เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - เผาเถาวัลย์

บทที่ 41 - เผาเถาวัลย์

บทที่ 41 - เผาเถาวัลย์


บทที่ 41 - เผาเถาวัลย์

เมื่อแรงระเบิดสงบลง ทุกคนก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา ต่างพากันลอบชื่นชมผู้รับเหมาก่อสร้างโรงแรมหยินเหอในใจว่าใช้วัสดุแข็งแรงทนทานและมีคุณภาพยอดเยี่ยม โดนไปขนาดนี้ตึกยังไม่ถล่มลงมา

แต่ในขณะเดียวกันก็มีไฟลุกไหม้ขึ้นตามจุดต่างๆ ของตัวตึก ทว่าเพลิงยังไม่รุนแรงมากนัก จึงยังไม่เป็นอันตรายต่อกลุ่มคนที่อยู่บนดาดฟ้าในระยะเวลาอันสั้น

จังหวะนั้นเอง ติงหนานในร่างราชินีแห่งคมดาบก็ค่อยๆ โซเซหยัดกายลุกขึ้นมาจากซากปรักหักพัง ตามร่างกายของเธอยังคงมีควันร้อนพวยพุ่งออกมาเป็นสาย

ทั่วทั้งร่างของติงหนานถูกปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำละเอียด เกล็ดเหล่านั้นแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า การระเบิดครั้งใหญ่สำหรับติงหนานแล้ว ดูเหมือนจะเป็นแค่การอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนเท่านั้น เพราะบนร่างกายของเธอไม่มีร่องรอยบาดแผลเลยแม้แต่น้อย

ไม่เพียงแค่นั้น ซอมบี้ในบ่อเลือดก็ยังไม่ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ยังมีซอมบี้ว่าที่ระดับหนึ่งอีกราวๆ สองถึงสามร้อยตัวตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากกองเศษซากเนื้อ ดวงตาสีเลือดของพวกมันจ้องเขม็งมาที่ซูหยวนตาไม่กะพริบ!

ติงหนานในร่างกลายพันธุ์ไม่มีคริสตัลแกนกลางอยู่ที่กลางหน้าผาก ซูหยวนจึงไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอแข็งแกร่งระดับไหน

แต่จากการที่เธอสามารถรอดชีวิตจากการระเบิดมาได้โดยไร้รอยขีดข่วน ซูหยวนก็ตระหนักได้ทันทีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ จะต้องเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่เขาย้อนเวลากลับมาอย่างแน่นอน

แท่นบูชาเทพเจ้าวางแผนการอย่างแยบยลเพื่อหมายเอาชีวิตเขา ถึงขีดสุดขนาดยอมวางค่ายกลฟ้าตาข่ายดินล้อมกรอบไว้ในโรงแรมหยินเหอ หากไม่ได้อาศัยการจุดระเบิดก๊าซธรรมชาติ โอกาสชนะของซูหยวนในศึกนี้คงมีไม่ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ

ถึงแม้จะเป็นสถานการณ์ในตอนนี้ การต้องเผชิญหน้ากับติงหนานที่มีสัญลักษณ์ดาวหกแฉกสีทองประทับอยู่ในรูม่านตา พร้อมด้วยฝูงซอมบี้อีกหลายร้อยตัว เขาก็จำเป็นต้องทุ่มสุดตัว ถึงจะพอมีโอกาสรอดชีวิตไปได้บ้าง

และโอกาสรอดเพียงริบหรี่ที่ว่านี้ กว่าหกส่วนก็ต้องฝากความหวังไว้กับพวกเฉิงเสวี่ยและตู๋กูผังที่อยู่บนดาดฟ้า

ซูหยวนหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาจ่อใกล้ปาก แล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบา "ลุยตามแผนเดิมได้!"

สิ้นเสียงคำสั่ง เสียงประกาศผ่านโทรโข่งดังกึกก้องก็ดังแว่วมาจากบนดาดฟ้าทันที!

"สองหยวนจ้า สองหยวน! จ่ายแค่สองหยวนรับรองไม่มีขาดทุน จ่ายสองหยวนรับรองไม่มีโดนหลอก!"

"ซื้อไม่ซื้อไม่เป็นไร แวะเข้ามาชมกันก่อนได้ สินค้าทุกชิ้นในร้านราคาแค่สองหยวน จากราคาเต็มแปดหยวนสิบหยวน..."

