- หน้าแรก
- ข้าคือผู้บำเพ็ญวิถีมารเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า
- บทที่ 7 - เพียงมูลสุนัข
บทที่ 7 - เพียงมูลสุนัข
บทที่ 7 - เพียงมูลสุนัข
บทที่ 7 - เพียงมูลสุนัข
"เยี่ยฝาน อย่า... อย่าได้ไม่รู้ดีชั่ว เรื่องเมื่อวานพี่เหมิงรู้หมดแล้ว หากไม่อยากเจ็บตัวก็รีบไสหัวไปซะ!" เยี่ยเสี่ยวเฟยตะเบ็งเสียงลั่น ทว่าน้ำเสียงกลับเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัว
"สุนัขรับใช้ของไอ้เดรัจฉาน ช่างหมดทางเยียวยา!" เยี่ยฝานหมดความอดทน เขาดีดพลังปราณต้นกำเนิดสายหนึ่งออกจากปลายนิ้ว พุ่งทะยานเข้าใส่เยี่ยเสี่ยวเฟย
"เยี่ยฝาน เจ้าด่าผู้ใดว่าเป็นเดรัจฉาน"
วินาทีนั้น เด็กหนุ่มรูปร่างสง่างามพุ่งตัวออกมาจากภายในโถงใหญ่อย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็มาขวางอยู่เบื้องหน้าเยี่ยเสี่ยวเฟย เขาสะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว พลังโจมตีของเยี่ยฝานก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"เยี่ยเหมิง ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวมา!" เมื่อเห็นผู้มาเยือน เยี่ยฝานมิได้ตกใจแม้แต่น้อย มุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มเย็นชา
เยี่ยเหมิงปั้นหน้าทะมึน สายตาดุร้ายราวกับอสรพิษจ้องเขม็งไปยังเยี่ยฝาน ก่อนจะตวาดเสียงกร้าว "เยี่ยฝาน เจ้าไปข้องแวะกับวิถีมาร อย่าคิดว่าได้พลังอันน้อยนิดมาจากวิชาชั่วร้าย แล้วจะมาวางอำนาจบาตรใหญ่ต่อหน้าข้าได้!"
"วิถีมารงั้นหรือ" เยี่ยฝานแค่นยิ้มเย็นชาพลางถามกลับ "เยี่ยเหมิง เจ้าเอาแต่ยัดเยียดข้อหานี้ให้ข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้ามีหลักฐานอันใด!"
"อย่ามาพูดอ้างเรื่องโอสถสลายเส้นเอ็นกับข้า ของพรรณนั้นมาจากที่ใด ข้าคิดว่าเจ้าย่อมรู้ดีกว่าข้า!" เยี่ยเหมิงเพิ่งจะอ้าปากก็ถูกเยี่ยฝานพูดแทรกขึ้นมาทันควัน
เมื่อเห็นใบหน้าของเยี่ยเหมิงแดงก่ำ เยี่ยฝานก็หัวเราะเยาะและเอ่ยต่อ "เยี่ยเหมิง อย่าคิดว่าเรื่องชั่วช้าที่เจ้าทำข้าจะไม่รู้ วันนี้ข้าตั้งใจมาสะสางบัญชีแค้นกับเจ้าให้กระจ่าง"
"เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่ ขอเตือนว่าอย่าได้สำคัญตัวผิดไปนัก ตอนนี้ในบรรดารุ่นเยาว์ของตระกูลเยี่ย ข้าคือผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ต่อให้เยี่ยมู่จะเป็นพยานให้เจ้า พวกผู้อาวุโสก็ไม่มีทางเชื่อคำพูดของเจ้าหรอก!" เยี่ยเหมิงตกใจ รีบเอ่ยปากข่มขู่
"ดูเหมือนเจ้าจะไม่กลัวเลยสินะ" เยี่ยฝานกล่าวยิ้มๆ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับดูเย็นเยียบ
"ถูกต้อง ข้าคือบุตรชายคนโตของผู้นำตระกูล ส่วนเจ้าเป็นแค่ขยะที่พึ่งพาวิชาชั่วร้าย จะเอาอันใดมาสู้กับข้า รู้จักที่ต่ำที่สูงแล้วไสหัวกลับเรือนทิศเหนือไปซะ เห็นแก่ที่บิดาของพวกเราเป็นพี่น้องกัน ข้าจะละเว้นเรื่องเมื่อวานให้เจ้าสักครั้ง!" เยี่ยเหมิงยื่นเงื่อนไขสุดท้าย
การฟื้นคืนพลังอย่างกะทันหันของเยี่ยฝานทำให้มันตั้งตัวไม่ติด ตอนนี้มันยังคิดแผนรับมือไม่ได้ จึงตั้งใจจะถอยให้ก้าวหนึ่งก่อน
ทว่าเยี่ยฝานย่อมไม่เปิดโอกาสให้มัน เขาตอกกลับทันที "วันนี้โถงใหญ่แห่งนี้ข้าต้องเข้าไปให้จงได้ ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเจ้าไม่กี่คน จะเอาปัญญาที่ไหนมาขวางข้า!"
"รนหาที่ตาย!" เมื่อเห็นเยี่ยฝานไม่รู้จักบุญคุณ เยี่ยเหมิงก็บันดาลโทสะ คิ้วเข้มกระตุกวูบก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่ทันที
พร้อมกันนั้น กลิ่นอายพลังปราณต้นกำเนิดที่ผู้บรรลุขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิดเท่านั้นจึงจะมีได้ ก็ระเบิดออกมาจากร่างของมัน กระแทกลูกสมุนขั้นหล่อหลอมร่างกายที่อยู่รอบๆ จนผงะถอยหลัง
"เยี่ยมู่ รีบถอยไปอยู่ด้านหลัง!" เยี่ยฝานขมวดคิ้ว ไม่ลืมหันไปเตือนพี่น้องที่อยู่ด้านหลัง
"พี่ฝาน ท่านระวังตัวด้วย!" เยี่ยมู่เอ่ยด้วยความห่วงใยก่อนจะถอยออกไปอย่างว่าง่าย การต่อสู้ในขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิด ขั้นหล่อหลอมร่างกายอย่างพวกเขาไม่มีสิทธิ์สอดมือเข้าไปยุ่งอยู่แล้ว
"ฝ่ามือพันทบ ไปตายซะ!"
สิ่งที่เยี่ยฝานคาดไม่ถึงก็คือ เยี่ยเหมิงเปิดฉากมาก็งัดเอาวิชายุทธ์ก้นหีบออกมาใช้ทันที เห็นได้ชัดว่าต้องการสังหารเขาให้สิ้นซาก
ระหว่างที่พูด ฝ่ามือทั้งสองของเยี่ยเหมิงก็พลิกแพลงไปมา รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ คล้ายเกลียวคลื่นที่ม้วนตัว สร้างระลอกพลังปราณต้นกำเนิดชั้นแล้วชั้นเล่า แผ่กลิ่นอายทรงอานุภาพ
"พี่ฝาน นี่คือวิชายุทธ์ที่ติดอันดับหนึ่งในห้าของแดนลับ อานุภาพร้ายกาจยิ่งนัก ท่านต้องระวังตัวให้ดี!" เสียงเตือนของเยี่ยมู่ดังเข้าหูเยี่ยฝานพร้อมกัน
ยามนี้เยี่ยฝานสัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงความร้ายกาจของฝ่ามือพันทบ เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของระลอกพลังปราณ ร่างกายของเขากำลังแบกรับความเจ็บปวดแสนสาหัส โอนเอนไปมาราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ
"ไอ้หนู รีบทำลายพลังปราณของมันซะ มิฉะนั้นเจ้าจะยิ่งถลำลึก หากครบพันทบเมื่อใด เจ้าได้แหลกเป็นผุยผงแน่!" เสียงเร่งเร้าของผู้อาวุโสเสียดังขึ้นในหัวเพื่อเตือนสติเยี่ยฝาน
"ฝ่ามือพันทบ วิชายุทธ์อันดับหนึ่งในห้าของแดนลับช่างร้ายกาจจริงๆ!" ขณะที่เยี่ยฝานกำลังทอดถอนใจ คำเตือนของผู้อาวุโสเสียก็ทำให้เขาเริ่มตึงเครียดขึ้นมา
"ย๊าก จงแตกไปซะ!"
เมื่อรู้ว่าสถานการณ์วิกฤต เยี่ยฝานก็ไม่รอช้า เขารวบรวมพลังปราณต้นกำเนิดทั้งหมดในร่างกาย สร้างเป็นเกราะพลังคุ้มกันขนาดใหญ่ พุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมของระลอกพลังปราณออกไป
"ยังคิดจะหนีอีก วันนี้ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้!" เมื่อเห็นภาพนี้ เยี่ยเหมิงก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง ความเร็วของฝ่ามือพุ่งทะยานถึงขีดสุด ระลอกพลังปราณเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และบีบวงล้อมเข้าหาเยี่ยฝานจากด้านนอก
"หึ เจ้ากับข้าล้วนอยู่ขั้นที่สองเหมือนกัน คิดว่าจะขังข้าไว้ได้หรือ!" เมื่อเห็นระลอกพลังปราณก่อตัวหนาแน่นขึ้น เยี่ยฝานก็แสยะยิ้มเย็นชา เขาถึงกับพุ่งสวนเข้าไปหาเยี่ยเหมิงโดยตรง
เยี่ยเหมิงมุ่งความสนใจไปที่การใช้ฝ่ามือพันทบสังหารเยี่ยฝานจนลืมป้องกันตนเอง เมื่อเห็นเยี่ยฝานโผเข้าใส่ราวกับพยัคฆ์ร้าย มันก็ถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ
"เจ้า... เจ้าคิดจะทำอันใด!"
สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงหมัดอันหนักหน่วงและดุดันของเยี่ยฝาน เพียงหมัดเดียวก็ซัดเยี่ยเหมิงจนหงายหลังล้มตึง
เมื่อเยี่ยเหมิงล้มลง ระลอกพลังปราณที่พันธนาการเยี่ยฝานก็ค่อยๆ สลายไป ฝ่ามือพันทบแม้อานุภาพร้ายกาจ แต่เยี่ยเหมิงกลับไม่สามารถดึงพลังของมันออกมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์
"เจ้าก็เป็นแค่มูลสุนัขที่ส่งกลิ่นหอมจางๆ เท่านั้น แม้ภายนอกจะดูดีมีชาติตระกูล แต่มูลสุนัขก็ยังเป็นมูลสุนัขอยู่วันยังค่ำ ต่อให้พอกทองไว้ ก็ยังไร้ค่าอยู่ดี" เยี่ยฝานมองเยี่ยเหมิงที่นอนเลือดกำเดาไหลเป็นทางอยู่ไม่ไกล พลางเอ่ยเยาะเย้ยอย่างไม่แยแส
เยี่ยเหมิงมีความเพียบพร้อมในทุกด้าน น่าเสียดายที่มันหยิ่งผยองเกินไป ซ้ำยังไร้ประสบการณ์ต่อสู้จริง ท้ายที่สุดจึงถูกเยี่ยฝานซัดร่วงไปกองกับพื้นในหมัดเดียว
"เจ้า... ข้าจะสู้ตายกับเจ้า!" ตั้งแต่เล็กจนโตเยี่ยเหมิงไม่เคยได้รับความอัปยศอดสูถึงเพียงนี้ คำพูดของเยี่ยฝานเปรียบเสมือนเข็มทิ่มแทงหัวใจ เจ็บปวดจนสุดจะทน
ขณะที่การต่อสู้ของทั้งสองกำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง เสียงทรงอำนาจก็ดังกังวานออกมาจากภายในโถงใหญ่ตระกูลเยี่ย "หยุดเดี๋ยวนี้ มาเข่นฆ่ากันหน้าโถงใหญ่ตระกูลเยี่ย ช่างไร้กฎระเบียบสิ้นดี พวกเจ้าเห็นกฎตระกูลเป็นสิ่งใดกัน"
ขาดคำ ชายชราหนวดขาวก็ก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า เบื้องหลังมีชายวัยกลางคนสองคนเดินตามมาด้วยท่าทีน่าเกรงขามและเคร่งขรึม
"คารวะผู้อาวุโสไป๋!" เมื่อเห็นผู้มาเยือน ทุกคนในที่นั้นต่างโค้งกายทำความเคารพ เยี่ยฝานเองก็เช่นเดียวกัน
ผู้อาวุโสไป๋เป็นผู้ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง ไม่เพียงแต่มีพลังยุทธ์ลึกล้ำ และเป็นผู้คุมกฎแห่งหอลงทัณฑ์ของตระกูลเยี่ย แต่เขายังเป็นสหายเก่าแก่ของอดีตผู้นำตระกูลเยี่ยป้าเทียน ซึ่งเคยดูแลเอาใจใส่พวกเยี่ยฝานเป็นอย่างดี
ส่วนผู้ที่เดินตามหลังผู้อาวุโสไป๋มาย่อมหนีไม่พ้นผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเยี่ยเฟยหยาง และบิดาของเยี่ยฝาน เยี่ยเฟยฮว๋า
สายตาคมกริบของผู้อาวุโสไป๋กวาดมองทุกคนในที่นั้น ก่อนจะหยุดลงที่เยี่ยฝานและเยี่ยเหมิง เขาเอ่ยปากสั่งสอน "พวกเจ้าสองคนล้วนเป็นหลานสายตรงของป้าเทียน มาทะเลาะเบาะแว้งกันเช่นนี้ ช่างทำให้ตระกูลเยี่ยต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงนัก"
"ผู้อาวุโสไป๋ เยี่ยฝานมันดูหมิ่นข้า วันนี้ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วย!" ทันทีที่เห็นผู้อาวุโสไป๋ เยี่ยเหมิงก็สลัดคราบเย่อหยิ่งทิ้งไปจนหมดสิ้น มันเดินโขยกเขยกไปหาชายชราเพื่อเรียกร้องความสงสารทันที
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกเวทนาแกมเหยียดหยาม แม้แต่ผู้นำตระกูลเยี่ยเฟยหยางยังหน้าม้าน รู้สึกรับไม่ได้กับการกระทำของบุตรชาย
ส่วนเยี่ยฝาน นอกจากจะแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นบิดาของตนอยู่ที่นี่ด้วย เขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอื่นใดออกมาอีก
[จบแล้ว]