- หน้าแรก
- ระบบแก้แค้นสุดเกรียน ยิ่งอยากฆ่ายิ่งตายไว
- บทที่ 39 - โดนหมาวิ่งไล่กวด
บทที่ 39 - โดนหมาวิ่งไล่กวด
บทที่ 39 - โดนหมาวิ่งไล่กวด
บทที่ 39 - โดนหมาวิ่งไล่กวด
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ที่เหลืออยู่ว่า
"กลับไปบอกศิษย์ร่วมสำนักของพวกเจ้าด้วย หากไม่อยากตาย ก็จงคลานมาขอขมาข้าซะ ไม่เช่นนั้นข้าจะบุกไปทวงถามความยุติธรรมถึงที่เลยทีเดียว"
"ชิวอวี่ พวกเราไปกันเถอะ"
พูดจบทั้งสองก็มุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของดินแดนลับทันที หานฉางคงคิดในใจ นี่มันก็ยังเหมือนเมื่อก่อนเลยนี่นา สุดท้ายก็ต้องมาแย่งชิงกันระหว่างสำนัก แล้วก็ตายกันเป็นเบือ แต่ว่าศิษย์จากสำนักระดับสองและระดับสามพวกนี้มีจำนวนเยอะมากจริงๆ ถ้ารวมตัวกันได้ ก็ถือเป็นขุมกำลังที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย
ขณะเดียวกัน ชิวอวี่ที่บินตามหานฉางคงมา ในใจของนางก็เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ผู้ชายคนนี้มันจะโหดเหี้ยมเกินไปหน่อยไหม แค่หมัดเดียวก็สามารถบดขยี้ปราณกระบี่ของศัตรูได้ แถมยังใช้มือเปล่าซัดคนจนตายคามือ ร่างกายบอบบางอย่างนาง แค่โดนต่อยหมัดเดียวก็คงดับอนาถแล้ว
"ศิษย์พี่หาน ทำไมร่างกายของท่านถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ล่ะเจ้าคะ"
หานฉางคงตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง
"วิดพื้นสองร้อยครั้ง ซิทอัพสองร้อยครั้งทุกวันน่ะสิ หากทนความลำบากที่เหนือกว่าความลำบากได้ ก็จะกลายเป็นยอดคนได้"
ชิวอวี่ได้ยินก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ ฟังดูมีเหตุผลดีแฮะ แต่วิดพื้นนี่มันคือสุดยอดเคล็ดวิชาจากสำนักไหนกัน แล้วยังจะมีซิทอัพอีก ฟังแค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นวิชาระดับสูงแน่ๆ แถมศิษย์พี่หานยังทำตั้งวันละสองร้อยรอบ ตัวนางแค่โคจรเคล็ดวิชาเร้นนภาวันละไม่กี่รอบก็บ่นกระปอดกระแปดแล้ว
"ศิษย์พี่หาน การวิดพื้นนี่เป็นเคล็ดวิชาระดับไหนหรือเจ้าคะ"
พอถามออกไป ชิวอวี่ก็รู้ตัวว่าตัวเองทำผิดกฎเสียแล้ว เคล็ดวิชาของผู้บำเพ็ญเพียรจะไปเที่ยวถามสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากขอโทษ เสียงของหานฉางคงก็ดังขึ้นเสียก่อน
"อยากเรียนหรือ เดี๋ยวข้าสอนให้ เอาไว้เก็บหญ้าเจ็ดดาราเสร็จก่อนนะ"
"ศิษย์พี่หาน เคล็ดวิชาที่ทรงพลังขนาดนี้ จะถ่ายทอดให้คนนอกง่ายๆ ได้อย่างไรเจ้าคะ"
"วางใจเถอะ มันก็แค่เคล็ดลับในการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงเท่านั้นแหละ สิ่งสำคัญคือความมีวินัยต่างหาก"
"เช่นนั้นก็ต้องขอขอบพระคุณศิษย์พี่หานที่ช่วยชี้แนะเจ้าค่ะ"
สองชั่วยามผ่านไป เบื้องหน้าก็ปรากฏทุ่งหญ้าที่มีแสงระยิบระยับราวกับหมู่ดาว
"ศิษย์น้องชิว เจ้าดูสิ ตรงที่สว่างๆ นั่นแหละคือหญ้าเจ็ดดารา"
ชิวอวี่มองกวาดสายตาออกไป ทุ่งหญ้าแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลมาก จากนั้นนางก็ชี้ไปยังจุดแสงสองจุดที่สว่างจ้าที่สุดซึ่งอยู่ไกลออกไป
"ศิษย์พี่หาน หรือว่าตรงที่สว่างที่สุดนั่นก็คือหญ้าเจ็ดดาราที่มีคุณภาพดีที่สุดหรือเจ้าคะ"
หานฉางคงจึงเพ่งสายตามองตามไป แล้วเขาก็ถึงกับหน้าเหวอ มารดามันเถอะ นั่นมันหญ้าเจ็ดดาราทีไหนกัน นั่นมันหมาป่าเจ็ดดาราชัดๆ แต่หญ้าเจ็ดดาราก็อยู่ตรงหน้าแล้ว
"เจ้าถอยไปก่อน ข้าจะไปเด็ดมาสักต้น"
จากนั้นหานฉางคงก็พุ่งตรงไปยังหญ้าเจ็ดดาราต้นหนึ่งทันที พอหมาป่าเจ็ดดาราเห็นดังนั้น มันก็พุ่งทะยานเข้าใส่เขาทันที ประเด็นคือด้านหลังของมันยังมีฝูงหมาป่าตามมาอีกเป็นพรวน เมื่อเข้าใกล้หญ้าเจ็ดดารา หานฉางคงก็คว้าหมับเข้าให้ ก่อนจะดีดตัวถอยหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว
"มัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ วิ่งสิโว้ย"
ชิวอวี่เพิ่งจะได้สติ นางจึงรีบวิ่งกลับไปทางเดิมที่เพิ่งจากมา ทว่าในตอนนั้นเอง ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ที่อยู่ด้านหน้าก็เข้ามาดักหน้าพวกเขาทั้งสองเอาไว้
"ฮ่าๆ หานฉางคง ข้าอยากจะรู้หนักว่าแกจะหนีไปไหนพ้น"
แววตาของผู้นำกลุ่มเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ฉิบหายแล้ว ไอ้พวกนี้กะจะเอาชีวิตฉันจริงๆ สินะ แต่ฝูงหมาป่าเจ็ดดารานับไม่ถ้วนที่ตามมาข้างหลังก็ไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน ดูท่าวันนี้สำนักกระบี่สวรรค์คงต้องตายยกแก๊งเสียแล้ว หานฉางคงไม่มีเวลามาคิดอะไรมาก เขาเปิดใช้งานระบบศัตรูระดับแก่นทองคำทั้งหมดที่มีสถานะเป็นศัตรูทันที
จากนั้นก็ยัดโอสถเชื่องช้าเข้าปากไปหนึ่งกำมือ ตามด้วยอีกหนึ่งกำมือติดๆ แค่นี้ก็คงพอให้พวกแกทรมานกันได้แล้วมั้ง แล้วเขาก็พุ่งทะยานผ่านกลุ่มของสำนักกระบี่สวรรค์ไปดื้อๆ
ทว่ายังมีศิษย์อีกส่วนน้อยที่ไม่มีเจตนาฆ่าหานฉางคง พวกเขาเพียงแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น เมื่อเห็นจุดแสงจำนวนมหาศาลพุ่งตรงมาทางนี้ พวกเขาก็ถึงกับขนหัวลุกซู่
"นั่นมันตัวอะไรวะน่ะ"
"ศิษย์พี่ หนีเร็วเข้า"
"ศิษย์พี่"
แต่มีหรือที่ฝูงหมาป่าเจ็ดดาราจะปล่อยให้พวกเขาหนีรอดไปได้ พวกมันกระโจนเข้าขย้ำทันที ชั่วพริบตาเดียว ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ก็ตายไปกว่าครึ่ง เป็นเพราะมีคนที่อยากจะฆ่าหานฉางคงมากเกินไป และหานฉางคงก็เปิดระบบใช้งานกับศัตรูระดับแก่นทองคำทุกคน ฤทธิ์ยาจึงถูกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์เหล่านี้จึงถูกทำให้ขยับตัวไม่ได้ไปแค่ไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น แต่เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจนี้เอง ก็ทำให้ศิษย์หายไปกว่าครึ่งแล้ว ศิษย์ที่ยังพอขยับตัวได้ต่างก็ไม่คิดหน้าคิดหลัง พากันวิ่งหนีสุดชีวิตไปทางด้านหลัง
เวลานี้หานฉางคงและชิวอวี่ก็ค่อยๆ บินกลับไปยังเขตเหมืองแร่ เขาคิดในใจ ภารกิจทั้งหมดก็เสร็จสิ้นแล้ว ดูท่าสิบปีนี้ฉันคงได้ใช้ชีวิตดุจจักรพรรดิแน่ๆ จากนั้นทั้งสองก็มาถึงจุดค่ายกลเคลื่อนย้าย แล้วกลับเข้าไปในหุบเขาอย่างปลอดภัย
"ศิษย์พี่หาน หมาป่าเจ็ดดาราพวกนั้นร้ายกาจมากเลยหรือเจ้าคะ"
"ศิษย์น้อง หมาป่าเจ็ดดาราไม่ได้ร้ายกาจหรอก แต่มันน่าขยะแขยงต่างหาก"
ชิวอวี่ชะงักไป แค่น่าขยะแขยงแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ตายไม่ใช่หรือ ทำไมต้องกลัวขนาดนั้นด้วย
"ศิษย์พี่หาน หรือว่าเรื่องนี้จะมีอะไรแอบแฝงอยู่อีก"
"หมาป่าเจ็ดดาราพวกนี้พลังโจมตีไม่ได้สูงอะไร แต่พวกมันมีจำนวนมหาศาลมาก แถมขอเพียงมันทิ้งกลิ่นอายไว้บนตัวเจ้าได้ พวกมันก็จะสามารถเรียกสัตว์อสูรทั้งหมดในดินแดนลับมารุมตามล่าเจ้าได้ เจ้าว่ามันน่าขยะแขยงไหมล่ะ"
ชิวอวี่ลองคิดตาม มันก็น่าขยะแขยงจริงๆ นั่นแหละ พวกตนยังต้องติดอยู่ในนี้อีกตั้งเก้าปีกว่า หากต้องถูกตามล่าแบบไม่จบไม่สิ้น ต่อให้ไม่โดนฆ่าตาย ก็คงเหนื่อยตายอยู่ดี
"ตอนที่ศิษย์พี่เข้ามาที่นี่ครั้งก่อน คงจะเคยโดนพวกมันเล่นงานมาแล้วสินะเจ้าคะ"
"ข้าเคยโดนเล่นงานมาก็จริง แต่นี่แหละคือวิธีฝึกฝนพลังต่อสู้ที่ดีที่สุด"
หานฉางคงนึกถึงพลังต่อสู้และทักษะการต่อสู้ในปัจจุบันของตน นั่นล้วนเป็นผลมาจากการขัดเกลาผ่านการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วนของหานฉางคงคนก่อนทั้งนั้น ส่วนตัวเขาที่เป็นแค่วัยรุ่นยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติมา เป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะจับไก่ จะไปสู้รบตบมือกับพวกผู้บำเพ็ญเพียรที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนได้อย่างไร ต่อให้มีระบบก็เถอะ
แต่ตอนนี้พวกเขาปลอดภัยแล้ว ทว่าศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์กลับกำลังถูกสัตว์อสูรไล่กวดจนหนีหัวซุกหัวซุน จากผู้บำเพ็ญเพียรสามร้อยคน ตอนนี้เหลือไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ นี่เพิ่งจะผ่านมานิดเดียว ยังเหลือเวลาอีกตั้งเก้าปี แล้วจะเอาชีวิตรอดไปได้อย่างไร ทันใดนั้น ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ก็เห็นค่ายพักแรมอยู่ตรงหน้า ทุกคนไม่รอช้า รีบพุ่งตรงเข้าไปทันที ที่แท้ก็เป็นค่ายของสำนักเตาโอสถนี่เอง พวกเขารีบแสดงตัวตนทันที ทั้งสองสำนักมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอยู่แล้ว พวกเขาจึงเข้าไปในค่ายกลได้อย่างราบรื่น
แต่พริบตาต่อมา ศิษย์สำนักเตาโอสถก็ต้องนึกเสียใจ เมื่อมองดูฝูงสัตว์อสูรที่รายล้อมอยู่รอบนอกค่ายกลอย่างมืดฟ้ามัวดิน ทุกคนต่างก็ขนลุกซู่ ต่อให้สัตว์อสูรพวกนี้ยืนนิ่งๆ ให้พวกเขาฟัน ก็ต้องใช้เวลาฟันตั้งหลายเดือนกว่าจะหมด แล้วสัตว์อสูรพวกนี้มีหรือจะไม่ตอบโต้ แถมบางตัวยังดุร้ายเอามากๆ เสียด้วย
"สหายนักพรต พวกเจ้าไปทำอะไรมาเนี่ย"
"ใช่แล้ว สหายนักพรตสำนักกระบี่สวรรค์ พวกเจ้ากะจะลากพวกเราไปตายด้วยหรือไง"
ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์คนหนึ่งรีบเอ่ยชี้แจง
"ศิษย์พี่ทุกท่าน พวกเราเองก็มีความจำเป็นเหมือนกันนะขอรับ ทั้งหมดนี่ต้องโทษไอ้หานฉางคงนั่นที่ไปล่อสัตว์อสูรพวกนี้มา"
"หานฉางคงหรือ"
"คนที่โดดเด่นในงานชุมนุมน่ะหรือ"
"ใช่แล้วขอรับสหายนักพรต เป็นไอ้หมอนี่แหละที่ลากฝูงสัตว์อสูรมา ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ของพวกข้าต้องมาสังเวยชีวิตไปตั้งสองร้อยกว่าคนเลยนะขอรับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์สำนักเตาโอสถก็เห็นใจในชะตากรรมของสำนักกระบี่สวรรค์ขึ้นมาทันที
"สหายนักพรตทุกท่าน สัตว์อสูรพวกนี้พังค่ายกลป้องกันของพวกเราเข้ามาไม่ได้หรอก วางใจเถอะ"
"ทุกท่าน รีบปรับลมปราณพักผ่อนกันก่อนเถิด แล้วพวกเราค่อยมาคิดหาทางกันทีหลัง"
ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์รู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก ทุกคนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แล้วเริ่มนั่งสมาธิปรับลมปราณกันทันที
[จบแล้ว]