เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 55 เก็บกวาดขยะ

ตอนที่ 55 เก็บกวาดขยะ

ตอนที่ 55 เก็บกวาดขยะ


ตอนที่ 55 เก็บกวาดขยะ

คำพูดของฉู่เจียงเยว่ ทำให้ชายอ้วนคนนั้นโกรธจนแทบหัวออกหู

“นังบ้า ไปตายซะ!”

ทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็พยายามโยนบอลไฟบนฝ่ามือไปทางฉู่เจียงเยว่

เปรี้ยง

แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร เขาก็ถูกฟ้าผ่าเสียก่อน

ทันทีที่ฉู่เจียงเยว่หันหน้ากลับมา เธอก็ได้เห็นเสิ่นจื้อกุยเดินเข้ามาจากทางประตูโกดัง

อาจเป็นเพราะแสงที่ส่องผ่านประตู และกระทบร่างของเขา มันจึงทำให้เขาดูดีกว่าเดิมไม่น้อย

"เถ้าแก่ คุณเป็นไรหรือเปล่า?"

หลังจากที่เสิ่นจื้อกุยเข้ามา สิ่งที่เขาเห็นคือ ฉู่เจียงเยว่กำลังเผชิญหน้ากับผู้คนกลุ่มหนึ่ง เมื่อเขาเห็นคนที่อยู่อีกฝั่งพยายามเหวี่ยงบอลไฟมาหาเธอ เขาก็รีบลงมือตามสัญชาตญาณโดยไม่ได้ออมพลังเลย

ชายอ้วนคนนั้นจึงร่างดำเกรียม แม้สายฟ้าจะหายไปแล้ว ก็ยังคงมีควันลอยออกมาจากปากของเขา

ในส่วนของทรงผม ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นยังไงเขาไม่รู้ แต่ตอนนี้กลายเป็นทรงแอฟโฟรไปแล้ว

ฉู่เจียงเยว่ส่ายหัว พวกเขามาถึงก่อนที่เธอจะทันได้อุ่นเครื่องเสียอีก

เมื่อชายอ้วนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพ่ายแพ้ และคนที่เหลือก็ไม่มีอะไรต้องกลัว ฉู่เจียงเยว่จึงหันไปมองดูหญิงสาวที่อยู่ตรงมุมห้อง

หลินซวี่หยวน และซูจู้เฉิงก็มองไปที่คนที่จับตัวเด็กเอาไว้ “จะส่งเด็กคนนั้นมาแต่โดยดี หรืออยากจะต้องเจ็บตัวก่อน”

ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่กระบวนการแตกต่าง คนฉลาดย่อมรู้ว่าควรจะเลือกอะไร

มือของชายคนนั้นคลายออกเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เมื่อเด็กชายคนนั้นสังเกตเห็นว่าแรงที่กดบนไหล่ของเขาอ่อนลง เขาก็รีบพุ่งตัวออกมา และวิ่งอย่างรวดเร็วไปในทางที่แม่ของเขานอนอยู่

"แม่!"

หญิงสาวยังคงงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ แต่เมื่อเธอได้ยินเสียงของเด็ก ความคิดของเธอก็หวนกลับมาสู่ความเป็นจริง เธอรีบกอดเด็กไว้ในอ้อมแขน และหลั่งน้ำตาออกมา

"ฮืออ..."

ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้โดยพยายามกลั้นเสียงของตนเอาไว้

เกือบ...เกือบไปแล้ว...เธอเกือบจะ...

แม้แต่ฉู่เจียงเยว่ก็ทนมองภาพตรงหน้าไม่ค่อยได้

“ฉันสามารถพาคุณไปหาคนของฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B ได้ จากนั้นพวกเขาจะช่วยพาคุณไปหาที่อยู่ใหม่”

เหตุผลหลักก็คือ ไม่มีห้องพักเหลือในโรงแรมเจียงหลิน เมื่อเป็นแบบนี้การให้แม่ลูกคู่นี้พักอยู่นอกโรงแรมก็เป็นความเสี่ยงที่ถึงชีวิต

“ฐานผู้ลี้ภัย?”

“เราจะรู้ได้ยังไงว่าที่นั่นปลอดภัย?”

