เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่9 ดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์มณฑล หลี่ลั่วเข้ารับตำแหน่ง!

ตอนที่9 ดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์มณฑล หลี่ลั่วเข้ารับตำแหน่ง!

ตอนที่9 ดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์มณฑล หลี่ลั่วเข้ารับตำแหน่ง!


ตอนที่9 ดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์มณฑล หลี่ลั่วเข้ารับตำแหน่ง!

“ได้เวลาแล้ว”

หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้อเช้าอันอุดมสมบูรณ์ หลี่ลั่วก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

เขาจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และเตรียมตัวจนพร้อมสรรพ

เมื่อเดินมาถึงลานกว้างหน้าวิลล่า ร่างของเขาก็วูบไหว พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับสายฟ้าแลบ!

มุ่งหน้าตรงไปยังจวนผู้พิทักษ์เมืองจิ่งหยาง

........

จวนผู้พิทักษ์

ในฐานะศูนย์กลางอำนาจหลักของเมืองจิ่งหยาง มันตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองอย่างยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม

แผ่ซ่านความน่าเกรงขามที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้

ในเวลานี้

ผู้ตรวจการหานเทียนสง ตลอดจนบิ๊กบอสจากหน่วยงานต่างๆในเมืองจิ่งหยาง อย่างเช่นหลินฮ่าวหรานอธิบดีกรมความมั่นคง หวังหมิงประธานสภาผู้อาวุโสสาขา ล้วนเดินทางมาถึงกันอย่างพร้อมหน้า

หลังจากนี้หลี่ลั่วก็จะเป็นบุคคลสำคัญระดับแนวหน้าของมณฑลเจียงหนิง และเป็นเจ้านายสายตรงของพวกเขา

แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าที่จะละเลยแม้แต่น้อย

วันนี้เป็นวันแรกที่หลี่ลั่วจะมารับตำแหน่ง เพื่อแสดงความเคารพต่อหลี่ลั่ว

พวกเขาจึงมารอรับการมาเยือนของหลี่ลั่วอยู่ที่หน้าจวนผู้พิทักษ์ตั้งแต่เช้าตรู่

พวกเขาเองก็ดูข่าวเมื่อเช้านี้แล้วเช่นกัน และรู้สึกสงสัยในตัวปราชญ์ยุทธ์หนุ่มที่ดูดซับหินผลึกพลังงานพิเศษจนทะลวงระดับได้คนนี้เป็นอย่างมาก...

“ประธานหวัง ปราชญ์ยุทธ์หลี่ลั่วเคยเผยข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหินผลึกพลังงานพิเศษนั่นให้คุณฟังบ้างไหมครับ?”

เมื่อเห็นว่าหลี่ลั่วพยังไม่มา ผู้ตรวจการหานเทียนสงก็เอ่ยถามหวังหมิงที่อยู่ด้านข้างด้วยแววตาที่แฝงความคาดหวังอยู่เล็กน้อย

เขาติดแหง็กอยู่ที่ระดับราชันยุทธ์ขั้นกลางมานานเกินไปแล้ว

แม้จะกินทรัพยากรหายากไปมากมาย แต่คอขวดก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลายลงเลย

อายุเองก็เริ่มมากขึ้นทุกที โอกาสที่จะทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิยุทธ์ได้ในช่วงชีวิตที่เหลือก็ช่างริบหรี่

เดิมทีเขาก็ถอดใจไปแล้ว กะว่าจะปล่อยชีวิตที่เหลือให้เป็นไปตามยถากรรม

กินทรัพยากรไปตั้งเยอะก็ไร้ประโยชน์ สู้เก็บไว้ปั้นคนรุ่นหลังดีกว่า

แต่พอได้ยินเรื่องราวของหลี่ลั่ว เขาก็กลับมามีความหวังที่จะทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิยุทธ์อีกครั้ง

เขาให้ความสนใจหินผลึกพลังงานพิเศษที่หลี่ลั่วพูดถึงเป็นอย่างมาก ต่อให้มีความหวังเพียงริบหรี่เขาก็ไม่อยากจะยอมแพ้

“ไม่ครับ...”

หวังหมิงส่ายหน้า

เรื่องหินผลึกพลังงานพิเศษเขาก็พอจะได้ยินเบื้องลึกเบื้องหลังมาบ้างเหมือนกัน

หลังจากที่หลี่ลั่วออกจากเขตรกร้างไปแล้ว

หัวหน้าสถานีเสบียงหลินเยว่ก็ส่งกองกำลังทหารชั้นยอดเข้าไปค้นหาเป็นวงกว้างในเขตรกร้าง

แทบจะพลิกแผ่นดินหาจนทั่ว แต่ก็คว้าน้ำเหลว

ไม่เจอแม้แต่เศษซากของหินผลึกพลังงานพิเศษด้วยซ้ำ

ถ้าไม่ใช่เพราะหลี่ลั่วตอบรับคำเชิญเข้าร่วมสภาผู้อาวุโสในทันทีล่ะก็

ผู้อาวุโสลำดับทั้งสามท่านก็คงจะสั่งให้ควบคุมตัวหลี่ลั่วเอาไว้ เพื่อเค้นความจริงเรื่องนี้ให้กระจ่างไปแล้ว

เรื่องที่ปรมาจารย์ยุทธ์ทะลวงระดับเป็นปราชญ์ยุทธ์ ความลับในตัวหลี่ลั่วนั้นมันดึงดูดใจเกินไปจริงๆ.......

ในขณะที่พวกเขายังคงถกเถียงกันเรื่องหินผลึกพลังงานพิเศษอยู่นั้น

กลิ่นอายอันแข็งแกร่งขุมหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน!

มันกดทับลงมาราวกับขุนเขา ทำให้ยอดฝีมือระดับท็อปของเมืองจิ่งหยางอย่างพวกเขารู้สึกได้ถึงแรงกดดัน

“กลิ่นอายแข็งแกร่งมาก... น่าจะเป็นปราชญ์ยุทธ์หลี่ลั่วมาแล้วล่ะ”

กลุ่มคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูรีบหุบปาก แล้วพากันเงยหน้ามองขึ้นไป

สิ่งที่เห็นก็คือจุดดำๆจุดหนึ่งบนท้องฟ้าอันไกลโพ้นกำลังบินเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง จากนั้นก็ร่อนลงจอดตรงหน้าพวกเขาอย่างมั่นคง

“ยินดีต้อนรับครับท่านผู้พิทักษ์มณฑล!”

ทุกคนมองดูร่างที่เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามระดับปราชญ์ยุทธ์ของหลี่ลั่ว แล้วประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม

“ไม่ต้องมากพิธี...”

หลี่ลั่วสะบัดแขนเสื้อเบาๆ เก็บซ่อนกลิ่นอายระดับปราชญ์ยุทธ์ของตัวเองลง

แล้วส่งสัญญาณอย่างอ่อนโยนว่าไม่จำเป็นต้องเกร็งขนาดนั้น

เมื่อเห็นดังนั้น หวังหมิงก็ก้าวออกมารับหน้า ยิ้มและแนะนำผู้คนรอบข้างให้หลี่ลั่วรู้จัก

เขาชี้ไปที่ชายวัยกลางคนร่างกำยำที่อยู่ข้างๆแล้วบอกว่า “ท่านนี้คือผู้ตรวจการหานเทียนสงครับ ส่วนท่านนี้คือ...”

คนที่ถูกหวังหมิงแนะนำตัว ต่างก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วโค้งคำนับหลี่ลั่วอย่างนอบน้อม

ถือว่าเป็นการมาปรากฏตัวให้หลี่ลั่วคุ้นหน้าคุ้นตา

หลี่ลั่วพยักหน้ารับ และทักทายพวกเขากลับง่ายๆ

ต่อไปคนพวกนี้ก็คือลูกน้องของเขาทั้งนั้น...

จากนั้นภายใต้การนำของหวังหมิง หลี่ลั่วก็เดินเข้าไปในจวนผู้พิทักษ์

หวังหมิงอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจของผู้พิทักษ์มณฑลให้หลี่ลั่วฟัง ซึ่งรวมถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยของเมือง ประสานงานกับกองกำลังฝ่ายต่างๆ จัดการกับเหตุฉุกเฉิน และป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายบุกรุกเข้ามา เป็นต้น

ฟังดูแล้วเป็นงานที่หนักหนาเอาการเลยทีเดียว

แต่ถ้าหลี่ลั่วไม่อยากจะลงมาจัดการเรื่องพวกนี้ให้วุ่นวาย ก็สามารถโยนให้ลูกน้องทำแทนได้

นอกจากจะมีภารกิจที่ลูกน้องทำไม่ไหวจริงๆ ถึงจะรายงานขึ้นมาที่จวนผู้พิทักษ์ โดยปกติแล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อการบำเพ็ญเพียรส่วนตัวของหลี่ลั่วเลย

“ถ้าอย่างนั้นต่อไปก็คงต้องพึ่งพาทุกท่านแล้วล่ะ” หลี่ลั่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

แม้สีหน้าของเขาจะราบเรียบไม่เปลี่ยนไปเลย แต่ภายในใจกลับดี๊ด๊าสุดๆ

เขาชอบงานแบบนี้ มันไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่เขาคิดไว้เลย

รู้สึกโชคดีจริงๆที่ตอนนั้นตัดสินใจตอบรับคำเชิญของหวังหมิงที่มาหาเป็นครั้งแรก

เพราะอำนาจของผู้พิทักษ์มณฑลนั้นมันยิ่งใหญ่มากจริงๆ!

