- หน้าแรก
- ข้าคือผู้บำเพ็ญวิถีมารเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า
- บทที่ 15 - อัจฉริยะสาว
บทที่ 15 - อัจฉริยะสาว
บทที่ 15 - อัจฉริยะสาว
บทที่ 15 - อัจฉริยะสาว
เยี่ยฝานที่จู่ๆ ก็บรรลุสัจธรรม ร่างกายแผ่ซ่านกลิ่นอายอันแข็งแกร่งออกมาโดยไร้รูปธรรม ชั่วพริบตาก็ดันพลังราชันทรราชให้ถอยร่นไปได้
เมื่อเห็นสภาวะอันประหลาดนี้ สีหน้าของเยี่ยเฟยหยางก็เปลี่ยนไป มันเร่งความรุนแรงของพลังราชันทรราชขึ้นทันที หมายมาดจะบดขยี้เยี่ยฝานให้แหลกละเอียดไม่เหลือซาก
ฟุ่บ!
พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ภายนอกร่างของเยี่ยฝานก็ปรากฏมังกรตัวจ้อยโปร่งแสงตัวหนึ่ง บนหัวมีเขาเล็กๆ สี่กรงเล็บดูบอบบางไร้เดียงสา รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับลูกงูเพิ่งเกิดใหม่
มังกรน้อยโปร่งแสงกางกรงเล็บและแยกเขี้ยว แหวกว่ายวนเวียนอยู่รอบกายเยี่ยฝาน สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ไม่ว่ามังกรน้อยจะว่ายผ่านไปที่ใด พลังราชันทรราชต่างก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น ราวกับถูกพลังลึกลับดูดกลืนไปเสียอย่างนั้น
ในขณะเดียวกัน ภายในจุดตันเถียนของเยี่ยฝานก็มีพลังลึกลับหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย มันถูกกลุ่มพลังปราณต้นกำเนิดทั้งสามกลืนกิน ส่งผลให้ระดับการบำเพ็ญเพียรพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
"มังกรเถื่อนออกจากร่าง ไอ้หนู ในที่สุดเจ้าก็ฝึกฝนจนเข้าถึงแก่นแท้ของเคล็ดวิชากายเทวะมังกรเถื่อนเสียที!" ยังไม่ทันที่เยี่ยฝานจะเอ่ยถาม ผู้อาวุโสเสียในจี้หยกก็เป็นฝ่ายอธิบายขึ้นมาเอง
เยี่ยฝานมองดูมังกรน้อยอันดุดันไร้เทียมทานตัวนี้อย่างพูดไม่ออก สรุปว่าที่เขาฝึกฝนเคล็ดวิชากายเทวะมังกรเถื่อนมาทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็นแค่เรื่องล้อเล่น เพิ่งจะมาเข้าที่เข้าทางก็คราวนี้เอง
เนื่องจากมังกรน้อยยังมีขนาดเล็กและโปร่งแสง คนภายนอกจึงไม่อาจล่วงรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ได้นอกจากเยี่ยฝาน เยี่ยเฟยหยางที่อยู่ตรงข้ามก็มัวแต่ทุ่มเทปล่อยพลังราชันทรราชอย่างไม่คิดชีวิต จนไม่ทันสังเกตเลยว่าพลังของตนกำลังหายไปอย่างเงียบงัน
ท่ามกลางวงล้อมของพลังราชันทรราชอันแข็งแกร่งดุดัน มุมปากของเยี่ยฝานกลับยกยิ้มขึ้น พลังในร่างที่กำลังเพิ่มพูนอย่างรวดเร็วทำให้เขาปรารถนาให้พายุโหมกระหน่ำรุนแรงกว่านี้อีก
แม้ในร่างกายจะยังมีเสียงระเบิดดังปะทุอยู่ แต่การแตกหักเพื่อสร้างใหม่นี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หลังจากการชำระล้างด้วยพลังราชันทรราช ร่างกายและพลังของเยี่ยฝานจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ในอนาคตเขาจะต้านทานพลังราชันทรราชนี้ได้อย่างสมบูรณ์
ครึ่งชั่วยามผ่านไป เยี่ยเฟยหยางเริ่มมีเหงื่อเย็นผุดพราย มันพบว่าเยี่ยฝานที่อยู่ตรงหน้ายังไม่ละลายกลายเป็นน้ำเลือด หนำซ้ำกลิ่นอายกลับยิ่งทวีความหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ
"เยี่ยเฟยหยาง คิดจะฆ่าข้ามันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนรนของเยี่ยเฟยหยาง เยี่ยฝานก็จงใจเอ่ยปากยั่วยุ
เวลานี้เขาไม่หวาดกลัวต่ออานุภาพของพลังราชันทรราชอีกต่อไป มังกรน้อยได้มุดกลับเข้าไปในร่างแล้ว
