เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 30 เป็นแฟน ?

TXV – 30 เป็นแฟน ?

TXV – 30 เป็นแฟน ?


TXV – 30 เป็นแฟน ?

 

        “ผมพูดจริงนะ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        สือจิงชิวมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยสายตาที่ขยะแขยง “เพื่อนเซี่ย คุณเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?”      

 

        “คนแบบนี้ ? หมายความว่ายังไง ?”

 

        “คนโกหก” สือจิงชิวพูดต่อว่า “คนที่ชอบโกหก โกหกแม้กระทั่งตัวเอง”

 

        เซี่ยเหล่ยหันกลับไปมองที่เธอจากนั้นเขาก็ยิ้มแล้วไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้นมันเป็นนิสัยเดิมๆที่เธอเคยเป็นมาตอนพวกเขาอยู่ชั้นเดียวกันในสมัยมัธยมปลาย เธอยังคงมีนิสัยจองหองและชอบดูถูกคนอื่น เขาไม่รู้สึกโกรธเลยที่โดนเธอพูดจาดูถูกหรือพูดถากถางแบบนั้น เขาคิดว่าไม่คุ้มค่าเลยที่จะไปโต้เถียงกับเธอ ราวกับว่านำพิมเสนไปแลกกับเกลือซึ่งไม่คุ้มค่าเลย.....

 

        สือจิงชิวคิดว่าที่เซี่ยเหล่ยเงียบเพราะเธอพูดไปแทงใจดำเขา จากนั้นเธอยิ้มและพูดว่า “ฉันพูดถูกใช่ไหม เพื่อนเซี่ย ! ฉันจะให้เวลาคุณ 30 วินาทีสำหรับการเดินออกไปจากห้องนี้ไปและถ้าคุณยังจะดื้อด้านอยู่ที่นี่ ฉันจะเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยมาลากตัวคุณออกไป คุณคงไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดกับคุณใช่ไหม ?”

 

        “เพื่อนสือ ! ผมไม่อยากจะพูดอะไรกับไปมากกว่านี้ ผมมาที่นี่เพราะผมมีเหตุผล ถ้าผมเดินออกจากห้องไปตอนนี้ผมจะไม่ได้คุยธุระกับประธานหนิงและแน่นอนว่าคุณจะมีปัญหากับเขาอย่างแน่นอน”

 

        “ดูเหมือนว่าฉันจะต้องเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยมาลากตัวคุณออกไปสินะ สือจิงชิวหยิบโทรศัพทออกมาและกำลังจะโทรออกไปเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัย”

 

        เซี่ยเหล่ยไม่ได้พูดอะไร เขาหยิบนิตรยสารมานั่งอ่านที่โซฟาโดยไม่ได้สนใจคำพูดของเธอ

 

        ในขณะนั้นผู้ชายวัยกลางคนเดินผ่านประตูเข้ามาเขามีส่วนสูงกลางๆอาจสูงไม่ถึง 170 เซนติเมตร ใบหน้าของเขาอ้วนท้วมและมีไขมันบริเวณหน้าท้องเป็นจำนวนมากเขาดูคล้ายกับบุคคลที่ไม่มีความสามารถและไม่น่าจะทำอะไรได้...

 

        “ที่รัก เกิดอะไรขึ้น ?” ชายคนนั้นเรียกสือจิงชิวว่า “ที่รัก” ทั้นใดนั้นเธอหันหน้ามาแบบไม่ค่อยเต็มใจ

 

        คำทักทายของชายคนนั้นทำให้เซี่ยเหล่ยตกใจมาก ภาพจดหมายรักที่เขาเคยเขียนให้เธอลอยเข้ามาในหัวของเขาและคำพูดที่เธอไว้หน้าจดหมาย “ฉันชอบหวู่ชิหลง คนแบบนายจะเทียบกับเขาได้หรอ ?” ย้อนกลับมาเขาอีกครั้ง...

 

        ชายคนนี้คือ หวู่ชิหลงอย่างงั้นหรอ ?

 

        เซี่ยเหล่ยกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เขาหัวเราะออกมาดังมาก ถ้ามีใครบอกว่าชายคนนี้คือหวู่ชิหลง จะเป็นคนตาบอดพูดแน่ๆ

 

        ในขณะที่เขาเห็นเซี่ยเหล่ยหัวเราะเขาตะโกนออกมาว่า “คุณเป็นใคร ?”

 

        ก่อนที่เซี่ยเหล่ยจะตอบสือจิงชัวพูดออกมาก่อนว่า “ที่รักคะ ชื่อของเขาคือเซี่ยเหล่ย เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายของฉัน ฉันคิดว่าที่เขามาในวันนี้เขาจะมาสร้างความวุ่นวายให้กับฉัน เขาเดินเตรดเตร่อยู่ในห้องรับแขกของประธานหนิงและไม่ยอมออกไปสักที”

 

        ใบของของชายคนนั้นดุดันขึ้นและชี้ไปหน้าที่เซี่ยเหล่ยและสั่งว่า “ออกไป !”

 

        เซี่ยเหล่ยหัวเราะในขณะที่เขากล่าวว่า “พูดดีๆหน่อยสิ คุณหวู่ชิหลง !”

 

        “หวู่ชิหลง ?” ชายคนนั้นยืนนิ่งจากนั้นเขาพูดว่า “หวู่ชิหลงคือใคร ?”

 

        เซี่ยเหล่ยมองไปที่สือจิงชัวและแสร้งทำเป็นพูดว่า “คนรักของคุณคือหวู่ชิหลงไม่ใช่หรอ ? ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

 

        “ที่รัก มันเกิดอะไรขึ้นเนี๊ย ? ใครคือหวู่ชิหลง ? หวู่ชิหลงมันคือใคร !” ชายคนนั้นถามสือจิงชิวอย่างเคร่งเครียด

 

          สือจิงชิวกระทืบเท้าด้วยความโกรธ “หวู่ชิหลงเป็นนักร้องชาวไต้หวัน ! ทำไมคุณกล้าพูดกับฉันแบบนี้ !”

 

        “ผม….” จากนั้นไม่นานใบหน้าของชายคนนั้นได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเขารู้ว่าเซี่ยเหล่ยจงใจล้อเลียนเขา เขาเดินไปหาเซี่ยเหล่ยด้วยความโกรธเขากำลังเหวี่ยงกำปั้นของเขาไปที่หน้าเซี่ยเหล่ย

 

        ทันใดนั้นหนิงจิงเดินเข้ามาพร้อมกับชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นดูมีอายุและสง่างาม

 

        ทันทีที่พวกเขาเห็นหนิงจิงและชายสูงอายุคนนั้น พวกเขาก็รีบเปลี่ยนท่าทีและยกมือทำความเคารพ “สวัสดีค่ะ ประธานหนิง”

 

        สุภาพบุรุษสูงอายุคนนั้นเป็นประธานของบริษัทบูรพาอุตสาหกรรมและเขามีชื่อว่า หนิงเหยี่ยซาน สือจิงชิวและสามีของเธอทำความเคารพกับหนิงเหยี่ยซานอย่างเต็มที่แต่เซี่ยเหล่ยก้มหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

        หนิงจิงพูดว่า “ลุง นี่ไงคุณเซี่ยที่ฉันเคยบอกลุงว่าฉันจะพาเขามาพบลุง” หนิงจิงหันไปหาเซี่ยเหล่ย “คุณเซี่ย นี่คือลุงของฉันเอง เขาชื่อ หนิงเหยี่ยซาน”

 

        เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นจากโซฟาและยื่นมือออกไปทั้ง 2 ข้างเพื่อจับมือทักทายกับ หนิงเหยี่ยซาน จากนั้นเขาพูดว่า “สวัสดีครับ ท่านประธานหนิง”

 

        หนิงเหยี่ยซานยื่นมือออกมาเพียงข้างเดียวเท่านั้นเพื่อมาจับมือเซี่ยเหล่ยจากนั้นเขาพูดว่า “ไม่จำเป็นต้องยื่นมือออกมาทั้งสองข้างหรอก เราเป็นคนรุ่นใหม่กันแล้วจับมือข้างเดียวก็พอ ผมก็รู้สึกทึ่งมากหลังจากได้ยินหนิงจิงพูดถึงความสามารถของคุณ ผมดีใจมากนะที่คุณมาวันนี้ มา ! นั่งคุยกันเถอะ”

 

        “ครับ เชิญนั่งก่อยเลยครับ ประธานหนิง” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        หนิงเหยี่ยซานหัวเราะให้กับท่าทีเก้ๆกังๆของเซี่ยเหล่ย  สือจิงชิวยืนอยู่ข้างๆพวกเขาจากนั้นก็มีคำพูดดังขึ้นมาว่า “ยืนทำอะไรอยู่น่ะ ?เร็วเข้า รีบไปเสริฟชาให้คุณเซี่ยเดี๋ยวนี้”

 

        สือจิงชิวที่ยืนอึ้งอยู่หลังจากที่เธอได้ยินเสียงของหนิงเหยี่ยซานเธอก็ได้สติกลับมา จากนั้นเธอรีบไปทำตามคำสั่งของหนิงเหยี่ยซานทันที ในขณะนั้นเธอกำลังคิดในใจว่า “คนแบบ เซี่ยเหล่ยที่เป็นเด็กที่ยากจนและไม่มีความสามารถในอดีต เขาจะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเราได้ยังไง ?”

 

        หนิงเหยี่ยซานมองไปที่สามีของสือจิงชิวและพูดว่า “หลู่ฉ่วย คุณยืนทำอะไร ? ไม่มีการไม่งานที่จะต้องไปทำหรอ ?”

 

        “ผม…. ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ !” หลู่ฉ่วยตอบอย่างรวดเร็ว

 

        สือจิงชิวนำถ้วยชามาวางที่ตรงหน้าของเซี่ยเหล่ยก่อนที่เธอจะจ้องมองไปที่เขาด้วยสายตางงงวย

 

        “ขอบคุณ” เซี่ยเหล่ยพูดเบาๆ

 

        “ไม่….ไม่เปนไรค่ะ” หนิงจิงกล่าวอย่างเก้ๆกังๆ

 

        เซี่ยเหล่ยไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับไป......

 

        “เลขาสือ นำสมุดกับปากกามาจดรายละเอียดที่ผมคุยกับคุณเซี่ยวันนี้ด้วย” หนิงเหยี่ยซานกล่าว

 

        “ค่ะ ท่านประธานหนิง” สือจิงชิวหยิบสมุดบันทึกและปากกาขึ้นมา เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้ ในตอนนี้เธอต้องเก็บความรู้สึกที่อิจฉาริษยาเซี่ยเหล่ยที่มีหน้าที่การงานดีกว่าเธอและทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุดในตอนนี้

 

        สือจิงชิวไปนั่งประจำที่ของเธอจากนั้นหนิงเหยี่ยซานเริ่มพูดว่า “คุณเซี่ย ผมจะพูดอย่างตรงไปตรงมานะ”

 

        เซี่ยเหล่ยยิ้ม “ผมชอบการพูดแบบตรงไปตรงมาอยู่แล้วครับ เชิญพูดเลย”

 

        “เอาล่ะ เริ่มพูดกันเลย” หนิงเหยี่ยซานพูดต่อ “คุณคงได้ยินหนิงจิงบอกสถานการณ์ของบริษัทของเราในก่อนหน้านี้มาบ้างแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ำอีก ผมต้องการจะถามว่า ถ้าผมให้คุณดูแลสินค้าที่นำเข้ามาคุณสามารถตรวจสอบสินค้าเหล่านี้ได้มั้ย ?”

 

        เซี่ยคิดระยะหนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “ผมต้องดูข้อกำหนดในการตรวจสอบสินค้าและจำนวนของสินค้าทั้งหมดเพราะเวิกค์ช็อปของผมมีขนาดเล็กและพวกผมก็มีกันเพียงแค่ 3 คนเท่านั้นจะให้ตรวจสอบสินค้าทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน”

 

        หนิงเหยี่ยซานยิ้ม “คุณเป็นคนที่ซื่อสัตย์จริงๆผมเจอกับผู้คนหลายคนที่ทำบริษัทเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ว่าพวกเขามีพนักงานกี่คนทำงานใหญ่ไหวมั้ย.... เขาไม่เคยบอกผมเลยแต่คุณกลับบอกว่าร้านคุณเป็นร้านขนาดเล็กและในร้านมีเพียงแค่ 3 คนผมชอบในความซื่อสัตย์ของคุณนะ”

 

        เซี่ยเหล่ยยิ้มออกมาแบบมีความสุข

 

        สือจิงชิวนั่งอยู่ข้างหลังของหนิงเหยี่ยซาน พร้อมกับสมุดจดบันทึกของเธอ เธอมองเซี่ยเหล่ยด้วยรอยยิ้มอันเยาะเย้ยสามารถมองเห็นได้ชัดเลยว่าริมฝีปากของเธอกำลังหัวเราะเยาะเย้ยเขาอยู่

 

        ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบไหน เธอก็ยังมีความน่ารักและยังคงมีความรู้สึกดีๆหลงเหลืออยู่ ถึงแม้ว่าเธอจะรังเกียจเขามากแต่เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไรเธอ เขายังคิดว่าเธอยังเป็นเพื่อนคนหนึ่งเสมอ.....

 

        “คุณไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้หรอกคุณเซี่ย” หนิงเหยี่ยซานพูดต่อว่า “เราไม่เคยสั่งสินค้าจำนวนมากมายขนาดนั้น เราต้องการสินค้าที่มีคุณภาพดีในปริมาณที่พอเหมาะ เราจะนำชิ้นส่วนจากอเมริกาและยุโรปในตอนนี้ ทางบริษัทของเขามีข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้นทำให้เราไม่สามารถสั่งซื้อชิ้นส่วนที่เราต้องการได้แต่ในขณะเดียวกันการเติบโตของอุตสาหกรรมภายในประเทศเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนสนใจที่จะลงทุนกับธุรกิจนี้จำนวนมาก”

 

        หนิงจิงพูดขัดจังหวะขึ้นมา “ลุง กำลังทำธุรกิจนี้อีกแล้วหรอ ฉันได้ยินลุงพูดแบบนี้มา 3 ครั้งแล้ว”

 

        หนิงเหยี่ยซานหัวเราะเบาๆ “สาวน้อย คุณและเพื่อนของคุณทำมันล้มเหลว ไม่ใช่หรอ ? หืมมมม ?”

 

        “เหอะ ! ลุง” หนิงจิงเริ่มไม่พอใจ

 

        หนิงเหยี่ยซานหัวเราะ “เอาล่ะ เอาล่ะ ลุงยอมแพ้หลานก็ได้ ลุงจะกลับไปทำธุรกิจอีกครั้ง ในครั้งนี้จะมีคุณเซี่ยมาช่วยงานบริษัทของเรา เราจำเป็นต้องรีบตรวจสอบชิ้นส่วนด้วยความแม่นยำอย่างไรก็ตามเคุณภาพชิ้นงานที่เราต้องการสั่งเข้ามาจะต้องเป็นชิ้นงานที่มีคุณภาพดีและมีความแม่นยำที่สูง พวกเราเคยลองปรึกษากับบริษัทอื่นๆในประเทศแล้ว ทั้งๆที่พวกเขามีอุปกรณ์เพรียบพร้อมแต่ก็ไม่มีบริษัทไหนเลยที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ 100% คุณเซี่ยคุณอยากจะลองทำงานชิ้นนี้ดูมั้ย ?”

 

        “ไม่มีปัญหา ผมจะลองทำดู” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        “ดีมาก ! ผมชอบคนที่มั่นใจแบบคุณ” หนิงเหยี่ยซานกล่าวต่อว่า “เอาล่ะ บอกมาสิว่าคุณจะทำอะไรก่อนในตอนนี้ ?”

 

        “ผมต้องการดูต้นแบบของชิ้นส่วนที่คุณต้องการให้ผมตรวจสอบ ว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไร ผมจะได้ทำงานให้ออกมาดีที่สุด” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

        “เอาล่ะ ผมจะพาคุณไปยังเวิกค์ช็อปของที่นี่” หนิงเหยี่ยซานลุกขึ้นเมื่อเขากำลังจะเดินไปเขามองไปยังสือจิงชิวและพูดว่า “เลขาสือ คุณไม่ต้องตามพวกเราไป หน้าที่คุณคือไปสรุปการประชุมและไปเตรียมสิ่งที่พวกเราต้องการ”

 

        “ค่ะ ท่านประธานหนิง” สือจิงชิวก้มหน้าก้มตาเดินออกไปจากห้องทันที

 

        จากนั้น หนิงเหยี่ยซาน หนิงจิง เซี่ยเหล่ยเดินไปยังเวิกค์ช็อปของบริษัทแห่งนี้...

 

        หนิงจิงพูดเบาๆกับเซี่ยเหล่ยว่า “คุณเซี่ย เลขาสือจ้องมองคุณด้วยสายตาแปลกๆตลอดเวลาที่คุณคุยกับลุงหนิงเลย คุณรู้ตัวรึปล่าว ?”

 

        “เธอรู้จักกับคุณหรอ ?” หนิงจิงถาม

 

        “ใช่ เพวกเราเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันสมัยมัธยมปลาย”

 

        “เข้าใจล่ะ” รอยยิ้มประหลาดๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหนิงจิง “มันดูเหมือนว่าคุณ…….. ฉันคิดว่าคุณทั้ง 2 คนต้องมีอะไรปิดบังฉันแน่ๆ”

 

        เซี่ยเหล่ยยิ้ม และเขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกเขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที “พี่หนิงทำไมลุงของพี่ไม่ถามถึงความสามารถของผมเลยล่ะ ? มันเป็นงานที่สำคัญและยิ่งใหญ่มากเขาเชื่อมั่นว่าผมจะทำได้หรอ ? มันแปลกมากที่ลุงของคุณไม่ถามอะไรผมเลย.”

 

        หนิงจิงพูดเบาๆว่า “คุณอยากรู้รึปล่าวล่ะ ว่าทำไมลุงถึงไม่ถามคุณ ?”

 

        เซี่ยเหล่ยกำลังมึนงงกับคำพูดของหนิงจิง “ลุงหนิงเป็นคนใจดีและมีเมตตาเฉพาะกับฉันเท่านั้น ทุกครั้งที่ฉันเล่าเรื่องของคุณให้ลุงฟัง ลุงหนิงก็รู้สึกดีกับคุณมากเช่นกัน”

 

        หนิงจิงยิ้มแบบเก้ๆกังๆ “ในตอนแรกลุงของฉันก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้คุณมาทำงานที่สำคัญและยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ฉันจึงบอกเหตุผลไปว่าคุณเป็นแฟนฉันและหลังจากนั้นเขาก็เห็นด้วยจึงยอมให้คุณมาทำงานนี้และอยากเห็นหน้าแฟนหลานสาวของเขา”

 

        เซี่ยเหล่ยตกตะลึงจนพูดไม่ออก…..

 

        หน้าของหนิงจิงกลายเป็นสีชมพู “อีม….. ฉันโกหกลุงว่าคุณเป็นแฟนฉัน อย่ากังวลไปเลย….”

 

        “แล….แล้ว…..ผมจะพูดอะไรได้….อีกละ !”

 

        ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า ติดตามข่าวสารและเรื่องราว https://www.facebook.com/Tranxending-Vision-1843606792370694/ ขอเพียงแค่กดไลค์กดติดตาม ก็เป็นกำลังใจให้ผมแปลต่อได้แล้วคร้าบบบ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

###################################################################

 

 

 

 

จบบทที่ TXV – 30 เป็นแฟน ?

คัดลอกลิงก์แล้ว