เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 58 สุนัขรับใช้ !

TXV – 58 สุนัขรับใช้ !

TXV – 58 สุนัขรับใช้ !


­­­­TXV – 58 สุนัขรับใช้ !

 

          มีสายเข้ามาจากเลขาของหลิวหยิง เธอได้พูดเอาไว้สองอย่าง หลินบู่เหวินใช้ชื่อของเธอเพื่อนัดประชุมผู้ถือหุ้น พวกเขาได้ประกาศว่าจะมีคนมาซื้อบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์ อย่างที่สองคือมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นที่สำนักงานจดสิทธิบัตรของบริษัท  สำนักงานปฏิเสธเอกสารของเธอเพราะมันไม่สมบูรณ์ และเธอต้องเขียนเพื่อส่งไปใหม่อีกครั้ง

 

          ในโทรศัพท์หนึ่งสาย แต่มีถึงสองปัญหา ปัญหาทั้งสองอย่างนี้เหมือนกับภูเขาลูกใหญ่พุ่งเข้ามาชนหลิวหยิง

 

          “ทำไม…ทำไมทันเป็นแบบนี้..” หลิวหยิงพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอร้องไห้ออกมาขณะที่กำลังขับรถไปบริษัท

 

          สามีเธอเสียชีวิตไปแล้ว และบริษัทที่แลกมาด้วยการทำงานหนักทั้งชีวิตของเขากำลังจะถูกพรากไป ตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทของเธอก็ตกอยู่ในอันตรายด้วยเช่นกัน

 

          “อย่ากังวลไปเลยพี่หลิว มันอาจไม่ได้แย่อย่างที่คิด เอกสารอาจจะมีปัญหาจริงๆก็ได้ เราแค่ต้องทำมันและส่งไปใหม่ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย” เซี่ยเหล่ยปลอบเธอ

 

          หลิวหยิงยังไม่หยุดร้องไห้…

 

          “อย่ามาปลอบฉันเลย … ต้องมีใครบางคนพยายามขัดขวางไม่ให้เอกสารของฉันส่งไปถึงแน่ๆ … บางทีเขาอาจได้สิ่งที่เขาต้องการแล้ว … พวกเขานัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อปลดฉันออกจากตำแหน่ง ทำไมชีวิตของฉันมันถึงได้ลำบากขนาดนี้ เหล่ย บอกฉันทีเถอะ ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร ?”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกเห็นใจเธอ....

 

          “อย่าร้องไห้ อย่ายอมแพ้ ไม่ว่าจะเจออะไรข้างหน้า คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ ผมจะอยู่ข้างๆคุณ คุณห้ามหมดหวังและห้ามคิดอะไรโง่ๆ ถึงคุณจะไม่สนใจตัวเองแต่ก็ต้องคิดถึงลูกชายของคุณ เข้าใจไหม ?”

 

          “เหล่ย ฮืออ…” หลิวหยิงร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม....

 

          ออดิ คิวเซเว่นเร่งความเร็วมากขึ้น

 

          เมื่อหลิวหยิงสงบลงแล้ว เซี่ยเหล่ยหยิบมือถือออกมาพิมพ์ข้อความและส่งมันออกไป…

 

          หลิวหยิงขับรถมาถึงบริษัทที่อยู่ชานเมือง ตึกขนาดกลางที่ยังดูใหม่เหมือนเพิ่งสร้างมาไม่ถึงปี…

 

          บริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์… บริษัทที่เกิดจากหยาดเหงื่อของสามีเธอ…

 

          พนักงานบริษัทมองทั้งคู่ด้วยสายตาแปลกๆเมื่อพวกเขาลงจากรถ เมื่อเข้ามาภายใน เซี่ยเหล่ยสังเกตเห็นพนักงานกระซิบคุยกัน เขาไม่ต้องใช้ความสามารถเพื่ออ่านปากคนพวกนั้นก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะคุยกันเรื่องที่กลุ่มผู้ถือหุ้นประชุมกันปลดหลิวหยิงออก…

 

          พวกเขามาถึงห้องประชุม และผลักประตูเข้าไป…

 

          กลุ่มผู้ถือหุ้นนั่งอยู่ในห้องประชุมกับหลินบู่เหวิน ที่น่าตกใจคือหนึ่งในกลุ่มผู้หุ้นมีหลินหย่าหยู่ น้องสาวของหลินบู่เหวินอยู่ด้วย