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้อ้วนตู๋กูผังไปสรรหาลำโพงโทรโข่งมาจากไหน และยิ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้เทปเสียงขายของสุดบรรลัยนี่มันไปเอามาจากไหน แต่มันดันมาเปิดเอาถูกจังหวะเวลาพอดิบพอดี

พอเสียงประกาศดังขึ้น ฝูงซอมบี้ว่าที่ระดับหนึ่งที่กำลังพุ่งเป้าหมายมาที่ซูหยวนอย่างดุดัน ก็พลันเปลี่ยนทิศทาง วิ่งกรูกันไปตามต้นเสียงด้วยความเร็วแสง ราวกับเป็นแก๊งลุงๆ ป้าๆ ที่ได้ยินเสียงประกาศลดราคาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต

พอฝั่งตู๋กูผังเริ่มบรรเลงเพลง พวกเฉิงเสวี่ยและหลิวเสี่ยนกวงก็เริ่มขยับตัวตาม

เพียงชั่วพริบตา โรงแรมหยินเหอก็จำแลงกายกลายเป็นตลาดสด มีทั้งเสียงเปิดร้านของทุกอย่างสองหยวน เสียงเคาะกะละมังตีกะทะดัง 'ตึงตังโครมคราม' และยังมีเสียงคนเอาท่อนไม้ฟาดคอมเพรสเซอร์แอร์บนดาดฟ้าอีกต่างหาก

เรียกได้ว่าทางนู้นร้องจบทางนี้รับช่วงต่อ สลับสับเปลี่ยนกันไปมา หลอกล่อให้ฝูงซอมบี้นับร้อยตัววิ่งพล่านไปมาจนหัวหมุนราวกับลาถูกปิดตาให้เดินโม่แป้ง

ชั่วอึดใจเดียว ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าซูหยวนก็เหลือเพียงติงหนานยืนหัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่ว่าติงหนานจะแผดเสียงคำรามสั่งการอย่างไร ฝูงซอมบี้ก็ยังคงวิ่งวุ่นตามเสียงอึกทึกเหล่านั้นไปอย่างไร้ระเบียบ

ยิ่งไปกว่านั้น ทันทีที่ฝูงซอมบี้ไปรวมตัวกันอยู่ใต้ตึกฝั่งไหน ก็จะมีสิ่งของสารพัดชนิดร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ทุ่มใส่หัวพวกมันอย่างไม่ปรานี

ทุกครั้งที่มีซอมบี้ถูกทับตาย เสียงโห่ร้องกู่ก้องด้วยความสะใจก็จะดังมาจากบนดาดฟ้า!

ซูหยวนไม่ได้คาดหวังแต่แรกว่ามุกตื้นๆ แบบนี้จะดึงดูดความสนใจของติงหนานได้ เขาปลดเป้สะพายหลังออก ยกปืนไรเฟิลขึ้นมา แล้วสาดกระสุนทั้งหมดในแม็กกาซีนเข้าใส่ติงหนานอย่างไม่ยั้ง

ติงหนานเผชิญหน้ากับห่ากระสุนเก้านัดที่พุ่งเรียงร้อยเป็นเส้นตรงโดยไม่มีท่าทีจะหลบหลีกแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งรับกระสุนด้วยร่างกายเนื้อๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน!

หัวกระสุนเจาะทะลุเกล็ดสีดำละเอียดบนผิวหนังของเธอ แต่กลับสร้างความเสียหายได้เพียงสามในสิบส่วน บาดแผลที่ฉีกขาดสมานตัวกลับเป็นปกติได้ภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ

"รับมือยากแฮะ!" ซูหยวนสบถในใจ

แต่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และความกล้าหาญของเขาไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย ติงหนานถูกแท่นบูชาเทพเจ้าฟูมฟักมานานขนาดนี้ ถ้าจัดการได้ง่ายๆ สิถึงจะแปลก

ติงหนานดึงหัวกระสุนที่ฝังอยู่ในหัวไหล่ออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ใบหน้าอันแข็งทื่อของเธอกลับปรากฏรอยยิ้มเคลิบเคลิ้มซะอย่างนั้น!

จากนั้นร่างของเธอก็สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะหายวับไปจากจุดที่ยืนอยู่ พุ่งทะยานรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด เพียงก้าวเดียวก็พุ่งข้ามระยะทางหลายสิบเมตรมาได้

ความเร็วระดับนั้น ต่อให้ซูหยวนจะมีพลังระดับผู้ใช้พลังพิเศษขั้นต้นหนึ่งดาว ก็ยังมองเห็นเป็นเพียงแค่เงารางๆ เท่านั้น

แต่มีหรือที่ซูหยวนจะยอมยืนรอความตายอยู่เฉยๆ

"รับดาบ!" ซูหยวนแผดเสียงกึกก้อง ลมพายุพลันก่อตัวขึ้นกะทันหัน!

ซูหยวนรีดเร้นพลังพิเศษของตนเองจนถึงขีดสุด อัดฉีดพลังทั้งหมดลงไปในดาบตั๊กแตนตำข้าวที่กำลังตวัดฟาดฟัน

เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ในจังหวะที่ดาบตั๊กแตนตำข้าวถูกฟาดออกไป ร่างอันน่าสะพรึงกลัวของติงหนานก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

การโจมตีของซูหยวนในครั้งนี้ดูเผินๆ อาจจะดูเรียบง่าย แต่กลับแฝงไปด้วยพละกำลังทั้งหมดที่เขามี

คมดาบแหวกอากาศ พุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บของติงหนานที่ตะปบลงมาจากด้านบนอย่างจัง

นี่คือท่วงท่าการโจมตีที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสัญชาตญาณของซูหยวน จากประสบการณ์การดิ้นรนเอาชีวิตรอดในยุคสิ้นโลกมาตลอดเก้าปีในชาติก่อน ซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์นับไม่ถ้วนต่างก็เคยสังเวยชีวิตให้กับกระบวนท่านี้มาแล้ว

คมดาบตั๊กแตนตำข้าวปะทะเข้ากับกรงเล็บของติงหนานอย่างรุนแรง ดาบที่ได้รับการเสริมพลังพิเศษราวกับติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นไว้ที่สันดาบ พุ่งทะลวงทำลายกรงเล็บของติงหนานจนกระเด็นออกไป ก่อนจะสับเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของเธออย่างจัง!

ตัวดาบของดาบตั๊กแตนตำข้าวขั้นที่สองหักสะบั้นลงทันที ครึ่งท่อนหน้าปลิวละลิ่วหมุนคว้างไปไกลลิบ ก่อนจะปักลึกสะท้านลงบนพื้นดิน

ส่วนดาบอีกครึ่งท่อนที่ยังกำแน่นอยู่ในมือของซูหยวน ก็ฝังลึกเข้าไปในร่างกายของติงหนานได้เพียงแค่ไม่ถึงสองนิ้วเท่านั้น

แค่การปะทะกันเพียงดาบเดียว ซูหยวนก็สามารถประเมินสถานการณ์ในใจได้ทันที

ข้อมูลที่เขายืนยันได้ในตอนนี้คือ ติงหนานมีความเร็วในการเคลื่อนที่สูงมาก จัดอยู่ในประเภทกลายพันธุ์สายความเร็ว พลังป้องกันของร่างกายเข้าขั้นวิปริต แต่พละกำลังกลับไม่ได้มากมายเท่าใดนัก

ส่วนเรื่องพลังพิเศษ นอกจากพลังการฟื้นฟูร่างกายขั้นสุดยอดกับความสามารถในการควบคุมฝูงซอมบี้แล้ว เขาก็ยังไม่พบพลังอื่นใดอีก

ติงหนานแสยะยิ้มกว้าง เผยให้เห็นซี่ฟันแหลมคมเรียงรายสองแถวในปาก ดูคล้ายกับกำลังเยาะเย้ยการโจมตีของซูหยวนที่ทำได้แค่สร้างรอยขีดข่วนให้ผิวหนังของเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูคล้ายกับสัตว์ป่าที่แยกเขี้ยวเตรียมขย้ำเหยื่อตรงหน้าให้แหลกเป็นชิ้นๆ

"จะยิ้มหาหอกอะไรวะ!" ประกายตาของซูหยวนวาวโรจน์

ดาบตั๊กแตนตำข้าวของเขาได้มาจากตั๊กแตนตำข้าวปีศาจดอกไม้ที่วิวัฒนาการถึงขั้นที่สอง โครงสร้างภายในของดาบจะกลวง ตอนนี้ตัวดาบครึ่งท่อนที่เสียบคาอยู่บนหัวไหล่ของติงหนาน จึงทำหน้าที่ไม่ต่างอะไรกับเข็มฉีดยาที่มีรูปร่างผิดเพี้ยน

ทันทีที่ซูหยวนตั้งจิตสั่งการ ดาบตั๊กแตนตำข้าวที่กลวงโบ๋ก็ทำงานคล้ายกับปั๊มลมอัดอากาศแรงดันสูง ฉีดพ่นมวลอากาศมหาศาลเข้าไปในร่างกายของติงหนานในพริบตา!

ต่อให้เกล็ดสีดำที่ปกคลุมอยู่ภายนอกจะแข็งแกร่งปานใด แต่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังของเธอก็ยังคงเป็นเพียงเลือดเนื้อ เมื่อมวลอากาศที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดถูกฉีดอัดเข้าไป หัวไหล่ของติงหนานก็บวมเป่งผิดรูปในพริบตา ก่อนจะระเบิดตูมจากภายใน!

หัวไหล่ซีกซ้ายของติงหนานรวมถึงแขนซ้ายทั้งท่อน ถูกแรงระเบิดฉีกกระชากขาดกระเด็นไปคนละทิศคนละทางเหมือนกับดาบตั๊กแตนตำข้าวของซูหยวน เลือดสดๆ สาดกระเซ็นราวกับห่าฝน

บาดแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่เผยให้เห็นแม้กระทั่งปอดที่อยู่ภายใน!

เมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส ติงหนานก็แผดเสียงร้องโหยหวนแหลมปรี๊ดออกมาทันที ความแสบแก้วหูของเสียงนี้ มันเหมือนกับ 'เสียงกรีดร้องของแบนชี' ที่อธิบายไว้ในเกมบางเกม ซึ่งมีอานุภาพถึงขั้นฉีกกระชากวิญญาณได้เลยทีเดียว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 41 - เผาเถาวัลย์

คัดลอกลิงก์แล้ว