- หน้าแรก
- พลิกชะตาเป็นมหาเศรษฐี ด้วยระบบคืนเงินจากไลฟ์สด
- บทที่ 36 ฉีกหน้าชะนีหน้าเงิน - 4
บทที่ 36 ฉีกหน้าชะนีหน้าเงิน - 4
บทที่ 36 ฉีกหน้าชะนีหน้าเงิน - 4
บทที่ 36 ฉีกหน้าชะนีหน้าเงิน - 4
ผ่านไปพักใหญ่ ผ้าม่านกำมะหยี่ก็ค่อยๆ ถูกเปิดออก...
เด็กสาวยืนตระหง่านอย่างงดงาม ชุดเดรสโอตกูตูร์ลายทางช้างเผือกเข้ารูปแนบเนื้ออย่างพอดี คัตติ้งช่วงบนสุดเนี้ยบขับเน้นเอวคอดกิ่ว คริสตัลสวารอฟสกี้และเพชรระยิบระยับสอดประสานกันราวกับหมู่ดาวที่มารวมตัว ชายกระโปรงพลิ้วไหวราวกับทางช้างเผือกในความฝัน ขยับเขยื้อนเพียงนิดก็เกิดประกายระยิบระยับ ทุกย่างก้าวราวกับกำลังเหยียบย่างอยู่ท่ามกลางทะเลดาวอันกว้างใหญ่
ใบหน้าของเธอภายใต้แสงสะท้อนของชุดเดรสดูงดงามจับตา ผิวพรรณเปล่งประกายละมุน ดวงตากลมโตส่องประกายราวกับดวงดาวที่สว่างไสวที่สุดในยามค่ำคืน เต็มไปด้วยความประหลาดใจและปีติยินดี
เล็บของหลิ่วซีจิกเข้าไปในฝ่ามืออีกครั้งราวกับจะแทงทะลุผิวหนัง เธอกัดริมฝีปากล่างสีชมพูแน่นจนซีดเผือด
เธอเบิกตากว้าง มองผู้ชายที่เคยเชื่อฟังและยอมเธอทุกอย่างราวกับลูกไก่ในกำมือ ซึ่งตอนนี้กำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่ง และจัดระเบียบชายกระโปรงให้เด็กสาวอีกคนอย่างทะนุถนอมด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ส่วนหลี่หลินที่อยู่ด้านข้าง เดิมทีตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่าง ตอนนี้กลับเงียบกริบไปแล้ว
เธอกลับไปนั่งที่โซฟาอย่างเงียบๆ กวาดสายตามองปฏิกิริยาผิดปกติของหลิ่วซีที่อยู่ข้างๆ มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อยอย่างสังเกตได้ยาก แฝงแววเยาะเย้ยเงียบๆ
"สวยไหมคะ?" เด็กสาวหมุนตัวอย่างพลิ้วไหว รองเท้าผ้าใบสีขาวเสียดสีกับพรมหนานุ่มจนเกิดขุยเล็กน้อย
ยามที่เธอหมุนตัว ชายกระโปรงก็บานออกราวกับดอกไม้ที่กำลังผลิบาน งดงามไร้ที่ติ
"รบกวนห่อให้ด้วยครับ" จ้าวเกาเลื่อนบัตรธนาคารให้พนักงานขายอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยไม่ตอบคำถามเธอ
เสียงกระซิบของเธอยังคงดังก้องอยู่ในหู ใบหน้าเขาแดงก่ำจนไม่สามารถมองเด็กสาวที่สวยสะพรั่งตรงหน้าได้เต็มตา... เขาไม่สามารถมองชุดเดรสชุดนี้แบบปกติได้อีกแล้ว...
ตอนที่เครื่อง POS คายสลิปยอด 580,000 ออกมา นิ้วของผู้จัดการร้านที่กำลังเช็กบิลถึงกับชะงัก ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ตรงหน้ารูดบัตรจ่ายเงินเท่ากับเงินเดือนสิบปีของเด็กจบใหม่โดยไม่กะพริบตาเลยด้วยซ้ำ
"เอาคู่กับรองเท้าคู่นี้ครับ"
หลิ่วซีที่อยู่ไม่ไกลเห็นเขาชี้ไปที่รองเท้าส้นสูงประดับมุกในตู้กระจก ป้ายราคาหลักแสนทำให้เธอนึกถึงตอนที่ไล่เขาไปพ้นๆ เธอตั้งใจสาดกาแฟใส่เสื้อสูทตัวเดียวที่เขามี แล้วใช้นิ้วเรียวสวยจิ้มหน้าอก เยาะเย้ยว่าเขาไม่มีปัญญาแม้แต่จะกินสตาร์บัคส์ด้วยซ้ำ
ตอนนี้ นิ้วเรียวยาวคู่นั้นก็กำลังไล้ผ่านตู้เครื่องประดับ และหยุดลงที่เข็มกลัดไพลิน "บวกเจ้านี่ไปด้วยครับ"
มือที่กำลังห่อของของผู้จัดการร้านชะงักกึก ริบบิ้นที่กำลังพันกันจนเป็นปมด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา
เข็มกลัดชิ้นนั้นคือสินค้าค้างสต๊อกที่ขายยากที่สุดในซีซันนี้ เมื่อสามเดือนก่อนเพิ่งถูกเน็ตไอดอลด่าว่าเหมือน "อ้วกหอยนางรม"
ทู่ทู่ร้อง "เย้" ด้วยความตื่นเต้น ดีใจรับเข็มกลัดสุดประณีตจากมือพนักงาน โยนมันขึ้นฟ้าแล้วรับไว้ได้อย่างแม่นยำ เข็มกลัดตกลงกลางฝ่ามืออย่างสวยงาม
"แกจะแอ็คอาร์ตไปถึงไหน..." หลี่หลินที่ทนดูต่อไปไม่ไหว ลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนี
ก่อนไป เธอตั้งใจจะทิ้งท้ายด้วยคำพูดเจ็บๆ สักประโยค แต่เพิ่งจะอ้าปากก็ถูกผู้จัดการร้านตาไวพุ่งตัวเข้ามาขัดจังหวะทันที
ผู้จัดการร้านยิ้มแย้ม แต่น้ำเสียงจริงจัง "คุณผู้หญิงคะ กรุณารักษามารยาทด้วยค่ะ หากคุณไม่สามารถรักษามารยาทพื้นฐานได้ ดิฉันคงต้อง 'เชิญ' ให้ออกไปจากที่นี่ค่ะ" พูดจบ ผู้จัดการก็ผายมือไปทางประตูอย่างสุภาพ
หลี่หลินรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ กระทืบเท้าอย่างหัวเสีย
เธอเหลือบมองหลิ่วซีที่ยังยืนเหม่อลอยอยู่ในร้าน สบถคำว่า "สมน้ำหน้า" ออกมาคำหนึ่ง แล้วสะบัดก้นเดินออกจากร้านไป
จ้าวเกาพยักหน้าให้ผู้จัดการร้าน จูงมือทู่ทู่กลับมานั่งที่โซฟา มองดูพนักงานหลายคนช่วยกันพับชุดลายทางช้างเผือกที่เพิ่งถอดออกอย่างชำนาญ ทู่ทู่รู้สึกเบื่อๆ จึงเอายางมัดผมรูปสตรอว์เบอร์รีในมือมาพันรอบนิ้วของจ้าวเกาเล่น แล้วก็ดึงออก จากนั้นก็พันใหม่
"จ้าวเกา" หลิ่วซีที่เงียบมาตลอดเดินมาหยุดตรงหน้าทั้งสองคน หน้าตาซีดเผือด สีหน้าอมทุกข์
ดวงตาฉ่ำน้ำของเธอจ้องมองจ้าวเกาเขม็ง ริมฝีปากสั่นระริก ดูน่าสงสารจับใจ
"เราหาเวลาคุยกันหน่อยเถอะ เมื่อก่อนเรายังไม่เคยทำความรู้จักกันจริงๆ เลย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่คุณคิดนะ"
ทู่ทู่คิ้วขมวดทันที ดึงยางมัดผมกลับไปรวบหางม้าตามเดิม "คุณป้าคะ เห็นหนูเป็นอากาศธาตุเหรอคะ?"
จ้าวเกายังคงนิ่งเงียบ
เห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ หลิ่วซีก็รู้ตัวว่าวันนี้คงคุยอะไรไม่ได้แล้ว เธอทำหน้าเศร้าสร้อย พยายามจะเอื้อมมือไปจับแขนจ้าวเกา แต่ถูกทู่ทู่ตาไวปัดทิ้งทันควัน
พนักงานที่กำลังห่อของอยู่ข้างๆ เริ่มดึงจังหวะให้ช้าลง แล้วแอบชะเง้อมองมาทางนี้รัวๆ
"เรายังมีอะไรต้องคุยกันอีกเหรอ?" จ้าวเกาโอบทู่ทู่ที่กำลังแยกเขี้ยวขู่ไว้ ในใจเอาแต่จดจ่ออยู่กับภารกิจของระบบ กำลังคิดว่าภารกิจนี้น่าจะสำเร็จไปถึงไหนแล้ว แล้วจะได้รางวัลเท่าไหร่กันนะ
"คุณอาจจะคิดว่าฉันหน้าเงิน แต่ในเมื่อคุณชอบฉัน คุณก็ต้องชอบทุกอย่างที่เป็นฉันสิ ใช่ ตอนนั้นฉันตาบอดเองที่คว้าคุณไว้ไม่ได้ในตอนที่คุณตกต่ำ แต่ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าความรู้สึกที่คุณเคยมีให้ฉันมันจะหายไปหมดแล้ว จ้าวเกา รักแรกมักจะงดงามแต่ก็เต็มไปด้วยความเสียดายเสมอ ตอนนี้คุณมีพร้อมที่จะดูแลฉันแล้ว เรามาคบกันเถอะ มาชดเชยความเสียดายนี้ด้วยกัน ดีไหม?"
หลิ่วซีตีหน้าเศร้า น้ำเสียงจริงใจ เต็มไปด้วยความรักสุดซึ้งที่มีต่อผู้ชายตรงหน้า
เชดเข้!
นี่มันระดับปรมาจารย์!
มิน่าล่ะถึงได้ตกผู้ชายคนนี้ซะอยู่หมัดเลย
ทู่ทู่อ้าปากค้าง อึ้งไปเลย มองดูทั้งสองคนตาปริบๆ
เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนี้ ควรจะไปยืนกินเผือกกับแก๊งพนักงานขายตรงเคาน์เตอร์โน่นมากกว่า
จ้าวเกาชะงักไปนิด ดาเมจของคำพูดประโยคนี้มันรุนแรงมาก ถ้าตอนนั้นเขาไม่เจ็บหนักปางตาย บางทีอาจจะใจอ่อนให้โอกาสผู้หญิงคนนี้อีกครั้งก็ได้
"ทู่ทู่"
เขาตบก้นเด้งๆ ของเธอไปหนึ่งที
ว่าแต่ เขาเป็นพวกชอบมองก้นด้วยเหรอเนี่ย? ทำไมช่วงนี้ถึงอยากตีก้นทู่ทู่นักนะ?
"คะ?" ทู่ทู่สะดุ้ง มึนๆ งงๆ ไม่รู้ว่าตัวเองไปเกี่ยวอะไรด้วย
"เธอลองบอกมาซิว่า ตอนนี้ถ้าฉันพยักหน้า จะมีผู้หญิงกี่คนที่พร้อมจะมาอยู่ข้างกายฉัน?"
"เอ่อ..." ทู่ทู่ทำท่าครุ่นคิด รู้ทันทีว่าพี่ฮ่วนกวนกำลังจะเริ่มแอ็คอาร์ตโชว์ป๋าแล้ว เลยรีบให้ความร่วมมือด้วยการนับนิ้ว
"ซูซู, เถียนซิน, กั่วจื่อ, กวนกวน, เสี่ยวไจ๋, จิ่วเอ๋อร์..." เธอเริ่มนับรายชื่อสตรีมเมอร์ในกิลด์ตัวเองก่อน ตามด้วยพวกที่มาคอมเมนต์โต้ตอบกับเขาบ่อยๆ ในห้องไลฟ์เสียงเมื่อวานนี้
พอนับไปนับมา หน้าตาก็เริ่มเจื่อน
นี่แค่ที่เธอรู้นะเนี่ย! แล้วยังมีพวกสาวๆ ที่เขาแอบไปคุยหลังไมค์หรือสานสัมพันธ์นอกจอที่เธอไม่รู้อีกตั้งเท่าไหร่ล่ะ!
เฮ้อ! แล้วแบบนี้จะต้องไปตบตีแย่งชิงกับใครอีกนานแค่ไหนเนี่ย!
พอคิดว่าชีวิตหลังจากนี้ต้องหมดไปกับการฉะหน้าคนนู้นคนนี้ เธอก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่ม ก้มหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่
ถึงการฉะกันมันจะสนุก แต่มันจะให้มาฉะกันทุกวันก็ไม่ไหวปะ! เป็นสาวสตรอว์เบอร์รีก็เหนื่อยเป็นนะโว้ย!
จ้าวเกาลอบกดไลก์ให้ทู่ทู่ในใจเงียบๆ การแสดงบทนี้คือชนะเลิศไปเลย! ได้ทั้งจิกกัดระบุชื่อ แถมยังทำหน้าเศร้าหลังจากพูดชื่อพวกนั้นออกมาได้เนียนสุดๆ!
รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่เขาจะหันไปหาหลิ่วซี แล้วค่อยๆ เอ่ยปาก "คุณก็คงได้ยินแล้วนะ ผู้หญิงพวกนี้เพอร์เฟกต์กว่าคุณทุกคน แล้วผมจะต้องไปชดเชยความเสียดายอะไรอีกล่ะ?" พูดจบ เขาก็ยิ้มบางๆ ผายมือเป็นเชิงเชิญ "เอาล่ะ พวกเราจะกลับกันแล้ว เชิญคุณตามสบายนะ"
หลิ่วซีที่หน้าซีดอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งซีดเผือดเป็นกระดาษเข้าไปอีก
เธอยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่พักใหญ่กว่าจะได้สติกลับมา
ริมฝีปากสั่นระริก คล้ายอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็แค่กัดฟัน เค้นคำพูดออกมาตามไรฟัน "เดี๋ยวฉันทักวีแชทไปนะ" พูดยังไม่ทันขาดคำ เธอก็หันหลังเดินโซเซจากไปอย่างรวดเร็ว
จ้าวเกามองแผ่นหลังที่ดูหมดสภาพของเธอ ในใจรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
หึ ยัยผู้หญิงคนนี้คงลืมไปแล้วมั้ง ว่าตัวเองเป็นคนลบวีแชทเขาไปเอง...
.....