- หน้าแรก
- พลิกชะตาเป็นมหาเศรษฐี ด้วยระบบคืนเงินจากไลฟ์สด
- บทที่ 44 พ่อผีพนัน แม่แต่งงานใหม่ น้องชายป่วยหนัก และตัวเธอที่แตกสลาย
บทที่ 44 พ่อผีพนัน แม่แต่งงานใหม่ น้องชายป่วยหนัก และตัวเธอที่แตกสลาย
บทที่ 44 พ่อผีพนัน แม่แต่งงานใหม่ น้องชายป่วยหนัก และตัวเธอที่แตกสลาย
บทที่ 44 พ่อผีพนัน แม่แต่งงานใหม่ น้องชายป่วยหนัก และตัวเธอที่แตกสลาย
เหมิงเหมิงยืนอยู่ด้านข้าง บีบนวดไหล่ให้เขาเบาๆ ท่วงท่าสง่างามทว่าแฝงความนุ่มนวล
เธอเอ่ยถามเสียงเบา "คุณผู้ชายคะ ต้องการให้ฉันแนะนำให้ฟังไหมคะ?"
จ้าวเกาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนุ่มนวลบนหัวไหล่ จมูกสูดดมกลิ่นดอกกล้วยไม้ที่อบอวลอยู่ไม่รู้ว่ามาจากตัวเธอหรือในห้องนี้ เขาหลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม พอได้ยินคำถามก็พยักหน้าเบาๆ
"เพิ่งเคยมาครั้งแรกเหรอคะ?"
"อืม เพื่อนแนะนำมาน่ะ เพิ่งเปิดเมมเบอร์เมื่อกี้เอง"
เหมิงเหมิงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แอบดีใจขึ้นมาเล็กน้อย น้ำหนักมือที่นวดก็ยิ่งนุ่มนวลขึ้นไปอีก แนะนำด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย "คอร์สของโซนวีไอพีมีทั้งหมด 3 ประเภทค่ะ แบ่งเป็นซีรีส์คลาวด์ ซีรีส์ลักชัวรี่ และซีรีส์ดรีม คุณผู้ชายสนใจแบบไหนดีคะ"
นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย...?
จ้าวเกาฟังแล้วก็งงเป็นไก่ตาแตก ลืมตาขึ้นมามองหน้าเธอ "ขอบใจนะเนี่ย อุตส่าห์กลัวฉันฟังรู้เรื่อง เลยจงใจสรรหาคำที่ฉันฟังไม่เข้าใจมาพูด"
"ฮึ" เหมิงเหมิงส่งเสียงฮึดฮัดอย่างมีจริต ตบไหล่เขาเบาๆ น้ำเสียงอ่อนหวาน "อืม... ถ้าเป็นซีรีส์คลาวด์ ก็จะให้บริการในห้องนี้แหละค่ะ"
เธอทำมือประกอบ ก่อนจะโน้มตัวลงมา กระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เบาลงไปอีก "ถ้าเป็นลักชัวรี่ จะไม่ได้อยู่ที่นี่ค่ะ จะอยู่ห้องพักแขกชั้นบน... ส่วนซีรีส์ดรีม จะอยู่ในห้องจำลองสถานการณ์สุดพิเศษค่ะ"
"สำหรับรายละเอียดลึกๆ กว่านี้ล่ะก็..."
เธอส่งเสียงหัวเราะ "คิกคิก" อย่างมีจริต ดันตัวเขาเบาๆ "รายละเอียดลึกๆ คุยตรงนี้ไม่ได้ค่ะ เอาเป็นว่าคุณลองไปคิดดู เดาๆ เอาหน่อย ก็น่าจะรู้หมดแล้วล่ะค่ะ"
จ้าวเกากะพริบตา จู่ๆ ก็เหมือนจะบรรลุธรรม เข้าใจขึ้นมาทันที
นี่คงกลัวเขาอัดเสียงล่อซื้อสินะ?
เขาตบเบาะโซฟานุ่มๆ ข้างตัว พอเห็นเหมิงเหมิงลงมานั่งข้างๆ ก็ขยับเข้าไปใกล้ ลดเสียงลงแล้วถาม "แล้วไอ้... ห้องจำลองสถานการณ์ที่ว่า... มันมีสถานการณ์อะไรบ้างล่ะ?"
เธอเอานิ้วจิ้มหน้าอกเขา คิ้วโก่งดั่งคันศร "มีเยอะแยะเลยค่ะ มีฉากธีมตั้ง 24 แบบเชียวนะ!"
"ราคาเท่าไหร่?"
ดวงตาสวยเฉี่ยวปรายมองเขา เหมิงเหมิงชูนิ้วขึ้นมาห้านิ้ว "5,800 ค่ะ"
5,800 + 5,800 = 11,600
11,600 + 1,500 = 13,100
งบเกินมา 100 ปัญหาไม่ใหญ่! ในกระเป๋าหลิวเฉิงยังมีอีก 200 ไม่ใช่หรือไง?
คิดได้ดังนั้น จ้าวเกาก็ลุกพรวดขึ้นมา ทำเอาเธอสะดุ้งตกใจ
"ไป! เราไปดูห้องเรียนกันเถอะ!"
เธอฉีกยิ้มจนตาหยีทันที
.....
3 ชั่วโมงต่อมา หลิวเฉิงที่ลงมารอที่ล็อบบี้ก่อนตั้งนานแล้ว ในที่สุดก็เห็นจ้าวเกาที่กำลังเอามือกุมเอว ค่อยๆ เดินกระย่องกระแย่งลงบันไดมา
"เชี่ย! นี่ใครวะเนี่ย! ใครทำพ่อบุญธรรมของฉันทรมานได้ขนาดนี้!"
หลิวเฉิงรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไป ทำท่าจะเข้าไปพยุง ทำเอาพนักงานสาวสองคนที่เดินผ่านไปมาหัวเราะคิกคักไม่หยุด
ในเมื่อยังไม่ได้เช็คบิล พ่อบุญธรรมก็ยังคงเป็นพ่อบุญธรรมอยู่วันยันค่ำ
"ไสหัวไปไกลๆ เลย!" จ้าวเกาผลักเขาออก เอามือที่กุมเอวออก ลดเสียงลงถาม "แกเลือกคอร์สไหนวะ?"
ได้ยินคำถาม หลิวเฉิงก็รีบยกมือขึ้นประนม ยิ้มแป้นตอบ "ลักชัวรี่ไง! 3,800! ขอบคุณพ่อบุญธรรม! ขอบคุณพ่อบุญธรรม!"
"ก็ยังดี งั้นเราสองคนก็ใช้งบไม่เกิน... แล้วคนเป็นไงมั่งวะ?" เขาคิดเลขในใจ ยอดรวม 9,600 ในบัตรเมมเบอร์น่าจะเหลืออีก 1,900
"จะให้พูดอะไรอีกล่ะ โคตรจะแจ่มเลย! ต่อให้เอาไปเทียบกับดาวโรงเรียนของเรา ฉันว่าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยนะเว้ย! หุ่นนี่แบบ สุดยอด!" คำพูดของหลิวเฉิงพรั่งพรูออกมาเป็นชุดเหมือนปืนกล พูดไปพูดมา จู่ๆ สีหน้าก็ดูซับซ้อนขึ้นมา น้ำเสียงก็หดหู่ลง "ไอ้เกา! ฉันอยากจะช่วยเธอว่ะ!"
?????
จ้าวเกาทำหน้าเหวอเป็นไก่ตาแตก
"แกไม่รู้อะไร น้องคนนี้เขาจนตรอกจริงๆ ถึงต้องมาทำงานแบบนี้ ทางบ้านเขาน่าสงสารโคตรๆ!" หลิวเฉิงถอนหายใจ แย่งบุหรี่จากมือเขาไปจุดสูบ น้ำเสียงฟังดูสับสน
"ตอนเด็กๆ พ่อเธอติดการพนันหนักมาก จนป่านนี้ก็ยังเลิกไม่ได้ ข้าวของในบ้านอะไรที่เอาไปเสียพนันได้ก็เอาไปหมด แม่เธอทนไม่ไหว ทิ้งเธอกับน้องชายไปแต่งงานใหม่ตอนเธออายุแค่ 8 ขวบ ส่วนน้องชายเธอก็เป็นโรคหัวใจมาตลอด ต้องผ่าตัด แต่แกก็รู้ การผ่าตัดหัวใจ ถ้าไม่มีเงินสักหลายแสนก็ทำไม่ได้หรอก เธอไม่มีทางเลือกจริงๆ ถึงได้มารับงานแบบนี้!"
"เฮ้อ! แกไม่รู้อะไร ตอนที่เธอเล่าให้ฉันฟัง เธอแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว!"
พูดมาถึงตรงนี้ หลิวเฉิงก็รู้สึกอินจัด เอามือปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงตรงหางตา ซู๊ดบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ แล้วพูดต่อ
"ฉันคิดไว้แล้ว เรียนจบเมื่อไหร่ ฉันจะตั้งใจทำงาน ฉันจะหาเงิน! ฉันจะหาเงินให้ได้เยอะๆ! ฉันจะฉุดเธอขึ้นมาจากวงการนี้ให้ได้!"
"เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน แต่ฉันอยากจะช่วยเธอจริงๆ ว่ะ!"
จ้าวเกาฟังแล้วก็อ้าปากค้าง ตะลึงจนพูดไม่ออก
"ไอ้เกาเอ๊ย! พูดจากใจเลยนะ ฉันไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่เข้าขากับฉัน รู้ใจฉันเท่านี้มาก่อนเลยว่ะ! ฉันไม่ได้คิดอะไรเกินเลยนะ แค่อยากจะช่วยเธอจริงๆ ถ้าวันหน้ามีโอกาส"
หลิวเฉิงถอนหายใจ บี้บุหรี่ในมือทิ้ง เห็นเขาเอาแต่จ้องหน้าตัวเองนิ่งเงียบ ก็เลยเอามือไปโบกตรงหน้าเขา
"เชี่ยเอ๊ย!"
จ้าวเกาตะคอกลั่น ทำเอาคนทั้งล็อบบี้หันมามองเป็นตาเดียว เขารีบก้มหัวขอโทษขอโพยติดๆ กัน ดึงคอเสื้อไอ้หนุ่มมหาลัยผู้ใสซื่อเข้ามาใกล้ กัดฟันกรอด "แกปัญญาอ่อนปะเนี่ย?"
หลิวเฉิงชะงัก "เป็นไรของแกวะ?"
"เรื่องง่ายๆ แค่นี้แกคิดไม่ได้หรือไง? ที่แกคิดว่าเธอเข้าขากับแก รู้ใจแก ก็เพราะแกเสียเงินซื้อบริการไงโว้ย! ถ้าแกไม่จ่ายเงินค่าตัวนี้ให้ เดินสวนกันข้างถนน เธอจะชายตามองแกหรือเปล่า ฉันยังแปลกใจเลย!"
จ้าวเกายิ่งพูดก็ยิ่งโมโห แทบอยากจะตบกะโหลกมันสักฉาดสองฉาด
"อีกอย่าง นิทานหลอกเด็กพรรค์นี้ ที่เธอเล่าให้แกฟัง เธอก็คงคิดว่าเล่าเป็นเรื่องตลก สร้างบรรยากาศไปงั้นแหละ แกเสือกเชื่อเป็นตุเป็นตะไปได้? ฉันขอร้องล่ะ ว่างๆ ก็หัดเล่นเน็ตบ้างนะเว้ย! มุกนี้มันเก่าจนเปื่อยเหม็นโฉ่ไปทั้งบางแล้ว!"
"ถ้าแกคิดว่าเธอบริการดี ฝีมือได้เรื่อง วันหน้าถ้าพวกเราได้ดิบได้ดี ก็แวะมาอุดหนุนเธอใหม่ ถ้าไม่ไหวก็เหมาเธอเป็นเดือนๆ ไปเลย แต่แกเลิกเพ้อเจ้อเรื่องไร้สาระพวกนี้ได้แล้ว!"
"แม่มเอ๊ย! ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงชอบมีความคิดอยากจะช่วยกะหรี่กลับใจกันจังวะ?"
พูดมาถึงตรงนี้ จ้าวเกาก็ชะงักไป คำพูดนี้มันฟังดูแม่งๆ แฮะ เหมือนด่ากระทบตัวเองไปด้วยเลย?
พอเห็นเพื่อนรักที่สุดของตัวเองยืนหน้าดำคร่ำเครียดนิ่งอึ้งไป เขาก็ชักจะรู้สึกตัวว่าตัวเองพูดแรงไปหน่อย เลยเอามือไปผลักไหล่มัน "แกก็อย่าโกรธที่ฉันพูดแรงไปเลยนะ ฉันแค่กลัวว่า..."
ยังพูดไม่ทันจบ หลิวเฉิงก็ตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ สบถคำว่า "เชี่ยเอ๊ย" ติดๆ กันหลายคำ
"ไอ้เกา แกพูดถูก เธอคงพูดเล่นเอาฮาแน่ๆ ฉันก็ว่าอยู่ ตอนที่ฉันซักไซ้ไล่เลียง ทำไมสีหน้าเธอถึงดูแปลกๆ! เชี่ยเอ๊ย! แกพูดถูกเผงเลย! ไม่ใช่ว่าฉันเจอคนที่เข้าขา แต่เป็นเพราะฉันจ่ายเงิน เธอถึงได้ยอมเข้าขากับฉันต่างหาก!"
พูดไปก็ทำหน้าแดงก่ำเมื่อนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อกี้ "ไอ้เกา! ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ แกห้ามเอาไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาดเลยนะเว้ย! โคตรจะปัญญาอ่อนเลย! ฉันแค่... โธ่เว้ย! ฉันแค่ไม่ได้มีความรักมาหลายปี พอจู่ๆ มาเจออะไรที่มันตื่นเต้นเร้าใจ เอาใจเก่งขนาดนี้ ก็เลยหน้ามืดตามัว สติหลุดไปหน่อย!"
พอได้ยินแบบนี้ จ้าวเกาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
เพื่อนของเขาคนนี้มันเป็นผู้ชายสายซื่อตรงตัวจริง ถ้าปักใจเชื่อใคร ปักใจจะทำอะไรแล้วล่ะก็ ต่อให้เอาวัวสิบตัวมาลากก็หยุดไม่อยู่
เมื่อกี้เล่นเอาเขาตกใจแทบแย่
ทั้งสองคนเช็คบิลที่เคาน์เตอร์เสร็จ จ้าวเกาก็ใส่รองเท้า หันไปมองหลิวเฉิง คิดในใจว่าน่าจะจัดการหาอะไรให้เพื่อนคนนี้ทำสักหน่อย
"หลิวเฉิง ทางบ้านส่งเงินมาให้ฉันก้อนหนึ่ง ช่วงนี้ฉันกำลังปลุกปั้นธุรกิจอยู่ รอให้มันเข้าที่เข้าทางกว่านี้ แกค่อยมาทำงานรับเงินเดือนกับฉันก็แล้วกัน"
หลิวเฉิงที่กำลังก้มหน้าใส่รองเท้าชะงักไปทันที จากนั้นดวงตาก็ค่อยๆ ทอประกายขึ้นมา
จ้าวเกาหรี่ตายิ้ม: ตำแหน่งพ่อบุญธรรมนี่ สงสัยฉันคงต้องเป็นไปตลอดชีวิตซะแล้วสิ