เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 ตึกสองถูกปลดล็อค และเจียงเหอที่ได้รับบาดเจ็บ

ตอนที่ 30 ตึกสองถูกปลดล็อค และเจียงเหอที่ได้รับบาดเจ็บ

ตอนที่ 30 ตึกสองถูกปลดล็อค และเจียงเหอที่ได้รับบาดเจ็บ


ตอนที่ 30 ตึกสองถูกปลดล็อค และเจียงเหอที่ได้รับบาดเจ็บ

สิบนาทีต่อมา ตึกสองก็ถูกสร้างขึ้น และเสร็จสมบูรณ์ จากนั้น ฉู่เจียงเยว่ก็นำทุกคนที่ซ่งเฉิงจุนพามาให้ย้ายจากล็อบบี้โรงแรมของตึกหนึ่งไปยังตึกสองผ่านทางเชื่อม

ทั้งสองตึกมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ มีทั้งหมดสิบชั้น และราคาห้องพักเท่ากัน

ทุกคนในที่นี้ทราบถึงกระบวนการ และเข้าคิวอย่างมีสติ

เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่มีระเบียบเรียบร้อย งานของฉู่เจียงเยว่ก็เสร็จเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

หลังจากที่ทุกคนได้ห้องพักแล้ว ฉู่เจียงเยว่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ขอบคุณมากเถ้าแก่ เราทำให้คุณต้องเหนื่อยแล้ว”

ซ่งเฉิงจุนรู้ดีว่าด้วยทีมของเขาที่มีคนนับร้อย เมื่อฉู่เจียงเยว่ต้องจัดการทีละคน เป็นงานที่ต้องใช้แรงไม่น้อย แม้แต่ตัวเขาเองแค่ยืนก็รู้สึกเบื่อแล้ว

“ไม่เป็นไร สนุกดีแล้วยังได้หาเงินด้วย”

แม้ว่าเธอจะเหนื่อย แต่ฉู่เจียงเยว่ก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่า และมีความสุข ใครล่ะจะไม่ชอบการหาเงิน?

“ตรงนั้นคือร้านอาหารที่เพิ่งเปิด หากพวกคุณสนใจสามารถเข้าไปดูได้”

ฉู่เจียงเยว่ชี้ไปที่ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ บ้านพักส่วนตัวของเธอ

คราวนี้ ทั้งซ่งเฉิงจุน และหลิงเฟิงต่างดูประหลาดใจ

พวกเขาแน่ใจว่าก่อนหน้านี้ไม่มีร้านอาหารตั้งอยู่ตรงนั้นอย่างแน่นอน

แต่พอคิดดูดีๆ แล้วตึกที่พวกเขาอยู่ก็ดูเหมือนจะไม่มีเหมือนกัน

"ไปดูกันเถิด"

ทุกอย่างในโรงแรมเจียงหลินนั้นน่าทึ่งจริงๆ และร้านอาหารแห่งใหม่ก็ทำให้พวกเขาอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย

ฉู่เจียงเยว่จึงเดินนำหน้า ตามด้วยซ่งเฉิงจุน และหลินเฟิง

หลังจากเข้าไปในร้านอาหาร สิ่งแรกที่ทุกคนเห็นคือ หุ่นยนต์บริกรที่อยู่ข้างใน

ในร้านจะมีแต่อาหารสำเร็จรูปเท่านั้นไม่มีการสั่งทำ และมีเพียงอาหารที่ถูกปลดล็อคมาก่อนตั้งขายอยู่

หากใครสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าเครื่องขายสินค้าที่ใช้ขายอาหารโดยเฉพาะในชั้นหนึ่งของตึกหนึ่งหายไปแล้ว

"แค่หาที่นั่งแล้วนั่งลง จากนั้นกดปุ่มบนที่วางแขนเพื่อสั่งซื้ออาหารจากหน้าจอเสมือนจริง หลังจากชำระเงินแล้ว หุ่นยนต์ตัวนั้นจะจัดส่งมาให้คุณถึงที่"

หากฉู่เจียงเยว่ต้องการทานอาหารที่นี่ เธอจะใช้ตราเจ้าของโรงแรม ซึ่งเหมือนกับการรูดบัตรประจำตัว

เพียงแต่ด้วยตราเจ้าของโรงแรม ฉู่เจียงเยว่กินทุกอย่างได้ฟรี

เมื่อซ่งเฉิงจุน และคนอื่นๆ เห็นเหรียญตราที่ฉู่เจียงเยว่หยิบออกมา พวกเขาก็หยุดมองพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม เธอไม่มีความตั้งใจที่จะอธิบายอะไรให้พวกเขาฟัง และไม่มีใครที่เอ่ยปากถามอย่างไม่รู้กาลเทศะ

เห็นได้ว่าซ่งเฉิงจุน และคนอื่นๆ รู้ขอบเขต และไม่ได้ถามฉู่เจียงเยว่เกี่ยวกับตรา พวกเขาคลิกบนหน้าจอเสมือนจริง และแต่ละคนก็สั่งอาหารที่ตนอยากกิน

