- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่พร้อมระบบโรงแรมวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 54 เสียงร้องไห้ในโกดัง
ตอนที่ 54 เสียงร้องไห้ในโกดัง
ตอนที่ 54 เสียงร้องไห้ในโกดัง
ตอนที่ 54 เสียงร้องไห้ในโกดัง
“โฮสต์ หากเธอไปเจอเจิ้งเหวินอันที่โรงแรม โครงเรื่องจะคืบหน้าเร็วกว่าเดิมถึง 2 เดือน!!!”
เสียงของจิ้งจอกน้อยดังก้องอยู่ในใจของฉู่เจียงเยว่ ทำให้เธอรู้สึกปวดหัวไม่น้อย
"เพิ่งมีครูและนักเรียนกลุ่มใหญ่มาที่โรงแรม ห้องพักจึงถูกจับจองไปจนหมดแล้ว พวกคุณควรหาแผนสำรองเตรียมไว้ด้วย"
เมื่อรู้ว่าไม่มีห้องพักในโรงแรมเจียงหลิน พวกเขาคงจะไม่อยู่ที่นี่เป็นเวลานานใช่ไหม?
มิฉะนั้น จิ้งจอกน้อยจะทึ้งผมเธอทุกวันอย่างแน่นอน แล้วคนที่จะต้องทรมานก็จะเป็นตัวเธอเอง
“อ้าว! ไม่มีห้องพักเหลือแล้วเหรอ?”
จินซู่หรานรู้สึกเสียใจเล็กน้อย เขาได้กล่าวถึงโรงแรมเจียงหลินกับพี่สาว และเพื่อนร่วมทีมของเธอไว้มาก คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อกลับมาถึงจะไม่มีห้องพักเหลือแล้ว
คนอื่นๆ มองหน้ากันด้วยความสับสน ที่พวกเขาตรงมาที่โรงแรมเจียงหลินก็เพราะสิ่งที่น่าทึ่งต่างๆ ที่จินซู่หรานพูดเอาไว้
แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะได้พบเจ้าของโรงแรมครึ่งทาง และบอกพวกเขาโดยตรงว่าไม่มีห้องพักเหลือแล้ว
“ก็แค่ตอนนี้เท่านั้น แต่ฉันก็บอกไม่ได้บอกว่าจะมีห้องพักเพิ่มเมื่อไหร่ หากเป็นจำเป็นจริงๆ พวกคุณอาจต้องไปอาศัยอยู่ที่ฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B สักพักหนึ่ง”
แม้ว่าเธอจะไม่เคยไปที่ฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B เลยสักครั้ง แต่ความจริงที่ว่าพวกเขาจ่ายเงินมหาศาลเพื่อสร้างถนนเชื่อมกับโรงแรมเจียงหลินก็แสดงให้เห็นว่าผู้นำฐานควรจะเป็นคนดีคนหนึ่ง
“พวกผมคงต้องหารือกันก่อน ขอบคุณเถ้าแก่ โปรดแจ้งให้เราทราบด้วยหากมีห้องว่าง”
จินซู่หรานได้พักที่โรงแรมเจียงหลินสองสามวัน และรู้สภาพแวดล้อมของห้องพักเป็นอย่างดี ดังนั้นหากมีห้องเหลือ เขาจะยังคงจะเลือกอยู่ที่นี่
คนอื่นๆ ไม่ได้พูดขัดอะไร พวกเขาแค่มองไปที่ฉู่เจียงเยว่ เพราะอยากรู้ว่าเธอมีความสามารถมากแค่ไหน ถึงกล้าเปิดโรงแรมในโลกเช่นนี้
“หากมีทางโรงแรมก็จะประกาศ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อน”
เนื่องจากเคยพบหน้ากันแล้ว ฉู่เจียงเยว่ไม่ได้จัดว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตที่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ และไม่มีความตั้งใจที่จะพาพวกเขากลับไปพร้อมกัน
ไม่นาน จินซู่หราน และคนอื่นๆ ก็ได้เห็นรถออฟโรดสีเงินของฉู่เจียงเยว่ขับผ่านไป สิ่งนี้ทำให้พวกเขาตาลุกวาว
ในบรรดาพาหนะของพวกเขา ปัจจุบันมีเพียงรถจักรยานไฟฟ้าของจินซู่หรานที่เช่าจากโรงแรมเจียงหลินเท่านั้นที่ยังคงใช้งานได้ ส่วนรถคันอื่นๆ นั้นไม่มีพลังงานหรือน้ำมันหมด และไม่สามารถขับเคลื่อนได้เลย
เมื่อฉู่เจียงเยว่ขับผ่าน จินซู่หรานก็เฝ้าดูอย่างช่วยไม่ได้ โดยอธิษฐานว่าเธอจะพาพวกเขานั่งไปด้วย
น่าเสียดายที่ฉู่เจียงเยว่ไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของพวกเขา และขับห่างออกไหลอย่างรวดเร็ว
“พี่สาว พวกเขาจะไม่มากับเราเหรอ?”
ในรถ เด็กสาวตัวเล็กๆ มองไปที่ฉู่เจียงเยว่ด้วยความสับสน เธอคิดว่าจะพาพวกเขาขึ้นรถมาด้วยเสียอีก
“พวกเขามีความสามารถพอที่จะปกป้องตัวเอง ดังนั้นพี่ไม่จำเป็นต้องยื่นมือช่วย”
หลังจากตอบเด็กสาวแล้ว ฉู่เจียงเยว่ก็เร่งเร้าจิ้งจอกน้อยให้ค้นหาผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ
“โฮสต์! มีโกดังอยู่ตรงนั้น มีคนอยู่หลายสิบคนอยู่ข้างใน”
ฉู่เจียงเยว่ขับรถมาค่อนข้างไกลจากโรงแรมเจียงหลิน เขาจึงได้พบผู้คนมากมาย
เมื่อฉู่เจียงเยว่ได้ยินจิ้งจอกน้อยพูดว่ามีคนมากถึงหลายสิบคน ดวงตาของเธอก็สว่างขึ้น
เขาขับรถไปถึงทางเข้าโกดัง แล้วลงจากรถ จู่ๆ ซอมบี้ก็พุ่งเข้ามาหาเธอ
สำหรับซอมบี้ระดับศูนย์ที่พุ่งเข้ามา ฉู่เจียงเยว่ไม่ได้ชายมองมันเลยแม้แต่นิดเดียว
"ฮือ..."
“เจ้าพวกคนชั่ว ปล่อยแม่ของผมเดี๋ยวนี้นะ!”
“ฮ่าๆๆ! เจ้าเด็กนี่ดื้อรั้นจริงๆ!”
ในโกดังไม่มีฉนวนกันเสียง ดังนั้นฉู่เจียงเยว่จึงได้ยินคำพูดลามกอนาจารจากภายนอก
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กๆ และเสียงสะอื้นของผู้หญิงคนหนึ่ง ความโกรธของฉู่เจียงเยว่ก็พวยพุ่งขึ้น
นี่เพียงผ่านมาไม่กี่วันเท่านั้น และบางคนก็สูญเสียการควบคุม และเปิดเผยสันดานดิบในใจออกมาแล้ว
“โฮสต์ พวกเขามีคนเยอะเกินไป คุณไม่ควรผลีผลาม…”
เหตุผลหลักคือ นอกโรงแรมมันยังอ่อนแอเกินไป และไม่มีอาวุธที่ทรงพลังอยู่ในมือ มันสามารถปกป้องฉู่เจียงเยว่ได้ แต่ไม่สามารถปกป้องคนอื่นได้
“ไม่ต้องกังวล ฉันรู้ดีว่าควรทำยังไง”
แน่นอนว่าฉู่เจียงเยว่ไม่โง่ที่จะเข้าตัวเข้าไปเสี่ยง ดังนั้นเธอจึงเปิดรายชื่อเพื่อน และส่งข้อความออกไป
[ ฉู่เจียงเยว่ : มีใครที่อยู่ใกล้ๆ ตำแหน่ง xxx แล้วว่างพอจะมาที่นี่บ้าง ]
[ เสิ่นจื้อกุย : เราอยู่ใกล้ๆ ที่ตรงงนั้น แล้วเพิ่งสู้กับฝูงซอมบี้เสร็จ ช่วยรอสักครู่ ]
หลังจากที่ฉู่เจียงเยว่ส่งข้อความ เสิ่นจื้อกุยก็ตอบกลับ
[ ซ่งเฉิงจุน : ผมกำลังเดินทางกลับฐาน ขอโทษด้วย ]
[ หลิงเฟิง : อ่า ผมอยู่คงละทางเลย ไกลเกินกว่าจะไปถึงที่นั่น ]
ในท้ายที่สุด มีเพียงเสิ่นจื้อกุย และทีมของเขาเท่านั้นที่อยู่ใกล้ๆ แต่เมื่อคิดถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา ฉู่เจียงเยว่ก็รู้สึกว่ามันเพียงพอแล้ว
หลังจากยืนยันได้ว่าเสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ กำลังจะมาถึงแล้ว ฉู่เจียงเยว่ก็ลงจากรถ
“อยู่ในรถ อย่าเปิดหน้าต่างแล้วอย่าลงจากรถ แม้จะมีซอมบี้ก็ไม่กลัว มันจะทำอะไรเธอไม่ได้”
หลังจากพูดจบ โดยไม่รอให้เด็กสาวตัวเล็กๆ พูด ฉู่เจียงเยว่ก็เดินออกไปเตะเปิดประตูโกดังให้เปิดออก
"ใคร!"
ทันทีที่ประตูเปิดออก ฉู่เจียงเยว่ก็เห็นชายอ้วนคล้ายหมูกดทับร่างของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ เขาถอดเสื้อออกแล้วแต่ยังไม่ได้ถอดกางเกง
คนกลุ่มหนึ่งก็กำลังมองดูด้วยรอยยิ้ม ข้างๆ คือเด็กอายุเจ็ดหรือแปดขวบที่ถูกมัดเอาไว้ แต่ยังคงดิ้นรน และร้องไห้
เนื่องจากเธอเลือกจะออกมาข้างนอก ฉู่เจียงเยว่จึงสวมชุดวอร์ม และมัดผมหางม้า
ร่างกายของเธอสะอาดมากจนดูไม่เหมือนคนที่มีชีวิตอยู่ในวันสิ้นโลก
เมื่อเทียบกับฉู่เจียงเยว่ ผู้หญิงคนที่มีลูกดูหม่นหมองไปในทันที
“โอ้ สาวน้อย! บอส วันนี้เราโชคดีมาก!”
พวกเขาไม่คิดว่าฉู่เจียงเยว่ที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งจะสร้างปัญหาให้พวกเขาได้มากมายอะไร จึงไม่กลัวเธอเดินเข้ามาคนเดียวเลยแม้แต่น้อย
ผู้หญิงที่ถูกชายอ้วนกดเอาไว้ก็ยังคงดิ้นรน มีได้โอกาสเธอก็กัดมือของชายคนนั้นอย่างแรง
“โอ๊ย! นังนี่ กล้ากัดกูเหรอ! อยากเจ็บตัวสินะ!”
หลังจากพูดจบ เขาก็ตบผู้หญิงคนนั้นอย่างแรง
ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นปูดบวม แต่เธอยังคงไม่ปล่อยปาก และมองไปที่ฉู่เจียงเยว่ พยายามส่งสัญญาณให้เธอรีบหนีไป
ฉู่เจียงเยว่จะทนดูต่อไปได้ยังไง เขารวบรวมพลังวิเศษเพื่อสร้างเถาวัลย์ และฟาดออกไปย่างรวดเร็ว
เถาวัลย์เคลื่อนตัวเข้าหาชายอ้วนที่ผู้หญิงคนนั้นกัดราวกับแส้
“เธอเป็นผู้ปลุกพลัง! หยุดเธอเร็วเข้า!”
เมื่อเห็นแส้เถาวัลย์หนามในมือของฉู่เจียงเยว่ ผู้หญิงคนนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของเถาวัลย์ ชายคนนั้นจึงผลักเธอออกไปด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมด และเตะเธอไปด้านข้าง จากนั้นหันกลับมาเพื่อต้องการจัดการกับฉู่เจียงเยว่
“ผู้ปลุกพลัง? เฮอะ เธอไม่รู้แล้วว่ากำลังเล่นกับใครอยู่ เอาลูกไฟไปกินซะ!”
เมื่อพูดจบ ชายคนนั้นก็รวบรวมพลัง และบอลไฟก็ปรากฏบนฝ่ามือของเขา
อย่างไรก็ตาม บอลไฟลูกนั้นดูเล็กกว่าของหลินซวี่หยวน และจินซู่หรานมาก
ฉู่เจียงเยว่ส่งเสียงฮึในลำคอ สะบัดแส้เถาวัลย์ออกไป และโจมตีชายคนนั้นโดยไม่เปิดโอกาสให้ต่อต้าน
หนามแหลมฉีกกระชากเนื้อ และกลิ่นเลือดก็อบอวลไปทั่วทั้งโกดัง
“ทำได้แค่นี้เองเหรอ เก่งแต่ปากจริงๆ” ฉู่เจียงเยว่กล่าวเหน็บแนม แล้วสะบัดเถาวัลย์ที่เปื้อนเลือดกลับมา