กองกำลังติดอาวุธของทางการ ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ และกองกำลังอิสระทั้งหมดในมณฑลเจียงหนิง หลี่ลั่วสามารถเรียกใช้ได้ตามใจชอบ

หากใครขัดขืนคำสั่งของผู้พิทักษ์มณฑล สามารถเอาผิดในข้อหากบฏได้ มีอำนาจในการจับกุมและสังหารทิ้งได้ทันที...

“นายท่านถ่อมตัวเกินไปแล้วครับ”

“รถม้าจะวิ่งเร็วได้ ก็ต้องพึ่งม้านำชั้นดี! เมืองจิ่งหยางหลังจากนี้ที่มีท่านเป็นผู้นำ ประชาชนจะต้องอยู่เย็นเป็นสุข ไม่ต้องหวาดกลัวการรุกรานของสัตว์ร้ายอย่างแน่นอน...”

หานเทียนสงรีบรับมุกต่อจากหลี่ลั่วทันที คำพูดคำจาเต็มไปด้วยการประจบสอพลอ

ทำเอาคนอื่นๆรอบข้างถึงกับมองตาค้าง

ให้ตายเถอะ เหล่าหานนี่ ‘เลีย’ เก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? ทำไมก่อนหน้านี้พวกเขาถึงไม่เคยสังเกตเห็นเลยนะ?

“โธ่ อย่าพูดแบบนั้นสิ...” หลี่ลั่วโบกมืออย่างถ่อมตัว โดนป้อยอแบบนี้เขาก็แอบเขินเหมือนกันนะ

ตอนนี้คนที่ยืนอยู่รอบๆตัวเขาเนี่ย

แต่ละคนก็เป็นถึงบิ๊กบอสที่แค่กระทืบเท้าทีเดียว เมืองจิ่งหยางก็สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองแล้วไม่ใช่หรือไง?

แต่ต่อหน้าเขากลับทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวกันสุดๆ...

หลังจากพอจะเข้าใจภาพรวมของจวนผู้พิทักษ์แล้ว หลี่ลั่วก็สั่งให้คนอื่นๆแยกย้ายกันไป เหลือไว้แค่หวังหมิงคนเดียว

จวนผู้พิทักษ์ถือเป็นศูนย์กลางการบริหารของเมืองจิ่งหยาง

กรมผู้ตรวจการและกรมความมั่นคงก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วย แต่สภาผู้อาวุโสสาขาไม่ได้อยู่ในจวนผู้พิทักษ์ ทว่าก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก...

จากนั้นหลี่ลั่วก็เอ่ยถามถึงทรัพยากรหายากที่สภาผู้อาวุโสรับปากไว้ว่าจะมาส่งเมื่อไหร่

“นายท่านโปรดวางใจครับ ทางศูนย์บัญชาการได้จัดเตรียมทูตพิเศษนำทรัพยากรออกเดินทางมาจากเมืองหลวงแล้วครับ คาดว่าน่าจะมาถึงภายในคืนนี้ครับ” หวังหมิงตอบกลับอย่างนอบน้อม

“อืม”

หลี่ลั่วพยักหน้ารับ แล้วก็ปล่อยให้หวังหมิงกลับไป

เขาคิดอยู่ในใจ

ถึงกับต้องส่งตรงมาจากศูนย์บัญชาการสภาผู้อาวุโสในเมืองหลวงเลยแฮะ ท่าทางจะล้ำค่าไม่เบา

.......

ห้องทำงานของผู้พิทักษ์มณฑลนั้นใหญ่โตโอ่อ่ามาก อุปกรณ์สื่อสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็มีพร้อมสรรพ

เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถติดต่อผู้พิทักษ์มณฑลได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น

“นี่น่ะเหรอห้องทำงานของผู้พิทักษ์มณฑล”

หลังจากเข้ามาด้านใน หลี่ลั่วก็มองสำรวจไปรอบๆ

เมื่อครู่นี้เขาก็ได้สั่งการกับทุกคนไปแล้ว

ว่าเรื่องงานบริหารต่างๆก็ให้ทำตามปกติไป ส่วนเรื่องสำคัญๆค่อยมาหาเขา

บรรดาผู้บริหารระดับสูงเมื่อได้ยินดังนั้นก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก ฟังจากที่พูดแล้วหลี่ลั่วคงอยากจะเป็นเจ้านายที่นั่งชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว

ทีแรกพวกเขายังกังวลอยู่เลยว่าผู้พิทักษ์มณฑลหนุ่มที่ไร้ประสบการณ์คนนี้จะเข้ามาทำเรื่องวุ่นวาย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะคิดมากไปเอง

หลี่ลั่วแทบจะอยากโยนงานทุกอย่างทิ้ง แล้วนอนบำเพ็ญเพียรอย่างเดียวซะด้วยซ้ำ...