 

          ทันทีที่ประตูถูผลักเข้ามา ทุกสายตาในห้องประชุมก็หันมามองที่เธอและเซี่ยเหล่ยที่เดินตามหลังเธอมา      

 

          “ผู้บริหารหลิวมาก็ดีแล้ว หาที่นั่งสิ คุณมาได้ถูกเวลาพอดีเลยนะ ผมกำลังจะประกาศอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก” หลินบู่เหวินยิ้มอย่างเย็นชาและพูดกับเธอ

 

          หลินบู่เหวิน เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ของหลิวหยิง และให้เธอหาที่นั่งใหม่เอง เขาทำราวกับว่าตัวเองเป็นผู้บริหารของบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์

 

          หลิวหยิงโมโหจนทุบโต๊ะอย่างแรง เธอตะโกนเสียงดังและชี้ไปที่ประตู

 

          “หลินบู่เหวิน แกถูกไล่ออก ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ !”

 

           “คุณเนี่ยนะจะไล่ผมออก? ลองถามพวกเขาดูสิว่าพวกเขาเห็นด้วยกับคุณมั๊ย” เขาพูดอย่างเยาะเย้ย

 

          หลิวหยิงเงยหน้าขึ้นมา เธอมองไปที่เหล่าผู้ถือหุ้นด้วยความผิดหวังและไม่พอใจ ทุกคนพยายามหลบตาเธอ ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดแต่พวกเขาแค่ไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอเท่านั้น

 

          หลินบู่เหวินหัวเราะเยาะเธอ...

 

          “หลิวหยิง ผมบอกคุณตามตรงนะ ทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณตอนนี้คือขายหุ้นทั้งหมดของคุณแล้วเอาเงินไปซะ หรือคุณจะเลือกไม่เอาอะไรเลย ?”

 

          “ไอ้สารเลว !” เธอฟาดฝ่ามือไปที่หน้าของหลินบู่เหวิน แต่เขาจับมันไว้และผลักออก ท่าทางของเขาเปลี่ยนไป 

 

          “คุณมันก็คนตระกูลหลิวคนหนึ่งที่ฉลาดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่การจดสิทธิบัตรของคุณจะไม่มีทางได้รับการอนุมัติ นอกซะจากว่าแกจะออกจากบริษัทนี้เท่านั้น คุณไม่มีทางดูแลบริษัทนี้ได้โดยไม่มีผู้ถือหุ้น หรือคุณทำได้ล่ะ? เสนอราคามาสิ ต้องการเท่าไหร่ล่ะสำหรับหุ้น 50% ในบริษัทนี้?”

 

          หลิวหยิงน้ำตาไหล…

 

          “ขายมันซะเถอะ ผู้บริหารหลิว คุณยังคงได้ราคาสูงนะถ้าหากขายตอนนี้” ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งพูด

 

          “ใช่ สิทธิบัตรจะไม่มีทางได้รับการอนุมัติ ถ้าคุณยังอยู่ในบริษัทนี้ คุณอาจไม่ต้องการสร้างรายของบริษัทเพิ่ม แต่พวกเราต้องการเงินไปเลี้ยงครอบครัวของพวกเรา”

 

          “ถ้าคุณไม่ขาย เราจะทำเอง บริษัทนี้คือสิ่งที่สามีคุณทำมาทั้งชีวิต คุณทนเห็นมันพังลงไปแบบนี้ได้หรือ?”

 

          “ใช่แล้ว ขายซะเถอะ เงินที่ได้จะสามารถทำให้คุณและลูกชายอยู่อย่างสุขสบายไปได้ตลอดชีวิต เป็นผู้หญิงทำไมต้องทำงานหนักล่ะ อยู่บ้านดูแลลูกๆไปก็ดีแล้วนี่”

 

          ผู้ถือหุ้นทั้งหมดในที่ประชุมต่างเห็นด้วยกับการให้หลิวหยิงขายหุ้นของเธอ

 

          “พวกคุณ…” หลิวหยิงโกรธจนตัวสั่น

 

