- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาก็เริ่มด้วยการลงชื่อเข้าใช้ได้รับตบะระดับปราชญ์ยุทธ์
- ตอนที่1 ผูกมัดระบบ เริ่มต้นลงชื่อเข้าใช้ได้รับตบะระดับปราชญ์ยุทธ์!
ตอนที่1 ผูกมัดระบบ เริ่มต้นลงชื่อเข้าใช้ได้รับตบะระดับปราชญ์ยุทธ์!
ตอนที่1 ผูกมัดระบบ เริ่มต้นลงชื่อเข้าใช้ได้รับตบะระดับปราชญ์ยุทธ์!
ตอนที่1 ผูกมัดระบบ เริ่มต้นลงชื่อเข้าใช้ได้รับตบะระดับปราชญ์ยุทธ์!
ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน มณฑลเจียงหนิง
ภายในถ้ำที่พังทลายและเงียบสงัดไร้สรรพสิ่งแห่งหนึ่งในเขตรกร้างซึ่งไม่มีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่มานานแล้ว
“นี่ฉันโผล่มาที่ไหนกันเนี่ย??”
ชายหนุ่มผู้บาดเจ็บสาหัสคนหนึ่งค่อยๆลืมตาขึ้น
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ตกตะลึง และไม่เข้าใจ
จากนั้นเศษเสี้ยวความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของเขาก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำ
ทำให้ใบหน้าของเขายิ่งซีดเผือดลงไปอีก
นี่คือโลกใบใหม่ที่มีความคล้ายคลึงกับโลกเดิมเป็นอย่างมาก แต่ทว่าแก่นแท้กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
บนโลกที่ชื่อว่าดาวเคราะห์สีน้ำเงินใบนี้ สัตว์ร้ายอาละวาด มรรคยุทธ์คือสิ่งที่ได้รับการยกย่องสูงสุด...
หลังจากย่อยความทรงจำเหล่านี้อย่างรวดเร็ว หลี่ลั่วก็ได้สติกลับคืนมาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
‘นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่บนโลกคู่ขนานงั้นเหรอ?’
ร่างกายที่เขาทะลุมิติมาอยู่ในตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะมีชื่อและนามสกุลเหมือนกันกับเขา แต่ทว่ารูปร่างหน้าตาก็ยังเหมือนกันเป๊ะ
พ่อแม่ของเขาล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เพียงแต่ในตอนที่เจ้าของร่างเดิมยังเด็ก พวกท่านได้เสียชีวิตลงในเหตุการณ์คลื่นสัตว์ร้ายสุดสยองที่จู่ๆก็กวาดล้างไปทั่วทั้งเมือง...
หลังจากนั้นรัฐบาลเห็นแก่การที่พ่อและแม่ของหลี่ลั่วต่างก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ จึงได้มอบเงินชดเชยให้เขาเป็นจำนวนเงินเกือบสามล้าน
ซึ่งมันก็มากพอที่จะทำให้หลี่ลั่วใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปได้ตลอดชีวิต
แต่หลี่ลั่วเพื่อที่จะสามารถกำหนดโชคชะตาของตัวเอง และหลีกเลี่ยงไม่ให้โศกนาฏกรรมของพ่อแม่ต้องเกิดขึ้นกับตัวเองซ้ำรอยเดิม
เขาจึงก้าวเข้าสู่เส้นทางของการฝึกยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก
เขาอยากจะเป็นหนึ่งในยอดฝีมือสูงสุดที่สามารถชกทำลายภูเขาให้แตกเป็นเสี่ยงๆ พลิกเมฆาคว่ำพิรุณได้ด้วยการสะบัดมือ และสังหารสัตว์ร้ายให้หมดสิ้นเพื่อแก้แค้นให้กับพ่อแม่
แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ได้เข้าข้างเขาเลย
หลังจากที่เลือกจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เงินสามล้านก็ถูกผลาญไปอย่างรวดเร็วภายใต้การใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล
เพื่อหาเงินมาซื้อทรัพยากรบำเพ็ญ หลี่ลั่วจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าไปในเขตรกร้างที่มีสัตว์ร้ายอาละวาด
และเขาก็ได้เข้าร่วมกับทีมผู้ฝึกยุทธ์ที่ค่อนข้างแข็งแกร่งทีมหนึ่ง
โดยหวังว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง
ผลก็คือพอเพิ่งจะเข้ามา พวกเขาก็ถูกสัตว์ร้ายระดับแม่ทัพขั้นกลางตัวหนึ่งโจมตีเข้า!
ทีมผู้ฝึกยุทธ์ทั้งทีมถูกล้างบางจนหมดสิ้น
มีเพียงแค่หลี่ลั่วคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด และหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในถ้ำแห่งนี้
แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บสาหัสเกินไป ในท้ายที่สุดเขาก็ต้องตายจากไปอย่างไม่ยินยอม
และนั่นก็ทำให้หลี่ลั่วในปัจจุบันได้ทะลุมิติมา...
“เวรเอ๊ย เริ่มต้นมาก็ชิบหายเลยเหรอวะ!”
หลี่ลั่วสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านมาจากบาดแผลบนร่างกาย ภายในใจก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
นี่มันบทละครบ้าอะไรกันเนี่ย?
เขตรกร้างที่เขาอยู่ในตอนนี้ห่างจากเมืองมนุษย์ที่ใกล้ที่สุดก็ต้องเดินเท้าไปตั้งร้อยกว่ากิโลเมตร!
“ยอมใจเลย ไม่ประเมินพลัตัวเองบ้างหรือไง จะมาไกลขนาดนี้ทำไมกัน... ตายไปแล้วยังต้องให้ฉันมาคอยตามเช็ดตามล้างให้อีก”
หลี่ลั่วนั่งอยู่ในถ้ำด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งความอาลัยตายอยาก
เขาคิดไม่ออกจริงๆว่าทำไมเจ้าของร่างเดิมที่เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ ถึงได้อยากจะมาในเขตรกร้างที่มีสัตว์ร้ายระดับแม่ทัพดำรงอยู่
แถมยังต้องเข้ามาลึกขนาดนี้อีก
ความกล้าที่หัวหน้าทีมระดับวิญญาณยุทธ์ระยะสูงสุดให้มาอย่างนั้นเหรอ?
หมอนั่นน่ะตายอนาถที่สุดเลยนะ
ในฐานะคนที่แข็งแกร่งที่สุดในทีม เขาถูกสัตว์ร้ายระดับแม่ทัพตัวนั้นเพ่งเล็งโดยตรง
หากไม่ใช่เพราะเขาช่วยดึงดูดความสนใจเอาไว้ เจ้าของร่างเดิมก็คงไม่มีโอกาสลากสังขารที่บาดเจ็บสาหัสเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในถ้ำแห่งนี้หรอก...
ระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรนี้ สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ระยะสูงสุดแล้ว ถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่ใหญ่โตอะไรนัก
แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือหลี่ลั่วได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว และเกราะศึกระดับEที่สวมใส่อยู่ก็ยังพังเสียหายอย่างหนักอีกด้วย
แค่เดินออกจากถ้ำไป จะวิ่งไปได้ถึงสิบกิโลเมตรหรือเปล่าก็ยังเป็นปัญหาเลย
“ไม่ได้! จะมานั่งรอความตายแบบนี้ไม่ได้!”
“เพิ่งจะทะลุมิติมาแท้ๆ ยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย...”
ในขณะที่หลี่ลั่วไม่ยอมแพ้และกำลังเค้นสมองคิดหาวิธีอยู่นั้น
“โฮก~”
จู่ๆภายนอกถ้ำก็มีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังกึกก้องราวกับอัสนีบาตฟาดฟัน สร้างความหวาดหวั่นไปทั่วทั้งป่าเขา!
“ส เสียงอะไรน่ะ?!”
หลี่ลั่วตกใจจนสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นแรงรัวเร็ว
เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก แล้วมองออกไปทางปากถ้ำ
สิ่งที่เห็นก็คือในป่าเขาทึบที่อยู่ห่างออกไป จู่ๆก็มีดวงตาสีแดงเข้มคู่แล้วคู่เล่าปรากฏขึ้น
พร้อมกับมีกลิ่นอายของสัตว์ร้ายระดับแม่ทัพอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า!
“จบเห่แล้วๆ มันตามมาทันแล้ว!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย หลี่ลั่วก็รู้สึกได้ทันทีว่าเรื่องใหญ่กำลังจะเกิด เขาตึงเครียดขึ้นมาจนถึงขีดสุด
สัตว์ร้ายระดับแม่ทัพตัวนี้ก็คือหมาป่าอัสนีรัตติกาล ตัวการสำคัญที่เพิ่งจะกวาดล้างทีมผู้ฝึกยุทธ์ทั้งทีมจนพินาศ และทำให้เจ้าของร่างเดิมได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องตายนั่นเอง!
ระดับแม่ทัพขั้นกลาง ซึ่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับยอดปรมาจารย์ยุทธ์
มันได้นำคลื่นสัตว์ร้ายตามกลิ่นอายที่หลี่ลั่วทิ้งเอาไว้ จนไล่ตามมาถึงที่นี่แล้ว!
“บ้าเอ๊ย!”
หลี่ลั่วตื่นตระหนกตกใจลนลานในทันที ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ภายในถ้ำนั้นถูกปิดตายจนมิดชิดไม่มีทางออกเลยแม้แต่น้อย ส่วนภายนอกหมาป่าอัสนีรัตติกาลก็กำลังดักรออยู่ตรงปากถ้ำและพร้อมที่จะพุ่งเข้ามาสังหารเขาได้ทุกเมื่อ
ด้วยสภาพของเขาในตอนนี้
อย่าว่าแต่หมาป่าอัสนีรัตติกาลระดับแม่ทัพขั้นกลางเลย ต่อให้สุ่มเอาสัตว์ร้ายระดับทหารมาสักตัว ก็สามารถจัดการเขาได้แล้ว
จู่ๆในหัวของหลี่ลั่วก็มีประกายความคิดสว่างวาบขึ้นมา เขาจึงตะโกนขึ้นมาในอากาศว่า
“ฮัลโหลๆ พี่ระบบอยู่หรือเปล่า?”
“.......”
หลังจากที่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ
หลี่ลั่วก็ยังไม่ยอมถอดใจ และยังคงดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้ายต่อไป
เขาหยิบดาบยาวที่สร้างขึ้นมาจากวัสดุระดับDในมือขึ้นมา แล้วส่งเสียงเรียกเบาๆว่า “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามีใครอยู่ข้างในไหมครับ?”
รอบด้านยังคงเงียบสงัดไร้ซึ่งสรรพเสียง
หลี่ลั่วลากสังขารของตัวเองไปคลำหาดูรอบๆภายในถ้ำที่เงียบสงัดแห่งนี้อีกครั้ง
“ผู้อาวุโส ท่านอยู่ข้างในหรือเปล่าครับ?”
เขาอยากจะหานิ้วทองคำแบบในนิยาย ที่สามารถปกป้องตัวเอกในยามคับขันได้
หรืออาจจะเป็นยอดฝีมือเร้นกาย เศษเสี้ยวดวงจิตของยอดฝีมืออะไรทำนองนั้น
แต่ทว่านอกจากขี้ของสัตว์ร้ายสองสามกองที่แห้งกรังไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรเลย
“ไม่จริงน่า ทำไมถึงไม่มีอะไรเลยล่ะ?!”
“ในนิยายมันหลอกลวงกันทั้งนั้นเลยนี่หว่า...”
ในตอนที่หลี่ลั่วรื้อค้นจนทั่วทั้งถ้ำ และรู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดนั้นเอง
จู่ๆในหัวของเขาก็มีเสียงเครื่องจักรกลอันเย็นชาดังขึ้น!
[ติ๊ง ระบบลงชื่อเข้าใช้ผู้ช่วยเปิดใช้งานสำเร็จ!]
[จำนวนครั้งในการลงชื่อเข้าใช้ของวันนี้ได้รับการรีเฟรชแล้ว คุณต้องการจะลงชื่อเข้าใช้ในทันทีหรือไม่?]
“มีระบบอยู่จริงๆด้วย!”
เสียงนี้เปรียบเสมือนแสงเงินแสงทองในยามค่ำคืน มันได้จุดประกายความหวังในใจของหลี่ลั่วขึ้นมาในทันที
แววตาของเขาฉายแววความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่งออกมา เขาตอบกลับไปโดยไม่ลังเลเลยว่า “ระบบ ลงชื่อเข้าใช้!”
ในสถานการณ์เช่นนี้ จะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้หรือไม่ ก็ต้องพึ่งพารางวัลที่ได้จากการลงชื่อเข้าใช้ในครั้งนี้แล้ว!
‘ลูกพี่ระบบช่วยส่งพลังมาหน่อยเถอะ... พึ่งพานายแล้วนะ’
หลี่ลั่วภาวนาอยู่ในใจด้วยความตึงเครียด
[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ขอแสดงความยินดีที่คุณได้รับ... ตบะระดับปราชญ์ยุทธ์!]
“ปะ...ปราชญ์ยุทธ์?!” หลี่ลั่วเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่งที่ไม่อาจใช้คำพูดอธิบายได้พุ่งพล่านขึ้นมาในใจ
รอดแล้ว!
เมื่อสิ้นเสียงของระบบ
พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของหลี่ลั่ว มันอาละวาดราวกับพายุโหมกระหน่ำ
มันกวาดล้างไปทั่วทั้งถ้ำในพริบตา แม้กระทั่งสัตว์ร้ายทั้งหมดในเขตรกร้างแห่งนี้ก็ยังต้องสั่นสะท้านไปกับมัน!
มิติโดยรอบดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปในชั่วพริบตานี้ อากาศถูกบีบอัดจนเกิดเป็นเสียงหวีดร้องแหลมเล็ก
ภายใต้การชะล้างของพลังงานสายนี้ ร่างกายที่เดิมทีได้รับบาดเจ็บสาหัสของหลี่ลั่วก็ฟื้นฟูสภาพกลับมาอย่างรวดเร็ว
มันไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้เลยแม้แต่น้อย
ตบะของเขายิ่งพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จากระดับปรมาจารย์ยุทธ์ ระดับวิญญาณยุทธ์ ยอดปรมาจารย์ยุทธ์ ระดับขุนนางยุทธ์ พุ่งพรวดขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงระดับปราชญ์ยุทธ์ มันจึงได้หยุดลงในที่สุด
“ฮ่าฮ่าฮ่า... สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนดีจริงๆเว้ย!”
หลี่ลั่วสัมผัสได้ถึงพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวภายในร่างกายของตัวเอง รวมถึงกลิ่นอายระดับปราชญ์ยุทธ์ที่แผ่ซ่านออกมาก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นดีใจ