เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่10 ทรัพยากรระดับ SSS แก่นวิญญาณแสงศักดิ์สิทธิ์!

ตอนที่10 ทรัพยากรระดับ SSS แก่นวิญญาณแสงศักดิ์สิทธิ์!

ตอนที่10 ทรัพยากรระดับ SSS แก่นวิญญาณแสงศักดิ์สิทธิ์!


ตอนที่10 ทรัพยากรระดับ SSS แก่นวิญญาณแสงศักดิ์สิทธิ์!

เมื่อได้ยินเสียงคำรามของเครื่องบินรบดังมาจากบนท้องฟ้าด้านนอก

หลี่ลั่วก็ยุติการบำเพ็ญเพียร แล้วเดินออกจากห้องทำงาน

เมื่อเครื่องบินรบที่บินมาจากศูนย์บัญชาการสภาผู้อาวุโสร่อนลงจอดที่จวนผู้พิทักษ์ กลิ่นอายของยอดฝีมือระดับปราชญ์ยุทธ์ก็แผ่ซ่านออกมาในพริบตา!

“นี่มัน... กลิ่นอายของปราชญ์ยุทธ์เหรอ?”

หลี่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายในใจรู้สึกตกตะลึงอยู่บ้าง

ไม่คิดเลยว่าคนที่มาส่งทรัพยากรให้เขาจะเป็นถึงปราชญ์ยุทธ์ แถมสัมผัสจากกลิ่นอายก็รู้ได้เลยว่าระดับน่าจะถึงปราชญ์ยุทธ์ขั้นกลางแล้ว!

“ศูนย์บัญชาการสภาผู้อาวุโสตั้งอยู่ที่เมืองตี้จิง หรือว่าทูตพิเศษที่มาในครั้งนี้จะเป็นผู้พิทักษ์มณฑลตี้จิง?”

หลี่ลั่วเดินตรงไปยังตำแหน่งที่เครื่องบินรบจอดอยู่ พลางครุ่นคิดในใจ...

ผ่านไปไม่นานนัก

ปราชญ์ยุทธ์ทั้งสองก็ได้พบหน้ากัน

หลี่ลั่วมองดูชายแปลกหน้าที่เดินลงมาจากเครื่องบินรบ

รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาเด็ดเดี่ยว หว่างคิ้วแผ่ซ่านความน่าเกรงขามโดยไม่ต้องบันดาลโทสะ

“นายท่าน ท่านนี้คือ...”

จากการแนะนำตัวเสียงเบาของหานเทียนสงที่อยู่ด้านข้าง ทำให้เขาได้รู้ถึงตัวตนของอีกฝ่าย

เขาเดาไม่ผิดจริงๆ

ทูตพิเศษจากศูนย์บัญชาการสภาผู้อาวุโสท่านนี้ ก็คือฉินหงผู้พิทักษ์มณฑลตี้จิงนั่นเอง!

เขาเกิดในตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ ฉายแววพรสวรรค์ด้านมรรคยุทธ์ระดับอัจฉริยะมาตั้งแต่เด็ก

ได้รับโควตาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยตี้จิงซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยผู้ฝึกยุทธ์อันดับหนึ่งของประเทศ

หลังจากเรียนจบด้วยคะแนนยอดเยี่ยม เขาก็ถูกตาต้องใจผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง จึงรับเป็นศิษย์และได้รับการสั่งสอนเป็นอย่างดี

เขาประสบความสำเร็จในการทะลวงสู่ระดับปราชญ์ยุทธ์ในวัยสามสิบปี จากนั้นก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีในการทะลวงสู่ขั้นกลาง

ในอนาคตมีหวังที่จะได้เป็นเทพยุทธ์คนที่สี่ของประเทศต้าเซี่ย

และก่อนที่หลี่ลั่วจะปรากฏตัว ฉินหงยังครองตำแหน่งปราชญ์ยุทธ์ที่อายุน้อยที่สุดของประเทศต้าเซี่ยอีกด้วย

เพียงแต่ตอนนี้ฉายานั้นได้ถูกหลี่ลั่วที่ทะลวงสู่ระดับปราชญ์ยุทธ์ในวัยเพียงยี่สิบปีแย่งชิงไปแล้ว...

“เขาคือหลี่ลั่วสินะ?”

ฉินหงเองก็สังเกตเห็นหลี่ลั่ว ทั้งสองสบตากัน

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย

ในฐานะยอดฝีมือระดับปราชญ์ยุทธ์ การหยั่งเชิงความแข็งแกร่งของกันและกันในการพบกันครั้งแรกถือเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้

ฉินหงปลดปล่อยกลิ่นอายของตัวเองออกมาเล็กน้อย หลี่ลั่วเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ใช้กลิ่นอายตอบโต้กลับไปเช่นกัน

“โอ๊ะ?”

แววตาของฉินหงฉายแววความประหลาดใจออกมา

เขาสัมผัสได้ว่าปราชญ์ยุทธ์ที่ทะลวงระดับด้วยการดูดซับหินผลึกพลังงานอย่างหลี่ลั่ว ดูเหมือนจะไม่ได้อ่อนแออย่างที่เขาคิดไว้

“แข็งแกร่งมาก...”

หลี่ลั่วเองก็รับรู้ได้ว่าความแข็งแกร่งของผู้พิทักษ์มณฑลตี้จิงท่านนี้แข็งแกร่งมาก หากลงมือต่อสู้กัน เขาอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย!

หลังจากการหยั่งเชิงสั้นๆ ทั้งสองฝ่ายก็รั้งกลิ่นอายของตัวเองกลับมา

นั่นทำให้หานเทียนสงที่อยู่ด้านข้างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยอดฝีมือระดับปราชญ์ยุทธ์นี่มันน่าสะพรึงกลัวจริงๆ!

ประโยคที่ว่าหากไม่บรรลุปราชญ์ยุทธ์ ท้ายที่สุดก็เป็นได้แค่มดปลวก ในวินาทีนี้เขาได้ซาบซึ้งถึงแก่นแท้ของมันแล้ว...

“ผู้อาวุโสหลี่” ฉินหงไม่ได้วางมาดอะไร เขายิ้มและทักทายหลี่ลั่ว

หลี่ลั่วเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาร้าย เป็นเพียงการหยั่งเชิงกันธรรมดา เขาจึงยิ้มตอบ

หลังจากที่ทั้งสองคนทักทายกันพอเป็นพิธี

ฉินหงก็ถอดแหวนมิติที่นิ้วส่งให้หลี่ลั่วแล้วเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสหลี่ นี่คือทรัพยากรที่สภาผู้อาวุโสเตรียมไว้ให้คุณ ทุกอย่างอยู่ในนี้หมดแล้ว ลองดูสิ”

“ได้ครับ”

หลี่ลั่วรับแหวนมิติมาสวมไว้ที่นิ้ว ขยับความคิดเล็กน้อยก็สามารถตรวจสอบของข้างในได้แล้ว

พื้นที่ภายในแหวนนั้นไม่ได้คับแคบเลย น่าจะมีขนาดประมาณห้าสิบลูกบาศก์เมตร

ด้านในมีหินผลึกพลังงานลักษณะกึ่งโปร่งใสสีสันสดใสขนาดเท่ากำปั้นหนึ่งก้อน พร้อมกับเกราะศึกและดาบยาววัสดุระดับSที่ส่องประกายเย็นเยียบอีกหนึ่งชุด

ฉินหงอธิบายให้หลี่ลั่วฟังในตอนนั้นว่า

“หินผลึกก้อนนี้มีชื่อว่าแก่นวิญญาณแสงศักดิ์สิทธิ์ ระดับความหายากถูกประเมินให้อยู่ในระดับSSS ถือว่าล้ำค่ามากๆ”

“หลังจากดูดซับมันแล้วจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายและพลังจิตได้อย่างมหาศาล แม้แต่กับปราชญ์ยุทธ์ก็ยังช่วยยกระดับได้ไม่น้อย”

“ส่วนเกราะศึกและดาบยาววัสดุระดับSชุดนี้ เป็นอุปกรณ์ที่สภาผู้อาวุโสสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับผู้พิทักษ์มณฑลคนใหม่อย่างคุณ”

“และในฐานะผู้พิทักษ์มณฑล คุณสามารถมารับได้ฟรีปีละหนึ่งครั้ง”

พูดจบ

ฉินหงก็ล้วงเอาของสิ่งหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกำไลข้อมือออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้หลี่ลั่ว พร้อมกับอธิบายต่อ

“นี่คือ ‘กำไลวิญญาณสื่อสาร’ จะต้องเป็นผู้อาวุโสเท่านั้นถึงจะได้รับ”

“มันทำมาจากวัสดุระดับSSแบบพิเศษ แข็งแรงทนทานมาก และยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นเครื่องประดับแบบไหนก็ได้ตามความชอบส่วนตัว”

“หากสภาผู้อาวุโสจัดการประชุม คุณสามารถเข้าร่วมผ่านภาพโฮโลแกรมของกำไลวิญญาณสื่อสารได้เลย ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ศูนย์บัญชาการด้วยตัวเอง”

“นอกจากนี้มันยังสามารถใช้ล็อกอินเข้าสู่เว็บไซต์ทางการของสภาผู้อาวุโสที่ตั้งขึ้นมาสำหรับสมาชิกภายในโดยเฉพาะได้อีกด้วย”

“ที่นั่นคุณสามารถเลือกดูวรยุทธ์และทักษะยุทธ์ล้ำค่าที่ไม่มีทางหาดูได้จากภายนอกได้ฟรีๆ แถมยังสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจผ่านกำไลได้โดยตรง”

“ผู้อาวุโสแต่ละท่านยังสามารถใช้แต้มผลงานส่วนตัว ไปแลกเปลี่ยนทรัพยากรหายากต่างๆบนนั้นได้อีกด้วย”

“แถมมันยังมาพร้อมกับเมิ่งจือซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ระดับท็อปที่สุดของประเทศต้าเซี่ยในตอนนี้ สามารถค้นหาสิ่งของหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามคำขอของคุณได้อย่างรวดเร็ว.......”