          “ใครซื้อหุ้นของผู้บริหารหลิว? นี่ไม่ใช่การซื้อขายเล็กๆนะ ผู้ซื้อหุ้นควรแสดงตัวเพื่อพูดคุยกันโดยตรงไม่ใช่หรือ ? ทำไมถึงส่งหมามาเห่าที่นี่ นี่มันอะไรกันเนี่ย ?” เซี่ยเหล่ยเอ่ยปากขึ้นมา

 

          “แกกล้าดียังไงมาเรียกฉันว่าหมา!” หลินบู่เหวินรู้สึกเสียหน้าและโกรธมาก

 

          “ฉันเอง !” เสียงของหญิงคนหนึ่งดังขึ้นที่ประตูห้องประชุม

 

          เซี่ยเหล่ยหันไปมองและเจอลูกสาวคนรองของตระกูลกู๋…กู๋เค่อเหวิน เธอยังดูเด็กและสวยมาก เธอปรากฏตัวพร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคน

 

          เซี่ยเหล่ยเข้าใจทุกอย่างทันทีเมื่อกู๋เค่อเหวินปรากฏตัวขึ้น เขาถามว่าใครเป็นคนซื้อหุ้นเพื่อจะหาตัวคนบงการ แต่เธอกลับปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่คาดคิดหลังจากเขาถามออกไป

 

          กู๋เค่อเหวินพูดแค่สองคำ แต่ท่าทางของเธอก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน ‘ฉันนี่แหละคือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง แล้วไง แกจะทำอะไรฉันได้ล่ะ?’

 

          “เชิญนั่งครับ คุณหนูกู๋” หลินบู่เหวินก้มหัวคำนับและยืนข้างๆเธอ หลินหย่าหยู่ก็เดินมาเคารพเธอเช่นกัน   

 

          กู๋เค่อเหวินตอบรับเพียงพยักหน้าแค่นั้น...

 

          ผู้ถือหุ้นทุกคนต่างลุกขึ้นแล้วแสดงความเคารพต่อกู๋เค่อเหวิน การปฏิบัติตัวและเชื่อฟังคำสั่งเช่นนี้หลิวหยิงไม่เคยเห็นมาก่อนเลยตั้งแต่เธอเป็นผู้บริหารบริษัทนี้มา....

 

          กู๋เค่อเหวินนั่งเอนกายลงบนที่นั่งของหลิวหยิง เธอหันมามองและหัวเราะ

 

          “ผู้บริหารหลิว ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าคุณคิดอะไร เพราะมันไม่มีความหมายอะไรกับฉัน ฉันมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เดียวเท่านั้นคือซื้อหุ้นของทุกคนที่นี่ อาจจะรวมถึงคุณด้วย มันคงจะดีถ้าคุณออกไปจากที่นี่”

 

          เมื่อหลิวหยิงเงียบไป หลินหย่าหยู่ก็พูดเยาะเธอ

 

          “คุณไม่ไม่ด้ยินที่คุณหนูกู๋พูดกับคุณหรือ?”

 

หลินบู่เหวินเสริมขึ้นมา

 

          “คุณแค่ต้องขายหุ้นของคุณเท่านั้น บริษัทนี้มีสินทรัพย์ไม่เกิน 50,000,000 คุณหนูกู๋ต้องการใช้เงินแค่ 20 – 30 ล้าน เพื่อซื้อหุ้นของที่นี่ ถ้าคุณหนูกู๋ซื้อหุ้นของคนอื่นๆด้วยเธอจะสามารถทำลายบริษัทนี้ได้ และคุณจะไม่เหลืออะไรเลยซักแดงเดียวและคุณจะต้องเป็นหนี้ จะดีกว่าไหมถ้าให้คุณหนูกู๋ซื้อหุ้นของคุณ และเมื่อคุณออกไป บริษัทนี้จะยังดำเนินกิจการต่อไปได้?”

 

          ทันใดนั้น มือถือของเซี่ยเหล่ยมีแจ้งเตือนข้อความเข้า เขาหลบไปยังมุมห้องเพื่อเช็คข้อความ

 

          “ฉัน… ฉัน…” หลิวหยิงพูดไม่ออก น้ำตาของเธอไหลรินมาเต็มใบหน้า

 

          หลิวหยิงรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือก เธอไม่สามารถต่อต้านคู่แข่งเช่นกู๋เค่อเหวินได้ เธอรู้ว่ากู๋เค่อเหวินทำอะไรไว้บ้าง  ส่งหัวขโมยมาหลังจากเชิญเธอไปบ้านตระกูลกู๋ เมื่อแผนการล้มเหลวจึงใช้คนของตระกูลอู๋มาขัดขวางขั้นตอนการจัดสิทธิบัตรทำให้ไม่ได้รับการอนุมัติ จากนั้นก็รวบรวมผู้ถือหุ้นรายอื่นเพื่อบีบให้เธอออกจากบริษัท กับคู่แข่งแบบนี้ เธอต้องสู้เท่านั้นเพื่อที่จะรักษาของมีค่าของเธอเอาไว้ได้.....

 

          กู๋เค่อเหวินเหมือนจะรู้จุดอ่อนของหลิวหยิง รอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์จึงปรากฏบนริมฝีปากเธอ

 

          “ผู้บริหารหลิว คุณเป็นคนฉลาด เสนอราคามาเถอะ เรายังสามารถบริหารธุรกิจนี้ไปได้อย่างสบาย”

 

          หลิวหยิงกัดฟันและพยักหน้า “ฉันต้องการ…”

 

          “หยุดก่อน!” เซี่ยเหล่ยเข้ามาขวาง “พี่หลิว มาคุยกันหน่อย”

 

          หลิวหยิงนิ่งคิดเป็นเวลานานและพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย

 

          รอยยิ้มหายไปจากหน้าของกู๋เค่อเหวิน เธอจ้องเขม็งไปยังเซี่ยเหล่ย และพูดเสียงเย็นชาว่า.....

 

         “คุณอีกแล้วนะ !”

 

         เซี่ยเหล่ยตอบอย่างไม่แยแส “คุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย ถ้าผมจะขอพูดกับพี่หลิวสักเล็กน้อย”

 

         หลินบู่เหวินพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่กู๋เค่อเหวินจะได้ตอบอะไรออกไป

 

         “ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าแกจะพูดอะไรก็ตาม ไม่รู้หรือไงว่าเวลาของคุณหนูกู๋มีค่ามากแค่ไหน?”

 

         เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “คุณก็เป็นได้แค่สุนัขับใช้ แต่ฉันต้องขอยอมรับว่าแกเป็นสุนัขรับใช้ที่ดีมาก”

 

         “มึงมันไอ้สารเลว !” หลินบู่เหวินไม่สามารถหยุดพ้นคำหยาบออกมาจากปากได้

 

         กู๋เค่อเหวินตวัดสายตาไปมอง หลินบู่เหวินก็เงียบทันที นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นสุนัขรับใช้ที่ดี

 

         เซี่ยเหล่ยดึงหลิวหยิงออกมาและพูดเบาๆที่หูเธอ “คุณไว้ใจผมไหม?”

 

         หลิวหยิงดูมีท่าทางลังเลเล็กน้อย “หมายความว่ายังไง? ทำไมฉันต้องไม่ไว้ใจคุณล่ะ ? ถึงเราจะรู้จักกันไม่นานแต่ฉันก็เห็นคุณเป็นน้องชาย ทำไมฉันจะไม่เชื่อคุณล่ะ?”

 

         เซี่ยเหล่ยกระซิบ “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ถ้าคุณเชื่อใจผม ให้ผมจัดการเรื่องนี้เองเถอะ”

 

         หลิวหยิงหัวเราะอย่างขมขื่น น้ำตาเธอเหมือนจะไหลออกมาอีกครั้ง

 

         “เหล่ย เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันจะไปทำอะไรได้นอกจากยอมจำนน คุณช่วยฉันไม่ได้หรอก ฉันจะขายหุ้น ฉันเกรงว่าข้อตกลงที่ฉันเคยสัญญาไว้กับเธอมันคงไร้ประโยชน์แล้วล่ะ”

 

         เธอพูดอย่างน่าสงสาร แต่เซี่ยเหล่ยกลับยิ้ม เขาขยับเข้ามาใกล้ใบหูเธออีกครั้งและพูดอะไรบางอย่างกับเธอ.......

 

         หลิวหยิงจ้องไปที่เซี่ยเหล่ยแล้วเปลี่ยนเป็นสายตาที่ตกตะลึง !

 

         ติดตามตอนต่อไป......

 

         

         

         

         

         

         

         

         

         

 

จบบทที่ TXV – 58 สุนัขรับใช้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว