เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  59 ผู้ชนะ !

TXV –  59 ผู้ชนะ !

TXV –  59 ผู้ชนะ !


TXV –  59 ผู้ชนะ !

 

        “จะเอายังไง ?” กู๋เค่อเหวินหมดความอดทนในที่สุด เธอโบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างเธอเปิดกระเป๋าและหยิบเอกสารจำนวน 2 ชุดตั้งไว้บนโต๊ะ

 

        เธอกำลังเตรียมเอกสารอะไรบางอย่าง..

 

        หลิวหยิงในตอนนี้เหมือนปลาที่กำลังติดเบ็ดของกู๋เค่อเหวิน เธอไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากดิ้นทุรุนทะราย….

 

        หลิวหยิงพูดว่า “ฉัน...ฉันจะให้เซี่ยเหล่ยเป็นตัวแทนของฉันในการเจรจากับคุณ”

 

        “เขา ? เป็นตัวแทนคุณ ?” กู๋เค่อเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

        เซี่ยเหล่ยเดินออกมาและพูดว่า “ผมจะขอเจรจาการซื้อหุ้น แต่การเซ็นสัญญา ยังคงเป็นสิทธิ์ของผู้บริหารหลิวเหมือนเดิม เธอจะเห็นด้วยกับการกระทำนี้หรือไม่ ?”

 

        กู๋เค่อเหวินยักไหล่ “ไงก็ได้ คุณอยากขายเท่าไหร่ล่ะ ?”

 

        “50,000,000” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        “คุณบ้าไปแล้วหรอ ? หุ้นของบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์จะมีราคาสักเท่าไหร่เชียว หุ้นของบริษัทนี้ไม่รู้จะถึงครึ่งนึงของราคาที่คุณเสนอมารึปล่าว ?” กู๋เค่อเหวินหัวเราะเยาะเย้ย

 

        “หุ้นของบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์มันมีคุณค่าเป็นอย่างมากและคุณก็พยายามอย่างมากที่จะได้มันมาเช่นกัน แสดงว่าคงมีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านอย่างแน่นอน คุณต้องการซื้อหุ้นจากผู้บริหารหลิวหลิวคุณในราคาถูก ? ดังนั้นคุณจึงบีบให้เธอจนมุมและบังคับให้เธอขายเพียงแค่ 25 ล้านเท่านั้น ?”

 

        กู๋เค่อเหวินยังคงหัวเราะเยาะเย้ยต่อ “ฉันไม่อยากใช้เงินสิ้นเปลืองถึงแม้ว่าฉันจะมีเงินเหลืออยู่” เธอชี้ไปที่ผู้ถือคน 4 คนและพูดต่อว่า “25ล้าน ถ้าพวกคุณไม่ยอมขาย ฉันจะซื้อจากพวกเขาและคุณจะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปเลย….”

 

        เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “ผมได้ยินมาว่าคนที่ร่ำรวยมักจะชอบข่มเหงคนอื่น ถ้าคุณจงใจปล่อยให้บริษัทแห่งนี้ตกอยู่ในหายนะล่ะ ? เช่นส่งโจรกระจอกๆไปขโมยเอกสาร ? และส่งสุนัขรับใช้ของคุณไปวางยาในแก้วไวน์ของผู้บริหารหลิว ?”

 

        “มึง ! ไอชาติชั่วเซี่ย ! ระวังคำพูด อย่าลืมพวกเราสามารถฟ้องหมิ่นประมาทจากมึงได้ !”

 

        เซี่ยเหล่ยพูดเบาๆว่า “จริงๆแล้วผมก็ไม่มีหลักฐานอะไรมามัดตัวพวกคุณ เราจึงไม่สามารถจับโจรรวมไปถึงผู้บงการได้ อย่างที่ 2 คุณกู๋คงไม่สนใจพวกพวกเราหรอก เราอยากขายหุ้นสุดท้ายในราคาที่ดีแค่นั้นเอง”

 

        “25ล้านเท่านั้น ให้ได้แค่นี้” กู๋เค่อเหวินกล่าว

 

        “งั้นเราไม่ต้องมีอะไรพูดกันแล้วล่ะก็ปล่อยให้บริษัทนี้พังพินาศไปก็แล้วกัน” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        กู๋เค่อเหวินจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างโกรธเกรี้ยว “30ล้าน นี่เป็นราคาสุดท้ายที่ฉันจะให้ได้”

 

        เซี่ยเหล่ยส่ายหัว “40 ล้าน นี่เป็นราคาสุดท้ายที่ผมจะขอ ถ้าคุณให้ 40 ล้านพวกเราจะขายหุ้นให้คุณทันที”

 

        “อย่ามาต่อรองให้มากนัก !” กู๋เค่อเหวินกำลังโกรธจัดเหมือนเสือป่าที่ดุร้ายกำลังตะครุบเหยื่อ….

 

        บอดี้การ์ดทั้ง 2 คนมองไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างไม่พอใจ พวกเขาพร้อมลงมือทันทีหากกู๋เค่อเหวินออกคำสั่ง

 

        หลิวหยิงยืนอยู่ข้างๆเซี่ยเหล่ย อารมณ์ของเธอแปรปรวนเป็นอย่างมากเมื่อกู๋เค่อเหวินเสนอราคาหุ้นให้เธอ 25 ล้านแต่เซี่ยเหล่ยเพิ่มราคามาได้จนถึง 30 ล้าน เธอก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากแล้วแต่ไม่คิดว่าเขาจะเรียกราคาเพิ่มไปถึง 40 ล้าน…

 

        เซี่ยเหล่ยไม่กลัวคำขู่ของกู๋เค่อเหวินแม้แต่น้อย เขาใจเย็นและพูดอย่างมั่นใจว่า “40 ล้าน จะรับข้อเสนอหรือปล่อยให้มันพังพินาศไป...”

 

        “เซี่ยเหล่ยใช่มั้ย ? กรุณารอสักครู่” ความเกลียดชังถูกเก็บสะสมไว้ในจิตใจของกู๋เค่อเหวินไม่มีใครที่จะกล้าท้าทายอำนาจของลูกสาวคนที่ 2 ของตระกูลกู๋มาก่อน เซี่ยเหล่ยเป็นคนแรกที่กล้าทำแบบนี้ !

 

        เซี่ยเหล่ยหัวเราะออกมา “คุณกู๋ ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ คุณกำลังจะข่มขู่แม่ลูกคู่นี้ใช่ไหม ? ผมรู้ว่าตระกูลกู๋ของคุณทำอะไรได้บ้าง ตัวผมคงไม่สามารถที่ไปทำร้ายครอบครัวของคุณได้หรอก ถ้าคุณสั่งฆ่าผม ! ผมสาบานได้เลยว่าผมจะลากคุณไปลงนรกกับผมด้วย”

 

        กู๋เค่อเหวินโกรธจัดมากกว่าเดิม “คุณกล้าขู่ฉัน ?”

 

        เซี่ยเหล่ยยักไหล่ “ผมบอกแค่ว่าจะทำแบบนั้น ผมไม่มีอะไรที่จะต้องเสียอยู่แล้ว ผมเป็นแค่เด็กข้างถนนคนนึงเท่านั้นเอง”

 

        บอดี้การ์ดทั้ง 2 เคลื่อนตัวออกไป

 

        กู๋เค่อเหวินยกมือและสั่งให้พวกเขาหยุดและกลับไปยืนที่เดิมของเขา....

 

        “40 ล้าน ตกลง ! เซ็นสัญญาได้เลยผู้บริหารหลิว” กู๋เค่อเหวินกล่าว

 

        หลิวหยิงยื่นนิ่งและไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอกำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

        เซี่ยเหล่ยผลักตัวเธอเบาๆจากนั้นเธอได้สติกลับมา เธอจึงอ่านสัญญาอย่างช้าๆ

 

        กู๋เค่อเหวินหัวเราะออกมาอีกครั้ง “ผู้บริหารหลิว ฉันไม่ทราบนะว่าคุณมีสุนัขรับใช้ที่ดีหรือมีของเล่นชิ้นเก่ง ?”

 

        “คุณ….” ใบหน้าของหลิวหยิงเปลี่ยนเป็นสีแดงเธอโกรธมากที่กู๋เค่อเหวินพูดแบบนี้กับเซี่ยเหล่ยก่อนที่เธอจะอธิบายว่า “ความสัมพันธ์ของพวกเรามันไม่ใช่แบบที่คุณคิด !”

 

        หลินบู่เหวินปล่อยเสียงออกมาทางจมูกและพูดอย่างน่ารังเกียจว่า “อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย ผมไม่ได้ตาบอดนะ มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องช่วยคุณ ? คุณทั้งสองคนได้ทำเรื่องอย่างว่ากันแล้วใช่ไหม ฮ่าฮ่าฮ่า !”

 

          หลิวหยิงสั่นสะท้านด้วยความโกรธ “ไอ้คนไม่มียางอาย !”

 

          การที่หลินบู่เหวินพูดออกมาแบบนี้เซี่ยเหล่ยไม่ได้โกรธอะไรเขามาก เขาแค่พูดเบาๆว่า “หลินบู่เหวินผมขอเตือนคุณนะ สุนัขรับใช้ที่ดีควรทราบว่าใครเป็นเจ้านายที่แท้จริงไม่เช่นนั้นคุณอาจจะต้องกลายเป็นหมาข้างถนนตลอดไป”

 

          “มึงลองพูดอีกครั้ง !” หลินบู่เหวินดึงแขนเสื้อขึ้นมามองอย่างโกรธเกรี้ยวไปที่เซี่ยเหล่ย

 

        กู๋เค่อเหวินจ้องเขม็งไปที่หลินบู่เหวินอีกครั้ง จากนั้นเขารีบปิดปากของเขาโดยทันที

 

        หลิวหยิงได้อ่านสัญญาฉบับนั้นอย่างรวดเร็วจากนั้นเธอหยิบสมุดธนาคารขึ้นมาและวางไว้ด้านหน้าของกู๋เค่อเหวิน “โอนเงิน 40 ล้านเข้าบัญชีก่อนแล้วฉันจะเซ็นสัญญาหลังจากที่ฉันได้รับเงิน”

 

        กู๋เค่อเหวินเหลือบมองไปที่สมุดบัญชีของเธอแต่เธอก็ไม่ได้เอื้อมมือไปจับสมุดบัญชีเล่มนั้น “หย่าหยู่ โอนเงิน 40 ล้านไว้ในบัญชีของเธอ” เธอออกคำสั่ง

 

        หลินหย่าหยู่ได้ทำตามคำสั่งของกู๋เค่อเหวิน เธอหยิบ Macbook ในกระเป๋าขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะและเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีของหลิวหยิง

 

        40 ล้านสำหรับคนธรรมดาทั่วไปแล้วคงเป็นเงินก้อนโตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเขาเลย แต่เมื่อเทียบกับลูกสาวคนที่ 2 ของตระกูลกู๋ การจ่ายเงิน 40 ล้านนี้เหมือนซื้อรถคันหนึ่งไว้เป็นของสะสมในบ้านเท่านั้นเอง…

 

 

        หลินหย่าหยู่ทำงานโอนเงินทันทีและหลิวหยิงได้รับ SMS การแจ้งเตือนว่าเงินเข้าบัญชีเธอแล้ว จากนั้นเธอลงปากกาไปที่สัญญาฉบับนั้น

 

        กู๋เค่อเหวินได้เซ็นสัญญาไปเช่นกันจากนั้นเธอโยนปากกาลงบนโต๊ะในขณะที่เธอหันไปมองหลิวหยิงจากนั้นเธอหัวเราะอย่างสะใจออกมา “คุณไม่รู้หรอ ? บริษัทของคุณมีค่าเท่าไหร่ ?”

 

        “50 ล้าน” หลิวหยิงกล่าว

 

        กู๋เค่อเหวินส่ายหัวและหัวเราะออกมามากกว่าเดิม “ไม่ ไม่ ไม่…. มูลค่าอย่างน้อย 100 ล้านเหรียญสหรัฐ”

 

        “อะไรนะ ?” หลิวหยิงตกใจเป็นอย่างมาก

 

        ผู้ถือหุ้นทั้ง 4 คนในห้อง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความเศร้าเสียใจไปในเวลาเดียวกัน

 

        “อย่าเสียใจไปเลย.. คุณได้ขายหุ้นในบริษัทนี้ไปหมดแล้ว คุณไม่มีสิทธิอะไรในบริษัทแห่งนี้อีก” กู๋เค่อเหวินกล่าว

 

        หลิวหยิงมองไปที่ผู้ถือหุ้นทั้ง 4 คนที่กำลังรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “คุณหลอกให้พวกเราขายหุ้นทั้งหมดก่อนหน้านี้ ? คุณโกหกฉัน !”

 

        “เคยมีความยุติธรรมในสงครามอย่างนั้นหรอ ? คุณเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่าล่ะ ? ไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์มันเป็นของฉันและฉันก็เคยบอกคุณไปแล้ว กระดานโต้คลื่นอัตโนมัติเป็นสิ่งสามีของคุณพัฒนาขึ้นมา เป็นโครงการที่น่าสนใจอย่างมาก ยังไม่เคยมีสินค้าเช่นนี้วางขายในตลาดโลกเลย ถ้ามีการวางขายในตลาดโลกรับรองได้ว่าสินค้านี้จะต้องขายดีอย่างแน่นอน ที่บอกไปว่ามูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐมันอาจจะมีค่ามากกว่านั้นซะอีก ฮ่าฮ่า”

 

        หลิวหยิงกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่เซี่ยเหล่ยดึงตัวเธอกลับไป…

 

        กู๋เค่อเหวินมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยดวงตาที่สะใจเป็นอย่างมาก “คุณบอกว่าฉันเลี้ยงสุนัขรับใช้ไว้ตัวหนึ่งมันเป็นคำพูดที่แย่มากแต่ข้อตกลงนี้ต้องยกความดีความชอบให้เขาเลยนะ ฉันไม่รู้หรอกว่าไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์คิดค้นโครงการอะไรอยู่ แต่เมื่อฉันรู้จากหลินบู่เหวินแล้ว.....มันเป็นโครงการที่น่าสนใจเลยทีเดียว ฉันก็อยากมีบริษัทเป็นของตัวเอง ฉันจะแสดงให้พ่อและพี่ชายของฉันเห็นว่าฉันก็ประสบความสำเร็จได้ไม่แพ้พวกเขาเลย”

 

        “เป็นหนทางแห่งความสำเร็จที่เกิดจากการขโมยของคนอื่น ? คุณเอาความคิดผิดๆแบบนี้มาจากไหนเนี๊ย ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        “นี่คือโลกแห่งธุรกิจผู้ชนะย่อมมีสิทธิ์เหนือกว่า ชัยชนะก็คือชัยชนะผู้แพ้ก็คือผู้แพ้ ฉันไม่สนหรอกว่าจะได้มันมาด้วยวิธีใด”

 

        “ตรรกะป่วยๆของพวกโจรล่ะสิ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        กู๋เค่อเหวินไม่ได้พูดอะไรกับเซี่ยเหล่ยต่อ เธอสั่งให้หลินหย่าหยู่ “โทรไปยังสำนักงานซะแล้วสั่งให้เขาจดสิทธิบัตรกระดานโต้คลื่นอัตโนมัติให้เรียบร้อย”

 

        “ค่ะ” หลินหย่าหยู่ดึงโทรศัพท์มือถือของจากกระเป๋า…

 

        “ยืนอยู่ที่นี่ทำไมล่ะ ? ออกไปสิ !” กู๋เค่อเหวินชี้ไปที่ประตูทางออก “บริษัทแห่งนี้เป็นของฉันแล้ว”

 

        “ไปเถอะ พี่หลิว” เซี่ยเหล่ยคว้าตัวของหลิวหยิงและเดินออกไป

 

        หลิวหยิงเดินตามเซี่ยเหล่ยออกไปและเดินออกจากห้องประชุม ฝีท้าของเซี่ยเหล่ยก้าวไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับฝีเท้าของเธอก้าวไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน...

 

        “หยุดอยู่ตรงนั้น !” หลินหย่าหยู่ตะโกนออกมา

 

        กู๋เค่อเหวินมองไปที่หลินหย่าหยู่ด้วยความประหลาดใจ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ดูจากสีหน้าของหลินหย่าหยู่ที่แสดงออกมา คงจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

        หลินหย่าหยู่พูดเบาๆว่า “มีบางอย่างเกิดขึ้นในสำนักงานการจดสิทธิบัตร ! โครงการกระดานโต้คลื่นอัตโนมัติ….. ได้รับการอนุมัติแล้ว !”

 

        “มันเป็นไปได้ยังไง ?” กู๋เค่อเหวินจ้องมองไปที่หลิวหยิงและเซี่ยเหล่ย

 

        ทันใดนั้นบอดี้การ์ดทั้ง 2 ได้ยืนขวางทางออกของหลิวหยิงและเซี่ยเหล่ยทันที

 

        “สำนักงานการจดสิทธิบัตรกล่าวว่าสิทธิบัตรฉบับนี้ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานแห่งหนึ่งในเมืองจินตู่ คนที่สมัครก็คือหลิวหยิงเธอใช้ชื่อตัวเองในการจดสิทธิบัตรและไม่ได้ใช้ชื่อไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์ ! สิทธิบัตรฉบับนี้ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว !” หลินหย่าหยู่กล่าว

 

        “แม่งเอ้ย !” กู๋เค่อเหวินลุกจากเก้าอี้ของเธอโดยทันทีเธอจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ยและหลิวหยิงด้วยดวงตาที่โกรธแค้น

 

        กู๋เค่อเหวิน ได้ทำการซื้อบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์แต่สำหรับโครงการกระดานโต้คลื่นอัตโนมัตินั้นแยกกับบริษัทนี้อย่างสิ้นเชิงเพราะว่าเธอได้จดสิทธิบัตรกระดานโต้คลื่นอัตโนมัติโดยไม่ได้ใช้ชื่อบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์ ดังนั้นบริษัทนี้ก็เป็นแค่บริษัทปล่าวๆไม่มีอะไรเลย…

 

         หลินบู่เหวินชี้ไปที่หน้าของเซี่ยเหล่ยโดยทันทีว่า “ไอ้สารเลว มึงทำอะไรลงไป !”

 

        เซี่ยเหล่ยยักไหล่และยิ้มในขณะที่พูดว่า “นี่คือโลกแห่งธุรกิจผู้ชนะย่อมมีสิทธิ์เหนือกว่า ชัยชนะก็คือชัยชนะผู้แพ้ก็คือผู้แพ้” มันเป็นประโยคที่กู๋เค่อเหวินเคยพูดก่อนหน้านี้

 

        กู๋เค่อเหวินจ้องมองเซี่ยเหล่ยอย่างโกรธแค้นมากกว่าเดิม “ไม่มีใครกล้าหลอกฉันมาก่อน ! คุณเป็นคนแรก !”

 

        “ผมก็แค่ใช้เทคนิคนิดหน่อย ประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่และมีสำนักงานการจดสิทธิบัตรมากมาย คุณสามารถขัดขวางการจดสิทธิบัตรในเมืองห่ายจูได้ ผมจึงขอให้เพื่อนช่วยจดสิทธิบัตรนี้ในสำนักงานอื่น คุณไม่สามารถใช้อำนาจบาตรใหญ่ของคุณได้ทุกเมืองหรอกนะ ? ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เป็นตามสิ่งที่คุณคิดเสมอไป !” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        “เพื่อนของคุณคือใคร ?”

 

        “ไม่รู้สิ !” เซี่ยเหล่ยกล่าว มีเพียงคนเดียวในเมืองชิงตู่ที่สามารถทำแบบนี้ได้ คนนั้นก็คือหลงบิง ข้อความที่เขาส่งไปหาหลงบิงคือเขาขอความช่วยเหลือจากเธอ เขาได้รวบรวมข้อมูลบัตรประชาชนของหลิวหยิงและหมายเลขคำขอจดสิทธิบัตรของเธอในเมืองห่ายจูส่งไปให้หลงบิง จากนั้นให้หลงบิงช่วยนำเดินเรื่องต่อไปจนเสร็จสิ้น หลงบิงสามารถทำให้เจียงหยู่ยี่เป็นหัวหน้าตำรวจได้ แล้วทำไมเรื่องแค่นี้เธอจะทำไม่ได้ล่ะ ?

 

        “คืนเงินมา !” หลินบู่เหวินกล่าวอย่างดุเดือด

 

        “หุบปาก !” กู๋เค่อเหวินตบหน้าของหลินบู่เหวินทันที

 

        เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าของหลินบู่เหวินดังไปทั่วห้อง ความเจ็บปวดของเขาแสดงออกมาชัดเจน แต่เขาไม่กล้าพูดอะไรออกมา....

 

        “ปล่อยให้พวกมันออกไป” กู๋เค่อเหวินกล่าว

 

        เซี่ยเหล่ยรู้สึกกังวล เขาคิดว่าบอดี้การ์ดทั้งสองคนจะมารุมทำร้ายเขา เขาพร้อมสู้ตลอดเวลา แต่ก็ผิดคาดกู๋เค่อเหวินปล่อยเขาและหลิวหยิงออกไปแบบง่ายดาย…

       

        ดวงตาของกู๋เค่อเหวินจ้องไปที่เซี่ยเหล่ย “จำไว้นะ ! ฉันจะไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้อย่างแน่นอน ฉันจะหาว่าเพื่อนของคุณเป็นใคร มันต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำ”

 

        “ผมจะบอกอะไรให้นะ คุณไม่ควรไปยั่วให้เธอโกรธ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        “ออกไป !” กู๋เค่อเหวินตะโกนออกมาทันที

 

        หลิวหยิงผลักตัวเซี่ยเหล่ยออกไปและลากมือเขาออกไปจากห้องประชุมทันที

 

        ติดตามตอนต่อไป…..

 

จบบทที่ TXV –  59 ผู้ชนะ !

คัดลอกลิงก์แล้ว