หลังจากที่กระจายงานที่ตัวเองควรจะทำไปให้ลูกน้องคนอื่นๆจนหมดแล้ว

หลี่ลั่วก็เอ่ยด้วยสีหน้าผ่อนคลายว่า

“ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดไว้นี่นา”

เขารู้ลิมิตความสามารถของตัวเองดี

เรื่องตีรันฟันแทงกับสัตว์ร้ายน่ะไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะให้เขาไปนั่งบริหารงานบ้านเมืองล่ะก็ คงต้องปวดหัวตายแน่ๆ

ยังไงซะก่อนจะทะลุมิติมา เขาก็เป็นแค่นักศึกษาจบจากมหา'ลัยไก่กาเท่านั้น

เรื่องเฉพาะทางก็ต้องปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญเขาจัดการกันไปนั่นแหละ...

หลังจาก ‘กระจายอำนาจ’ ไปแล้ว ตอนนี้เขาก็มีเวลาเหลือเฟือที่จะมาบำเพ็ญเพียรวรยุทธ์ระดับ SSS ‘เคล็ดกระบวนท่าดาราหล่อหลอมกายา’ ที่ได้มาจากการลงชื่อเข้าใช้เมื่อเช้านี้แล้ว

แถมก่อนจะตกดึก ก็คงไม่มีใครเข้ามารบกวนเขาด้วย

“เริ่มบำเพ็ญเพียรกันเถอะ...”

หลี่ลั่วสูดหายใจเข้าลึกๆ นั่งลงในห้องทำงานผู้พิทักษ์มณฑลที่กว้างขวางและสว่างไสว

เขาหลับตาลง แล้วเริ่มตั้งสมาธิบำเพ็ญเพียรวรยุทธ์

จิตใจค่อยๆดำดิ่งเข้าสู่สภาวะอันเงียบสงบ ราวกับตัดขาดจากโลกอันวุ่นวายภายนอก

หลี่ลั่วสัมผัสถึงพลังงานพิเศษที่ล่องลอยอยู่ระหว่างฟ้าดินตามความทรงจำของวรยุทธ์ในหัว

พลังงานเหล่านี้บางเบาแต่ก็มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ราวกับสายน้ำสายเล็กๆที่ไหลรินอยู่ในอากาศอย่างเงียบงัน

จากนั้นเขาก็ชักนำพวกมันให้ไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ

เมื่อพลังงานหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายอันกำยำของหลี่ลั่วก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ

เขารู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อค่อยๆกระชับและทรงพลังยิ่งขึ้น กระดูกก็ราวกับถูกเติมเต็มด้วยพลังชีวิตใหม่!

ภายในร่างกายคล้ายกับมีกระแสน้ำอุ่นไหลเวียนอยู่ คอยหล่อเลี้ยงร่างกายของหลี่ลั่วอย่างไม่ขาดสาย

ผิวพรรณก็เริ่มเปล่งประกายเงางามจางๆ...

หลี่ลั่วดำดิ่งเข้าสู่ภวังค์อย่างรวดเร็ว จนลืมวันลืมคืนไปเลย

จนกระทั่งตกกลางคืน ทูตพิเศษจากศูนย์บัญชาการสภาผู้อาวุโสเดินทางมาถึง และหานเทียนสงมาเคาะประตูเรียก

หลี่ลั่วถึงได้หลุดออกจากสภาวะบำเพ็ญเพียร

“มืดเร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?” หลี่ลั่วมองดูดวงดาวและดวงจันทร์นอกหน้าต่างแล้วพึมพำกับตัวเอง

สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ

แม้จะใช้เวลาบำเพ็ญเพียรไปแค่ไม่ถึงวัน แต่ร่างกายของเขากลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด

แถมตลอดกระบวนการเขายังอยู่ในสภาวะลืมเลือนตัวเอง จนไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้

มิน่าล่ะ พวกยอดฝีมือถึงได้เก็บตัวบำเพ็ญเพียรทีละหลายๆเดือน หรือบางทีอาจจะนานกว่านั้นด้วยซ้ำ...

จบบทที่ ตอนที่9 ดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์มณฑล หลี่ลั่วเข้ารับตำแหน่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว