- หน้าแรก
- นักดาบตาบอดแห่งตระกูลอุจิวะ
- ตอนที่ 184 ภารกิจสังหาร
ตอนที่ 184 ภารกิจสังหาร
ตอนที่ 184 ภารกิจสังหาร
ตอนที่ 184 ภารกิจสังหาร
“เก็คโค ฮายาเตะ…ขอคำชี้แนะ!”
ตอนที่เก็คโค ฮายาเตะก้าวออกมา ชิบะไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย
เพราะเมื่อครู่นี้ เขารู้แล้วว่าในหกคน…มีสามคนที่อยากออกมาท้าทายเขา
นอกจากฮายาเตะแล้ว ยังมีอุซึกิ ยูกาโอะ และนามิอาชิ ไรโด
เพียงแต่…ฮายาเตะเคลื่อนไหวเร็วกว่าเท่านั้น
ส่วนยูกาโอะไม่ต้องพูดถึง คนที่สมองเต็มไปด้วยวิชาดาบแบบเธอ ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิดจะท้าทายชิบะ
ส่วนนามิอาชิ ไรโด ชิบะไม่แน่ใจว่าเขาเป็นนักดาบสายแท้หรือไม่
แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ…เขาใช้ดาบเก่งมาก
ดาบยาวสีดำที่อยู่ข้างเอว นั่นคืออาวุธหลักของเขา
และในโลกของนินจา คนที่เลือกเดินเส้นทางนักดาบอย่างแท้จริง มักจะเป็นพวกหัวแข็ง
แล้วเมื่อมีโอกาสได้มาท้าทายจุดสูงสุดของวิชาดาบแห่งโคโนฮะ พวกเขาจะลังเลงั้นเหรอ?
ไม่…ไม่มีทาง
มันก็เหมือนกับในโลกของโจรสลัด ที่โซโลได้พบกับมิฮอว์ค
ทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีทางชนะ แต่ก็ยังอยากจะท้าทาย อยากรู้ว่าช่องว่างระหว่างตัวเองกับจุดสูงสุด มันห่างกันแค่ไหน
และตัวเองในตอนนี้ไปได้ไกลถึงระดับไหนแล้ว
และตอนนี้ ฮายาเตะเองก็ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว
หางตาของเขาแอบมองไปยังยูกาโอะ หญิงสาวที่เคยปฏิเสธเขาใต้แสงจันทร์ เขาไม่ได้แค่ต้องการพิสูจน์ตัวเอง แต่ยังอยากพิสูจน์ให้ยูกาโอะเห็นว่า
ในเส้นทางดาบ…เขาจะไม่แพ้ใคร
ในขณะเดียวกัน ชิบะก็สัมผัสได้ถึงความคิดของฮายาเตะ
ในใจเขาอดถอนหายใจไม่ได้ ลำบากหน่อยนะพวก…ดันไปชอบผู้หญิงที่มีแต่ดาบอยู่เต็มหัวแบบนั้น
ชิบะเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ในต้นฉบับคู่รักคู่นี้ไปลงเอยกันได้ยังไง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ในสายตาของอุซึกิ ยูกาโอะ จะไม่มีเงาของเก็คโค ฮายาเตะเลย
และในสายตาของยูกาโอะ
ชิบะกลับเห็นว่า…เธอมองเขาอยู่!?
ชิบะชะงักไปเล็กน้อย ถึงกับเหม่อไปชั่วขณะ
ผู้หญิงคนนี้…ตอนนี้ในหัวมีแต่เขาอย่างนั้นเหรอ?
อยากเอาชนะเขาขนาดนั้นเลย?
คิดมาถึงตรงนี้ ชิบะก็ยิ้มออกมา การมีความเชื่อมั่นในใจ…มันไม่ใช่เรื่องแย่ ดังนั้น วันนี้เขาจะสั่งสอนพวกนี้ให้ดีสักครั้ง
ชิบะจึงหันไปโบกมือเรียกอิทาจิ
“อิทาจิ มีมีดสั้นไหม?”
“มีดสั้นเหรอ?”
อิทาจิชะงักไปนิด ก่อนจะหยิบมีดเล่มเล็กออกมาจากเอว
“มีดแบบนี้ ใช้ได้ไหม?”
