- หน้าแรก
- เทพกระบี่โลหิตผ่าสวรรค์
- บทที่ 34 - สังหาร
บทที่ 34 - สังหาร
บทที่ 34 - สังหาร
บทที่ 34 - สังหาร
"ไม่"
เจ็บปวด ช่างเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งลั่วอวิ๋นซีจะจากเขาไป
สตรีผู้เย่อหยิ่งทระนง เอาใจใส่ และชอบแย้มรอยยิ้มผู้นั้น ได้เลือนหายไปต่อหน้าต่อตาเขาแล้ว
เพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาป่านนี้ ทำไมมันถึงได้เจ็บปวดหัวใจถึงเพียงนี้
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้หนู เจ้ารู้สึกแย่มากสินะ พอเห็นเจ้าเศร้าโศกถึงเพียงนี้ ข้าล่ะสะใจจริงๆ"
"อ้อ จริงสิ นางยอมตายก็เพื่อช่วยชีวิตเจ้านี่นา ในเมื่อเจ้าเสียใจมากขนาดนี้ สู้ตามลงไปหานางในปรโลกไม่ดีกว่าหรือ"
เซวียเทียนหมิงเห็นภาพเบื้องหน้าก็แค่นเสียงหัวเราะหยัน
ปากก็พร่ำบอกว่ารักเขานักหนา แสดงท่าทีเศร้าโศกเสียใจปานจะขาดใจ
เช่นนั้นก็ลงไปหานางในปรโลกเสียสิ
หรือจะให้ข้าช่วยส่งสงเคราะห์ให้ก็ได้นะ
จอมปลอม ช่างเสแสร้งจอมปลอมสิ้นดี
โจวหยวนสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เขาตวัดกระบี่ในมือแล้วหมุนตัวหันไปมองเซวียเทียนหมิง ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้าไปหาทีละก้าว
"ข้าย่อมต้องให้คำตอบแก่นางแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้"
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นบนตัวกระบี่ มันร้อนแรงและทรงพลังกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่เท่าตัว
ข้าจะต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อไปกวาดล้างนิกายโลหิต ตามหาท่านพ่อให้พบ หากอยู่ต้องเห็นตัว หากตายก็ต้องเห็นศพ
และจัดการดูแลน้องสาวให้เรียบร้อย ถึงเวลานั้น ข้าอาจจะสามารถให้คำตอบแก่นางได้แล้ว
"ตายซะ"
โจวหยวนตวัดกระบี่ออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก รังสีอัคคีสว่างวาบพุ่งทะยานเข้าฟาดฟันเซวียเทียนหมิง
"ไม่ ข้าจะตายไม่ได้"
ดวงตาของเซวียเทียนหมิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกปนบ้าคลั่ง เมื่อเห็นการโจมตีที่ยากจะต้านทานพุ่งเข้ามาหา
ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่งถึงขีดสุด
หากเขาตายไป แล้วน้องสาวของเขาจะทำอย่างไร
โจวหยวนมีความยึดมั่นของตัวเอง เขาก็มีความยึดมั่นที่จะมีชีวิตรอดต่อไปเช่นกัน
"ฟู่"
"ตุบ"
เซวียเทียนหมิงทรุดเข่าลงกับพื้น ร่างกายของเขามีควันร้อนลอยกรุ่นขึ้นมา
ราวกับถูกย่างจนสุกก็ไม่ปาน
บัดซบ ทำไมมันถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ต่อให้เขาจะฝึกปรือเจตจำนงกระบี่อัคคีมาเหมือนกัน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบวนท่านี้ของโจวหยวน เขากลับไม่อาจต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย
"ปล่อย ปล่อยข้าไปเถอะ"
เซวียเทียนหมิงหวาดกลัวแล้ว เขาหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ
เมื่อได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของโจวหยวนที่อยู่เบื้องหน้า เขาอยากจะวิ่งหนี แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไร้เรี่ยวแรง
"ฉึก"
โจวหยวนแทงกระบี่ทะลุกลางอกของอีกฝ่ายโดยปราศจากความลังเลใดๆ
"ปล่อยเจ้าไปงั้นหรือ แล้วใครปล่อยพวกเราไปบ้างเล่า"
โจวหยวนดึงกระบี่ออก น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
ความเมตตาต่อศัตรู ก็คือความโหดร้ายต่อตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวใด หากมองจากมุมมองที่ต่างกัน ย่อมมีด้านที่ผิดพลาดเสมอ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ทำตามที่ใจปรารถนาเถิด
"ร่างกายของนางเป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น มีความคิดอ่านเป็นอิสระของตัวเอง หากตกตายไป จิตวิญญาณก็จะหวนคืนสู่ร่างต้น"
เสียงของเยี่ยชิงเซียนดังก้องขึ้นในหัวของโจวหยวน
"ท่าน หมายความว่า ศิษย์พี่หญิงยังมีโอกาสฟื้นคืนชีพอย่างนั้นหรือ"
หัวใจของโจวหยวนกระตุกวูบ ความหวังจุดประกายขึ้นมาในใจทันที
"ก็ไม่แน่ ต้องดูว่าร่างต้นของนางยินยอมให้นางมีตัวตนอยู่ต่อไปหรือไม่"
คำพูดของเยี่ยชิงเซียนราวกับน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงบนหัวของโจวหยวน ทำให้เขาสงบสติอารมณ์ลงได้มาก นางเอ่ยเสริมต่อว่า
"ไม่ว่าอย่างไร การเร่งยกระดับความแข็งแกร่งของเจ้าให้เร็วที่สุดก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว"
ใช่แล้ว ต่อให้ถึงเวลานั้นเขาจะตามหาร่างต้นของลั่วอวิ๋นซีพบจริงๆ
หากไร้ซึ่งพลังฝีมือ เขาก็ไม่อาจพานางกลับมาได้อยู่ดี
"ศิษย์พี่หญิง ท่านวางใจเถอะ ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านต้องรอนาน"
โจวหยวนรับถุงมิติของลั่วอวิ๋นซีมาจากมือของโม่อวิ๋น
เขาหยิบท่อนเหล็กสีดำออกมาจากด้านใน
หากต้องการฝึกปรือให้รวดเร็ว ทรัพยากรย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ผู้มาเยือนล้วนเป็นแขก เชื่อว่าพวกเขาทุกคนคงยินดีที่จะอุทิศพลังงานเล็กๆ น้อยๆ ให้กับข้ากระมัง
หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี และหนึ่งสัตว์อสูร ได้สร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้นในแดนลี้ลับเพลิงผลาญ
โดยหารู้ไม่ว่า หลังจากที่พวกเขาจากไปเนิ่นนาน รอยเลือดบนพื้นของเซวียเทียนหมิงกลับค่อยๆ รวมตัวกันขึ้นมาใหม่
"แฮ่ก แฮ่ก"
เซวียเทียนหมิงยกมือขึ้นกุมหน้าอก สีหน้าของเขาอึมครึมและชั่วร้ายสุดขีด
"คิดไม่ถึงเลยล่ะสิ บิดาผู้นี้ร่ำเรียนเคล็ดวิชาลับของนิกายโลหิตมาได้ผิวเผินบ้างหรอกนะ"
"ไอ้เด็กนี่มันร้ายกาจจริงๆ ข้าต้องรีบขัดเกลาเจตจำนงกระบี่อัคคีให้รุดหน้าโดยเร็วที่สุดแล้ว"
เซวียเทียนหมิงหยิบถุงมิติออกมาจากในถ้ำ หมายจะหยิบยารักษาอาการบาดเจ็บมากิน
หากคราวหน้าบังเอิญเจอโจวหยวนอีก เขาจะหลบให้ไกลสุดหล้าเลยทีเดียว
คนของนิกายโลหิตมีตั้งมากมาย เจ้านั่นคงไม่เจาะจงมาไล่ฟันเขาแค่คนเดียวหรอกมั้ง
หากมันสามารถสังหารผู้ท้าชิงตำแหน่งคนอื่นๆ ไปได้ ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องตกเป็นของเขาไม่ใช่หรือ
เอ๊ะ ลองเปลี่ยนมุมมองดู หนทางเบื้องหน้าก็สว่างไสวขึ้นมาทันที
หากเขาสามารถยั่วยุให้โจวหยวนบาดหมางกับผู้ท้าชิงคนอื่นๆ ของนิกายโลหิตได้ ตัวเขาก็จะกลายเป็นตาอยู่รอฉวยผลประโยชน์ได้สบายๆ เลยไม่ใช่หรือ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อันที่จริงโจวหยวนก็ใช่ว่าจะให้อภัยไม่ได้เสียทีเดียว
"อ๊าก"
เซวียเทียนหมิงแผดเสียงร้องลั่น มือขวาที่กำลังกำเม็ดยาอยู่ร่วงหล่นลงบนพื้น
"เป็นเจ้านี่เอง สตรีที่อยู่ข้างกายพี่เฉิน จะว่าไปแล้วพวกเราก็น่าจะเป็นพันธมิตรกันไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงลงมือกับข้า"
เซวียเทียนหมิงช้อนตาขึ้นมอง ก็พบกับหลี่อวี้ฉีในชุดกระโปรงสีดำที่มีใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง
เป็นนางนี่เองที่ฟันแขนข้างหนึ่งของเขาขาดสะบั้น
แววตาของเซวียเทียนหมิงฉายแววฉงนสงสัย เจ้าอยู่ข้างกายเฉินเป่ยเทียน ก็สมควรจะเป็นพวกเดียวกันไม่ใช่หรือไง
ทำไมถึงปฏิบัติกับข้าเช่นนี้
ลางสังหรณ์เลวร้ายเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
เขาพยายามจะถ่วงเวลาหลี่อวี้ฉีเอาไว้ ขณะที่มือซ้ายแอบลอบหยิบยารักษาออกมาอีกเม็ด
ต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ได้เสียก่อน ถึงจะมีโอกาสหลบหนีไปจากสตรีผู้นี้ได้
มิฉะนั้นก็เป็นเพียงการดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์
"ฉัวะ"
ประกายเย็นเยียบสว่างวาบ แขนซ้ายของเซวียเทียนหมิงถูกฟันขาดกระเด็นอย่างหมดจด
"ทำไมกัน เฉินเป่ยเทียนสั่งให้เจ้ามาสังหารข้าอย่างนั้นหรือ"
แววตาของเซวียเทียนหมิงเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม เขาอุตส่าห์หลอกโจวหยวนได้สำเร็จแล้วแท้ๆ
กำลังจะรอดชีวิตอยู่รอมร่อ จู่ๆ กลับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญโผล่มาเสียได้
เคล็ดวิชาลับเช่นนี้ ภายในหนึ่งเดือนสามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
หากต้องตายในตอนนี้ ก็คือการตายอย่างแท้จริงแล้ว
ไม่ยินยอมเลยจริงๆ
ไม่ยินยอมเลยสักนิด ข้ากำลังจะรอดตายอยู่แล้วเชียวนะ
"เขาหรือ เขาตายไปตั้งนานแล้ว ตายด้วยน้ำมือของบุรุษที่พวกเจ้าตกลงกันว่าจะจัดการนั่นแหละ"
หลี่อวี้ฉีหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบเลือดบนตัวกระบี่ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะหยันและเอ่ยตอบ
"พะ พี่เฉินตายแล้วหรือ แล้วเจ้า"
ดวงตาของเซวียเทียนหมิงเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ก่อนจะแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด
"เขาตายไปแล้ว เจ้าไม่ไปตามล่าโจวหยวนที่ฆ่าเขาเพื่อแก้แค้น แล้วมาหาข้าทำไมกัน"
เซวียเทียนหมิงชาไปทั้งตัว พวกเราสองคนไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกันเสียหน่อย แล้วเจ้ามาตามรังควานข้าทำไมกัน
"เขาชื่อโจวหยวนอย่างนั้นหรือ โจวหยวนต้องการสังหารเจ้า ข้าย่อมต้องสังหารเจ้าด้วย บางที โจวหยวนอาจจะรู้สึกดีกับข้าขึ้นมาบ้างก็ได้"
หลี่อวี้ฉียืดตัวตรง แววตาของนางทอประกายแห่งความหวัง
หลังจากถูกสับสันมือจนสลบไป นางก็ฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นพวกโจวหยวนเดินทางมาที่นี่ นางก็ลอบสะกดรอยตามมาเงียบๆ
ไม่นึกเลยว่าจะได้ส้มหล่นก้อนโตเช่นนี้
เดิมทียังไม่รู้ว่าจะหาทางเข้าใกล้โจวหยวนได้อย่างไร แต่ตอนนี้นี่แหละ โอกาสทองมาถึงแล้วไม่ใช่หรือ
"เจ้า เจ้ามันประสาท ป่วยหนักเกินเยียวยาแล้ว"
เซวียเทียนหมิงขบกรามแน่น เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะกลายเป็นของขวัญประจบสอพลอผู้อื่นเช่นนี้
ที่สำคัญคือ คนๆ นั้นดันเป็นศัตรูตัวฉกาจของเขาเสียด้วย
เรื่องแบบนี้ไม่ว่าใครมาเจอเข้า ใครมันจะไปทนรับได้
"บัดซบ ต่อให้ข้าต้องระเบิดตัวเองตาย ข้าก็จะไม่ยอมให้เจ้าสมหวังหรอก"
แววตาของเซวียเทียนหมิงฉายแววบ้าคลั่ง เขาเตรียมจะจุดชนวนระเบิดพลังต้นกำเนิดของตัวเอง
ในเมื่อต้องตายอยู่แล้ว สู้ตายไปพร้อมกับความยิ่งใหญ่เลยดีกว่า
"เจ้ามีทางเลือกอื่นด้วยหรือ"
ดอกไม้น้ำแข็งปรากฏขึ้นในมือของหลี่อวี้ฉี ก่อนจะร่วงหล่นลงบนร่างของเซวียเทียนหมิง
เซวียเทียนหมิงขมวดคิ้วมุ่น เขารู้สึกได้ทันทีว่าพลังวิญญาณในร่างถูกแช่แข็งไปจนหมดสิ้น
เมื่อไม่อาจโคจรพลังวิญญาณได้ ย่อมไม่อาจระเบิดตัวเองได้เช่นกัน
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น คำนวณร้อยพันวิธี ก็ไม่คาดคิดเลยว่าจุดจบสุดท้ายของตัวเองจะเป็นเช่นนี้
หลังจากลงมือบั่นคอเซวียเทียนหมิงและเก็บศีรษะใส่ลงในถุง หลี่อวี้ฉีกระชับหมัดแน่นด้วยความเบิกบานใจ
"ครั้งนี้ เขาคงจะยอมรับข้อเสนอของข้าแล้วกระมัง"
[จบแล้ว]