- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่พร้อมระบบโรงแรมวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 31 ผลิดอกออกผล
ตอนที่ 31 ผลิดอกออกผล
ตอนที่ 31 ผลิดอกออกผล
ตอนที่ 31 ผลิดอกออกผล
“กลับกันเถอะ ไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจให้ต้องอยู่ดูต่อ” เสิ่นจื้อกุยพูดแล้วหันหลังกลับ
เหตุผลที่พวกเขาออกมาเป็นเพราะได้ยินเสียงดังข้างนอกห้อง และคิดว่ามีคนต้องการสร้างปัญหาในโรงแรมเจียงหลิน ดังนั้นเขาจึงปลุกคนอื่นๆ ในทีมให้ตื่น
ตอนนี้คนกลุ่มนั้นจากไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ดูที่นี่อีกต่อไป
เสียงอึกทึกครึกโครมในตอนเช้าไม่ส่งผลต่อการนอนหลับของฉู่เจียงเยว่
ไม่ใช่ว่าเธอไม่ค่อยระมัดระวังตัว แต่บ้านพักที่เธออาศัยอยู่นั้นได้ปิดกั้นเสียงจากภายนอกโดยสมบูรณ์
หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริงๆ จิ้งจอกน้อยก็จะเข้ามารายงานเธอเอง ดังนั้นฉู่เจียงเยว่จึงสามารถหลับสนิทได้อย่างสบายใจ
เมื่อฉู่เจียงเยว่ตื่นขึ้นก็เลยรุ่งสางมานานแล้ว ซ่งเฉิงจุน และคนของเขาก็เดินทางไปไกล ลับสายตาไปโดยสิ้นเชิง
“ซ่งเฉิงจุน และคนของเขาออกเดินทางไปแล้วเหรอ?”
ท้ายที่สุด พวกเขาได้ลงนามในสัญญาที่สำคัญ เธอจึงคิดว่าจะตื่นก่อนเวลาเพื่อจะยืนส่งพวกเขาออกไป
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อเธอตื่นขึ้นก็ไม่มีใครอยู่แล้ว
ฉู่เจียงเยว่ถอนหายใจเบาๆ รู้สึกเสียใจเล็กน้อย หากเธอรู้ก่อนหน้านี้ว่าจะเป็นเช่นนี้ เธอคงจะบอกจิ้งจอกน้อยว่าให้ปลุกก่อนเวลา เพื่อที่จะได้ออกมาส่งได้
“เถ้าแก่ ชีวิตของคุณแทบไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวล ทำไมคุณถึงถอนหายใจล่ะ?”
อาจกล่าวได้ว่าหลินซวี่หยวนเป็นคนบื้อไม่น้อย เขาไม่ค่อยคิดอะไรมาก และมักจะถามตามที่ใจคิด
ฉู่เจียงเยว่ส่ายหัว "ไม่มีอะไร วันนี้พวกนายจะออกไปหายางั้นเหรอ?"
เจียงเหอได้รับบาดเจ็บ และเสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ จึงต้องออกไปค้นหายากลับมา เมื่อไม่มีผู้ปลุกพลังมิติตามออกไปด้วย แม้ว่าจะเจอก็ต้องเก็บไว้ในกระเป๋าเป้ ไม่สามารถนำอะไรกลับมาได้มากในคราวเดียว
เสิ่นจื้อกุยพยักหน้า พวกเขาได้พบร้านขายยาเมื่อวานนี้ แต่มิติส่วนตัวของเจียงเหอไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะใส่ของต่างๆ ที่พบ ด้วยพลังมิติของเจียงเหอ เมื่อออกค้นหาเสบียง พวกเขามักจะไม่นำกระเป๋าใบใหญ่ติดตัวไปด้วยเนื่องจากปัจจัยด้านความคล่องตัว
นั่นทำให้นำยากลับมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเพียงพอสำหรับเจียงเหอที่จะใช้สองหรือสามครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น ก็ขอให้เดินทางปลอดภัย”
“เถ้าแก่ วันนี้ผมจะออกไปตามหาพี่สาวเหมือนกัน คุณช่วยอวยพรให้หน่อยได้ไหม?”
จินซู่หรานก็เดินออกจากตึกหนึ่งในเวลานี้พอดี ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องออกเดินทาง
“นายจะออกเดินทางแล้วเหรอ?”
พูดตามตรง ฉู่เจียงเยว่ชื่นชมในความกล้าหาญของจินซู่หรานไม่น้อย
การเดินทางไกลมีความเสี่ยงมากมาย ทั้งจากซอมบี้ และคนด้วยกันเอง ปกติแล้วการจะตามหาคนรู้จักจนเจอไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
อย่างไรก็ตาม ตามที่จิ้งจอกน้อยได้พูดเอาไว้ จินซู่หรานมีบทบาทสำคัญ มีผลต่อความสัมพันธ์ของเหล่าตัวเอก ความเป็นไปได้ที่จะพบตัวนางเอกจึงค่อนข้างสูง
“เดินทางปลอดภัย และขอให้กลับมาถึงที่นี่ได้อีกครั้ง”
ฉู่เจียงเยว่ไม่มีอะไรจะพูดมากนัก หลังจากใคร่ครวญอยู่นาน เธอก็คิดได้เพียงคำอวยพรสั้นๆ เท่านั้น
“ขอบคุณเถ้าแก่!”
หลังจากได้รับคำอวยพรจากฉู่เจียงเยว่แล้ว จินซู่หรานยิ้มสดใสขึ้นมา
ในเวลานี้ ฉู่เจียงเยว่เริ่มคิดถึงยอดขายของร้านอาหาร
เหรียญทองแดงห้าหมื่นเหรียญอาจดูเหมือนไม่มากนัก แต่อาหารที่ขายก็มีราคาไม่สูงเช่นกัน คนที่ไปทานก็ไม่ได้มีมากมายอะไร อีกอย่าง แขกของโรงแรมหลายคนค่อนข้างจน พวกเขาจะกินหมั่นโถวทั้งสามมื้อในวันๆ หนึ่ง
นั่นทำให้คนๆ หนึ่งจ่ายค่าอาหารเพียง 60 เหรียญทองแดงต่อวัน
มีเพียงไม่กี่คนที่ใช้จ่ายเงินมากมายเพื่อให้กินอิ่มท้อง หนึ่งในนั้นคือ เสิ่นจื้อกุย
แต่ไม่อาจเอาตัวเขาไปเทียบกับคนอื่นๆ ได้ ผู้ปลุกพลังกับคนธรรมดา มีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันมาก
หากไม่มีพลังเพียงก็จะออกไปไหนไม่ได้ไกล สิ่งของที่หาได้จึงมีกำจัด และการฆ่าซอมบี้ระดับหนึ่งเพื่อเอาแก่นคริสตัลก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อไม่มีอะไรกลับมาแลก ยอดคงเหลือในบัตรประจำตัวก็จะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ
“คุณเสิ่น คุณได้ไปร้านอาหารตรงนั้นแล้วหรือยัง?”
เสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ กลับมาในตอนดึกเมื่อวานนี้ ฉู่เจียงเยว่จึงไม่แน่ใจว่าพวกเขาได้ไปที่ร้านอาหารเพื่อทานอาหารเย็นในภายหลังหรือไม่
เพราะพนักงานเสิร์ฟก็คือหุ่นยนต์ ดังนั้นร้านอาหารจึงเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
หากเป็นคนจริง ต่อให้ทำงานโดยแบ่งเป็นกะ ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวันได้ ที่ระบบส่งหุ่นยนต์มาให้ก็น่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้
"เราได้ไปเมื่อเช้า"
“แล้วคุณคิดยังไงกับรสชาติ และราคาของอาหารในร้าน ถ้าฉันต้องการจัดกิจกรรม คุณอยากให้เป็นกิจกรรมแบบไหน”
หากอาศัยการบริโภคอาหารสามมื้อต่อวัน กว่าจะครบ 50,000 เหรียญทองแดง มันก็จะนานมากเกินไป ดังนั้น ฉู่เจียงเยว่จึงตัดสินใจจัดกิจกรรมบางอย่างเพื่อกระตุ้นยอดขาย
“กิจกรรม? กิจกรรมอะไร?”
ทันใดนั้น หลินซวี่หยวนก็กระโดดออกมาจากด้านข้าง ซึ่งเกือบจะทำให้ฉู่เจียงเยว่ตกใจ
เสิ่นจื้อกุยจึงมองไปเขาเป็นการเตือน
"ฉันกำลังถามความคิดเห็นจากหัวหน้าของพวกนายเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของร้านอาหารอยู่ ถ้ามีความคิดเห็นอะไรก็บอกฉันได้"
เมื่อลองคิดดูแล้ว เสิ่นจื้อกุยเป็นคนเงียบๆ หากเธอต้องการคิดที่สร้างสรรค์การถามคนที่มีชีวิตชีวาอย่างหลินซวี่หยวนน่าจะดีกว่า
“เถ้าแก่ หากคุณจัดกิจกรรมก็คงดีไม่น้อย ในตอนกลางวันเราไม่สามารถออกไปไหนได้ หากมีอะไรทำ มันก็ถือเป็นเรื่องดี”
ในตอนนี้ ขนาดของโรงแรมเจียงหลินยังคงเล็กเกินไป นอกจากตึกทั้งสอง และบ้านพักของฉู่เจียงเยว่แล้ว ก็มีเพียงร้านอาหารที่ตั้งอยู่เท่านั้น
หากร้านอาหารมีการจัดกิจกรรม เขาหลินซวี่หยวนก็จะเป็นคนแรกที่เข้าร่วม
“แล้วนายมีความคิดอะไรดีๆ บ้างไหม?”
ฉู่เจียงเยว่มองไปที่หลินซวี่หยวนด้วยความคาดหวัง
“ที่เรียบง่ายสุดก็คือการแข่งกิน และการกินจุ อย่างเช่น ถ้าทานได้หมดก่อนหมดเวลาก็จะได้กินฟรีหรือเป็นการแข่งขันว่าใครจะกินได้มากที่สุด…”
หลินซวี่หยวนพูดถึงกิจกรรมหลายอย่างที่มักจัดขึ้นในร้านอาหารก่อนวันสิ้นโลก
ตอนนี้ คนเดียวที่สามารถจัดกิจกรรมแบบนี้ได้น่าจะเป็นฉู่เจียงเยว่
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลินซวี่หยวนรู้สึกอิจฉาไม่น้อย
"ฟังดูค่อนข้างดี แต่ดูเหมือนว่าจะซ้ำซากจำเจนิดหน่อย หากให้รางวัลแค่การกินฟรี"
ฉู่เจียงเยว่ สงสัยว่าหลังจากทำภารกิจสำเร็จ เธอจะได้รับรางวัลอะไรในครั้งนี้
“โฮสต์ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าต้นผลต้นนั้นกำลังจะออกผลแล้ว”
จิ้งจอกน้อยยืนอยู่บนไหล่ของฉู่เจียงเยว่ โดยอาศัยความจริงที่ว่าคนอื่นไม่สามารถมองเห็นมันได้ เมื่อพูดคุยกับฉู่เจียงเยว่ หางของมันก็โบกไปมา และกระแทกหน้าของฉู่เจียงเยว่เป็นครั้งคราว
ฉู่เจียงเยว่มองไปที่ต้นไม้ที่เธอปลูกเอง มันได้โตเต็มที่แล้ว และทันใดนั้นก็ได้ความคิดบางอย่าง
แม้ว่าเธอจะสัญญาว่าจะขายผลไม้ให้กับเสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ ก่อน แต่ก็มีผลไม้มากมายบนต้นไม้ต้นนี้ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่เสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ จะเหมาไปทั้งหมด
หากเธอใช้ผลไม้สดเป็นรางวัล หลายๆ คนคงอยากจะเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น
“ทำได้ดีมากจิ้งจอกน้อย เมื่อเธอมีร่างกายจริงๆ ฉันจะเตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้ให้”
ฉู่เจียงเยว่ไม่เก่งเรื่องอื่น แต่เธอยังมีพรสวรรค์ในการทำอาหารอยู่บ้าง
น่าเสียดายที่เธอไม่มีโอกาสได้เรียนอย่างจริงๆ จังๆ
“ตกลง โฮสต์ หากคุณต้องการอุปกรณ์ประกอบฉากสำหรับการจัดกิจกรรม ฉันจะช่วยหามาให้เอง!”
จิ้งจอกน้อยที่เพิ่งเกิดได้ไม่กี่วัน ยังมีความไร้เดียงสาอยู่
หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย รูปแบบของกิจกรรมก็ถูกร่างเอาไว้คร่าวๆ ที่เหลือก็แค่ต้องพิจารณาในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ จากนั้น ฉู่เจียงเยว่ก็เดินไปที่ต้นไม้แล้วถ่ายพลังวิเศษเข้าไป
ในที่สุด หลังจากผ่านไป 3 วัน ผลไม้ทั้งหมดก็สุกงอมได้ที่
ฉู่เจียงเยว่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ และมองดูผลไม้สีแดงสด “ทำไมมันดูคล้ายแอปเปิ้ลนิดหน่อย แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ค่อยเหมือน”
"โฮสต์ คุณสามารถดูที่แค็ตตาล็อกไอเทมของทางโรงแรมได้"
เมื่อได้ยินคำเตือนของจิ้งจอกน้อย ฉู่เจียงเยว่ก็หยิบสิ่งที่ดูเหมือนหนังสือเล่มหนึ่งออกมา มันคือ แค็ตตาล็อกไอเทมที่ได้มาจากระบบ หลังเปิดหน้าแรก เธอก็ได้เห็นราละเอียดของผลไม้
[ ผลอัคคี : หากกินโดยผู้ปลุกพลังธาตุไฟ 30% ของพลังวิเศษจะถูกฟื้นฟู ส่วนผู้ฟลุกพลังสายอื่นๆ จะไม่มีผลกระทบใดๆ สำหรับคนธรรมดาจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย ]
[ ราคาขายที่แนะนำ : 10 เหรียญเงิน / ผล ]
“เถ้าแก่ ผมสงสัยว่าคุณยังจำข้อตกลงของเราได้หรือไม่”
"แน่นอน!"
เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ ฉู่เจียงเยว่จะไม่มีวันลืมคำสัญญาที่ตนได้ให้ไว้
“แต่ถึงแม้ฉันจะมีข้อตกลงกับคุณ แต่ฉันก็ขายมันทั้งหมดให้คุณไม่ได้”
เสิ่นจื้อกุยพยักหน้าเพื่อว่าตนเข้าใจ
“แต่ก่อนที่ฉันจะขายผลไม้เหล่านี้ให้ มีบางสิ่งที่ฉันจะต้องอธิบายให้ชัดเจนก่อน”