เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 63 คุณช่วยกอดฉันหน่อยได้มั้ย ?

TXV – 63 คุณช่วยกอดฉันหน่อยได้มั้ย ?

TXV – 63 คุณช่วยกอดฉันหน่อยได้มั้ย ?


TXV – 63 คุณช่วยกอดฉันหน่อยได้มั้ย ?

        “โธ่เว้ย!” ฉิงเสวียงโมโหมาก “นี่คุณไม่เข้าใจหรือไง ? กู๋เค่อเหวินไม่ใช่คนที่คุณสามารถไปต่อกรด้วยได้ เธอจะได้ทุกสิ่งที่เธอต้องการ เธอไม่มีทางปล่อยให้คุณไปขัดขวางเธอได้แน่นอน เรื่องคืนนี้มันเป็นแค่การข่มขู่และมันจะเกิดขึ้นอีกแน่ หรือคุณอยากให้มันเป็นแบบนั้น ?”

 

        ใบหน้าของกู๋เค่อเหวินปรากฏขึ้นในความคิดเขาทันที และยิ่งทำให้ความโกรธเพิ่มมากยิ่งขึ้น ถ้ากู๋เค่อเหวินอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ สาบานได้เลนว่าเขาไม่มีทางที่จะหยุดยั้งอาการอยากตะบันใบหน้าสวยนั้นได้แน่!

 

        “ตัดใจซะเถอะ” ฉิงเสวียง พูด “คุณไม่สามารถต่อกรกับเธอได้หรอก”

 

        “หุบปากซะ!” เซี่ยเหล่ยตะโกน “บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครสั่งคุณมา!”

 

        “คุณอยากรู้จริงๆหรือ?”

 

        เซี่ยเหล่ยจ้องเขม็งไปที่ ฉิงเสวียง “พูดออกมา!”

 

        “ได้ ! ฉันไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาชื่ออะไร แต่คนอื่นๆเรียกเขาว่า ‘หล่าวฉี่’ ทุกคนในเมืองห่ายจูจะต้องเชื่อฟังเขา”

 

        “คุณทำงานให้เขา?”

 

        “เปล่า เขาเล่นสกปรกบางอย่างกับฉัน” ความเกลียดชังปรากฏวูบหนึ่งในสายตาของ ฉิงเสวียง “คุณก็เห็นแล้วนี่ ผมมีร้านทำผมของตัวเองและมันก็เป็นธุรกิจถูกกฎหมาย ผมไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของคุณเลย”

 

        “เขาทำอะไรคุณ?” เซี่ยเหล่ยลองหยั่งเชิงถาม

 

        “ฉันบอกคุณหมดทุกอย่างที่ฉันรู้ไปแล้ว ออกไปซะ ! แล้วอย่ากลับมาหาฉันอีก”

 

        “ผมพอจะเดาได้ถึงคุณจะไม่พูดก็เถอะ มันต้องมีเรื่องผิดกฎหมายบางอย่างแน่ จำคำพูดผมเอาไว้ให้ดีๆล่ะ นี่คือคำเตือนสุดท้าย อย่ามายุ่งกับผมอีก” เซี่ยเหล่ยพูดและเดินออกจากประตูไป…

 

        “เดี๋ยวก่อน!” ฉิงเสวียง เรียกเขาไว้ “อย่าพูดถึงชื่อฉันถ้าคุณจะไปหา หล่าวฉี่

 

        เซี่ยเหล่ยพยักหน้าและเดินออกจากร้านไป

 

        ฉิงเสวียง เป็นแค่ลูกน้องปลายแถว เขาถูกคนอื่นสั่งมาอีกที อีกทั้งเขายังมีแม่ที่ป่วยต้องดูแล เซี่ยเหล่ยไม่อยากทำให้เขาลำบาก นอกจากนั้นแล้วตอนนี้เขาก็ได้ข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการหมดแล้ว

 

        เมื่อกลับเข้ามาในรถ เซี่ยเหล่ยนั่งเงียบๆอยู่สักพัก และหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อกดโทรหาหลิวหยิงเพื่อเตือนเธอให้ระวังคนที่ชื่อหล่าวฉี่

 

        แต่ก่อนที่เขาจะได้โทร โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน เป็นเบอร์ของหลิวหยิงโทรเข้ามา

 

        เซี่ยเหล่ยรับสาย “ฮัลโหล พี่หลิว ผมกำลังจะโทรหาคุณพอดี…”

         

        “ฮือ…” หลิวหยิงร้องไห้

 

        “เกิดอะไรขึ้นพี่หลิว?”

 

        “ฉัน…ฮือ…ฉันขับรถชน” หลิวหยิงดูช็อคมาก

 

        “รถชน? เรื่องจริงหรือ? ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?” เซี่ยเหล่ยถามอย่างเป็นกังวล

 

        “ฉันอยู่โรงพยาบาลเอกชน วอร์ด 8 ชั้น 12 มาหาฉันหน่อย ฉันมีบางอย่างจะบอกคุณ” เสียงของหลิวหยิงฟังดูเหนื่อยล้า

 

        “โอเค ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” เซี่ยเหล่ยเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาล

 

        ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนจึงมีรถบนถนนไม่มาก เซี่ยเหล่ยเร่งความเร็วเป็น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่เป็นความเร็วสูงสุดที่มือใหม่อย่างเขาสามารถขับได้

 

        ‘ฉิงเสวียง บุกเข้าบ้านของเขาและทิ้งร่องรอยการข่มขู่เอาไว้ หลิวหยิงประสบอุบัติเหตุ นี่ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ต้องเป็นกู๋เค่อเหวินที่ต้องการแก้แค้นพวกเขาแน่’ เซี่ยเหล่ยครุ่นคิดถึงเหตุการณ์วันนี้ในขณะที่ขับรถ

 

        20 นาทีถัดมา เขาก็มาถึงโรงพยาบาล ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 12 และตรงไปวอร์ด 8 เขาเห็นหลิวหยิงนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าและขาเธอเต็มไปด้วยบาดแผล

 

        พี่เลี้ยงของหลิวหยิงก็อยู่ที่นี่ด้วยและกำลังอุ้มลูกชายของเธออยู่

 

        สายตาของเซี่ยเหล่ยหยุดนิ่งอยู่ที่คอของลูกชายหลิวหยิง มันมีรอยแดงราวกับถูกบีบ เขาเห็นเครื่องหมายกากบาทที่คอนั่น แม้จะจางไปมากแล้วแต่เขาก็ยังคงเห็นมัน

 

        เซี่ยเหล่ยเข้าใจเหตุการณ์ทันที ฉิงเสวียง เพียงแค่ทิ้งร่องรอยการข่มขู่เอาไว้เท่านั้นตอนบุกเข้าบ้านของเขา หลิวหยิงประสบอุบัติเหตุและรอยนั้นก็ปรากฏบนคอลูกชายเธอ

 

        “พาเขาออกไปข้างนอกก่อน” หลิวหยิงบอกพี่เลี้ยงเมื่อเห็นเซี่ยเหล่ยเข้ามาในวอร์ด

 

        หลิวหยิงเริ่มร้องไห้หลังจากพี่เลี้ยงออกไป

 

        “เหล่ย ฮือ… ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว”

 

        เซี่ยเหล่ยนั่งลงข้างเตียงของเธอ “คุณแจ้งตำรวจหรือยัง?”

 

        หลิวหยิงส่ายหน้าขณะร้องไห้ “ฉันไม่อยากแจ้งตำรวจ มันไม่มีประโยชน์ ตระกูลกู๋มีอิทธิพลมาก ฉันเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งแถมยังมีลูกชายอีก ฉันจะไปสู้อะไรกับพวกเขาได้”

 

        “แปลว่าคุณจะทำเป็นลืมเรื่องนี้ไปซะ?”

 

        “แล้วฉันทำอย่างอื่นได้ด้วยหรอ? ฉันคิดมาดีแล้ว ฉันไม่อยากอยู่อย่างหวาดกลัว มันไม่เป็นไรเลยถ้าฉันจะตาย แต่ลูกชายของฉันไม่ควรถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้… เหล่ย ฉันขอโทษ ก่อนโทรหาคุณ ฉันได้เซ็นสัญญายกสิทธิบัตรกระดานโต้คลื่นอัตโนมัติให้กู๋เค่อเหวินแล้ว สิทธิบัตรเป็นของเธอ บริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์ก็เป็นของเธอเหมือนกัน” หลิวหยิงพูด

 

        เซี่ยเหล่ยอึ้งและรู้สึกไม่พอใจนัก แต่หลิวหยิงได้เซ็นยกให้กู๋เค่อเหวินไปแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปพูดถึงมันอีก พวกเขาฝ่าฝันกันมาหลายอย่างเพื่อรักษามันเอาไว้ เขาจึงรู้สึกผิดหวังมาก

 

        “ฉันขอโทษ…” หลิวหยิงกล่าว “ฉันอยากจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่กับคุณ แต่นั่นมันก่อนที่ฉันจะเซ็นสัญญากับกู่เค่อเหวิน ฉันสัญญาว่าจะให้หุ้น 20% กับคุณ…”

 

        เซี่ยเหล่ยพูดแทรกเธอขึ้นมา “อย่าพูดถึงมันเลย ไม่มีบริษัทแล้วและผมไม่ได้ต้องการเงินจากคุณ”

 

        หลิวหยิงยังคงยืนยัน “ไม่ ไม่ คุณก็พยายามมามากเหมือนกัน ฉันขายหุ้นและยกสิทธิบัติให้กู๋เค่อเหวิน ทั้งหมดเป็นเงินประมาณ 25,000,000 แต่ถ้ามันยังไม่มากพอ ก็ยังเรียกเพิ่มได้อีกเป็น 40,000,000 ไม่ว่ายังไงก็ตามฉันต้องให้เงินในส่วนของคุณ”

 

        เซี่ยเหล่ยยิ้มอย่างเบื่อหน่าย “ตอนนี้คุณได้เงินนั้นมาแล้ว และผมไม่อยากได้เงินจากคุณ”

 

        “เหล่ย ฉันรู้ว่าคุณอยากเริ่มต้นบริษัทใหม่แต่คุณยังไม่มีเงิน ฟังฉันนะ ฉันจะให้เงินคุณ 20% จาก 40 ล้าน แล้วเอาเงินส่วนนี้ไปเริ่มต้นบริษัทใหม่” หยิวหยิงจับมือของเซี่ยเหล่ย “ถ้าคุณยังปฏิเสธฉัน เห็นทีเราคงจะเป็นเพื่อนกันต่อไปไม่ได้”

 

        เซี่ยเหล่ยเงียบไปก่อนจะพูด “ตกลง คุณให้ผมแค่ 5 ล้านก็พอ นี่เป็นเงินกู้และผมจะคืนมันให้คุณภายหลัง”

 

        “ฉันจะไม่รับคืน” หลิวหยิงพูด “ฉันจะโอนเงิน 5 ล้านให้วันพรุ่งนี้ตอนธนาคารเปิด บอกฉันนะถ้ามันไม่พอ และอย่าแม้แต่จะคิดที่จะกู้ธนาคารเพราะดอกเบี้ยมันสูงมาก”

 

        เซี่ยเหล่ยจับมือเธอและพยักหน้าให้

 

        หลิวหยิงดูผ่อนคลายขึ้น เธอถอนหายใจและยิ้มบางๆ “ฉันไม่รู้ว่าทำไม แต่ฉันรู้สึกโล่งใจหลังจากเซ็นมอบทุกอย่างให้กู๋เค่อเหวินไปแล้ว ฉันไม่ต้องมาคอยกังวลกับอันตรายที่จะมาถึงลูกของฉันอีกต่อไป ความรู้สึกนี้มันสำคัญที่สุดแล้วสำหรับฉัน”

 

        นี่คงเป็นธรรมชาติของแม่ เธอเต็มใจที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกของเธอ แม้แต่เสียสละชีวิตของเธอเองก็คงไม่ลังเล ถึงแม้เซี่ยเหล่ยจะไม่มีลูก แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเขา เขาก็คงจะยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อปกป้องเซี่ยเสวียเหมือนกัน แม้กระทั่งชีวิตของเขาเอง

 

        หลิวหยิงมองมายังเซี่ยเหล่ย “สัญญากับฉัน อย่ามีปัญหากับกู๋เค่อเหวิน คุณไม่ใช่คู่ปรับของเธอ”

 

        เซี่ยเหล่ยพยักหน้าตอบอีกครั้ง “ผมสัญญา”

 

        “ดีมาก คุณช่วยกอดฉันสักพักได้มั้ย?” หลิวหลิงพูดเสียงแผ่วเบา

 

        เซี่ยเหล่ยลังเล แต่เขาก็เอื้อมมือไปคว้าหลิวหยิงมาไว้ในอ้อมแขน

 

        หลิวหยิงพูดใกล้กับหูของเขา “อย่าเข้าใจผิดล่ะ ตอนฉันกอดคุณบนถนนในคืนนั้น ฉันรู้สึกเหมือนกำลังกอดสามีของฉันอยู่เลย ฉันอยากรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งก่อนจะไป...”

