- หน้าแรก
- ระบบทายาทเต็มบ้าน: จากหมอสวะสู่จักรพรรดิเหนือหล้า
- บทที่ 25 - ผู้บังคับการขนทัพมาเองหรือ ก็ดี ข้าจะใช้เจ้าสร้างบารมี
บทที่ 25 - ผู้บังคับการขนทัพมาเองหรือ ก็ดี ข้าจะใช้เจ้าสร้างบารมี
บทที่ 25 - ผู้บังคับการขนทัพมาเองหรือ ก็ดี ข้าจะใช้เจ้าสร้างบารมี
บทที่ 25 - ผู้บังคับการขนทัพมาเองหรือ ก็ดี ข้าจะใช้เจ้าสร้างบารมี
"สวรรค์ นี่มันช่างเป็นความคิดที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก"
จางเฉี่ยวเอ๋อร์พึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น สายตาที่นางใช้มองฉินเซ่าหลางเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ในความรู้ที่เหนือชั้น
ผู้เฒ่าจางเองก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าฉินเซ่าหลางทันที
"ท่านหมอเทวดาฉิน ไม่สิ นายท่าน ข้าเฒ่าจางได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้ในชาตินี้ก็นับว่าตายตาหลับแล้ว ต่อจากนี้ไป ชีวิตของพวกเราปู่หลานขอมอบไว้แทบเท้าท่าน"
"ลุกขึ้นเถิด"
ฉินเซ่าหลางเข้าไปพยุงเขาขึ้น
"ต่อจากนี้ไป ที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีการคุกเข่ากราบไหว้"
เขาสั่งการอย่างเรียบง่ายทว่าหนักแน่น เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือสหายที่ภักดีและยอดฝีมือที่จะร่วมสร้างอาณาจักร ไม่ใช่ทาสที่เอาแต่ก้มหัว
ฉินเซ่าหลางยืนอยู่ใจกลางแดนสวรรค์เถาหยวน มองดูทุกคนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ความรู้สึกของการเป็นผู้ควบคุมทุกสิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเด่นชัด
นี่คือจุดเริ่มต้นของกลุ่มอำนาจที่จะกลายเป็นรากฐานของราชวงศ์ในอนาคต
ทว่าในขณะที่รอยยิ้มยังมิทันจางหาย เสียงทุบประตูใหญ่ของแดนสวรรค์เถาหยวนก็ดังสนั่นขึ้น
ปัง ปัง ปัง
ตามมาด้วยเสียงร้องตะโกนอย่างตื่นตระหนกของหวังเหล่าสือที่ดังลอดเข้ามา แม้จะมีค่ายกลลวงตาบดบังทิศทางอยู่ทว่าเสียงที่แฝงความหวาดกลัวนั้นก็ยังแจ่มชัด
"ท่านหมอเทวดาฉิน ท่านหมอเทวดา แย่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ"
ฉินเซ่าหลางขมวดคิ้วมุ่น เขาใช้ความคิดควบคุมค่ายกลให้เปิดช่องว่างตรงทางเข้า
หวังเหล่าสือซวนเซล้มลุกคลุกคลานเข้ามาในเขตคฤหาสน์ ใบหน้าอาบไปด้วยเหงื่อและความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
"ท่านหมอเทวดา ทางที่ทำการอำเภอส่งคนมาแล้วเจ้าค่ะ ครั้งนี้ผู้บังคับการจ้าวขนทัพมาเอง ทั้งยังพาเจ้าหน้าที่มานับร้อยคนล้อมหมู่บ้านเราไว้หมดแล้ว พวกเขาบอกว่าท่านบังอาจยึดครองที่ดินของทางการและใช้มนตร์ดำทำเรื่องอัปมงคล ตอนนี้กำลังมุ่งหน้ามาเพื่อจับกุมท่านไปรับโทษเจ้าค่ะ"
เสียงที่สั่นเครือของหวังเหล่าสือดังก้องไปทั่วพื้นที่อันเงียบสงบของแดนสวรรค์เถาหยวน
"ผู้บังคับการจ้าวอย่างนั้นหรือ"
ฉินเซ่าหลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทว่าบนใบหน้ากลับไม่มีวี่แววของความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สิ่งที่ปรากฏกลับเป็นรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย
ช่างประจวบเหมาะเสียจริง
เขาเพิ่งจะสร้างแดนสวรรค์เถาหยวนเสร็จ และกำลังต้องการโอกาสที่จะประกาศศักดาให้คนทั้งตำบลหลานเถียนรวมไปถึงอำเภอชิงเหอได้รับรู้ถึงตัวตนของเขาอย่างเป็นทางการ
โอกาสที่ว่านั้นกลับเดินมาหาถึงหน้าประตูบ้านเสียเอง
"สามี"
ซูจิ่นก้าวเข้ามาหา แม้ในดวงตาคู่สวยจะฉายแววกังวลอยู่บ้างทว่านางกลับมีความเชื่อมั่นในตัวชายตรงหน้าอย่างเปี่ยมล้น นางไม่ใช่ทาสที่อ่อนแอเหมือนเมื่อวันวานอีกต่อไปแล้ว ในฐานะนายหญิงแห่งที่นี่ นางพร้อมจะยืนเคียงข้างเขาเสมอ
"คุณชาย พวกเขามากันเยอะมาก พวกเราควรจะ"
ซูถังหน้าซีดเผือด นางรีบกอดแขนพี่สาวไว้แน่นตามสัญชาตญาณ
ฉินเซ่าหลางยื่นมือไปลูบหัวซูถังเบาๆ ก่อนจะกุมมืออันเย็นเยียบของซูจิ่นไว้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
"ไม่ต้องกลัวหรอก ก็แค่พวกเศษสวะฝูงหนึ่งเท่านั้น ยิ่งพวกมันพยายามปีนขึ้นไปสูงเท่าไหร่ ตอนตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บหนักเท่านั้น"
เขาหันไปมองหวังเหล่าสือที่ยามนี้ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว
"ผู้ใหญ่บ้านหวัง ท่านจะกังวลไปทำไม แผ่นดินนี้ยังไม่ถล่มลงมาตอนนี้หรอก"
คำพูดที่ดูราบเรียบทว่าแฝงพลังบางอย่างทำให้หัวใจที่เต้นรัวของหวังเหล่าสือสงบลงอย่างน่าประหลาด
เมื่อเขามองไปยังท่าทีที่สงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นของฉินเซ่าหลาง และนึกถึงปาฏิหาริย์ที่เขาเนรมิตบ้านทั้งหลังเสร็จในวันเดียว ความมั่นใจก็พุ่งขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว เขาจะกลัวไปทำไม ในเมื่อท่านหมอเทวดาฉินสามารถอัญเชิญทหารสวรรค์มาได้ ผู้บังคับการอำเภอตัวเล็กๆ จะทำอะไรได้
"ท่านหมอเทวดากล่าวได้ถูกต้องแล้ว เป็นข้าเฒ่าที่ตาขาวเกินไปเอง"
หวังเหล่าสือตบขาตัวเองเสียงดังฉาดแล้วยืดอกขึ้นทันที
"ท่านหมอเทวดาโปรดสั่งมาได้เลย ข้าจะไปรวบรวมชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านมาสู้ตายกับพวกมัน"
"สู้ตายหรือ ไม่จำเป็นหรอก"
ฉินเซ่าหลางยิ้มบางๆ
"ฆ่าไก่เหตุใดต้องใช้มีดฆ่าโค"
เขาปล่อยมือซูจิ่นแล้วจัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวเดินไปทางประตูใหญ่
"จิ่นเอ๋อร์ ถังเอ๋อร์ พวกเจ้าสองคนรออยู่ในบ้านเถอะ คอยดูว่าข้าจะจัดการแมลงวันที่น่ารำคาญพวกนี้อย่างไร"
"เจ้าค่ะสามี"
ซูจิ่นขานรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แววตาของนางเปล่งประกายด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
นี่แหละคือบุรุษของนาง ต่อให้ฟ้าถล่มหรือทัพนับหมื่นดาหน้าเข้ามา เขาก็ยังคงนิ่งสงบได้ถึงเพียงนี้
ฉินเซ่าหลางเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูเหล็กกล้าขนาดมหึมาซึ่งแกะสลักเป็นรูปพยัคฆ์เหยียบปฐพี เขาใช้สมาธิสั่งการเพียงครู่เดียว
ครืน
ประตูที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดออกสู่ภายนอกอย่างช้าๆ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือกลุ่มคนจำนวนนับร้อยในชุดเครื่องแบบทางการที่ยืนล้อมรอบแดนสวรรค์เถาหยวนไว้จนมืดฟ้ามัวดิน
แต่ละคนถือกระบองและดาบพก สีหน้าถมึงทึงแผ่รังสีคุกคามจนบรรยากาศโดยรอบดูตึงเครียด
ที่หน้าทัพนั้น มีชายร่างกำยำวัยประมาณสี่สิบปี สวมชุดขุนนางฝ่ายปราบปราม นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่บนหลังม้าศึกลำพอง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความดุร้ายจ้องมองตรงมา
ชายผู้นี้คือผู้บังคับการฝ่ายปราบปรามจ้าวคว่อ
และที่ด้านหลังของเหล่าเจ้าหน้าที่ คือกลุ่มชาวบ้านที่มายืนดูเหตุการณ์ด้วยความหวั่นเกรงปนเปไปกับความโกรธแค้น ทว่าไม่มีใครกล้าก้าวเข้ามาช่วยได้แต่เพียงยืนวิพากษ์วิจารณ์อยู่ห่างๆ
"ทางการจะทำอะไรกันแน่ ท่านหมอเทวดาฉินเป็นผู้มีพระคุณของหมู่บ้านเรานะ"
"นั่นสิ เมื่อวานข้าเห็นกับตาว่าเทพเจ้าลงมาช่วยเขาสร้างบ้าน นี่มันคือที่สถิตของทวยเทพชัดๆ"
"ได้ยินว่าพวกเขาจะมาจับท่านหมอเทวดา หาว่าเขาใช้มนตร์ดำยึดที่ดิน"
"เหลวไหลสิ้นดี ที่ดินรกร้างนั่นใครๆ ก็รู้ว่าเป็นพื้นที่อาถรรพ์ มีแต่ท่านหมอเทวดาที่เปลี่ยนมันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ พวกเขาคงกะจะมาฮุบที่ดินล่ะไม่ว่า"
ท่ามกลางเสียงซุบซิบ หวังเหล่าสือพุ่งออกไปยืนขวางหน้าทัพพร้อมอ้าแขนปกป้องทันที
"ใต้เท้าจ้าว พวกท่านจะล้อมที่นี่ไว้ทำไม ท่านหมอเทวดาฉินเพิ่งจะรักษาลูกชายของข้าจนหายดี เขาคือผู้มีพระคุณของคนทั้งหมู่บ้านนะขอรับ"
จ้าวคว่อแค่นเสียงเหอะอย่างเย็นชา เขาใช้แส้ม้าชี้หน้าหวังเหล่าสือแล้วตวาดลั่น
"เจ้าชาวบ้านที่โง่เขลา ข้าได้รับคำสั่งจากท่านนายอำเภอมาเพื่อจับกุมไอ้พ่อมดฉินเซ่าหลาง มันบังอาจยึดครองที่ดินของหลวง ทั้งยังใช้มนตร์ดำลวงโลกเพื่อปลุกปั่นฝูงชน เจ้ากล้าขวางทางการทำงาน หรือว่าอยากจะเข้าไปนอนในคุกด้วยกัน"
เสียงที่ทรงพลังของเขาทำให้ชาวบ้านหลายคนถึงกับสะดุ้งและถอยหนีด้วยความกลัวอาญาแผ่นดิน
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงที่ราบเรียบทว่าดังก้องกังวานก็ดังมาจากด้านหลังประตูใหญ่
"ใครกันที่เป็นพ่อมดลวงโลก"
ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว เห็นเพียงฉินเซ่าหลางในชุดผ้าป่านสีเขียวสะอาดสะอ้าน เดินไพล่หลังออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเยือกเย็น
เขายืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทว่ารัศมีที่แผ่ออกมากลับดูน่าเกรงขามจนทลายรังสีอำมหิตของเจ้าหน้าที่นับร้อยคนลงได้อย่างง่ายดาย
ท่ามกลางแสงแดดจ้า ร่างกายที่ตั้งตรงและดวงตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลของเขาทำให้จ้าวคว่อถึงกับใจสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างประหลาด
นี่หรือคือหมอป่าที่เขาลือกัน เหตุใดกลิ่นอายถึงได้ดูสูงส่งยิ่งกว่าขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงที่ข้าเคยพบเจอเสียอีก
แต่จ้าวคว่อก็รีบขจัดความรู้สึกนั้นออกไป เขาไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อจับคนตามคำสั่งเท่านั้น
ฉินเซ่าหลางยืนนิ่งสงบ เขาไม่ได้สนใจเสียงด่าทอทว่ากลับเริ่มเรียกใช้งานความสามารถพิเศษทันที
การหยั่งรู้
[จบแล้ว]