หลังจากสั่งอาหารได้ไม่นาน หุ่นยนต์บริกรก็มาเสิร์ฟโดยวางอาหารไว้บนถาด

เมื่อเห็นหุ่นยนต์เหล่านี้ระยะใกล้ๆ ดวงตาของซ่งเฉิงจุนก็ดูเหมือนจะจับจ้องไปที่พวกมันอย่างเร่าร้อน

ดวงตาของเขาเขียนคำสองคำไว้อย่างชัดเจน ‘อยากได้’

แต่เขาก็รู้ด้วยว่าถ้าฉู่เจียงเยว่ไม่พูดอะไร นั่นหมายความว่าสิ่งนี้ไม่ได้มีไว้ขาย

ทั้งฉู่เจียงเยว่ และซ่งเฉิงจุนไม่ใช่คนช่างพูด อาหารมื้อนี้จึงค่อนข้างเงียบ ส่วนคนอื่นๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศก็พาให้พวกเขาเงียบลงด้วย

ในที่สุด อาหารมื้อนี้ก็จบลงอย่างเงียบเชียบ

หลังจากเดินทางมาทั้งวัน ซ่งเฉิงจุน และหลิงเฟิงก็วางแผนที่จะกลับไปที่ห้องเพื่ออาบน้ำ และพักผ่อน

ฉู่เจียงเยว่ยังไม่เลิกงาน ดังนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว เธอจึงกลับไปที่ตึกหนึ่งเพื่อทำงานต่อ

จนกระทั่งถึงเวลาสามทุ่ม ในที่สุดผู้คนก็กลับมาจากข้างนอกทีละคน

ทันทีที่พวกเขากลับมา พวกเขาก็นำข้าวของที่หามาได้ข้างนอกมาเข้าเครื่องแลกเปลี่ยน

บางคนได้เพียงเหรียญทองแดงเพียงไม่กี่ร้อยเหรียญ บางคนได้เหรียญเงินนับร้อย และบางคนก็โชคดีถึงขนาดได้รับเหรียญทองมากมาย

ฉู่เจียงเยว่คุ้นเคยกับช่องว่างของคนกลุ่มต่างๆ เป็นอย่างดี

เมื่อถึงเวลาประมาณห้าทุ่ม ฉู่เจียงเยว่ก็ได้เห็นเสิ่นจื้อกุย และทีมของเขากลับมาจากด้านนอก

อย่างไรก็ตาม คราวนี้ดูเหมือนว่ามีหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บ

“เถ้าแก่ สวัสดีตอนเย็น”

เจียงเหอถูกแบกไว้บนหลังของหลินซวี่หยวน หลังจากตระหนักว่าพวกเขากลับมาที่โรงแรมเจียงหลินแล้ว พวกเขาก็รู้สึกโล่งอกขึ้น และกล่าวทักทายฉู่เจียงเยว่

ฉู่เจียงเยว่ตกใจมาก อาการบาดเจ็บนั้นดูค่อนข้างร้ายแรง!

“เขาบาดเจ็บเหรอ? เขาเป็นอะไรหรือเปล่า?”

หากถูกซอมบี้ข่วน นี่จะร้ายแรงมาก!

เสิ่นจื้อกุยเม้มริมฝีปาก มันเป็นเพราะการตัดสินที่ผิดของเขาที่ทำให้เจียงเหอได้รับบาดเจ็บ

“เขาได้รับบาดเจ็บจากพืชกลายพันธุ์ ไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ”

เรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะมีใครมาสร้างปัญหาให้อย่างแน่นอน

"ไม่ต้องกังวล โฮสต์ หากเขามีความเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ ทางโรงแรมจะแจ้งเตือนให้คุณรู้"

จิ้งจอกน้อยยืนอยู่บนเคาน์เตอร์ และมองไปที่บาดแผลบนตัวเจียงเหอ

เมื่อเห็นว่าฉู่เจียงเยว่กังวล มันก็เปิดปากเพื่อทำให้เธอมั่นใจมากยิ่งขึ้น

“พวกนายไม่ต้องกังวลไป ถ้าเขามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจะเข้ามาในโรงแรมไม่ได้”

ฉู่เจียงเยว่ยังคงมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยของโรงแรมเจียงหลินเป็นอย่างมาก

เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉู่เจียงเยว่พูด เสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าบาดแผลเกิดจากพืชกลายพันธุ์ แต่พวกเขาก็ยังอดกังวลไม่ได้

ตอนนี้ เมื่อพวกเขาได้รับคำยืนยันจากฉู่เจียงเยว่ พวกเขาก็ถึงจะโล่งใจได้อย่างแท้จริง

อาการบาดเจ็บเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สิ่งสำคัญจริงๆ ที่พวกเขาต้องกังวลคือจะติดเชื้อหรือไม่

“ไม่เป็นไร แค่ทายาเดี๋ยวก็หาย ทำความสะอาดแผลให้ดีแล้วเขาจะหายดีในอีกไม่กี่วัน”

หลังจากพวกเขาปลุกพลังแล้ว สิ่งที่น่าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดมากที่สุดก็คือ ร่างกายของพวกเขาได้รับการปรับปรุงให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

หากไม่เป็นเช่นนั้น เสิ่นจื้อกุย และคนอื่นๆ คงไม่วางใจให้เจียงเหอติดตามพวกเขาออกไปฆ่าซอมบี้ทุกวัน เนื่องจากเขามีพลังมิติที่ตอนนี้ยังไม่มีความสามารถในการโจมตี

หากไม่ระวังพลังวิเศษของพวกเขาอาจทำให้เจียงเหอบาดเจ็บหนักได้ โชคดีที่หลังปลุกพลัง ร่างกายของเจียงเหอก็แข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วยจึงไม่ได้มีปัญหาอะไร

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปพักเถิด อย่ารอช้าอีกเลย”

เมื่อแขกได้รับบาดเจ็บ ฉู่เจียงเยว่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ท้ายที่สุดแล้ว เธอยังไม่ได้รับรางวัลที่เกี่ยวกับยาใดๆ และเธอก็ไม่รู้ว่าจะโชคดีได้รับมันเมื่อไหร่เหมือนกัน

“โฮสต์อย่าเพิ่งท้อแท้ไป คุณจะได้ทุกสิ่งที่คุณต้องการ แค่ต้องทำภารกิจต่อไปเรื่อยๆ!”

จิ้งจอกน้อยพูดคำๆ นี้นับครั้งไม่ถ้วน

แน่นอนว่าเธอมีทุกอย่าง แต่แขกนั้นไม่ใช่

แต่ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว ดังนั้น ฉู่เจียงเยว่จึงไม่ได้กังวลอะไรมากนัก เธอเก็บของบนเคาน์เตอร์ และกลับไปที่บ้านพัก

ก่อนรุ่งสางมีความเคลื่อนไหวในตึกหนึ่ง และตึกสองของโรงแรมเจียงหลิน

ซ่งเฉิงจุนเดินลงมาด้วยรองเท้าบู๊ตทหารแล้วตรวจสอบกำลังพลบนสนามหญ้าของโรงแรมอย่างเงียบๆ

หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง พวกเขาก็เตรียมตัวออกเดินทาง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขากำลังเดินทางกลับ หลิงเฟิง และคนอื่นๆ ไม่ได้ติดตามพวกเขากลับไปที่ฐานด้วย

ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นผู้นำทางให้กับซ่งเฉิงจุนแล้ว พวกเขายังรับช่วงต่อภารกิจอีกด้วย

แม้ว่าพวกเขาจะร่วมมือกับทีมของซ่งเฉิงจุนด้วย แต่พวกเขาก็แยกทางกันเป็นสองทิศทางหลังจากออกจากโรงแรมเจียงหลิน

หลังจากที่ซ่งเฉิงจุน และหลิงเฟิงออกเดินทางไปแล้ว เสินจื้อกุ้ย และคนอื่นๆ ก็ออกมาจากตึกหนึ่ง

“หัวหน้า คุณคิดว่าคนเหล่านี้มาจากฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B หรือเปล่า?”

พวกเขาพักที่โรงแรมเจียงหลินมาตั้งแต่สิ้นสุดโลกเริ่มต้นขึ้น และไม่เคยไปที่อื่นเลย

พวกเขาจึงไม่รู้ว่าสภาพความเป็นอยู่ในฐานผู้ลี้ภัยเป็นอย่างไร และจะสามารถเปรียบเทียบกับโรงแรมเจียงหลินได้หรือไม่

“ทำไม นายอยากไปที่ฐานเหรอ?”

เสิ่นจื้อกุยเหลือบมองหลินซวี่หยวน

“ไม่มีทาง คุณอยู่ที่ไหน ผมก็อยู่ที่นั่น”

หลินซวี่หยวนปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

เขาไม่เคยคิดที่จะแยกจากเสิ่นจื้อกุย!

"ฐานผู้ลี้ภัยเป็นสิ่งที่ดี แต่เราเหมาะที่จะอยู่ในโรงแรมเจียงหลินมากกว่า"

เดิมทีพวกเขาเป็นอิสระ แต่หากพวกเขาไปที่ฐานผู้ลี้ภัย พวกเขาอาจถูกควบคุมโดยผู้อื่น และพวกเขาอาจจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทบางอย่าง นี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมเสิ่นจื้อกุยไม่ต้องการไปที่นั้น

จบบทที่ ตอนที่ 30 ตึกสองถูกปลดล็อค และเจียงเหอที่ได้รับบาดเจ็บ

คัดลอกลิงก์แล้ว