน คุณมีใบเสร็จหรือไงล่ะ? เอามาให้ผมดูสิ”

 

          “ไอ้เหี้--!” หลินบู่เหวินตะคอกออกไป

 

          เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นยืนและชกหน้าหลินบู่เหวิน

 

          แรงต่อยมากจนทำให้หลินบู่เหวินเกือบล้มลงไปที่พื้น เลือดไหลออกจากหน้าและมีรอยช้ำ.....

 

          หลินหย่าหยู่ดูเหมือนจะกลัวว่าเซี่ยเหล่ยจะต่อยเธอเป็นรายถัดไป เธอรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แต่กลับสะดุดล้มลงบนพื้นขากางออกทำให้เห็นชั้นในสีขาวลายใบไม้ มันดูน่าอับอายมาก

 

          “มึงกล้าต่อยกูหรอ!” หลินบู่เหวินจับหน้าของเขาและดูพร้อมจะมีเรื่องตลอดเวลา

 

          เซี่ยเหล่ยพูดเสียงเย็นชาว่า “ครั้งต่อไปที่คุณมาที่นี่ ผมจะต่อยคุณทุกครั้งที่เห็นคุณ! อย่าคิดว่าคุณจะทำอะไรตามใจก็ได้เพียงเพราะคุณทำงานให้กู๋เค่อเหวิน ถ้าคุณอยากสู้กับผม มาหาผมที่นี่ได้ทุกเมื่อ ผมจะเป็นคนลากคุณออกไปเอง!”

 

          “ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ!” หลินบู่เหวินชี้มาที่เซี่ยเหล่ย

 

          หลินหย่าหยู่หุบขาของเธอ ใบหน้าของเธอขาวซีด

 

          “หย่าหยู่ ไปกันเถอะ ต้องมีใครมาเอาคืนเขาแน่!” หลินบู่เหวินดึงหลินหย่าหยู่ขึ้นมาจากพื้น

 

          เซี่ยเหล่ยหยิบสัญญามาจากบนโต๊ะและปามันไปที่หน้าของหลินหย่าหยู่ “เอาสัญญาของคุณกลับไปด้วย และอย่าคิดจะเอาเรื่องนี้มาขู่ผมอีก ผมขอเตือนคุณไว้เลยนะ ถ้าคุณยังต้องสินค้าคุณภาพดีอยู่คุณไม่ควรมาทำให้ผมรำคาญนะ ออกไปซะ!”

 

          “คุณมันหน้าด้านมาก…” หลินหย่าหยู่จ้องมาเซี่ยเหล่ยก่อนจะออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

 

          สัญญาตกอยู่บนพื้น ตอนนี้มันกลายเป็นแค่เศษกระดาษไปแล้ว

 

          ติดตามตอนต่อไป....

         

จบบทที่ TXV – 64 คุณกล้ามาก !

คัดลอกลิงก์แล้ว