ด้วยความช่วยเหลือจากมังกรน้อย เยี่ยฝานก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิดขั้นที่สี่ได้สำเร็จ เขาเพิ่งจะควบแน่นหยดโลหิตหยดที่สองได้ พลังราชันทรราชจึงกลายเป็นแหล่งพลังงานชั้นยอดให้เขาใช้พักฟื้น
"ไอ้หนู เจ้ากล้าท้าทายข้า ดูเหมือนข้าจะลงมือเบาไปสินะ!" เยี่ยเฟยหยางโกรธจัด คิดไปเองว่าตนออกแรงไม่มากพอ
เยี่ยฝานขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง เขาหลับตาลงเพื่อฝึกฝนอย่างสงบ แม้พลังราชันทรราชจะไม่สามารถทำอันตรายเขาได้อีก แต่ความแข็งแกร่งอันเป็นทุนเดิมของมันยังคงอยู่ หากคิดจะหลุดพ้นจากพันธนาการ เยี่ยฝานจำต้องมีพลังที่สามารถทำลายมันได้เสียก่อน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขารีบควบแน่นหยดโลหิตในทันที ประกายโลหิตดับสูญที่ใช้หยดโลหิตถึงสองหยด ไม่รู้ว่าจะมีอานุภาพร้ายกาจปานใด คงเพียงพอที่จะรับมือกับพลังราชันทรราชรอบด้านนี้ได้อย่างแน่นอน
ขณะที่เยี่ยฝานกำลังรอจังหวะลงมือ กลางลานประลองก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง
เด็กสาวหน้าตาสะสวยในชุดสีเขียวพุ่งทะยานออกมาจากด้านหลังแท่นผู้ชม มาหยุดอยู่ตรงหน้าเยี่ยเฟยหยางพร้อมตวาดเสียงใส "เยี่ยเฟยหยาง ไอ้คนทรยศ ปล่อยเยี่ยฝานเดี๋ยวนี้!"
เยี่ยเฟยหยางหรี่ตามอง ก่อนจะแค่นยิ้มเยาะ "ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็นังเด็กเมื่อวานซืนอย่างเยี่ยหลิงหลงนี่เอง ทำไม คิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์หน่อยแล้วจะมาชี้หน้าด่าข้าได้งั้นหรือ ตอนนี้แม้แต่ผู้อาวุโสไป๋ก็ยังแพ้ข้า เจ้ายังกล้ามีเรื่องกับข้าอีกหรือ!"
นัยน์ตาสวยของเยี่ยหลิงหลงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอชี้หน้าด่า "เยี่ยเฟยหยาง ข้านึกว่าจะมีแค่ลูกชายเจ้าที่สารเลว ที่แท้ตัวพ่อก็ไม่ต่างกัน ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ ขอเตือนให้เจ้าไสหัวออกไปจากตระกูลเยี่ยเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!"
"ฮ่าฮ่า เด็กรุ่นหลังที่อยู่แค่ขั้นหล่อหลอมร่างกายระดับเก้าก็ยังกล้ามาสั่งสอนข้า ช่างน่าขันสิ้นดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะส่งเจ้าลงนรกไปก่อนก็แล้วกัน!" เยี่ยเฟยหยางฟังแล้วก็โกรธจนหัวเราะลั่น เตรียมลงมือปลิดชีพดอกไม้งามอย่างโหดเหี้ยม
ฟุ่บ!
พลังราชันทรราชสายหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าใส่เยี่ยหลิงหลงพร้อมจิตสังหารอันรุนแรง เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอันน่าเกรงขามนี้ ร่างบางของเยี่ยหลิงหลงดูบอบบางลงไปถนัดตา
"ผนึกสะกดปราณ คลาย!"
เมื่อเผชิญหน้ากับพลังนี้ เยี่ยหลิงหลงก็ไม่ได้ร้อนรน สองมือผูกมุทรา สิ้นคำพูด ร่างกายก็ระเบิดพลังอันแข็งแกร่งออกมา พลังลมปราณอันบริสุทธิ์ยิ่งยวดแผ่ซ่านออกไป บดขยี้พลังราชันทรราชของเยี่ยเฟยหยางจนกระเจิดกระเจิง
อานุภาพระดับนี้ อย่างน้อยต้องเป็นขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิดขั้นที่หก
"นังเด็กบ้า นี่เจ้าแอบซ่อนพลังไว้หรือ!" เยี่ยเฟยหยางสะดุ้งโหยง เอ่ยด้วยความตกตะลึง
"ใช่แล้วจะทำไม ข้าบรรลุขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิดขั้นที่หกมาตั้งนานแล้ว เมื่อก่อนแค่ขี้เกียจไปลดตัวเทียบกับลูกชายขยะของเจ้าเท่านั้น ตอนนี้พลังลมปราณของข้าถูกผนึกมาหลายปีจนบริสุทธิ์ยิ่งยวด หากพูดถึงอานุภาพ ย่อมไม่เป็นรองพลังราชันทรราชของเจ้าแน่!"
เมื่อคลายผนึก เยี่ยหลิงหลงก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก สีหน้าท่าทางก็ดูสง่างามขึ้นเป็นกอง
คำพูดนี้ทำให้คนตระกูลเยี่ยทุกคนถึงกับตะลึงงัน ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลเยี่ยจะไม่ใช่เยี่ยเหมิง หรือเยี่ยฝาน แต่กลับเป็นเด็กสาวที่เงียบขรึม ไร้ชื่อเสียง ทว่ากลับงดงามหยาดเยิ้มผู้นี้
ชั่วพริบตานั้น แม้แต่เยี่ยฝานก็ยังอึ้งไป เขารู้สึกว่าในตัวของเด็กสาวผู้นี้มีความลับที่เขาไม่ล่วงรู้อยู่
เงียบไปครู่หนึ่ง เยี่ยเฟยหยางก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง "เยี่ยหลิงหลง ข้าไม่สนหรอกนะว่าเจ้าเป็นใคร ในเมื่อวันนี้เจ้ากล้ามาขวางข้า ข้าก็จะฆ่าเจ้าทิ้งไปด้วยเลย!"
"ก็เข้ามาสิ!" เยี่ยหลิงหลงไม่อยากต่อปากต่อคำ มือเรียวสวยม้วนเป็นฝ่ามือแล้วฟาดออกไปอย่างแรง พลังปราณฟ้าดินอันบริสุทธิ์และรุนแรงสองสายพุ่งทะยานเข้าหาเยี่ยเฟยหยางดุจมังกรร้ายข้ามแม่น้ำ ชั่วพริบตาฝุ่นผงตลบอบอวล อานุภาพร้ายกาจสะท้านฟ้า
เยี่ยเฟยหยางที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสัมผัสได้ถึงความร้ายกาจของการโจมตีนี้ จึงล้มเลิกความคิดที่จะทรมานเยี่ยฝานต่อไป แล้วแบ่งพลังราชันทรราชส่วนหนึ่งมาต้านทานการโจมตีนี้แทน
ปัง ปัง ปัง!
พลังลมปราณอันบริสุทธิ์ปะทะกับพลังราชันทรราชหลายต่อหลายครั้ง ผลัดกันรุกรับจนหักล้างกันไป ทั้งสองดูเหมือนจะตั้งใจใช้ความแข็งแกร่งของพลังเข้าห้ำหั่นกัน โดยไม่พึ่งพาวิชายุทธ์ใดๆ ทั้งสิ้น
เยี่ยเฟยหยางไม่อยากสิ้นเปลืองพลังไปมากกว่านี้ ส่วนเยี่ยหลิงหลงก็กลัวว่าอานุภาพของวิชายุทธ์จะสู้พลังลมปราณอันบริสุทธิ์นี้ไม่ได้ ถึงตอนนั้นจะได้ไม่คุ้มเสีย
"นังเด็กบ้า ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังรักตัวกลัวตายก็รีบไสหัวไปซะ มิฉะนั้นก็ตายไปพร้อมกับไอ้หนูนั่นซะเถอะ!"
เมื่อเห็นว่าเยี่ยหลิงหลงรับมือยาก เยี่ยเฟยหยางก็เริ่มหมดความอดทน เอ่ยปากเตือนอีกครั้งเพื่อแสดงให้เห็นถึงความใจกว้างของตน
นางอยู่แค่ขั้นที่หก ส่วนตนเองเป็นถึงยอดฝีมือขั้นที่แปดที่ใช้วิชาฟ้าพิโรธดินร่ำไห้ กลับไม่สามารถล้มนางได้ในคราวเดียว เรื่องนี้หากแพร่งพรายออกไปย่อมถูกหัวเราะเยาะแน่
"เยี่ยเฟยหยาง เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะต้องตายแน่ๆ"
ระหว่างที่เยี่ยเฟยหยางกำลังเกลี้ยกล่อม พลังราชันทรราชที่ห่อหุ้มเยี่ยฝานเอาไว้ก็ระเบิดออก น้ำเสียงเย็นชาแข็งกร้าวของเยี่ยฝานดังขึ้นจากด้านข้าง พร้อมกับลำแสงสีเลือดขนาดเท่ากำปั้นที่สาดประกายเจิดจ้า พุ่งทะลวงเข้าหาเยี่ยเฟยหยางอย่างรวดเร็ว
แสงสีเลือดยังไม่ทันมาถึง กลิ่นคาวเลือดอันคละคลุ้งก็ทำให้เยี่ยเฟยหยางใจสั่นสะท้าน เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นอย่างรุนแรง
[จบแล้ว]