- หน้าแรก
- พลิกชะตารัก ตำนานจิ้งจอกสวรรค์
- บทที่ 1 - ภารกิจแก้ไขชะตารักของท่านแม่ทัพ
บทที่ 1 - ภารกิจแก้ไขชะตารักของท่านแม่ทัพ
บทที่ 1 - ภารกิจแก้ไขชะตารักของท่านแม่ทัพ
บทที่ 1 - ภารกิจแก้ไขชะตารักของท่านแม่ทัพ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"คุณหนูเจ้าคะ ได้ยินว่าท่านแม่ทัพใหญ่กำลังจะยกทัพกลับเมืองหลวงแล้วเจ้าค่ะ" ชุนฝูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความตื่นเต้นเอาไว้
สตรีที่อยู่ตรงหน้าสวมชุดกระโปรงสีแดงสด นางใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางเอาไว้ เส้นผมสยายปล่อยทิ้งตัวตามสบาย ร่างกายเอนอิงพนักเก้าอี้ราวกับไร้กระดูก ใบหน้างดงามเย้ายวนแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมเพียงบางเบา
ม่อชิงอู่หรี่ดวงตาหงส์ลงครึ่งหนึ่ง ปลายนิ้วสีชมพูระเรื่อเคาะเบาๆ ลงบนพนักวางแขน
"เกี่ยวอันใดกับข้าเล่า"
น้ำเสียงเกียจคร้านและอ่อนหวานดังเข้าหูชุนฝู นางลอบสังเกตสีหน้าของม่อชิงอู่อย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายไม่ได้มีท่าทีผิดปกติ ชุนฝูก็เม้มริมฝีปาก
"คุณหนูเจ้าคะ รอให้ท่านแม่ทัพใหญ่กลับมา ท่านก็..."
"ออกไปก่อนเถอะ"
ม่อชิงอู่โบกมือไล่เบาๆ พร้อมกับหลับตาลง
ชุนฝูมีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ยอมย่อตัวถอยออกไป
ภายในห้องบรรทมอันกว้างใหญ่เหลือเพียงม่อชิงอู่คนเดียว นางอดไม่ได้ที่จะปล่อยให้ความคิดล่องลอยกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน
ในตอนนั้นนางกำลังเผชิญด่านเคราะห์อสนีบาต หากทำสำเร็จนางก็จะสามารถงอกหางเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งหาง และกลายเป็นจิ้งจอกสวรรค์สิบหางตัวแรกของโลกใบนี้
แต่จู่ๆ ก็มีองค์กรที่ชื่อว่าสำนักงานควบคุมมิติเวลาซึ่งนางไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนมาตามหานาง พวกเขาบอกว่าโลกใบเล็กใบย่อยต่างๆ ที่นางเคยไปเผชิญด่านเคราะห์ตอนเป็นจิ้งจอกเก้าหางกำลังจะล่มสลายลง
พวกเขาอธิบายว่าเป็นเพราะร่างแยกของนางได้กลายไปเป็นคนรักของชายรองในโลกเหล่านั้น
และด้วยความที่บุตรแห่งโชคชะตาซึ่งก็คือพระเอกนางเอกของโลกนั้นเกิดการตื่นรู้ ทำให้เส้นทางชีวิตเดิมระหว่างร่างแยกของนางกับชายรองเกิดการเปลี่ยนแปลงไป
ชีวิตที่ควรจะมีความสุขสมหวังกลับต้องมาจบลงด้วยความตายหรือพบเจอกับความโชคร้ายสารพัดรูปแบบ
หลังจากนั้นเป็นต้นมาความแค้นฝังลึกของชายรองก็ไม่อาจลบเลือน โลกใบเล็กจำนวนมากจึงได้รับผลกระทบจนเกิดความสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ด้วยเหตุนี้จึงไปดึงดูดความสนใจของสำนักงานควบคุมมิติเวลา พวกเขามาตามหานางเพื่อให้กลับไปตามเช็ดตามล้างปัญหาและแก้ไขเส้นทางโชคชะตาให้ถูกต้อง
และโลกใบนี้ก็คือโลกใบแรกที่นางเคยมาเผชิญด่านเคราะห์
ร่างแยกของนางในโลกใบนี้มีนามว่าม่อชิงอู่ เป็นบุตรสาวของอัครเสนาบดีแห่งราชวงศ์ปัจจุบัน
ส่วนเป้าหมายในภารกิจของนางก็คือแม่ทัพหนุ่มนามว่าเยี่ยนฉือ
นางกับเยี่ยนฉือเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก เติบโตมาด้วยกันด้วยความผูกพันอันบริสุทธิ์
เยี่ยนฉือเป็นคนหนุ่มที่เก่งกาจอนาคตไกล อายุเพียงยี่สิบปีก็ก้าวขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แล้ว
ผู้ใหญ่ในครอบครัวตั้งใจจะหมั้นหมายทั้งสองคนให้แต่งงานกัน น่าเสียดายที่องค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบันเกิดหวาดระแวงอัครเสนาบดีซึ่งเป็นขุนนางเก่าแก่มาตั้งแต่สองรัชกาล เพียงราชโองการฉบับเดียวม่อชิงอู่ก็ต้องถูกส่งตัวเข้าวัง กลายเป็นพระมเหสีที่มีเพียงแค่ชื่อ
ในตอนนั้นเยี่ยนฉือประจำการอยู่ที่ชายแดน สถานการณ์สู้รบกำลังตึงเครียด จึงไม่มีใครส่งข่าวไปบอกเขาเลยว่าน้องหญิงที่เขามีใจให้ได้กลายเป็นมารดาแห่งแผ่นดินไปเสียแล้ว
ภายหลังเมื่อเยี่ยนฉือยกทัพกลับเมืองหลวงและได้รู้เรื่องนี้ เขาก็เอาแต่เก็บความทุกข์ระทมไว้ในใจ ทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม ขอแค่เห็นน้องหญิงของเขามีชีวิตที่ดีเขาก็พอใจแล้ว
ทุกคนต่างคิดว่าม่อชิงอู่เป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิแต่เพียงผู้เดียวในวังหลัง ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าองค์จักรพรรดิไม่เคยร่วมหอลงโรงกับนางเลย แม้จะค้างคืนด้วยก็เป็นเพียงการนอนร่วมเตียงแต่ฝันไปคนละทิศละทาง
แม้แต่ตัวม่อชิงอู่เองก็ถูกปิดตาหลอกลวง เพราะทุกครั้งที่องค์จักรพรรดิเสด็จมา เขาจะแอบใส่ยาลงในน้ำชา ทำให้ม่อชิงอู่เข้าใจไปเองว่านางกับเขาได้มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากันแล้วจริงๆ
ในสายตาของทุกคน วังหลังมีเพียงม่อชิงอู่แค่คนเดียว องค์จักรพรรดิมีของดีอะไรก็มักจะนึกถึงพระมเหสีก่อนเสมอ อัครเสนาบดีเห็นดังนั้นก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ ละทิ้งความไม่พอใจในตอนแรกไปจนหมดสิ้น และหันมาช่วยงานองค์จักรพรรดิอย่างสุดความสามารถเกินร้อยเปอร์เซ็นต์
นานวันเข้าองค์จักรพรรดิก็กุมอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ในมือ
และในตอนนั้นเองเขาก็ยัดข้อหาร้ายแรงที่ไม่มีมูลความจริงให้กับจวนอัครเสนาบดี ทำให้จวนอัครเสนาบดีทั้งตระกูลต้องล่มสลายลงในพริบตา ลุกลามไปถึงตระกูลเยี่ยนที่มีความเกี่ยวข้องกันก็ถูกยึดทรัพย์ไปด้วย ส่วนม่อชิงอู่ก็ถูกขังอยู่ในตำหนักเย็น
วันรุ่งขึ้นเมื่อนางรู้ข่าวเรื่องครอบครัว นางก็ใช้ผ้าขาวผืนเดียวจบชีวิตตัวเองลง
ทางด้านเยี่ยนฉือที่เก็บความทุกข์ทรมานใจมานาน เมื่อมีคนจงใจนำข่าวนี้ไปบอกเขาในขณะที่กำลังทำศึกอยู่ในสนามรบ จุดจบของเขาก็คือการตายอย่างอนาถกลางสมรภูมิ
มาถึงตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่องค์จักรพรรดินั่งบัลลังก์ได้อย่างมั่นคงแล้ว เขาไม่ได้ปฏิบัติต่อม่อชิงอู่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป สิบวันหรือครึ่งเดือนถึงจะโผล่มาที่ตำหนักเฟิ่งชีสักครั้ง
เมื่อสามเดือนก่อนเขาเริ่มคัดเลือกหญิงงามเข้าวังเพื่อเติมเต็มวังหลังให้คึกคัก
หลังจากปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด ม่อชิงอู่ก็พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา
นี่... คนที่มาเผชิญด่านเคราะห์คือร่างแยกของข้าจริงๆ หรือ ทำไมถึงได้โง่งมเยี่ยงนี้
ม่อชิงอู่ยกมือขึ้นนวดขมับ ช่างเถอะ ถึงจะเป็นแค่ร่างแยก แต่ข้าก็จะทำให้ไอ้คนสารเลวนั่นต้องชดใช้ให้สาสม
ทว่า...
เรื่องที่น่าสนใจก็คือ เยี่ยนฉือเป็นลูกชายของพี่ชายฝั่งแม่ของนาง หรือก็คือญาติผู้พี่ของนางนั่นเอง
แน่นอนว่าเขาเป็นลูกบุญธรรม ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแท้ๆ
ท่านลุงของนางอุทิศทั้งชีวิตเพื่อชาติ แทบไม่เคยถอดชุดเกราะเลย
เขาครองตัวเป็นโสดมาตลอดชีวิต จนกระทั่งบังเอิญไปพบทารกน้อยถูกทิ้งไว้ที่มุมถนน ซึ่งก็คือเยี่ยนฉือในตอนนี้นั่นเอง
ร่างแยกของนางเคยไปเยือนโลกใบเล็กมาแล้วมากมาย นางย่อมรู้ดีว่าคนที่มีสายเลือดเดียวกันไม่สามารถครองคู่และให้กำเนิดทายาทได้
แต่สำหรับเผ่าพันธุ์ของพวกนางแล้ว ยกเว้นพี่น้องร่วมสายโลหิต ยิ่งมีสายเลือดใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องร่วมกันให้กำเนิดทายาท
เพราะวิธีนี้จะช่วยรับประกันความบริสุทธิ์ของสายเลือดได้
กลับมาที่เรื่องปัจจุบัน
ความทรงจำตอนที่นางเผชิญด่านเคราะห์ยังคงอยู่ครบถ้วน แต่อารมณ์ความรู้สึกกลับถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น เพื่อให้การทำภารกิจราบรื่น นางจึงต้องดึงเอาอารมณ์ความรู้สึกกลับมาจากร่างแยกนี้ใหม่อีกครั้ง
เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงการเผชิญด่านเคราะห์สิบหางของนาง นางจะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ขึ้นเด็ดขาด
เมื่อคิดได้ดังนั้น ประกายความโหดเหี้ยมก็พาดผ่านดวงตาของม่อชิงอู่
"โฮสต์ ภารกิจกำลังจะเริ่มแล้วนะ พวกเรามาพยายามไปด้วยกันเถอะ"
เสียงของระบบหมายเลขศูนย์หนึ่งสามดังขึ้นในหัวของม่อชิงอู่ ฟังดูก็รู้เลยว่าเต็มไปด้วยความคาดหวังและตื่นเต้นดีใจสุดๆ
นี่เป็นการออกทำภารกิจครั้งแรกของมันเลยล่ะ เพราะก่อนหน้านี้มันทำงานอยู่แต่ในส่วนสนับสนุนมาโดยตลอด
ครั้งนี้ก็เป็นเพราะสำนักงานคนไม่พอ มันถึงต้องโดนจับมัดชกให้ออกมาทำภารกิจแบบนี้