ตอนนี้ การสื่อสาร และข่าวสารถูกปิดกั้น หลังจากเจอเรื่องก่อนหน้านี้มา หญิงสาวก็ยิ่งกลัวมากขึ้นต่อสิ่งที่ไม่คุ้นเคย

เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉู่เจียงเยว่พูด เธอจึงส่ายหัว

“นั่นเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น คนธรรมดาๆ ก็อยู่ที่นั่นได้ ดีกว่าอยู่ข้างนอกอย่างไร้จุดหมายเช่นนี้”

ดวงตาของผู้หญิงคนนั้นดูหม่นหมอง แต่หลังจากมองเด็กในอ้อมแขน ในที่สุดเธอก็รวบรวมความกล้า “ตกลง ฉันจะตามคุณไป แล้วพวกคุณจะทำยังไงกับคนพวกนี้”

ชายอ้วนถูกสายฟ้าฟาดของเสิ่นจื้อกุยสังหารไปแล้ว แต่ยังมีคนอื่นเหลืออยู่ที่นี่

ฉู่เจียงเยว่มองไปรอบๆ เธอไม่ต้องการให้คนเหล่านี้มาเป็นแขกของโรงแรม เพราะพวกเขาไม่มีศีลธรรมเลย หากพวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้าพัก คนจำนวนมากอาจได้รับอันตรายในอนาคต

“นำตัวพวกเขากลับไปที่ฐานเพื่อรอรับการลงโทษ”

ฉู่เจียงเยว่เป็นนักธุรกิจที่เน้นบริหารโรงแรม การลงโทษผู้คนเป็นสิ่งที่เธอไม่มีความคุ้นเคย

เสิ่นจื้อกุยก็ไม่ได้คัดค้าน มันเป็นไม่ได้อยู่แล้วที่จะปล่อยคนพวกนี้ไป ไม่งั้นอาจมีการก่ออาชญากรรม และมีอีกหลายคนที่ต้องสูญเสีย

แม้เสิ่นจื้อกุย และทีมของเขาจะมา แต่เมื่อนับรวมแล้วคนก็ไม่ได้เยอะ พวกเขาจึงทำได้เพียงใช้ระบบนำทางของโรงแรมเจียงหลินอีกครั้ง

แต่รถเพียงคันเดียวไม่สามารถบรรทุกคนมากขนาดนี้ได้ สุดท้ายก็มีต้องมีการเช่ารถอีกหลายคัน

“ขึ้นรถ!”

เสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ รวบรวมพลังวิเศษไว้ในมือ และมองดูชายกลุ่มนั้นตาเขม็ง

มีหญิงสาวและลูกชายของเธอเท่านั้น ที่ได้ขึ้นรถออฟโรดสีเงินของฉู่เจียงเยว่

ก่อนที่เธอจะกลับไปขึ้นรถ ฉู่เจียงเยว่ก็เดินมาหาเสิ่นจื้อกุย และพูดว่า "ขอบคุณที่มาช่วย ไม่เช่นนั้นฉันคงไม่สามารถพาคนจำนวนมากกลับไปเพียงลำพังได้"

แม้ว่ารถออฟโรดของเธอจะค่อนข้างพิเศษ แต่ก็ยังจุคนได้เพียง 7 คนเท่านั้น

“ไม่เป็นไร ผมถือว่าเราเป็นเพื่อนกัน ถ้ามีสิ่งใดที่ช่วยได้ ผมก็จะไม่ปฏิเสธ”

ฉู่เจียงเยว่เหลือบมองเสิ่นจื้อกุย เพื่อนเหรอ?

"ขอบคุณ ฉันก็รู้สึกยินดีที่ได้เพื่อนอย่างคุณ"

ฉู่เจียงเยว่ไม่ปฏิเสธคำพูดของเสิ่นจื้อกุย

หลังจากเดินไปมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ฉู่เจียงเยว่ก็อยากจะกลับไปพักแล้ว เธอจึงขับรถตามหลังรถของเสิ่นจื้อกุย และเตรียมที่จะกลับไปยังโรงแรมเจียงหลิน

เด็กสาวตัวเล็กๆ รวมถึงแม่ลูกคู่นั้นเงียบมากตลอดทางโดยไม่พูดอะไรสักคำ

ไม่นาน รถก็ค่อยๆ หยุดที่ประตูโรงแรมเจียงหลิน “เรามาถึงแล้ว ลงไปกันเถอะ”

หลังจากพูดจบ ฉู่เจียงเยว่ก็เปิดประตูแล้วลงจะรถ

วันนี้ เมื่อนับรวมระยะทางแล้ว เธอขับรถไปไกลไม่น้อย แต่กลับพาผู้รอดชีวิตกลับมาได้เพียงสามคนเท่านั้น ดูเหมือนวิธีการนี้จะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไรนัก

แต่เมื่อเห็นทั้งสามคนบนรถ เธอก็รู้สึกว่าสิ่งที่ทำในวันนี้คุ้มค่า

เด็กสาวตัวเล็กๆ แม่ลูกคู่นั้นลงจากพร้อมกัน และรู้สึกตื้นตันใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าโรงแรมเจียงหลินไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ

“นี่คือโรงแรมของฉัน ขณะนี้ไม่มีห้องพักเหลือ ดังนั้นฉันจึงขอแนะนำให้พวกคุณติดตามคนของฐานผู้ลี้ภัย แล้วไปอาศัยอยู่ที่ฐานแห่งนั้นในเมือง B”

“แต่พวกคุณก็สามารถสมัครบัตรประจำตัวก่อน และซื้ออาหารในโรงแรมเพื่อให้อิ่มท้องได้”

กลุ่มคนจากฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B มาที่นี่ทุกวันเพื่อสมัครบัตรประจำตัว ที่พวกเขาทำเช่นนี้ก็เพราะจะได้กู้คืนการสื่อสารให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด

“พี่สาว บัตรประจำตัวคืออะไรเหรอ?”

เมื่อเทียบกับแม่ลูกคู่นั้นแล้ว เด็กสาวตัวเล็กๆ มีความกล้าหาญมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

"แขกทุกคนในโรงแรมของฉันมีสิ่งนี้ เธอสามารถคิดได้ว่ามันเป็นเหมือน...โทรศัพท์มือถือก็ได้"

ที่เธอพูดเช่นนี้ก็เพราะบัตรประจำตัวทำงานผ่านหน้าจอเสมือนจริง ซึ่งช่วยให้สามารถชำระเงิน พูดคุย และรับประกาศจากโรงแรมเจียงหลินได้

ด้วยความสามารถเช่นนี้ มันจึงดูคล้ายคลึงกับโทรศัพท์มือถือก่อนวันสิ้นโลก

เมื่อเห็นความกล้าของเด็กสาว ฉู่เจียงเยว่จึงอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด

“พี่สาว แล้วหนูต้องทำยังไงถึงจะได้รับบัตรประจำตัว?”

“หลังเติมเงินครั้งแรกทางโรงแรมจะออกบัตรประจำตัวให้ มาสิ เดี๋ยวฉันจะพาไปดู”

แค่บอกด้วยปากเปล่าก็ยากจะเห็นภาพ การสัมผัสด้วยตัวเองจึงจะดีที่สุด

“เถ้าแก่ เราไปพาคนพวกนี้ไปส่งให้คนของฐานผู้ลี้ภัยก่อน”

ชายกลุ่มนี้ถูกพากลับด้วยการผูกด้วยเถาวัลย์หนามของฉู่เจียงเยว่ และหนามจะแทงเข้าไปในผิวหนังหากพวกเขาพยายามหนี

นั่นทำให้ระหว่างทางกลับ พวกเขาไม่กล้าส่งเสียง ไม่พูดถึงการพยายามหลบหนี

หลังจากที่เสิ่นจื้อกุย และคนในทีมลงจากรถ พวกเขาก็ดึงเถาวัลย์ที่มัดร่างชายกลุ่มนี้แล้วลากให้เดินตามมา หนามบางส่วนจึงแทงเข้าไปในผิวหนังของพวกเขา ทำให้หลายคนหน้าบูดบึ้งด้วยความเจ็บปวด

"เกิดอะไรขึ้น?"

ที่ทางเข้าโรงแรมเจียงหลิน หลายคนที่ได้เห็นจึงเข้ามาถาม

แม้ว่าเสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ จะทรงพลัง แต่พวกเขาก็ไม่ได้เย่อหยิ่ง และวางตัวเหินห่าง หลายคนที่ปลุกพลังจึงมักจะเข้ามาหาพวกเขาเพื่อถามเกี่ยวกับพลังวิเศษ

แม้ว่าพวกเขาจะไม่บอกทุกอย่าง แต่เสิ่นจื้อกุย และคนในทีมก็ให้คำแนะนำไม่น้อย

“คนพวกนี้พยายามข่มขืน และทำร้ายเด็ก เราจึงจะนำพวกเขาไปส่งให้กับคนของฐานผู้ลี้ภัย”

ขณะนี้ประชากรเหลือน้อย ทำให้จำนวนแรงงานน้อยลงมา คนเหล่านี้ควรตายก็จริง แต่พวกเขาก็ควรจะต้องชดใช้ความผิดที่ก่อเสียก่อน

เขาเชื่อว่าผู้มีอำนาจในฐานผู้ลี้ภัยจะจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่า

“คนพวกนี้สมควรตายจริงๆ ทำได้ดีมากคุณเสิ่น!”

ฉู่เจียงเยว่ไม่ต้องการมีส่วนร่วมในเรื่องนี้อีกต่อไป เธอจึงพาเด็กสาวตัวเล็กๆ แม่ลูกคู่นั้นไปที่ตึกสำนักงาน

จบบทที่ ตอนที่ 55 เก็บกวาดขยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว