เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  29 แค่เพื่อนร่วมชั้น...

TXV –  29 แค่เพื่อนร่วมชั้น...

TXV –  29 แค่เพื่อนร่วมชั้น...


TXV –  29 แค่เพื่อนร่วมชั้น...

 

          “อรุณสวัสดิ์ พี่เหล่ย” จูเสี่ยวหงสวมชุดทำงานสีฟ้ายืนอยู่หน้าประตูเพื่อรอต้อนรับเซี่ยเหล่ยที่กำลังเดินเข้าร้าน ใบหน้าที่เรียวสวย รูปร่างที่เพรียวบางเมื่อรวมกับชุดใหม่ที่เธอใส่แล้วมันเข้ากันเป็นอย่างมาก

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้ม “อรุณสวัสดิ์ เสี่ยวหง คุณชอบชุดนี้มั้ย ?”

 

          “ชอบค่ะ” จูเสี่ยวหงยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันรู้สึกเสียดายจนไม่กล้าใส่เลย...”

 

          “เสื้อผ้าทำงานก็ต้องใส่ตอนทำงานสิ ทำไมคุณถึงเสียดายมันล่ะ ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยเดินเข้าไปในร้านและเห็นเครื่องไม้เครื่องมือรวมถึงพื้นร้านถูกทำความสะอาดไว้หมดแล้ว เซี่ยเหล่ยรู้สึกแปลกใจเขาคิดในใจว่า “เธอคงตื่นเช้าและรีบมาทำความสะอาดร้าน ?”

 

          “เสี่ยวหง ! วันนี้ผมจะสอนคุณใช้เครื่องกลึง” เซี่ยเหล่ยกล่าวเขารู้ว่าที่เธอตื่นเช้ามาทำความสะอาดเครื่องไม้เครื่องและพื้นร้าน เพื่อที่จะมีเวลามากขึ้นไว้สำหรับเรียนรู้งานช่างที่เซี่ยเหล่ยจะสอนเธอ

 

          “ได้เลย” จูเสี่ยวหงรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากเมื่อได้ยินคำนี้ออกจากปากของเซี่ยเหล่ยและมันไปตามที่เธอคิดไว้ถ้ามีเวลาว่างมากขึ้น ‘พี่เหล่ยคงจะสอนงานช่างให้เราแน่ๆ’

 

          เซี่ยเหล่ยนำเครื่องกลึงมาวางไว้หน้าเธอและหยิบชิ้นส่วนโลหะออกมาจากนั้น เขาปล่อยให้จูเสี่ยวหงลองทำ “ในงานชิ้นแรกผมจะให้คุณลองกลึงน็อตก่อน”

 

          “ค่ะ” จูเสี่ยวหงยืนหน้าเครื่องกลึงและไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี.....

 

          เซี่ยเหล่ยยืนอยู่ข้างหลังเธอจากนั้นเขาจับมือเธอและแสดงวิธีการกลึงอย่างช้าๆให้เธอเห็น

 

          เซี่ยเหล่ยเป็นผู้สอนที่ดี ส่วนเธอก็เป็นนักเรียนที่ดีพวกเขาเรียนรู้งานกันอย่างจริงจัง หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ขยับตัวมาใกล้กันโดยไม่รู้ตัว เสี่ยวหงเอนตัวไปข้างหน้าทำให้ก้นของเธอชนตัวของเซี่ยเหล่ย เมื่อก้นของเธอไปโดนตัวเซี่ยเหล่ย เขารีบดึงสติกลับมาและรีบถอยห่างออกจากตัวเธอทันที..

 

          การสัมผัสเมื่อครู่นี้ระหว่างเขา 2 คนทำให้ใบหน้าทั้งคู่กลายเป็นสีชมพู...

 

          ในขณะนั้นหม่าเสี่ยวอันก็เดินเข้ามา มันช้าเกินไป....เขาไม่เห็นฉากอันหวานแหววระหว่างเซี่ยเหล่ยกับจูเสี่ยวหง เขาเห็นโต๊ะทำงานที่สะอาดสะอ้านจากนั้นเขารู้สึกหดหู่และพูดว่า “เสี่ยวหง ทำไมคุณถึงรีบเช็ดโต๊ะล่ะ ?”

 

          การเฝ้าดูจูเสี่ยวหงเช็ดโต๊ะเป็นเรื่องที่บันเทิงและมีความสุขสำหรับเขา ในครั้งนี้เธอเช็ดโต๊ะและทำความสะอาดเครื่องมือทุกอย่างเรียบร้อยก่อนที่เขาจะมาถึงร้าน เขาจึงไม่มีอะไรดูเพื่อความบันเทิงทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก

 

          จูเสี่ยวหหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข

 

          มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเมื่อพวกเขา 3 คนอยู่ด้วยกัน

 

          ทันใดนั้นหนิงจิงขับรถมาจอดที่หน้าร้านอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปและทันที่ที่เธอเห็นเซี่ยเหล่ยเธอกล่าวว่า “ไปกันเถอะ คุณเซี่ย”

 

          “ไปไหน ?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

          “คุณลืมสิ่งที่คุยกันไว้แล้วหรอ ? ลุงของฉันว่างในวันนี้ ฉันจะพาคุณไปเจอลุงของฉันวันนี้เพื่อพูดคุยกัน...”

 

          เซี่ยเหล่ยตบหน้าตัวเองเบาๆและหัวเราะขณะที่เขาพูด “ผมลืมไปเลย วันนี้งานยุ่งทั้งวันเลยด้วย ผมขอไปเปลี่ยนเสื้อก่อนผมอยากแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนที่จะเจอลุงของคุณ”

 

          หนิงจิงยิ้ม “ค่ะ ฉันจะรอคุณ”

 

          เซี่ยเหล่ยเช็ดหน้าเช็ดตาหลังจากนั้นเขาเดินไปข้างหลังร้านอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อป ที่ร้านแห่งนี้ไม่มีห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า เซี่ยเหล่ยเผลอเดินเข้าไปในห้องของจูเสี่ยวหงเธอในขณะที่เธอหลับอยู่ เธอแขวนชุดชั้นในสีแดง กางเกงในสีขาวและยกทรงสีม่วงไว้ที่ราวตากผ้า ทันใดนั้นเขาก็นึกภาพเมื่อตอนเช้าที่เธอใส่ชุดสีฟ้าน่ารักมันแล่นผ่านสมองของเขาอย่างรวดเร็วจากนั้นมีความคิดผุดขึ้นมา “มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าเธอเห็นเราเดินเข้ามาในห้องของเธอ...”

 

          หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยเหล่ยแต่งตัวเสร็จ เขาเดินไปที่รถของหนิงจิงจากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทาง

 

          “พี่หนิง ลุงของคุณชื่ออะไร  ?” เซี่ยเหล่ยถาม “ถ้าผมจะพูดคุยเรื่องงานกับลุงของคุณมันคงจะเป็นการเสียมารยาทหากผมไม่รู้จักชื่อเขา”

 

          “คุณเซี่ย คุณคิดไว้รึยังว่าคุณจะทำอะไร ?” หนิงจิงถาม

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มและไม่พูดอะไรอออกมา

 

          “เขาชื่อ หนิงเหยี่ยซาน ประธานบริษัทบูรพาอุตสาหกรรม”

 

          เซี่ยเหล่ยตกใจมากเมื่อได้ยินชื่อ บูรพาอุตสาหกรรม บริษัทนี้เป็นองค์กรของรัฐบาลที่มีเงินหมุนเวียนหลายพันล้านหยวน “ประธานของบริษัทองค์กรใหญ่ขนาดนี้มาเจรจาต่อรองกับช่างริมถนนเช่นนี้ ? เขาจะพูดคุยกับเราเหมือนนักธรุกิจคนอื่นไหม ? ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะให้เราไปช่วยงานที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้หรือว่าสิ่งนี้คือความช่วยเหลือจาหนิงจิงที่เธออยากตอบแทนที่เราที่ช่วยซ่อมเข็มทิศ แต่ช่างมันเถอะเราไปคุยกับเขาด้วยเรื่องธรุกิจเท่านั้น”

 

          “ขอบคุณนะ ผมรู้ว่าคุณอยากช่วยผมและผมก็ขอน้อมรับไว้” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ทำไมคุณพูดเป็นทางการจังเลย ? ลุงของฉันไม่ใช่คนใหญ่คนโตอย่างที่คุณคิดเขาเป็นคนเรียบง่ายและมีนิสัยเป็นกันเอง ตอนนี้เขาประสบปัญหาบางอย่างที่มีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้และเป็นที่แน่นอนว่าเขาอยากพบคุณมาก รู้ไหมตอนที่ฉันบอกว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เมื่อเขารู้เรื่องนี้เขารีบเคลียร์งานเพื่อวันนี้ และเขาก็อยากพบคุณมาก” หนิงจิงกล่าว

 

          “ผมจะพยายามให้ดีที่สุด” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “อย่าถ่อมตัวเลย ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนที่มีทักษะดีมากๆและฉันก็มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคุณสามารถทำงานนี้ได้อย่างแน่นอนและอีกอย่างฉันได้ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลมาและมันก็เป็นจริงในสิ่งที่คุณเคยพูด ฉันมีนิ่วในถุงน้ำดีจริงๆเป็นเรื่องที่ดีมากเลยล่ะ ! ที่ฉันไปตรวจก่อนจึงไม่ต้องทำการผ่าตัดเพราะมันเป็นระยะเริ่มต้นเท่านั้นขอบคุณสำหรับหลายๆที่คุณทำให้ฉัน”

 

          “ผมว่าพวกเราควรจะหยุดพูดแบบนี้ได้แล้วนะ เราไม่จำเป็นต้องพูดเป็นทางการก็ได้ เพราะพวกเราเป็นเพื่อนกัน” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          หนิงจิงพยักหน้า “ได้เลย เราเป็นเพื่อนกันเนอะ”

 

          ครึ่งชั่วโมงต่อมาหนิงจิงขับรถข้ามเขตของเมืองห่ายจูออกมาจนถึงริมชายทะเลมีเครนขนาดใหญ่หลายตัวตั้งอยู่และยังมีท่าเรืออู่ต่อเรืออีกมากมายที่ถูกสร้างไว้ ภาพบรรยากาศนี้ช่างยุ่งเหยิงเหลือเกิน หนิงจิงขับรถมาบนลานจอดรถระดับ VIP จากนั้นพวกเขาเดินต่อไปอีกสักครู่หนึ่งก่อนที่พวกเขาจะเห็นโรงงานขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายทะเล

 

          หลังจากนั้นพวกเขาเดินเข้าไปในบริษัทบูรพาอุตสาหกรรม หนิงจิงนำทางเซี่ยเหล่ยมาที่ห้องรับแขก “ฉันจะไปหาลุงของฉัน รอฉันอยู่ที่นี่ก่อน”

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “ได้เลย ผมจะรอคุณที่นี่”

 

          เซี่ยเหล่ยมองไปรอบๆห้องรับแขกเขาเห็นภาพวาดที่สวยงามอย่างมากภาพนั้นสื่อถึงความงดงามของภูเขาที่ชะล้างด้วยสายฝนและมันถูกวาดโดยหนิงเหยี่ยซาน บ่งบอกได้เลยว่าห้องนี้เป็นห้องสำหรับแขกพิเศษจริงๆ ไม่ใช่ห้องรับแขกสำหรับคนธรรมดาทั่วไป

 

          “ทั้งหมดนี้คงเป็นเพราะหนิงจิง เราติดหนี้เธอ เราจะตอบแทนเธอยังไงดีเนี๊ย” เซี่ยเหล่ยรู้สึกเป็นกังวล

 

          ในขณะนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาเธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์และสวยมาก เธอสวมชุดคลุมสีดำ เสื้อเชิ้ตขาวสวมคู่กับรองเท้าส้นสูงสีน้ำตาล เธอมีอายุไล่เลี่ยกับเซี่ยเหล่ย เขาหยุดมองที่หน้าเธอสักครู่หนึ่งและชะงักไป !

 

          ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยเธอเป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยปลายของเซี่ยเหล่ย เธอมีชื่อว่า สือจิงชิว

 

          สือจิงชิวเป็นเด็กผู้หญิงคนแรกที่เซี่ยเหล่ยตกหลุมรักและเขาหลงรักเธอมาเป็นเวลา 1 ปีก่อนที่เขาจะตัดสินใจเขียนจดหมายรักให้เธอ เขาไม่เคยลืมสือจิงชิวเลยเมื่อสือจิงชิวอ่านจดหมายที่เขามอบให้เธอจากนั้นเธอหยิบปากกาขึ้นมาและเขียนไว้หน้าจดหมายว่า ‘ฉันชอบ หวู่ชิหลง (เป็นดาราคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก) คนแบบนายจะเทียบกับเขาได้หรอ ? ’ เพราะฉะนั้นแล้วเซี่ยเหล่ยจึงผิดหวังจากความรักเธอและเสียใจเป็นอย่างมาก

 

          จากนั้นเธอวางจดหมายลงและคืนให้กับเเขา เธอหันไปหัวเราะแบบไม่เต็มใจกับเซี่ยเหล่ย….

 

          มันเป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่เกิดขึ้นกับเซี่ยเหล่ยและสร้างรอยแผลเป็นไว้ในหัวใจของเขาในตอนนั้นความเจ็บปวดเหล่านั้นก็ได้กลับมาหาเขาอีกครั้งกับคำพูดที่ว่า “ฉันชอบหวู่ชิหลง คนแบบนายจะเทียบกับเขาได้หรอ ?”

 

          มันเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจของเซี่ยเหล่ยเป็นอย่างมาก จนแทบทำใจไม่ได้…..

 

          เมื่อพวกเขาได้สบตากันความเงียบได้โอบล้อมพวกเขาไว้.....และทั้ง 2 คนไม่มีคำพูดใดๆออกมา จากนั้นสือจิงชิวแสร้งทำเป็นตกใจว่า “อ้าว เซี่ยเหล่ยหนิ  ! คุณมาทำอะไรที่นี่ ?”

 

          “ผม...” เซี่ยเหล่ยพยายามจะตอบคำถามเธอ แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกตลกกับความคิดตัวเอง เหตุการณ์ั้มันก็ได้เกิดขึ้นมานานแล้วทำไมเราต้องมาคิดถึงมันอีกล่ะ ?

 

          “คุณมาสมัครงานหรอ ?” สือจิงชิวถาม

 

          เซี่ยรวบรวมสมาธิก่อนที่จะตอบว่า “คุณจะคิดอย่างนั้นก็ได้ ใช่แล้ว ผมมาสมัครงาน แล้วคุณล่ะ ทำอะไรที่นี่ ?”

 

          รอยยิ้มที่น่าหลงใหลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสือจิงชิว “ฉันทำงานที่นี่ ตอนนี้ฉันเป็นเลขาของประธานหนิง”

 

          “เยี่ยมเลย ขอแสดงความยินดีกับคุณด้วย” เซี่ยเหล่ยเดินไปหาเธอและยื่นมือของเขาออกไป….

 

          สือจิงชิวไม่ได้สนใจมือที่เซี่ยเหล่ยยื่นออกมาเลย เธอหันไปดูนิตยสารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอย่างเย็นชาจากนั้นเธอกล่าวว่า “เซี่ยเหล่ย คุณไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้เพราะที่นี่คือห้องรับรองพิเศษของด็อกเตอร์หนิงและคนเข้ามาห้องนี้ได้จะต้องเป็นคนที่มีฐานะและมีตำแหน่งสูง คุณควรไปที่ฝ่ายบุคคล ถ้าคุณมาสมัครทำงานที่นี่ ออกจากประตูและเลี้ยวซ้ายจากนั้นเดินออกไป 20 เมตรคุณจะพบมัน”

 

          เซี่ยเหล่ยยืนนิ่งความรู้สึกของเขาถูกแช่แข็งไว้ เขาเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆจากนั้นเขากลับไปนั่งที่โซฟา

 

          ริมฝีปากของสือจิงชิวเริ่มบิดเล็กน้อย คิ้วของเธอเริ่มขมวด “เซี่ยเหล่ยคุณไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้คุณจะทำให้ฉันเดือดร้อนถ้าคุณทำแบบนี้”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะออกมา “ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ แกล้งทำเป็นว่ามองไม่เห็นผมก็ได้ ไม่ต้องกังวลไปหรอก ผมนั่งที่ห้องนี้มันไม่มีผลกระทบต่อการงานของคุณหรอก”

 

          สือจิงชิวเริ่มไม่พอใจ เธอจ้องมองไปที่เซี่ยเหล่ย “เฮ้...เพื่อนร่วมห้องเซี่ย คุณทำแบบนี้ทำไม ?”

 

          “ทำไปเพื่ออะไร ?”

 

          “คุณมาที่นี่ มาเพื่อสร้างความเดือดร้อนให้ฉัน ?”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะและพูดว่า “คุณคิดมากเกินไปนะ คุณลองคิดดูดีๆผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณทำงานที่นี่แล้วผมจะมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาให้คุณได้อย่างไรล่ะ ?”

 

          สือจิงชิวไม่เชื่อเรื่องที่เซี่ยเหล่ยพูด “ฉันรู้ว่าคุณโกรธแค้นฉันกับสิ่งที่เกิดขึ้นฉันยอมรับว่าฉันเป็นคนผิดแต่ในตอนนั้นเรายังเด็กอยู่แถมยังไม่ได้บรรลุนิติภาวะ ฉันปฏิเสธคุณเพราะว่าคุณไม่คู่ควรกับฉันจริงๆ หลังจากนั้นฉันก็ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยจินตู่และหลังจากนั้นฉันก็ไม่เจอคุณอีกเลย….”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่เคยลืมเรื่องนี้เลยมันอยู่ในใจเขาตลอดเวลาแต่เมื่อเธอนำมันมาพูดอีกครั้งทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ

 

           สือจิงชิวพูดต่อว่า “เอาล่ะไปที่ฝ่ายบุคคลได้แล้ว ถ้าคุณหามันไม่เจอฉันจะพาคุณไปที่นั่น คุณไม่สามารถอยู่ในห้องได้อีกต่อไปถ้าคุณมีโชคพอ คุณอาจจะได้ทำงานที่นี่และฉันจะหาตำแหน่งที่สะดวกสบายให้คุณในฐานะเพื่อนร่วมชั้นเรียนฉันจะดูแลคุณอย่างแน่นอน”

 

          “ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะ” เซี่ยเหล่ยกล่าว “แต่ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อสมัครงาน ผมมาที่นี่เพราะประธานหนิงต้องการเจอผม...”

 

          สือจิงชิวตกตะลึงกับคำพูดของเซี่ยเหล่ยแล้วชี้ไปที่เซี่ยเหล่ยและพูดว่า “คุณ ? อย่างคุณเนี่ยนะ จะมาเจอกับประธานหนิง ? นี่คุณกำลังฝันอยู่รึปล่าว….. ?”

 

          ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า ติดตามข่าวสารและเรื่องราว https://www.facebook.com/Tranxending-Vision-1843606792370694/ ขอเพียงแค่กดไลค์กดติดตาม ก็เป็นกำลังใจให้ผมแปลต่อได้แล้วคร้าบบบ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

 

###################################################################

 

         

 

จบบทที่ TXV –  29 แค่เพื่อนร่วมชั้น...

คัดลอกลิงก์แล้ว