"ตกลง"
เผ่าจิ้งจอกสวรรค์ของพวกนางมีสายเลือดที่แข็งแกร่ง จึงทำให้มีลูกยากมาก เด็กๆ ในเผ่ามีจำนวนนับนิ้วได้เลย
มุมปากของม่อชิงอู่ยกย่องขึ้นเล็กน้อย ถ้าระบบมายืนอยู่ตรงหน้านาง มันจะต้องเป็นเด็กน้อยที่น่ารักน่าชังมากแน่ๆ
"ชุนฝู ทำไมเจ้าถึงมายืนอยู่ข้างนอกล่ะ"
ตงฝูที่เพิ่งรีบร้อนกลับมาจากข้างนอกเห็นชุนฝูยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องก็รู้สึกแปลกใจ
พอเห็นตงฝูกลับมา ชุนฝูก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ข้าแค่คิดว่าถ้าท่านแม่ทัพใหญ่กลับมา องค์จักรพรรดิก็คงจะเห็นแก่หน้าเขาบ้าง คงไม่ถึงกับเมินเฉยคุณหนูหรอก"
เมื่อได้ยินดังนั้น ตงฝูก็มองนางด้วยสายตาไม่เห็นด้วย
ท่านแม่ทัพใหญ่กลับมา องค์จักรพรรดิมีแต่จะยิ่งระแวงมากขึ้น คุณหนูก็คงไม่ได้รับความโปรดปรานกลับคืนมาเพราะเรื่องนี้หรอก
"คุณหนูต้องเข้าวังเพราะราชโองการอยู่แล้ว การที่องค์จักรพรรดิไม่เสด็จมาก็ถือว่าสมใจคุณหนูแล้วล่ะ"
นางหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"ชุนฝู คุณหนูทรงมีแผนการในใจอยู่แล้ว พวกเรามีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของคุณหนูก็พอ"
ชุนฝูเป็นคนนิสัยยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ ในวังหลังแห่งนี้นางกลัวเหลือเกินว่าวันใดวันหนึ่งชุนฝูจะไปล่วงเกินพวกเจ้านายจนนำความเดือดร้อนมาให้คุณหนู
ถึงแม้ภายนอกองค์จักรพรรดิจะทำเหมือนโปรดปรานคุณหนูเพียงผู้เดียว แต่พวกนางต่างก็รู้ดีว่านั่นเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
แถมช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ องค์จักรพรรดิก็แทบจะไม่ปิดบังความหมางเมินอีกต่อไปแล้ว
ช่างเป็นสายเลือดกษัตริย์ที่ไร้หัวใจจริงๆ
"แต่ถ้าไม่ใช่เพราะองค์จักรพรรดิ คุณหนูก็ควรจะได้..."
ชุนฝูบ่นอุบอิบเสียงเบา พอเห็นม่อชิงอู่เดินออกมาจากห้องบรรทม นางก็รีบหุบปากทันที
"คุณหนู"
ทั้งสองคนรีบย่อตัวทำความเคารพพร้อมกัน
สายตาของม่อชิงอู่กวาดมองใบหน้าของทั้งสองคน
ชุนฝูและตงฝูเป็นสาวใช้คนสนิทของนาง ติดตามนางมาจากจวนอัครเสนาบดี ตอนนี้เข้ามาอยู่ในวังแล้ว ชั่วคราวนี้ก็มีเพียงพวกนางสองคนเท่านั้นที่พอจะไว้ใจได้
"ชุนฝู วรยุทธ์เจ้าดีกว่า เอาจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ท่านพ่อ อย่าให้ใครจับได้ล่ะ"
ถึงแม้ชุนฝูจะมีนิสัยเหมือนเด็ก แต่เรื่องวรยุทธ์นางถือว่าเก่งกาจที่สุดในบรรดาสาวใช้ทั้งหมด
"เจ้าค่ะ คุณหนู"
ชุนฝูรับจดหมายมาด้วยความตั้งใจจริง นางปรายตามองตงฝูแวบหนึ่งก่อนจะรีบเดินออกจากตำหนักไป
"คุณหนู สายลับนอกวังส่งข่าวมาว่าวันนี้องค์จักรพรรดิเสด็จออกนอกวังแล้วไปพบกับหญิงงามนางหนึ่งเจ้าค่ะ"
ตงฝูกระซิบรายงานเสียงเบา
สีหน้าของม่อชิงอู่มืดครึ้มลง นางหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง โดยมีตงฝูเดินตามหลังไปติดๆ
เย่จิ่นเสวี่ย เดิมทีเป็นแค่บุตรสาวนายอำเภอเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ตอนนี้กลับไปเตะตาองค์จักรพรรดิเข้าให้แล้ว
ก็แค่เพราะวิญญาณข้างในร่างเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง
ดวงวิญญาณจากต่างมิติ น่าสนุกดีนี่
ในเส้นทางโชคชะตาเดิม นางอาศัยความรู้จากซีรีส์ย้อนยุคที่เคยดูมาคอยวางแผนช่วยพระเอกทำลายจวนอัครเสนาบดีไปไม่น้อยเลยทีเดียว
"จับตาดูความเคลื่อนไหวทางฝั่งตำหนักทรงงานให้ดีตลอดเวลา"
"เจ้าค่ะ"
และในเวลาเดียวกันนั้น ทางฝั่งอัครเสนาบดีที่ได้รับจดหมายก็กำลังโกรธจัดจนตัวสั่น
ปัง
"ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก"
ม่ออวิ๋นตบกระดาษจดหมายลงบนโต๊ะหนังสืออย่างแรง ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ
ชุนฝูหดตัวหลบอยู่ตรงมุมห้อง พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด เวลาที่นายท่านโกรธนั้นน่ากลัวมากจริงๆ
แต่นางก็รู้สึกตื้นตันใจจนน้ำตาซึม ในที่สุดนายท่านก็รู้ถึงสถานการณ์ของคุณหนูเสียที ต่อไปนี้คุณหนูก็ไม่ต้องคอยใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงอีกแล้ว
ม่อชิงอู่ : ไม่ทราบว่าเจ้ามองมุมไหนถึงเห็นว่าข้าใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง
เนื้อหาในจดหมายเล่าถึงความจริงและสิ่งที่ม่อชิงอู่ต้องเผชิญในวังตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา
สำหรับลูกสาวของตนเองแล้ว ม่ออวิ๋นไม่เคยคลางแคลงใจเลยสักนิด
"ดี ดีมาก องค์จักรพรรดิช่างสมกับเป็นผู้ที่แย่งชิงบัลลังก์มาได้จริงๆ ช่างมีจิตใจที่เลือดเย็นเหลือเกิน"
ตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนที่องค์จักรพรรดิยืนกรานจะรับสนมเข้าวังโดยไม่ฟังคำทัดทานของเขา เขาก็พอจะเดาออกแล้วว่ากษัตริย์นั้นไร้ใจ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าทุกอย่างมันจะเป็นการเสแสร้งมาตั้งแต่ต้น
เมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่ลูกสาวเพียงคนเดียวของตนต้องเผชิญในวัง น้ำตาของชายชราอย่างม่ออวิ๋นก็ไหลรินออกมา
ภรรยาของเขาจากไปตั้งแต่ลูกยังเล็ก เขาจึงทุ่มเทเลี้ยงดูลูกสาวมาด้วยสองมือของตนเอง คอยประคบประหงมอย่างดีไม่ให้ต้องเจ็บช้ำหรือเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว
คิดไม่ถึงเลยว่าในวังหลวงที่กลืนกินคนแห่งนั้น ลูกสาวของเขาจะต้องไปทนทุกข์ทรมานแบบนี้
ลูกสาวคือแก้วตาดวงใจของเขา ในเมื่อฉีเสวียนไร้ความปรานี ก็อย่าหาว่าม่ออวิ๋นผู้นี้ไร้ความซื่อสัตย์ก็แล้วกัน
[จบแล้ว]