 

        “คุณกำลังจะไป? ไปไหน?” เซี่ยเหล่ยถามอย่างประหลาดใจ

 

        หลิวหยิงพูดเบาๆ “เมืองนี้ทำให้ฉันเสียใจมาก ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว ฉันจะไปออสเตรเลียสักพัก แต่คุณยังโทรหาฉันได้นะ ฉันจะไม่เปลี่ยนเบอร์โทร”

 

        เซี่ยเหล่ยรู้สึกเศร้าแต่เขาก็ฝืนยิ้ม “มันก็ดีเหมือนกันนะที่จะได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะบ้าง”

 

        “อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย แค่กอดฉันไว้แบบนี้อีกสักพัก” หลิวหยิงหลับตาลง ดูเหมือนเธอกำลังรำลึกถึงอะไรบางอย่าง

 

        เซี่ยเหล่ยยังคงกอดเธอไว้อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไร ถึงแม้จะเป็นการสวมกอดที่ลึกซึ้ง แต่หัวใจของเขากลับนิ่งสงบ ผ่านไปพักใหญ่ เขาก็พบว่าหลิวหยิงนอนหลับไปในอ้อมกอดของเขาแล้ว

 

        เซี่ยเหล่ยค่อยๆวางหลิวหยิงลงและมองเธอก่อนจะเดินจากไป

 

        พี่เลี้ยงยังคงอุ้มลูกชายของหลิวหยิงอยู่ เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงทางเดิน เมื่อเห็นเซี่ยเหล่ยเธอจึงลุกขึ้นยืน.....

 

        “พี่หลิวหลับไปแล้ว ตอนคุณเข้าไปอย่าทำให้เธอตื่นล่ะ” เซี่ยเหล่ยพูด

 

        พี่เลี้ยงตอบรับเสียงเบาและอุ้มเด็กชายเดินเข้าไปในวอร์ด

 

        เซี่ยเหล่ยมองตามไป ประตูปิดลงแล้ว เขารู้ดีว่านี่อาจเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย สิ่งที่พวกเขาผ่านมาด้วยกันทั้งหมดไหลผ่านหัวเขาราวกับสายน้ำ ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละอองและค่อยๆจางหายไป

 

        “โธ่เว้ย!” เซี่ยเหล่ยต่อยกำแพง “คุณสามารถเอาสิ่งที่คุณต้องการไปได้เพียงเพราะคุณรวยและมีอำนาจงั้นหรือ สิทธิบัตินั้นเป็นเหมือนของขวัญล้ำค่าที่สามีของหลิวหยิงให้ไว้ แต่เธอกลับไม่สามารถรักษามันไว้ได้ ต้องมอบมันให้กับคนที่ทำร้ายและทำให้เธอเสื่อมเสียเกียรติ กู๋เค่อเหวิน รอก่อนเถอะ! ฉันก็มีความยุติธรรมในแบบของฉัน!”

 

        ‘ความยุติธรรมคือการปิดหูปิดตา’ นี่เป็นเรื่องที่น่าละอาย !

 

        ไม่เคยมีความยุติธรรมที่เป็นธรรมในโลกนี้ คงทำได้แค่ใช้กำปั้นและความแข็งแกร่งสร้างมันขึ้นมาเท่านั้น

 

        ถ้าเขาต้องการความยุติธรรมจากกู๋เค่อเหวิน เขาก็ต้องมีกำปั้นที่หนักแน่นและมีความแข็งแกร่งให้มากเท่ากับเธอ ซึ่งตอนนี้เขายังไม่มีทั้งสองอย่าง แต่เขามีเพียงสิ่งเดียวคือเวลา

 

        ติดตามตอนต่อไป...........

จบบทที่ TXV – 63 คุณช่วยกอดฉันหน่อยได้มั้ย ?

คัดลอกลิงก์แล้ว