- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 518 กฎเกณฑ์อันน่าสะพรึงกลัว (2/2)
บทที่ 518 กฎเกณฑ์อันน่าสะพรึงกลัว (2/2)
บทที่ 518 กฎเกณฑ์อันน่าสะพรึงกลัว (2/2)
ประตูบานใหม่เอี่ยมบานหนึ่งเปิดออกที่กึ่งกลางแท่นบูชา ทอดมุ่งสู่สถานที่แห่งต่อไป
เมื่อมองดูประตูที่โผล่พ้นขึ้นมา ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
"เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ต้องสังเวยคนผู้หนึ่ง ถึงจะสามารถเข้าไปยังสถานที่แห่งต่อไปได้" เซวียหยางคิดในใจ
"ด่านแรกยังเป็นเช่นนี้ แล้วด่านต่อไป จะเป็นเช่นนี้ด้วยหรือไม่?" ลั่วป๋ายครุ่นคิดอย่างหนัก
สวี่เฮยก็จ้องมองประตูบานนั้น นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน
โลกเสมือน (ซวีเจี้ย)
ช่างเป็นสถานที่กลืนกินผู้คนเสียจริงๆ
ทุกคนไม่ได้ก้าวเข้าสู่ด่านต่อไปในทันที เพิ่งจะผ่านพ้นการต่อสู้ครั้งใหญ่ แถมยังถูกพิษร้าย ก่อนที่สภาพร่างกายจะฟื้นฟูจนสมบูรณ์ พวกเขาจะยังไม่เคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนล้วนมีลางสังหรณ์
สิ่งที่จะต้องระวังต่อไป ไม่ใช่แค่กลไกจากภายนอก แต่ยังรวมถึงเพื่อนร่วมทีมด้วย!
…………
จนถึงตอนนี้ มีห้าทีมที่ผ่านด่านแรกไปได้แล้ว
สำนักหุ่นเชิดเทวะ (เสินขุยจง)
ทีมของพวกเขามีเพียงสามคน ประกอบด้วย ศิษย์พี่ใหญ่ผู้แข็งแกร่งที่สุด 'จีซู' ผู้อาวุโส 'เหมิงซาน' และผู้คุมกฎคนใหม่ 'ฉินเสวียนจี'
ในฐานะสำนักหุ่นเชิด พวกเขามีหุ่นเชิดมนุษย์จำนวนมหาศาล แต่คนเป็นๆ นั้น มีเพียงพวกเขาสามคน
ทุกคนมองเห็นความผิดปกติของแท่นบูชามาตั้งนานแล้ว ว่าจำเป็นต้องสังเวยคนเป็น ถึงจะสามารถผ่านไปได้
เช่นนั้น ใครจะเป็นผู้เสียสละเล่า?
คำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
ฉินเสวียนจี แม้ว่าพรสวรรค์ของเขาจะล้ำเลิศเพียงใด จนถูกสำนักหุ่นเชิดเทวะรับเข้าสำนักเป็นกรณีพิเศษ แถมยังสร้างผลงานใหญ่หลวงในสมรภูมิต่างแดนตลอดสองปีมานี้ แต่เขาก็ยังไม่อาจเทียบชั้นกับคนรุ่นเก่าได้
ผู้ที่จะถูกสังเวย จะต้องเป็นเขาเท่านั้น!
ทว่า พวกเขาก็ยังคงให้โอกาสฉินเสวียนจี เพื่อให้เขาค้นหาวิธีแก้ปัญหา
แม้ว่าโอกาสนี้จะแทบเป็นศูนย์ก็ตาม
"ขอเวลาให้ข้า ข้าจะต้องไขค่ายกลนี้ได้อย่างแน่นอน" ฉินเสวียนจีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งชั่วยาม หากแก้ไม่ได้ เจ้าก็จงปลิดชีพตัวเองซะ" จีซูกล่าวอย่างเรียบเฉย
"ขอรับ!"
ฉินเสวียนจีเริ่มทดลองในทันที
เขาเริ่มจากการใช้สัตว์วิญญาณที่ตัวเองจับมา กรีดเลือดออกมา แต่พบว่าไม่ได้ผล จากนั้นก็ใช้ศพของผู้บำเพ็ญเพียรมากรีดเลือด ซึ่งก็ไม่ได้ผลเช่นกัน
ผ่านการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า
ฉินเสวียนจีก็ตระหนักได้ว่า มีเพียงคนเป็นๆ ที่ตายลงบนแท่นบูชาเท่านั้น ถึงจะได้ผล
ผู้อาวุโสเหมิงซานแค่นเสียงหัวเราะเย็นอยู่ด้านข้าง มอบความหวังให้ผู้คน แล้วค่อยมอบความสิ้นหวังให้ เดิมทีเขาก็มองฉินเสวียนจีในแง่ดี ว่าเป็นต้นกล้าชั้นดี ทว่าน่าเสียดาย กฎเกณฑ์ของที่นี่คือต้องมีคนตาย
จึงทำได้เพียงเสียสละเขาแล้ว
ลมหายใจของฉินเสวียนจีหอบถี่ ความรู้สึกสิ้นหวังสายหนึ่งก่อตัวขึ้นในใจ เขาเพียงแค่มีเวลาฝึกฝนนานน้อยเกินไป พลังฝีมือถึงได้สู้คนอื่นไม่ได้ เดิมทีเขามีอนาคตที่สดใสรออยู่ แต่ต้องมาตายลงที่นี่ จะให้เขายอมรับได้อย่างไร?
ทันใดนั้น แววตาของฉินเสวียนจีก็สว่างวาบ แผนการอันน่าสะพรึงกลัวอย่างหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นในใจของเขา
พริบตาเดียว เวลาหนึ่งชั่วยามก็ผ่านไป
"หมดเวลาแล้ว เจ้าก็จัดการปลิดชีพตัวเองซะเถอะ" จีซูหันไปมองฉินเสวียนจี
ทว่าฉินเสวียนจีกลับยืนนิ่งงันอยู่บนพื้นราวกับท่อนไม้ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ในแววตาทั้งสองข้างไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต
"หืม?"
จีซูขมวดคิ้วมุ่น
"หึ ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าเอง!"
ผู้อาวุโสเหมิงซานที่อยู่ด้านข้างขี้เกียจจะพูดพร่ำทำเพลง พุ่งทะยานเข้าไปข้างหน้า คว้าตัวฉินเสวียนจีขึ้นมา แล้วลากไปที่ข้างช่องเว้า ก่อนจะปาดคอเขาเพื่อรีดเลือดทันที
ทว่า กลับไม่มีเลือดไหลออกมาเลยแม้แต่หยดเดียว
"อะไรกัน?" สีหน้าของเหมิงซานเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
เห็นเพียงร่างกายของฉินเสวียนจีเย็นเฉียบ รอยที่ถูกปาดนั้นดูราวกับท่อนไม้ ไม่มีเลือดสด ไม่มีกล้ามเนื้อ ไม่ใช่คนเป็นเลยสักนิด
เขา ถึงกับกลายเป็นหุ่นเชิดไปแล้ว!
ไม่เหลือเลือดเลยแม้แต่หยดเดียว
จิตสัมผัสของเหมิงซานกวาดสำรวจเข้าไป จากข้างในสู่ข้างนอก เขาไม่พบเลือดเลยสักหยด แม้แต่หยดเดียว ฉินเสวียนจี ถึงกับนำตัวเองมาหลอมเป็นหุ่นเชิด!
เขาทำเรื่องพรรค์นี้ตั้งแต่ตอนไหนกัน?
"แปะ แปะ แปะ..."
เสียงปรบมือดังขึ้น
ศิษย์พี่ใหญ่จีซูปรบมือ หัวเราะกล่าวว่า "หึหึ ที่แท้ นี่ก็คือวิธีแก้ปัญหาของเจ้านี่เอง ไม่เลวๆ!"
จากนั้น เขาก็หันไปมองเหมิงซาน เผยรอยยิ้มบางๆ
สีหน้าของเหมิงซานซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาไปทั้งตัว
"เหมิงซาน เจ้ารู้ใช่ไหมว่าควรทำอย่างไร?" จีซูยิ้มแต่เหมือนไม่ยิ้ม
ฉินเสวียนจีกลายเป็นหุ่นเชิดไปแล้ว ไม่มีเลือดเหลือแม้แต่หยดเดียว เช่นนั้นแล้ว จะเหลือใครให้สังเวยได้อีกเล่า?
สีหน้าของเหมิงซานเต็มไปด้วยความหวาดกลัว วินาทีต่อมา ในดวงตาของเขาก็ปรากฏความเหี้ยมเกรียมสายหนึ่งขึ้น กำลังจะร่ายคาถา ทว่าทันใดนั้นเอง จิตสัมผัสอันรุนแรงสายหนึ่งก็พุ่งทะลวงเข้าสู่ห้วงทะเลแห่งจิตสำนึก (สือไห่) ของเขา ราวกับเทวานุภาพจุติลงมา ช่วงชิงสิทธิ์ในการควบคุมร่างกายของเขาไปอย่างกะทันหัน
"เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าคิดคดทรยศ ท่านอาจารย์จึงได้มอบยันต์เทวะให้ข้าเป็นพิเศษแผ่นหนึ่ง เพื่อเอาไว้สะกดข่มผู้อาวุโสโดยเฉพาะ ดังนั้น ก็ทำได้เพียงสละชีพเจ้าแล้ว" จีซูหัวเราะกล่าว
เขาควบคุมให้เหมิงซานหยิบมีดสั้นออกมา กรีดข้อมือ เลือดหยดหนึ่งไหลเข้าไปในช่องเว้า
แรงดึงดูดภายในช่องเว้าปะทุขึ้น ดูดกลืนเหมิงซานเข้าไปทั้งตัว ร่างกายค่อยๆ กลายเป็นแอ่งเลือด
เลือดไหลเวียนไปตามแท่นบูชา ร่องเลือดทุกเส้นล้วนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
ประตูบานหนึ่ง เปิดออกที่กึ่งกลางแท่นบูชา
ด่านที่หนึ่ง ผ่าน
จนกระทั่งตอนนี้ ภายในดวงตาที่ว่างเปล่าของฉินเสวียนจี ถึงได้ปรากฏประกายแสงขึ้นมาสายหนึ่ง
นี่แหละคือวิธีที่เขาคิดได้ วิธีเดียวที่จะรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ได้ นั่นก็คือการสูญเสียร่างกายเนื้อไป เหลือไว้เพียงจิตสัมผัสเท่านั้น
เขาเดิมพันถูกแล้ว!
แต่เขากลับไม่มีความยินดีใดๆ ที่รอดชีวิตมาได้เลยแม้แต่น้อย
เขากำลังคิดอยู่เพียงว่า ด่านต่อไป เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรอีก
หากเจอสถานการณ์แบบนี้อีก เขาควรจะทำเช่นไร?
…………
เหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้ เกิดขึ้นบนเกาะอื่นๆ ในหลายๆ แห่ง
ผู้คนที่มารวมทีมกัน ล้วนแต่เป็นคนที่คุ้นเคยกันทั้งสิ้น ไม่เป็นศิษย์ร่วมสำนัก ก็เป็นญาติมิตรสหาย
พวกเขาจะต้องเลือกคนใดคนหนึ่งไปตาย ถึงจะสามารถผ่านไปยังด่านต่อไปได้ นี่ไม่ใช่แค่การทดสอบความแข็งแกร่ง แต่เป็นการทดสอบธาตุแท้ของความเป็นคนอีกด้วย
ในสถานที่ที่สามารถลบล้างความทรงจำได้เช่นนี้ หลักฐานการฆาตกรรมใดๆ ย่อมไม่มีอยู่อีกต่อไป
เมื่อออกไปจากที่นี่ จะไม่มีใครจำได้ ว่าคนที่หายตัวไปนั้นตายอย่างไร มิตรภาพในวันวาน ก็เป็นเพียงเรื่องตลกขบขันที่ไม่อาจทนทานต่อบททดสอบได้เลย
"ขอเพียงออกไปได้ ก็จะไม่มีใครจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ดังนั้น จงอย่าได้มีความรู้สึกผิดบาปใดๆ ลงมือได้เลย ใครแพ้คนนั้นตาย!"
บนเกาะแห่งหนึ่ง สมาชิกขององค์กรอสรพิษเก้าเศียร (จิ่วโถวเสอ) ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ ว่าจะใช้กำลังตัดสิน ว่าใครจะเป็นผู้ถูกสังเวย
พวกเขามีสมาชิกสามคนที่เข้ามาในโลกเสมือน ได้แก่ แมลงเก้าเศียร (จิ่วโถวฉง), ไห่เถิง และสยงต้าเป่า
พวกเขาตัดสินใจให้ทั้งสามคนสู้กันแบบตะลุมบอน ใครล้มลงเป็นคนแรก ก็ให้คนนั้นเป็นผู้เสียสละ ผู้เข้มแข็งอยู่รอด ผู้อ่อนแอต้องตาย นี่คือกฎเกณฑ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาแต่โบราณกาล
สัตว์ประหลาดทั้งสามตน ตัดสินใจที่จะเคารพกฎแห่งธรรมชาตินี้