หลี่ลั่วฟังเงียบๆจนจบ แววตาของเขาเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ

ทรัพยากรที่ถูกจัดให้อยู่ในระดับSSSนั้นหายากมาก ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้!

แถมยังสามารถใช้แต้มผลงานส่วนตัว ล็อกอินเข้าสู่เว็บไซต์ทางการของสภาผู้อาวุโสผ่านกำไลข้อมือ เพื่อแลกรับทรัพยากรหายากต่างๆที่ไม่มีทางหาดูได้จากภายนอกได้ฟรีๆอีกด้วย!

“ผู้อาวุโสหลี่ ผมยังมีภารกิจติดตัว ขอตัวกลับก่อนนะครับ ไว้วันหลังค่อยมาคุยกันใหม่”

หลังจากที่ฉินหงมอบของทุกอย่างให้กับหลี่ลั่วหมดแล้ว เขาก็ยิ้มและบอกลา

“เอ่อ ไม่รอกินข้าวด้วยกันก่อนเหรอครับผู้อาวุโสฉิน?”

หลี่ลั่วได้ยินว่าฉินหงเพิ่งมาถึงก็จะกลับแล้ว จึงเอ่ยปากชวนให้อยู่ทานมื้อค่ำด้วยกันก่อนด้วยความกระตือรือร้น

เพื่อทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี

ยังไงซะอีกฝ่ายก็เป็นถึงปราชญ์ยุทธ์ขั้นกลาง อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลเพื่อเอาทรัพยากรมาส่งให้เขาทั้งที

“ไม่รบกวนดีกว่าครับผู้อาวุโสหลี่ ทางเมืองตี้จิงผมยังมีภารกิจต้องไปทำ...”

ฉินหงปฏิเสธคำชวนอันอบอุ่นของหลี่ลั่วอย่างนุ่มนวล

ช่วงนี้เมืองตี้จิงไม่ค่อยสงบเท่าไหร่ คลื่นสัตว์ร้ายพุ่งชนแนวป้องกันบ่อยครั้ง

ถ้าไม่ใช่เพราะมีอาจารย์ของเขาประจำการอยู่ที่เมืองตี้จิง เขาก็คงไม่มีทางเดินทางมาส่งทรัพยากรให้หลี่ลั่วด้วยตัวเองแบบนี้หรอก

หลักๆคืออยากรู้ความแข็งแกร่งของหลี่ลั่วด้วยนั่นแหละ

“ถ้างั้นก็... เดินทางปลอดภัยนะครับ”

หลี่ลั่วทำอะไรไม่ได้จึงต้องยอมแพ้ ก่อนจะโบกมือลาฉินหง

เสียงคำรามของเครื่องบินรบดังขึ้นอีกครั้ง

เครื่องบินรบลำยักษ์ที่ดูน่าเกรงขามตรงหน้าหายวับไปในพริบตา มันบินมุ่งหน้าไปทางเมืองตี้จิงด้วยความเร็วสูง

“เครื่องบินรบนี่ความเร็วสูงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? ไว้มีโอกาสฉันต้องหามาใช้สักลำแล้ว”

หลี่ลั่วมองตามทิศทางที่ฉินหงจากไปแล้วพึมพำด้วยความตกตะลึง

เครื่องบินรบลำนี้มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าราคาแพงหูฉี่ ความเร็วนั้นยิ่งน่าทึ่งเข้าไปใหญ่.......

เมื่อมองดูท้องฟ้าที่มืดสนิทแล้ว

หลี่ลั่วก็ตระหนักได้ว่าตัวเองควรจะ ‘เลิกงาน’ เสียที

เขาสั่งความหานเทียนสงที่อยู่ด้านข้างเล็กน้อย จากนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับไปที่วิลล่าใจกลางเมือง

ตำแหน่งของวิลล่าอยู่ไม่ไกลจากจวนผู้พิทักษ์มากนัก หากมีข้อมูลด่วนที่สำคัญ หลี่ลั่วก็สามารถเดินทางมาถึงได้ทันที

“รับทราบครับนายท่าน มีผมอยู่ท่านวางใจได้เลยครับ” หานเทียนสงตบหน้าอกรับคำหลังจากฟังคำสั่งของหลี่ลั่วจบ

จากนั้นเขาก็มองตามร่างของหลี่ลั่วที่หายวับไปบนท้องฟ้าอันไกลโพ้นด้วยความอิจฉา

ทำไมเขาถึงไม่มีโชคแบบนี้บ้างนะ โชคที่บังเอิญไปเจอหินผลึกพลังงานพิเศษในถ้ำกลางเขตรกร้างแบบนั้น.......

จบบทที่ ตอนที่10 ทรัพยากรระดับ SSS แก่นวิญญาณแสงศักดิ์สิทธิ์!

คัดลอกลิงก์แล้ว