เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - มีเส้นสายเบื้องหลัง มันก็ดีอย่างนี้นี่เอง

บทที่ 45 - มีเส้นสายเบื้องหลัง มันก็ดีอย่างนี้นี่เอง

บทที่ 45 - มีเส้นสายเบื้องหลัง มันก็ดีอย่างนี้นี่เอง


บทที่ 45 - มีเส้นสายเบื้องหลัง มันก็ดีอย่างนี้นี่เอง

"อย่าให้ข้าเจอหน้าไอ้เด็กนั่นก็แล้วกัน มิฉะนั้น ข้าสับมันเป็นหมื่นๆ ชิ้นแน่"

ราวกับสวรรค์ทรงโปรด การเข้าสู่แดนลี้ลับเป็นการสุ่มสถานที่ ยามออกมาก็ย่อมต้องเป็นการสุ่มสถานที่เช่นเดียวกัน

โจวหยวนและโม่อวิ๋นออกมาด้านนอก ทว่ากลับไม่พบเจอกับหญิงชราผู้นั้น

แต่ถึงกระนั้น ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ เชื่อว่านางก็คงไม่อาจทำอันตรายโจวหยวนได้อยู่ดี

อย่างไรเสีย ในมือของเขาก็มีหอคอยกระบี่อยู่ น้อยคนนักที่จะสามารถสร้างบาดแผลให้เขาได้

"โอ้โห นึกไม่ถึงเลยว่า ข้าจะหน้าตาดีถึงเพียงนี้"

โจวหยวนมองลอดผ่านหมวกเห็ดไปยังใบประกาศจับที่ติดอยู่บนกำแพงเมือง พลางส่ายหน้าเบาๆ

ช่างไร้ซึ่งคุณธรรมน้ำมิตรเสียจริง การเข้าไปในแดนลี้ลับ แต่เดิมก็เป็นเรื่องของความเป็นความตายที่ต้องรับผิดชอบตัวเองอยู่แล้ว

แล้วเหตุใดถึงต้องมาตามล้างตามเช็ดกันในภายหลังด้วยเล่า

ดูจากสถานการณ์แล้ว ราชวงศ์แห่งนี้คงจะไม่ใช่ราชวงศ์ที่ดีเลิศประเสริฐศรีสักเท่าใดนัก

"หน้าตาดีหรือ นายน้อย ข้าก็อยากหน้าตาดีบ้าง"

โม่อวิ๋นที่ยืนอยู่ด้านข้างเอียงคอ เมื่อเห็นโจวหยวนกล่าวเช่นนั้น นางก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

โจวหยวน

"เรื่องนี้ ช่างมันเถอะน่า"

โจวหยวนกระแอมไอเบาๆ เรื่องพรรค์นี้มันไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจสักเท่าใดหรอกนะ

หลังจากพักผ่อนได้สักครู่ พวกเขาก็เร่งรุดเดินทางไปยังทะเลลวงตาต่อ

เป้าหมายของการเดินทางในครั้งนี้ได้บรรลุผลแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องรั้งอยู่ที่นี่ให้เสียเวลาอีก

รอจนกว่าจะสามารถตระหนักรู้เจตจำนงกระบี่โบราณเล่มที่สองได้ เมื่อถึงเวลานั้น เขาก็สามารถลงมือเดินทางไปยังอาณาเขตของเสิ่นอวี้ได้แล้ว

หากสามารถรวบรวมเศษเสี้ยวแก่นแท้แห่งดวงดาวจนครบ และดึงพลังต้นกำเนิดของโลกใบเล็กมาใช้ได้ เขาก็จะมีต้นทุนในการต่อรองเพิ่มขึ้น

"จิ๊ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะจัดการได้ไม่ง่ายเสียแล้ว"

เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณทะเลลวงตา พวกเขาก็พบว่ามีคนของราชวงศ์กำลังทำการตรวจตราอยู่

โจวหยวนขมวดคิ้วแน่น

หากไม่ใช่เพราะจำเป็นต้องโดยสารเรือลำนี้ โจวหยวนย่อมไม่รู้สึกหนักใจถึงเพียงนี้เป็นแน่

ทว่าเรือลำนี้ เป็นพาหนะที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการเดินทางกลับ

อาจารย์ของเซวียเทียนหมิงก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ นางจึงเดินทางมาที่นี่เช่นเดียวกัน

หรือว่าจะต้องบุกฝ่าวงล้อมเข้าไปงั้นหรือ

โจวหยวนลอบวางแผนในใจ เขาไม่รู้เลยว่าเรือเหล่านั้นแท้จริงแล้วอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใด

หากขึ้นเรือไปแล้วถูกไล่ตะเพิดลงมา มันคงจะดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

"เป็นนางหรือ"

รูม่านตาของโจวหยวนหดเกร็ง ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า เมื่อเงาร่างอันงดงามสดใสปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

นึกไม่ถึงเลยว่า เจียงชิงเหยียนจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้

นี่มันเข้าทำนอง พยายามแทบตายกลับหาไม่พบ พอถึงคราวจะเจอก็ไม่ต้องออกแรงเลยไม่ใช่หรือ

เขาจูงมือโม่อวิ๋นเดินเข้าไปขวางทางเจียงชิงเหยียน พร้อมกับประสานมือคารวะ

"สหายเต๋าเจียง ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะ"

เจียงชิงเหยียนจ้องมองคนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า ดวงตางดงามฉายแววปีติยินดี เมื่อกวาดสายตามองไปทางกลุ่มเจ้าหน้าที่ตรวจตรา

สตรีผู้เฉลียวฉลาดปราดเปรื่องอย่างนาง ก็เข้าใจความนัยของโจวหยวนในทันที

"สหายเต๋าเดินตามหลังข้ามาก็พอแล้ว"

น้ำเสียงแผ่วเบาดังขึ้น ทว่ากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความหนักแน่นและทรงพลังยิ่งนัก

"หยุดอยู่ตรงนั้นนะ"

เจ้าหน้าที่ของราชวงศ์ก้าวเข้ามาขวางทางของพวกเขาทั้งสามคน

"โอ้ พวกเราก็ต้องถูกตรวจค้นด้วยอย่างนั้นหรือ"

สีหน้าของเจียงชิงเหยียนเย็นชาลง นางจ้องมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ตรวจตราด้วยแววตาดูแคลน

"ท่านปรมาจารย์ยันต์วิญญาณระดับสี่ผู้ทรงเกียรติ ตัวท่านย่อมไม่จำเป็นต้องถูกตรวจค้น แต่พวกเขาทั้งสองคนนั้น"

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจตรามองเห็นตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของเจียงชิงเหยียน รูม่านตาของเขาก็หดเกร็ง ก่อนจะรีบเอ่ยตอบด้วยความลุกลี้ลุกลน

พวกเขาไม่ได้มีเจตนาจะหาเรื่องเจียงชิงเหยียน แต่เป้าหมายคือคนสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังนางต่างหาก

อย่างไรเสีย คนดีๆ ที่ไหนจะมาสวมเสื้อผ้ามิดชิดปกปิดใบหน้าในเวลากลางวันแสกๆ เช่นนี้

การขอตรวจค้นดูสักหน่อย มันไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำหรอกหรือ

ท้ายที่สุดแล้ว คนสองคนที่อยู่ด้านหลังก็ไม่มีฐานะใดๆ เป็นเพียงลูกพลับนิ่มที่ง่ายต่อการบีบคั้น

"เจ้าคิดว่า ข้าจะยอมรับคนที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่เลวทรามปานนั้นมาเป็นผู้ติดตามอย่างนั้นหรือ"

สีหน้าของเจียงชิงเหยียนยิ่งดูไม่ได้ นางแผดเสียงตวาดกร้าว

โจวหยวนที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับมุมปากกระตุก เดี๋ยวนะ จะพูดก็พูดไปสิ ทำไมต้องมาด่าทอกันด้วย มันออกจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่เลยนะ

อะไรที่เรียกว่าชื่อเสียงฉาวโฉ่เลวทราม

เจ้าหน้าที่ราชวงศ์ทั้งสองคนไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ทว่าพวกเขาก็ยังคงไม่ยอมเปิดทางให้

หญิงชราที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านข้าง หรี่ตาลงจนเป็นเส้นตรง

นางกำหมัดแน่น เป็นมัน เป็นมันแน่ๆ

นางจดจำได้แล้วว่า ชายที่สวมหมวกเห็ดปกปิดใบหน้าผู้นั้น ก็คือคนที่นางต้องการจะลงมือสังหาร

เพียงแต่ ตอนนี้นางกลับขยับเขยื้อนไม่ได้เลย

ถูกต้องแล้ว ปรมาจารย์ยันต์วิญญาณผู้นี้ ต้องอยู่ในระดับห้า หรืออาจจะสูงกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ

ถึงได้สามารถทำให้นางตกหลุมพรางได้โดยไม่ทันรู้ตัวเช่นนี้

แม้ใจอยากจะแก้แค้น แต่กลับไร้ซึ่งโอกาส ภายในใจของนางจึงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว

ไอ้หนุ่มเลือดร้อนสองคนยังคิดจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง

ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าก็รีบรุดหน้าเข้ามา

เขาง้างมือตบหน้าลูกน้องทั้งสองคนไปคนละฉาดใหญ่

"ท่านปรมาจารย์ยันต์วิญญาณผู้ทรงเกียรติ ข้าได้สั่งสอนพวกมันแทนท่านแล้ว หวังว่าท่านผู้ใหญ่จะไม่ถือสาหาความผู้น้อยเลยนะขอรับ"

ขณะที่หัวหน้าเอ่ยประโยคเหล่านี้ ร่างกายของเขาก็สั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว

บัดซบเอ๊ย เผลอแป๊บเดียว ไอ้สองตัวนี้กลับไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนผิดคนเข้าเสียแล้ว

หากเรื่องนี้ถูกสืบสาวราวเรื่องขึ้นมา อย่าว่าแต่ประหารเก้าชั่วโคตรเลย ต่อให้สิบชั่วโคตรก็ยังไม่พอให้สับคอด้วยซ้ำ

ปรมาจารย์ยันต์วิญญาณระดับสี่ที่อายุน้อยถึงเพียงนี้ เกรงว่าคงจะมีเพียงคนเดียวในตำนานผู้นั้นแล้ว

พวกมันยังกล้าหน้าด้านไปขอตรวจค้นอีก ช่างไม่เจียมตัวรนหาที่ตายจริงๆ

จะพูดให้ถูกก็คือ กษัตริย์แห่งราชวงศ์ยอมสูญเสียพระโอรสไปสักสองสามพระองค์ ดีกว่าต้องมาล่วงเกินนาง

เพียงเพราะว่า ภูมิหลังของนาง ช่างยิ่งใหญ่คับฟ้าเกินกว่าจะต่อกรได้

"ไสหัวไป"

เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียงชิงเหยียนก็ไม่มีอารมณ์จะมาต่อความยาวสาวความยืดกับพวกมันอีก

นางเพียงแค่เปล่งคำพูดสั้นๆ ออกมาคำเดียว

หัวหน้าดีใจจนเนื้อเต้น เขารีบทำตามคำสั่งในทันที

เขาลงไปนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น แล้วกลิ้งหลบฉากออกไปด้านข้างจริงๆ

เจ้าหน้าที่ตรวจตราอีกสองคนที่เหลือเห็นภาพนี้ ก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาได้ในทันที

พวกเขารีบพยายามไถ่โทษในสิ่งที่เพิ่งทำผิดพลาดไปเมื่อครู่

อะไรกัน พวกเขาเพิ่งจะมารับหน้าที่ใหม่ ก็ต้องมาเจอเรื่องปวดหัวพรรค์นี้เสียแล้ว ช่างน่าหงุดหงิดจริงๆ

โชคดีที่อีกฝ่ายไม่เอาเรื่องเอาราวพวกเขา

เพียงแต่ ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ หัวหน้าจะมาหาเรื่องคิดบัญชีกับพวกเขาหรือไม่

โจวหยวนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง

มีเส้นสายเบื้องหลัง มันก็ดีอย่างนี้นี่เอง

ช่วยตัดทอนปัญหาไปได้ตั้งมากมาย

เจียงชิงเหยียนพาพวกของโจวหยวนเดินตรงดิ่งไปยังเรือลำใหญ่ที่ดูโอ่อ่าอลังการ

ไม่ต้องใช้ตั๋วโดยสาร

ที่สำคัญคือ อีกฝ่ายยังให้ความเคารพนบนอบอย่างถึงที่สุด

ไม่นานนัก เรือก็แล่นออกจากฝั่ง

โจวหยวนถอดหมวกเห็ดออก เขาประสานมือคารวะเจียงชิงเหยียนและเอ่ยขอบคุณ

"ครั้งนี้ ต้องขอบคุณสหายเต๋าเจียงจริงๆ"

"เหอะ แค่พูดขอบคุณด้วยลมปากอย่างนั้นหรือ"

บริเวณด้านข้าง รอยแยกมิติปรากฏขึ้น พร้อมกับเงาร่างของหานซั่ว ปรมาจารย์ยันต์วิญญาณระดับหก

เพียงแต่ ใบหน้าของเขาดูมืดครึ้มลงกว่าเดิม สีหน้าของเขาแฝงไปด้วยความคับข้องใจอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะยามที่สายตาของเขาตวัดไปมองโม่อวิ๋น

ภายในใจก็อดไม่ได้ที่จะสบถด่าทอ ไอ้เด็กนี่ มันเปลี่ยนสตรีข้างกายอีกแล้วหรือไง

"ไม่รู้จริงๆ ว่าบนตัวเจ้ามีดีอะไร ถึงได้ทำให้ศิษย์ของข้ารีบรุดมารอเจ้าอยู่ที่นี่ทันทีที่จบงานประลองปรมาจารย์ยันต์วิญญาณ"

เมื่อเห็นโจวหยวนนิ่งเงียบ หานซั่วก็กล่าวเสริมต่อ

คำพูดของเขาไม่ใช่เรื่องโกหก เจียงชิงเหยียนคว้ารางวัลชนะเลิศในงานประลองปรมาจารย์ยันต์วิญญาณมาได้อย่างไร้ข้อกังขา

เพียงแต่ นางกลับดูไม่ได้ตื่นเต้นดีใจสักเท่าใดนัก

หนำซ้ำนางยังเอ่ยปากขอร้องหานซั่วเรื่องหนึ่ง

ในเวลานั้น หานซั่วกำลังอารมณ์ดี เขาจึงตกปากรับคำไปโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน

อย่าว่าแต่เรื่องเดียวเลย ต่อให้เป็นสิบเรื่อง ร้อยเรื่อง หากเขาทำได้ มีหรือจะปฏิเสธ

ทว่าเมื่อเจียงชิงเหยียนบอกว่าอยากจะเดินทางมาแดนเพลิงผลาญเพื่อตามหาโจวหยวน หานซั่วก็ถึงกับขมวดคิ้วแน่นในทันที

"ท่านอาจารย์ ข้าก็แค่รู้สึกเหนื่อยล้า อยากจะไปสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตของแดนเพลิงผลาญดูบ้างก็เท่านั้น"

เมื่อเผชิญกับคำแก้ตัวที่ดูลุกลี้ลุกลนของเจียงชิงเหยียน ใบหน้าของหานซั่วก็ยิ่งมืดครึ้มลงกว่าเดิม

ท้ายที่สุดเขาก็ต้องจำยอม ทว่าเขาก็ยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติมข้อหนึ่ง นั่นก็คือ เขาจะต้องตามมาด้วย

มิฉะนั้น ก็ไม่แน่ว่าไอ้เด็กนี่จะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก

โจวหยวนสัมผัสได้ถึงรังสีความมุ่งร้ายที่แผ่ซ่านออกมา เขาจึงได้แต่หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ

เมื่อได้ยินว่าเจียงชิงเหยียนมารอเขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่หลายวันก่อน ภายในใจของเขาก็รู้สึกสั่นไหว

ที่แท้ การได้พบเจอกับนางก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

อีกฝ่ายอุตส่าห์มาเตร็ดเตร่ป้วนเปี้ยนอยู่ที่นี่ทุกวี่ทุกวัน ย่อมต้องได้พบกันเป็นธรรมดา

"ท่านอาจารย์"

เจียงชิงเหยียนขบฟันกรอด นางแผดเสียงตวาดใส่หานซั่ว

แม้สีหน้าจะดูราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่าใบหูของนางกลับแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

โจวหยวนหยิบขวดบรรจุหยาดน้ำนมวิญญาณพันปีออกมาจากถุงมิติหลายขวด ก่อนจะยื่นส่งให้เจียงชิงเหยียน

"ผู้อาวุโสกล่าวถูกต้องแล้ว ข้าไม่สมควรกล่าวขอบคุณเพียงแค่ลมปากจริงๆ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 45 - มีเส้นสายเบื้องหลัง มันก็ดีอย่างนี้นี่เอง

คัดลอกลิงก์แล้ว