ชิบะพยักหน้า
“ใช้ได้”
อิทาจิส่งมีดให้ ชิบะรับมาไว้ในมือ ก่อนจะยิ้มแล้วพูด
“อุซึกิ ยูกาโอะ กับนามิอาชิ ไรโด พวกนายสองคนก็ออกมาด้วย”
พูดจบ เขาก็เล่นมีดสั้นในมือไปมา พลางพูดด้วยรอยยิ้ม
“ดูเหมือนพวกนายจะอยากท้าทาย ‘จุดสูงสุดของวิชาดาบแห่งโคโนฮะ’ อย่างฉันกันมากสินะ”
“งั้นฉันจะให้โอกาสพวกนาย”
“พวกนาย เข้ามาพร้อมกันเลย”
ในวินาทีนั้น ทั้งสามคนถึงกับอึ้งไป ไม่รู้จะตอบสนองยังไงดี
“หัวหน้าชิบะ คุณจะใช้แค่มีดสั้นเล่มนั้นจริงๆเหรอ?”
นามิอาชิ ไรโดเอ่ยขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อในฝีมือของชิบะ แต่ในวิชาดาบ หลายครั้งมันคือ “อาวุธยาวได้เปรียบกว่า”
ดาบยาวกับมีดสั้น…ต่างกันราวฟ้ากับดิน
ถ้าฝีมือเท่ากัน คนที่ใช้ดาบยาวแทบจะข่มอีกฝ่ายได้เลย
ได้ยินแบบนั้น ชิบะก็ยิ้มบางๆ
“ว่าไง? ไม่พอใจเหรอ?”
“มีดสั้นเล่มนี้ คือความปรานีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันมีให้พวกนายแล้ว!”
“ฉันว่าพวกนายยังไม่เข้าใจความหมายของ ‘จุดสูงสุดของวิชาดาบ’ จริงๆ”
“ตอนนี้พวกนายมีโอกาสแล้ว—”
“ไม่อยากรู้เหรอว่าการใช้สั้นสู้ยาว มันทำยังไง”
“โอกาสเรียนรู้แบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆนะ”
“เพราะตอนที่พวกนายทุ่มสุดตัว แล้วพบว่าแม้แต่มีดสั้นเล่มเดียวก็ยังทำอะไรไม่ได้…”
“ตอนนั้นแหละ พวกนายจะรู้ว่า…ตัวเองยังต้องเติบโตอีกแค่ไหน”
พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของทั้งสามคนก็เปลี่ยนไปทันที
ถึงจะรู้ว่านี่คือคำยั่วยุของชิบะ แต่ความไม่ยอมแพ้…และความโกรธ ก็ปะทุขึ้นมาในวินาทีนั้น
ทั้งสามคนชักดาบออกพร้อมกัน
ภาพนั้นทำให้อิทาจิและพวกที่ยืนดูอยู่ด้านหลังถึงกับยิ้มออกมา
“พวกนายคิดว่าสามคนนั้นจะรับดาบของชิบะได้กี่ครั้ง?”
อิทาจิพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“สามครั้ง สามดาบคือขีดจำกัดของพวกเขาแล้ว”
คาคาชิเอ่ยขึ้น สำหรับเขา คนละหนึ่งดาบก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
เพราะวิชาดาบของชิบะ พวกเขาเห็นมาแล้วที่แนวหน้าหมอก
และตอนนี้ มันผ่านมาหนึ่งปีแล้ว ใครจะไปรู้ว่าในหนึ่งปีนี้ ชิบะพัฒนาไปไกลแค่ไหน
“สองดาบมั้ง”
ชิซุยยิ้มพลางตอบ
“สามดาบมันเหมือนจะดูถูกชิบะไปหน่อย แต่หนึ่งดาบก็สุดเกินไป…อย่างน้อยฉันก็นึกภาพไม่ออก”
แต่อิทาจิกลับส่ายหน้า ยิ้มบางๆ
“ไม่…แค่ดาบเดียวก็พอ”
“ฉันซ้อมดาบกับชิบะทุกวัน ถ้าเขาจบได้ในดาบเดียว เขาไม่มีทางฟันเป็นครั้งที่สอง”
คาคาชิกับชิซุยหันไปมองอิทาจิทันที
โอ้โห…ดูท่าจะโดนชิบะไล่สอนจนฝังใจไม่น้อยเลยสินะ
แล้ว—
ในวินาทีนั้น
ทั้งสามคนก็พุ่งเข้าใส่
ในเสี้ยววินาทีเดียว พวกเขาปลดปล่อยวิชาดาบที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา
ทั้งหมดก็เพื่อพิสูจน์ตัวเอง
แต่พวกเขาไม่มีวันรู้เลยว่า ในเสี้ยววินาทีนั้น มีดสั้นของชิบะก็ฟันลงมาแล้ว
หนึ่งดาบ
มีแค่หนึ่งดาบจริงๆ
วิถีดาบที่สมบูรณ์แบบนั้น ฟันเข้าปะทะดาบของทั้งสามคนในพริบตา
แล้ว—ทั้งสามคนก็ถูกซัดกระเด็นออกไปพร้อมกัน
ไม่มีแม้แต่โอกาสโต้กลับ
ในวินาทีนั้น อุซึกิ ยูกาโอะ, นามิอาชิ ไรโด และเก็คโค ฮายาเตะ ต่างก็อึ้งไปหมด
เมื่อกี้…เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ชิบะเก็บดาบ ก่อนจะโยนมีดสั้นกลับให้อิทาจิ
อิทาจิรับไว้ แล้วเสียบกลับเข้าที่เอว ก่อนจะหันไปยิ้มให้คาคาชิกับชิซุย
“เห็นไหม…ฉันบอกแล้ว”
“ดาบเดียวก็พอ”
ตอนนั้นเอง ชิบะกลับไปใช้ไม้เท้านำทางเหมือนเดิม แล้วพูดขึ้นอย่างสงบ
“เมื่อกี้ ถ้ามองไม่ทันก็ไม่เป็นไร”
“พวกนายค่อยๆ ไปทบทวนเอาเอง”
“ดาบนั้น…พอให้พวกนายเอาไปคิดได้อีกนาน”
“เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกนายคิดว่าฟันดาบแบบนั้นได้แล้ว”
“ค่อยกลับมาท้าทายฉันอีกครั้ง”
“แต่ถ้าเป็นการฝึกซ้อมดาบทั่วไป ฉันยินดีต้อนรับเสมอ”
“การแลกเปลี่ยนกันเท่านั้น ถึงจะทำให้พัฒนาได้จริง”
ชิบะไม่ได้พึ่งพาแค่รูปแบบดาบของฟูจิโทระเท่านั้น
เขาเองก็ศึกษาแนวดาบของโคโนฮะมาอย่างลึกซึ้ง และทั้งสามคน…ก็ใช้ดาบสายโคโนฮะ ซึ่งชิบะเข้าใจมันดีอยู่แล้ว
แทบจะในวินาทีที่พวกเขาชักดาบ เขาก็รู้ทันทีว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน
ถึงขั้นไม่จำเป็นต้องใช้การรับรู้พิเศษเลยด้วยซ้ำ
“ต่อไป…เหตุผลที่เรียกพวกนายมาวันนี้ มีอยู่สองเรื่องหลัก”
ในตอนนั้น ทั้งสามคนที่ถูกซัดกระเด็นก็ลุกขึ้นมาแล้ว
อีกสามคนเองก็เริ่มตั้งสมาธิขึ้น
แม้แต่อิทาจิและคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังชิบะ ก็เก็บรอยยิ้มลงเช่นกัน
ทุกคนรู้ดี ชิบะกำลังจะพูดถึงเหตุผลที่แท้จริงของการเรียกตัวครั้งนี้
“เรื่องแรก คือการต้อนรับพวกนายทั้งหกเข้าสู่หน่วยลับ”
“และเรื่องที่สอง คือพวกเราได้รับภารกิจหนึ่ง”
“ภารกิจที่สำคัญมาก”
“เนื้อหาของภารกิจนี้ จะทำลายความเชื่อทั้งหมดที่พวกนายสร้างขึ้นในโคโนฮะตอนนี้”
“พวกนายอาจรับมันไม่ได้”
“แต่ถ้าตัดสินใจรับภารกิจนี้แล้ว พวกนายก็ต้องแบกรับมันให้ได้”
“นอกจากอิทาจิ ชิซุย และคาคาชิแล้ว ฉันยังต้องการอีกหนึ่งคน”
“ถ้าใครมีความพร้อมแบบนั้น ก็ออกมายืนตรงนี้”
พูดจบ ชิบะก็ปล่อยสัมผัสตรวจจับออกไปทันที
เขากำลังสังเกต สังเกตว่ามีใครลังเลหรือไม่
เพราะการลอบสังหารซารุโทบิ ฮิรุเซ็น…ไม่ใช่ภารกิจธรรมดา
ต้องรู้ไว้ว่า โลกความคิดของทั้งหกคนที่ถูกสร้างขึ้นในโคโนฮะ
ล้วนถูกหล่อหลอมโดยฮิรุเซ็น
และภารกิจนี้…คือการพังมันด้วยมือตัวเอง
อิทาจิ ชิซุย และคาคาชิ ผ่านเหตุการณ์แนวหน้าหมอกมาแล้ว
พวกเขามีความพร้อมทางจิตใจเรียบร้อย
แต่สำหรับคนอื่น…ชิบะไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้น
เพราะงั้น—
เขาต้องพูดให้ชัดตั้งแต่แรก
และที่สำคัญ—
ต้องไม่มีความลังเล
ดังนั้น ชิบะจึงจับตาดูทุกคนอย่างละเอียด
ใครก็ตามที่มีแววลังเลแม้แต่วินาทีเดียว…จะถูกตัดออกทันที
แล้ว—
ภายใต้สถานการณ์แบบนี้
อุซึกิ ยูกาโอะ ก็ก้าวออกมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เห็นแบบนั้น ชิบะก็ยิ้มบางๆ
เป็นเธอจริงๆ เพราะเขารู้ดีว่า ตอนนี้ในหัวของยูกาโอะ…มีแต่ดาบ ความหลงใหลในดาบ ทำให้เธอไม่มีความลังเลใดๆ เพราะสิ่งที่เธอเชื่อ…ก็คือดาบของเธอเอง
“พอแล้ว คนอื่นกลับไปก่อนได้”
ชิบะสั่งให้ทุกคนแยกย้าย
ก่อนจะจากไป เก็คโค ฮายาเตะมองไปที่ยูกาโอะที่ถูกเลือก มือของเขากำแน่นโดยไม่รู้ตัว เขารู้ดีเพราะความลังเลของตัวเอง ในวินาทีนั้น เขาได้สูญเสียบางอย่างไปอีกครั้ง
หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว ชิบะก็เรียกทั้งสี่คนมารวมตัวกัน
อิทาจิและคนอื่นๆ เองก็อยากรู้เหมือนกันว่า “ภารกิจลับ” ที่ชิบะพูดถึงคืออะไรกันแน่
ตอนนั้น ชิบะหยิบม้วนคัมภีร์ออกมาสามม้วน แล้วส่งให้คาคาชิ ชิซุย และอุซึกิ ยูกาโอะ
มีแค่อิทาจิคนเดียวที่ไม่ได้ เขาชะงักไปเล็กน้อย
“ชิบะ…ของฉันล่ะ?”
“วิชาในคัมภีร์นั่น นายใช้เป็นอยู่แล้ว”
คาคาชิกับชิซุยเปิดคัมภีร์ดู ก่อนจะพยักหน้า
“อืม…อิทาจิ นายใช้เป็นจริงๆ นั่นแหละ”
“นี่มันวิชาของตระกูลอุซึมากิสินะ—”
“ม่านเพลิงม่วงสี่ทิศ…”
อิทาจิพยักหน้า เขาใช้วิชานี้เป็นอยู่แล้ว เป็นคุชินะที่สอนให้เขากับชิบะ
นี่คือวิชาผนึกแบบหนึ่ง มันเป็นวิชาที่ต้องใช้คนสี่คนในการใช้งาน
โดยยืนประจำทิศทั้งสี่—เหนือ ใต้ ออก ตก
แล้วสร้างม่านทรงสี่เหลี่ยมที่มีเปลวเพลิงสีม่วงโปร่งใสขึ้นมา
เมื่อม่านกางออก คนข้างนอกจะเข้าไม่ได้ และคนข้างใน ก็ออกมาไม่ได้เช่นกัน
เห็นแบบนั้น อิทาจิก็ถามขึ้นทันที
“ชิบะ ภารกิจอะไร ถึงต้องใช้วิชานี้?”
ชิบะตอบอย่างเรียบเฉย
“ลอบสังหารโฮคาเงะรุ่นสาม ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น”
ในวินาทีนั้น อุซึกิ ยูกาโอะก็เข้าใจทันที
คำพูดก่อนหน้านี้ของชิบะ—
“ภารกิจนี้จะทำลายความเชื่อทั้งหมดของพวกนาย”
มันหมายความว่ายังไง
เพราะตอนนี้ ไม่ใช่แค่เธอ แม้แต่อิทาจิ คาคาชิ และชิซุย ก็ยังอึ้งไปเหมือนกัน สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
หน่วยลับ…จะไปลอบสังหารโฮคาเงะงั้นเหรอ?
(จบตอน)